ขอแนะนำตัวก่อนน๊ะคะ "ฉันชื่อ มิ้ม" กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกค่ะ กระทู้นี้ไม่ขอลงรูปและชื่อบริษัทที่กล่าวถึงค่ะ
การทำงานที่แรก
บริษัท เป็นบริษัทขนาดเล็กแบบครอบครัวมีหัวหน้า และลูกน้องรวมกันไม่เกิน 25 คน มิ้มได้ทำงานในตำแหน่ง
Foreman งานระบบเครื่องกล เงินเดือน 15000 ล่าสุด (แต่ก็ทำหน้าที่หลายๆอย่างเพราะเป็นบริษัทขนาดเล็ก)
สวัสดิการ ทำประกันสังคมให้ตอนที่อายุงานได้ เกือบ 2 ปี
วันหยุดไม่ต้องถามถึงคือแบบว่า เทศการไหนๆก็ไม่ได้กลับบ้าน ถ้าพ่อแม่ไม่ป่วยไม่มีธุระจำเป็นจิงๆ ไม่ได้กลับ
แต่ดีตรงไม่ระบุวันกลับมาทำงานได้
เพื่อนร่วมงาน มีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ทำงานกะผู้ชายอ่ะเน๊าะ ผู้ชายสันดานผู้หญิงก็มีแก่งแย่งชิงดีก็มี โยนความผิด
ไม่รับผิดชอบก็มี ก็ทนๆ มาได้ 3 ปี
ตอนทำงานที่นี่ครั้งแรกไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าที่อะไร ไปนั่งทำหน้าเอ๋อ ตอนแรกทำงานเอกสาร หัดอ่านแบบ ลองอ่านแบบ
มีพี่คนนึงสอนงานมิ้ม แต่ก็ยุกะพี่เขาได้แค่ประมาณ 6 เดือนพี่เขาก็ออก ตอนพี่เขาอยู่แบ่งกันดูงานคือพี่เขาให้ดูงาน Civil
เลิกงาน 5 ทุ่ม เที่ยงคืนกือบทุกวันทำงานมีปีกว่า ได้หยุดวันแรงงานวันเดียววันแรกดีใจแทบตาย พอพี่เขาออกเท่านั้น
แหละงานทุกอย่างมาจุกอยู่ที่เราทั้งหมด จากเขียนแบบไม่เป็น ก็เห็นพี่เขาทำจนจำได้ก็มาหัดเขียนเอง เรียนรู้งานเองทุกอย่าง
รู้สึกสนุกกับงาน ชอบเวลาที่ออกหน้างาน ยิ่งนานไปความรู้สึกก็เปลี่ยน ความรับผิดชอบเยอะทำทุกอย่าง ทำผิดครั้งเดียวแบบว่า
โดนด่าโดนพูดเป็นปีไม่จบ รู้สึกไม่สนุกเบื่อ ไม่อยากทำโอเครียด ยิ่งทำเงินยิ่งไม่พอใช้ ขนาดทำโอตลอด เป้าหมายของเจ้าของ
บริษัทอยากให้เราพัฒนาตัวเองไม่มีที่สิ้นสุด เคยยื่นจดหมายลาออกแล้ว 1 ครั้ง แต่คิดที่จะออกแล้วหลายครั้ง ที่ไม่อยากออก
เพราะมัวแต่คิดว่า เราออกไปเขาจะอยู่กันได้ไหม ขาดเราไปใครจะทำแบบ ยังๆยังจะห่วงเขาอีก เพราะบริษัทก็เหมือนมีเราเป็น
เหมือนผู้ช่วยในการทำงานบริษัทคนแรกๆ ที่ช่วยประคองพยุงกันมาแบบว่าบางทีไม่มีงานช่างก็นั่งว่างสบาย แต่คนที่เหนื่อยคือเรา
พอจะออกก็มี คำพูดดีๆ น้ำตาคนทำให้เราไม่ออก ทำงานที่นี่แฟนอยากให้ออกทุกวัน ไม่มีเวลาให้แฟนให้ครอบครัว พอมาเจอคำพูด
แม่ที่พูดบอกว่า...."ทำงานไม่เคยพักรักตัวเองบ้าง" ได้ยินคำพูดแม่คำนี้รู้สึกว่าเขาห่วงเรามากเราควรรักตัวเองบ้างไม่ใช่รักบริษัท รักงานที่ทำได้แต่ควรรักตัวเองด้วย มาพูดถึงโบนัสสิ้นปีปีแรกได้ 3000 คือเข้าใจอยู่ไม่ถึงปี ปีที่ 2 ได้ 7000 มั๊ง
เริ่มคิดแระคืออะไร พอโบนัสสิ้นปีปีที่ 3 ได้ 13000 คือแบบว่าไม่ทนอยู่แล้วอ่ะออกเลย
ออกมาขายเครปขายไม่ดีเลยหางานทำใหม่ดีก่า
งานที่ที่สอง
บริษัท เป็นบริษัทขนาดเล็กเช่นกันมีพนักงานไม่เกิน 15 คน แต่ละคนก้เป็น Engineer สะส่วนใหญ่ ระดับหัวหน้าส่วนช่างน่ะหรอ..??
มีช่างเป็นทีมที่รับงานเราโดยตรง ยุ 2 ที่ และก็จ้างช่างเจ้าของงานทำงานให้เพื่อลดต้นทุนการจ้างอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำงาน
อยู่ที่นี่ดำรงตำแหน่ง Draftman เงินเดือน 15000 บาท เป็นงานระบบสื่อสาร ติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบไฟฟ้า
สวัสดีการ ไม่มีไรมากก็ประกันสังคมทั่วไป ประกันชีวิตรออายุงานครบ 1 ปี
วันหยุด ทำงานวันจันทร์ - วันศุกร์ ทำบางเสาร์ถ้างานเร่ง หยุดทุกเทศการตามบริษัทหยุดหยุดทั่วไป
เพื่อนร่วมงานที่นี่ก็ แบบว่าไม่ค่อยได้เจอกันเพราะต่างคนก็ต่างไปทำหน้าที่ของตนเอง ถ้างานหน้างานหมดก็เข้าออฟฟิต
บางคนก็เข้ามาเคียร์งานที่ออฟฟิต
วันแรกที่มาทำงานที่นี่รู้สึกว่า.......อะไรว๊ะ งานไม่เป็นระบบเอาส๊ะเลย เวลาการทำงานก็ไม่ตายตัว เวลาทำงานจริง
เข้า 9:00 - 18:00 แต่คนที่มาทำงานจิงคือแบบว่ามาเที่ยง ออกหน้างานก็ตามเวลาที่นัดกับเจ้าของงาน บางทีออกหน้างาน
ทำงาน 1 ชั่วโมงแล้วกลับก็มี ไม่ใช่กลับบริษัทนะ กลับห้องเลยอ่ะ การทำงานที่นี่ไม่สนุกรู้สึกสมองไม่รับรู้ การทำแบบก็ง่าย
งานเอกสารเป็นงานเอกสาร...ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ย้ำ ภาษาอังกฤษทั้งหมด ให้ตายเถอะ คนจบ ปวส. มิ้มนี่นั่งเกิ่ยหน้าผากเลย
งานมิ้มก็ออกนอกสถานที่บ้าง แต่ส่วนมากก็ทำแบบทำงานเอกสาร รู้สึกเบื่อไม่อยากมาทำงาน แต่ก็ 4 เดือนแล้วที่ทำมา
มีบริษัทติดต่อมาหลายบริษัท แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไม่รู้เพระอะไร อาจเป็นเพราะมีเวลาให้แฟนให้ครอบครัว ไม่ต้องทำโอ
แต่เงินก็เหลือใช้ ได้เที่ยวได้พัก ก็คิดน๊ะในเมื่อได้เงินเดือนน้อยกว่าทำไมเงินเหลือใช้ รู้สึกไม่เครียดนอกจากงานจะเยอะ แต่ก็นานๆที ถึงมันจะน่าเบื่อ พยายามเรียนรู้งานแล้วยังไม่เข้าใจแต่ก็ยังสู้เพื่อนเรียนรู้ต่อไป
ล่าสุดก็มีบริษัทนึงติดต่อ ให้ไปเป็น Frorman งานก่อสร้าง แต่เราก็เลือกที่จะไม่ไปน๊ะ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกที่จะอยู่ ล่าสุด ช่วยเคียร์เอกสารงานงานนึงจบ ได้เงินพิเศษมา 5000 บาท แต่นี่คือส่วนนึงนะ ถ้างานจบก็จะได้เพิ่ม คิดอีกรอบ
คือดีอ่ะ ยังไม่ผ่านโปรได้เงินพิเศษเฉย
2 บริษัทนี้ต่างกันไหม ณ ตอนนี้มิ้มก็ยังมองหางานใหม่อยู่น๊ะ ตอนนี้อายุก็มากแล้วไหนจะครอบครัวอยากได้งานที่มั่นคง สวัสดิการดี
เพราะอยากให้ที่ใหม่ที่จะไปนี้เป็นที่สุดท้ายแล้วอ่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่เสียเวลาอ่านเรื่องไร้สระของมิ้มน๊คะ มิ้มก็อยู่ที่นี่ไปพรางๆ เพื่อหางาน
ใหม่ที่ตรงกับมิ้มต้องการ หรือไม่มิ้มก็อาจจะอยู่ที่นี่เป็นที่สุดท้ายก็ได้ ขอบคุณค่ะ
การทำงานที่แตกต่าง
การทำงานที่แรก
บริษัท เป็นบริษัทขนาดเล็กแบบครอบครัวมีหัวหน้า และลูกน้องรวมกันไม่เกิน 25 คน มิ้มได้ทำงานในตำแหน่ง
Foreman งานระบบเครื่องกล เงินเดือน 15000 ล่าสุด (แต่ก็ทำหน้าที่หลายๆอย่างเพราะเป็นบริษัทขนาดเล็ก)
สวัสดิการ ทำประกันสังคมให้ตอนที่อายุงานได้ เกือบ 2 ปี
วันหยุดไม่ต้องถามถึงคือแบบว่า เทศการไหนๆก็ไม่ได้กลับบ้าน ถ้าพ่อแม่ไม่ป่วยไม่มีธุระจำเป็นจิงๆ ไม่ได้กลับ
แต่ดีตรงไม่ระบุวันกลับมาทำงานได้
เพื่อนร่วมงาน มีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป ทำงานกะผู้ชายอ่ะเน๊าะ ผู้ชายสันดานผู้หญิงก็มีแก่งแย่งชิงดีก็มี โยนความผิด
ไม่รับผิดชอบก็มี ก็ทนๆ มาได้ 3 ปี
ตอนทำงานที่นี่ครั้งแรกไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าที่อะไร ไปนั่งทำหน้าเอ๋อ ตอนแรกทำงานเอกสาร หัดอ่านแบบ ลองอ่านแบบ
มีพี่คนนึงสอนงานมิ้ม แต่ก็ยุกะพี่เขาได้แค่ประมาณ 6 เดือนพี่เขาก็ออก ตอนพี่เขาอยู่แบ่งกันดูงานคือพี่เขาให้ดูงาน Civil
เลิกงาน 5 ทุ่ม เที่ยงคืนกือบทุกวันทำงานมีปีกว่า ได้หยุดวันแรงงานวันเดียววันแรกดีใจแทบตาย พอพี่เขาออกเท่านั้น
แหละงานทุกอย่างมาจุกอยู่ที่เราทั้งหมด จากเขียนแบบไม่เป็น ก็เห็นพี่เขาทำจนจำได้ก็มาหัดเขียนเอง เรียนรู้งานเองทุกอย่าง
รู้สึกสนุกกับงาน ชอบเวลาที่ออกหน้างาน ยิ่งนานไปความรู้สึกก็เปลี่ยน ความรับผิดชอบเยอะทำทุกอย่าง ทำผิดครั้งเดียวแบบว่า
โดนด่าโดนพูดเป็นปีไม่จบ รู้สึกไม่สนุกเบื่อ ไม่อยากทำโอเครียด ยิ่งทำเงินยิ่งไม่พอใช้ ขนาดทำโอตลอด เป้าหมายของเจ้าของ
บริษัทอยากให้เราพัฒนาตัวเองไม่มีที่สิ้นสุด เคยยื่นจดหมายลาออกแล้ว 1 ครั้ง แต่คิดที่จะออกแล้วหลายครั้ง ที่ไม่อยากออก
เพราะมัวแต่คิดว่า เราออกไปเขาจะอยู่กันได้ไหม ขาดเราไปใครจะทำแบบ ยังๆยังจะห่วงเขาอีก เพราะบริษัทก็เหมือนมีเราเป็น
เหมือนผู้ช่วยในการทำงานบริษัทคนแรกๆ ที่ช่วยประคองพยุงกันมาแบบว่าบางทีไม่มีงานช่างก็นั่งว่างสบาย แต่คนที่เหนื่อยคือเรา
พอจะออกก็มี คำพูดดีๆ น้ำตาคนทำให้เราไม่ออก ทำงานที่นี่แฟนอยากให้ออกทุกวัน ไม่มีเวลาให้แฟนให้ครอบครัว พอมาเจอคำพูด
แม่ที่พูดบอกว่า...."ทำงานไม่เคยพักรักตัวเองบ้าง" ได้ยินคำพูดแม่คำนี้รู้สึกว่าเขาห่วงเรามากเราควรรักตัวเองบ้างไม่ใช่รักบริษัท รักงานที่ทำได้แต่ควรรักตัวเองด้วย มาพูดถึงโบนัสสิ้นปีปีแรกได้ 3000 คือเข้าใจอยู่ไม่ถึงปี ปีที่ 2 ได้ 7000 มั๊ง
เริ่มคิดแระคืออะไร พอโบนัสสิ้นปีปีที่ 3 ได้ 13000 คือแบบว่าไม่ทนอยู่แล้วอ่ะออกเลย
ออกมาขายเครปขายไม่ดีเลยหางานทำใหม่ดีก่า
งานที่ที่สอง
บริษัท เป็นบริษัทขนาดเล็กเช่นกันมีพนักงานไม่เกิน 15 คน แต่ละคนก้เป็น Engineer สะส่วนใหญ่ ระดับหัวหน้าส่วนช่างน่ะหรอ..??
มีช่างเป็นทีมที่รับงานเราโดยตรง ยุ 2 ที่ และก็จ้างช่างเจ้าของงานทำงานให้เพื่อลดต้นทุนการจ้างอุปกรณ์ต่างๆ ในการทำงาน
อยู่ที่นี่ดำรงตำแหน่ง Draftman เงินเดือน 15000 บาท เป็นงานระบบสื่อสาร ติดตั้งกล้องวงจรปิด ระบบไฟฟ้า
สวัสดีการ ไม่มีไรมากก็ประกันสังคมทั่วไป ประกันชีวิตรออายุงานครบ 1 ปี
วันหยุด ทำงานวันจันทร์ - วันศุกร์ ทำบางเสาร์ถ้างานเร่ง หยุดทุกเทศการตามบริษัทหยุดหยุดทั่วไป
เพื่อนร่วมงานที่นี่ก็ แบบว่าไม่ค่อยได้เจอกันเพราะต่างคนก็ต่างไปทำหน้าที่ของตนเอง ถ้างานหน้างานหมดก็เข้าออฟฟิต
บางคนก็เข้ามาเคียร์งานที่ออฟฟิต
วันแรกที่มาทำงานที่นี่รู้สึกว่า.......อะไรว๊ะ งานไม่เป็นระบบเอาส๊ะเลย เวลาการทำงานก็ไม่ตายตัว เวลาทำงานจริง
เข้า 9:00 - 18:00 แต่คนที่มาทำงานจิงคือแบบว่ามาเที่ยง ออกหน้างานก็ตามเวลาที่นัดกับเจ้าของงาน บางทีออกหน้างาน
ทำงาน 1 ชั่วโมงแล้วกลับก็มี ไม่ใช่กลับบริษัทนะ กลับห้องเลยอ่ะ การทำงานที่นี่ไม่สนุกรู้สึกสมองไม่รับรู้ การทำแบบก็ง่าย
งานเอกสารเป็นงานเอกสาร...ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด ย้ำ ภาษาอังกฤษทั้งหมด ให้ตายเถอะ คนจบ ปวส. มิ้มนี่นั่งเกิ่ยหน้าผากเลย
งานมิ้มก็ออกนอกสถานที่บ้าง แต่ส่วนมากก็ทำแบบทำงานเอกสาร รู้สึกเบื่อไม่อยากมาทำงาน แต่ก็ 4 เดือนแล้วที่ทำมา
มีบริษัทติดต่อมาหลายบริษัท แต่ก็ยังเลือกที่จะอยู่ที่นี่ต่อไม่รู้เพระอะไร อาจเป็นเพราะมีเวลาให้แฟนให้ครอบครัว ไม่ต้องทำโอ
แต่เงินก็เหลือใช้ ได้เที่ยวได้พัก ก็คิดน๊ะในเมื่อได้เงินเดือนน้อยกว่าทำไมเงินเหลือใช้ รู้สึกไม่เครียดนอกจากงานจะเยอะ แต่ก็นานๆที ถึงมันจะน่าเบื่อ พยายามเรียนรู้งานแล้วยังไม่เข้าใจแต่ก็ยังสู้เพื่อนเรียนรู้ต่อไป
ล่าสุดก็มีบริษัทนึงติดต่อ ให้ไปเป็น Frorman งานก่อสร้าง แต่เราก็เลือกที่จะไม่ไปน๊ะ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกที่จะอยู่ ล่าสุด ช่วยเคียร์เอกสารงานงานนึงจบ ได้เงินพิเศษมา 5000 บาท แต่นี่คือส่วนนึงนะ ถ้างานจบก็จะได้เพิ่ม คิดอีกรอบ
คือดีอ่ะ ยังไม่ผ่านโปรได้เงินพิเศษเฉย
2 บริษัทนี้ต่างกันไหม ณ ตอนนี้มิ้มก็ยังมองหางานใหม่อยู่น๊ะ ตอนนี้อายุก็มากแล้วไหนจะครอบครัวอยากได้งานที่มั่นคง สวัสดิการดี
เพราะอยากให้ที่ใหม่ที่จะไปนี้เป็นที่สุดท้ายแล้วอ่ะ ขอขอบคุณทุกคนที่เสียเวลาอ่านเรื่องไร้สระของมิ้มน๊คะ มิ้มก็อยู่ที่นี่ไปพรางๆ เพื่อหางาน
ใหม่ที่ตรงกับมิ้มต้องการ หรือไม่มิ้มก็อาจจะอยู่ที่นี่เป็นที่สุดท้ายก็ได้ ขอบคุณค่ะ