คือต้องขอโทษทุกคนที่เข้ามาอ่านก่อนนะคะ เนื่องจากเป็นกระทู้แรกของเรา ซึ่งในชีวิตนี้ก็ไม่เคยคิดจะเข้ามาตั้งกระทู้ถามคนอื่น แต่ก็ชอบเข้ามาอ่านเวลาว่างๆค่ะ อาจจะเรียบเรียงเหตุการณ์สลับกันไปมาบ้างเนื่องจากคิดไปพิมพ์ไป ผิดพลาดยังไงก็อย่าว่ากันนะคะ
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราเรียนจบทางด้านกฎหมาย ทำอาชีพอิสระคือเป็นทนายความและเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับบริษัททั่วไป อายุสามสิบนิดๆ โสด (เคยมีแฟนค่ะแต่เลิกไปแล้ว)นิสัยก็เป็นคนตรงๆ เปิดเผย ใจร้อน มุทะลุบ้างในบางครั้ง คือไม่ใช่กุลสตรีเลยค่ะ ชอบลุยๆ แต่อาจจะด้วยอาชีพที่ทำอยู่มันทำให้เรารักความถูกต้อง มีเหตุผลเสมอ หน้าตาก็จัดว่าดีในระดับหนึ่งค่ะ เราเป็นคนง่ายๆไม่ค่อยชอบแต่งตัว คือจะแต่งตัวเฉพาะเวลาที่ต้องไปว่าความ มีประชุมหรือมีงานสำคัญๆเท่านั้นค่ะ นอกนั้นคือเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ บางทีก็ลากแตะเลยค่ะแต่ของทุกอย่างที่เราใช้ส่วนมากคือของมียี่ห้อ ไม่ได้บ้าแบรนด์เนมนะคะแต่ชอบของดีมีคุณภาพ ไม่ชอบซื้อของบ่อยๆเพราะด้วยงานบางทีมันทำให้ไม่มีเวลามาเดินช็อปปิ้ง นานๆจะซื้อของทีหนึ่ง ไม่ค่อยชอบเดินช็อปคือถ้าจะเข้าห้างต้องมีเป้าหมายเลยว่าจะซื้ออะไรบ้าง และพอไปถึงนี่คือเดินตรงไปยังร้านที่เราจะมาซื้อของ ได้ของครบก็กลับ จะไม่มาเดินดูว่าร้านนี้สวย ร้านนี้ลดราคา คือไม่ค่อยชอบแบบนี้
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มาเจอเพื่อนรักคนนี้ต้องย้อนไปเมื่อ5ปีที่แล้ว คือลูกความที่เราเคยรับว่าความให้ เค้าต้องการปิดบริษัทเนื่องจากประสบภาวะขาดทุน ซึ่งตามปกติแล้วเราจะใช้บริการสำนักงานบัญชีที่รู้จักให้มาชำระบัญชีให้ แต่คราวนี้สำนักงานบัญชีนั้นงานเยอะ คือไม่ว่างมาทำให้ในช่วงนั้น และลูกความเราก็เร่งที่จะปิดบริษัทให้เร็วที่สุด เราก็เลยไปติดต่อสำนักงานของA (ซึ่งต่อมาก็คือเพื่อนรักของเราค่ะ) หลังจากคุยกันถึงรายละเอียดของงาน ระยะเวลาดำเนินการต่างๆและตกลงราคาจนกระทั่งทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ยังคุยกับA ต่อเนื่องจากเวลามีงานฉุกเฉินแบบนี้เราก็มักจะให้Aไปทำงานให้ ตอนแรกที่เจอกัน เราประเมินว่าAน่าจะอายุเท่าๆกันกับเรา ตอนแรกก็เรียกคุณ ต่อมาเค้าตัวเอง พอสนิทมากๆก็ภาษาพ่อขุนเลยค่ะ แต่ต่อมาพอรู้อายุแล้วปรากฏว่าAแก่กว่าเราหลายปี แต่Aก็บอกไม่เป็นไรเป็นเพื่อนกัน และอยากดูเด็ก ตอนแรกที่คุยกันถึงเรื่องส่วนตัวAบอกว่าเธอโสด เลิกกับแฟนมาหลายปี ตอนนี้ไม่มีใคร แต่เราก็รู้สึกได้ว่าเธอเหมือนพูดไม่หมด แบบพยายามจะปิดบังเรื่องส่วนตัวในส่วนนี้ไว้ ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดจะถามหรือสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว มันคือเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่เรานี่คือมีไรก็เล่าหมดเนื่องจากเราเป็นคนเปิดเผยและคิดว่าเป็นเพื่อนกันไม่เห็นมีไรต้องปิด และด้วยความที่โสด ชอบอะไรคล้ายๆกันและทำอาชีพอิสระด้วยกันทั้งคู่ทำให้เรามีเวลาว่างตรงกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย จนหลังๆนี่คือตัวติดกันตลอด แต่เราไม่เคยไปนอนบ้านAนะ Aเป็นผู้หญิงที่มีอัธยาศัยดี หน้าตาก็ถือว่าดี พูดจาดีตลอดคือนานๆทีAจะหลุดพูดคำหยาบออกมาสักคำ A แต่งตัวดีตลอดเวลา เปิดนั่นนิดนี่หน่อยแต่ไม่โป๊ อ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือคนอื่น คือถ้าเราเป็นผู้ชายเราคงชอบAไปแล้วมั้ง 555 เราชอบแซวAตลอดว่าเป็นแม่พระ แต่ข้อเสียของAคือการไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ค่อยชอบเผชิญหน้ากับปัญหา เป็นคนช้าๆสโลๆ ซึ่งตรงข้ามกับเรามากในส่วนนี้ คือเราชอบทำทุกอย่างให้เร็ว จนติดเป็นนิสัย เช่น เวลาไปกินข้าวเราสั่งเสร็จ คือต้องรอAตัดสินใจอีก10นาที แต่เราก็แบบถ้าไม่รีบก็ไม่เป็นไร แค่นี้เอง พอรู้ดังนั้น ตอนหลังนี่เราจะบอกAก่อนว่ามีเวลาแค่ไหน ต้องไปไหนต่อ คือAจะได้คิดว่าเค้ามีเวลาพอไหม เราอยากให้Aรู้จักวางแผนให้มากกว่านี้ เพราะบางทีไปไหน ทำอะไร คือไม่เผื่อเวลา สุดท้ายคือไปไม่ทัน เสียเวลาต้องไปติดต่อในวันอื่น ซึ่งเรานี่คือ ไม่ใช่แบบนั้น เพราะถ้าเราไปไม่ทันนี่คือจบ เสียหายมาก ยิ่งในทางคดีนี่หนักเลยเพราะตอนเป็นทนายใหม่ๆเราเคยไปศาลไม่ทันในนัดไกล่เกลี่ย ศาลยกฟ้องคดีเรา จะอุทธรณ์คู่ความอีกฝ่ายก็คงคัดค้าน เสียเวลาและที่สำคัญคือเป็นความผิดของเรา สุดท้ายคดีนั้นต้องฟ้องใหม่และเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาลแทนลูกความก็เฉียดๆแสน เรานี่จำจนตาย หลังจากที่สนิทกันมาได้สักพักก็มีเหตุให้เราต้องไปนอนที่บ้านA เพราะเราต้องพาAไปธุระที่ต่างจังหวัด เราก็ด้วยความที่Aบอกว่าโสดอยู่บ้านคนเดียว และบ้านAกับบ้านเราอยู่ไกลกันพอสมควร และถ้าAมารับเราที่บ้านนี่คือเสียเวลามาก และที่สำคัญบ้านAนี่คือทางออกไปจังหวัดที่พวกเราจะไปธุระพอดี เราก็เลยแบบเอองั้นเราไปนอนบ้านAนะ Aก็ชะงักนิดนึงแล้วบอกเราว่าได้สิ ซึ่งหลังจากที่สนิทกันแล้วAก็เล่าว่าเธอมีคนที่คุยด้วยอยู่คนนึง เรียกแทนว่าผช1นะคะ Aบอกเราว่าแค่คุยๆกันไม่ได้ชอบ คือยังไม่ใช่สำหรับเธอ แล้วเธอก็ขับรถมารับเราที่บ้านในตอนบ่ายๆ ระหว่างทางเธอก็โทรหาผช1 แล้วบอกประมาณว่า เราจะไปนอนบ้านเธอวันนี้ ซึ่งเราได้ยินเสียงจากปลายสายที่Aคุยด้วยประมาณว่าแล้วให้เราไปนอนไหน หือออ ไหนบอกแค่คุยๆ ตอนนั้นเราก็สนิทกับAมากพอสมควรแล้ว เราก็แบบเฮ้ยเราไม่รู้ว่าผช1อยู่กับเธอ งั้นเราขอกลับไปนอนบ้านนะ เธอรีบบอกว่าไม่เป็นไรและบอกว่าผช1มีบ้านอยู่ใกล้ๆบ้านเธอ และเธอยอมรับว่าผช1ก็ไปๆมาๆ ระหว่างบ้านตัวเองกับบ้านเธอแต่ไม่ได้มาอยู่ถาวร คือคบกันแบบไม่มีสถานะ แต่ให้มานอนที่บ้าน งง ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของA แต่หลังๆนี่คือเรารู้มาอีกว่าผช1ให้Aเป็นคนถือบัตรเดบิตที่บริษัทที่ผช1ทำงานได้โอนเงินเดือนเข้าให้ เราก็แบบ หือ ตกลงคบกันแบบไหนวะเนี่ย เราก็ได้แต่สงสัยแต่ไม่ถาม Aละ เรื่องของเค้า หลังๆAคุยโทรศัพท์ตลอด บอกว่าเพื่อนรักสมัยเรียนมหา'ลัย แนะนำผู้ชายให้รู้จัก ทำงานที่เดียวกับเพื่อนที่ตจว. คุยกันกระหนุงกระหนิงมาได้สักระยะ ขอเรียกอีกคนว่าผช2 นะคะ ผช2นี่ก็ขอขึ้นมาหาAที่กรุงเทพ ซึ่งเค้าก็นัดเจอ ไปเที่ยวกัน แล้วคืนแรกคือAพา ผช2ไปเปิดโรงแรมนอนแถวๆบ้านA หลังจากนั้นผช2ก็แวะเวียนมาหาA ตลอด และไปเปิดโรงแรมนอนค้างด้วยกัน ไปเที่ยวตจว.กัน ซึ่งเราก็ไม่ถามแต่Aก็ชิงพูดก่อนว่า นอนด้วยเฉยๆไม่มีอะไรกัน ตอนนั้นเรายังแซวAอยู่เลยว่า มีหรือไม่มีก็เรื่องของมึ_สิ บอกกูทำไมเนี่ย Aก็หัวเราะขำๆกันไป แต่หลังๆนี่Aพาผช2ไปนอนบ้านเลยจ้า เราก็แบบสงสัยก็ถามว่าแล้ว ผช1ล่ะ Aบอกเราว่า ก็บอกแล้วมันมาบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ได้อยู่ถาวร Aบอกผช1ว่ามีญาติจากตจว.มาพักที่บ้าน เราก็ได้แต่เตือนๆAไปว่า ถ้าคบเล่นๆไม่คิดจริงจังคือเธออย่าพาใครมานอนบ้านหรือเข้ามาบ้าน เพราะคนที่เสียหายคือA แล้วถ้าถึงเวลาAเกิดเจอคนที่คิดจะจริงจังด้วย แล้วถ้าผช.พวกนี้ไม่ยอมเลิกมันจะเป็นปัญหาภายหลัง ยิ่งตัวเองเป็นผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวยิ่งอันตราย Aก็แบบเออๆรู้แล้วๆและเปลี่ยนเรื่องคุย เราก็จบถือว่าได้เตือนละ แต่Aบอกเราว่าตั้งแต่เจอผช2ครั้งแรก แล้วมีความรู้สึกไม่อยากคุย ไม่อยากเจออีก แต่พอเค้าขึ้นมาหาก็ไปเจอ อะไรของมึ_เนี่ย หลังๆแทบไม่คุย เราเลยถามตรงๆเพราะA เคยพาผช2มาแนะนำให้เรารู้จัก ออลืมบอกไปว่าเรารู้จักผู้ชายของAทุกคน รวมทั้งผช3 ที่จะเล่าต่อไป เพราะเวลาเธอคุยโทรศัพท์เธอบอกผู้ชายว่าอยู่กับเรา ทำให้ผู้ชายก็คือรู้จักเราไปโดยปริยาย A บอกผช2ไม่ใช่สเป็คทั้งที่ตอนแรกคุยกันเยอะมาก ผช2คือหน้าตาไม่ได้ถึงกะขี้เหล่ แต่ไม่หล่อ ตัวสูงๆแต่งตัวก็ประมาณหนุ่มโรงงาน ให้รู้จักผช2โทรมารับบ้างไม่รับบ้าง แต่ว่าไปแล้ว ผช1ก็ไม่หลีอนะ เข้มๆ แต่ก็ถือว่าหน้าตาดีกว่าผช2อยู่พอสมควร แต่Aก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่แสนอ่อนโยนเหมือนเดิม คือลุคแบบนางงามเลยอ่ะ Aเป็นห่วงเรา หวังดีกับเราเหมือนเดิม ตลอดเวลาที่รู้จักมาAยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนสำหรับเรา แต่เรื่องผู้ชายเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่อย่างนั้นต่อไป หลังๆเธอบอกแฟนเก่ามาขอคืนดีซึ่งคือผช3 และเท่าที่คุยAยังรักผช3อยู่เพราะคบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ นับๆแล้วก็ร่วมสิบปีเลย ที่เลิกกันเพราะผช3มีคนใหม่ แรกๆเราก็คิดว่าเค้าคงกลับมาคบกัน แต่Aบอกคงไม่กลับไป แต่ผช3คือแวะมารับAไปทานข้าวบ่อยๆ แต่พอผช3คืนดีกันกับแฟน เค้าก็หายไปจากชีวิตA พอทะเลาะกันก็มาหาAเป็นแบบนี้มาโดยตลอด แต่Aยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลยกัน เราก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เรื่องของเธอนี่ เรากับAสนิทกันมากจนเข้านอกออกในบ้านแต่ละฝ่าย พ่อแม่ เรารักAเหมือนลูก เพราะAน่ารักอัธยาศัยดี ผิดกับเราที่แบบห้าวๆลุยๆแต่เราก็เป็นผู้หญิง100%นะ ส่วนเราก็ไปเที่ยวบ้านพ่อ แม่ Aที่ตจว.บ่อยครั้งจนสนิทสนมกับพีอ แม่Aและท่านก็รักเราเหมือนลูก ฝากของมาให้เราตลอดเพราะAจะกลับบ้านทุกเดือน ที่บ้านAก็ถือว่ามีฐานะดี พ่อแม่มีที่ดินเยอะมาก ทำธุรกิจส่วนตัว คือAสามารถกลับไปอยู่บ้านได้โดยไม่ลำบากแต่Aบอกเราว่ายังไม่อยากกลับ ขออยู่กทม.สักพักก่อน ถ้าเดือนไหนเราว่างก็ถือโอกาสไปเที่ยวบ้านAด้วย ถ้าคนที่ไม่รู้จักเบื้องหลังAเลย ก็จะมองว่าAนี่คือผู้หญิงในฝันที่เหมาะจะเป็นแม่ของลูก ส่วนเราเหรอทุกคนตอนแรกมองว่าแรงเพราะพูดตรงไปตรงมา แต่พอรู้ว่าเราทำงานอะไรก็ยิ่งกลัว จะมีผู้ชายมาจีบบ้างก็พวกที่อยู่สายอาชีพเดียวกัน แต่เราคือยังไม่อยากมีแฟนก็คุยบ้างไม่คุยบ้าง เวลาช่วงไหนงานยุ่งนี่คือไม่รับโทรศัพท์เลย บางคนมองว่าเราเป็นแฟนกับAด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เราคือแต่งหญิงนะ หน้าอกนี่คือเห็นชัดมากเพราะแม่ให้มาเยอะ แต่พอเจอAนี่คือนางงามมาเลย บุคลิก ท่าทาง การแต่งตัว การพูดจา มาครบ และเราสังเกตว่าAไม่ได้แกล้งทำ คือนางเป็นของนางแบบนี้อยู่แล้วตั้งแต่รู้จักกันมา หลังๆมีลูกค้าของA ที่เธอรับทำบัญชีให้ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ทอมบ้างโทรมาขอสานต่อความสัมพันธ์กับA ซึ่งAบอกเราว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ก็นัดเจอ ไปกินข้าว และคุยด้วยตลอด เราก็ไม่สนใจเพราะเรื่องส่วนตัวของเธอ
แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องมาตั้งกระทู้นี้คือเมื่อ2ปีที่ผ่านมา พี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเรา มาขอให้เราเข้าไปช่วยดูและเป็นที่ปรึกษาให้เค้ากับเพื่อน ซึ่งกำลังจะเปิดบริษัทนำสินค้าที่มีลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทย ง่ายๆคือเป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ เราก็ตอบตกลงก็เข้าไปช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการจองชื่อจนกระทั่งจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จ ติดต่อบริษัทแม่ที่ต่างประเทศนี่คือพี่ชายกับเพื่อนสมมุติชื่อพี่Bแล้วกันนะคะ เรากับพี่Bก็คือถือว่าสนิทกันค่ะนับถือกันเป็นพี่น้อง เพราะเราเคยเจอพี่Bที่บ้านพี่ชายบ่อยๆเวลาเราแวะไปบ้านป้า พี่B คือหุ่นไม่ดี หน้าตาไม่ดี แต่มีดีตรงที่ทำงานเก่ง และเฮฮาสนุกสนาน คือเป็นตัวโจ๊กของเพื่อนๆเลยก็ว่าได้ มีมุขฮาๆ ทะลึ่งๆมาให้ขำตลอดและเข้าขากับเรามากเพราะเราก็นิสัยประมาณนั้น 555พี่B มีแฟนแล้วชื่อน้องC คบกันมาประมาณ2ปี ได้ข่าวว่ากำลังจะแต่งงานกัน ลืมบอกไปว่าพี่ชายเรากับพี่Bนี่คืออายุเยอะกว่าเรา3ปี ซึ่งก็หมายความว่าอ่อนกว่าA 2ปี ส่วนน้องC อายุแค่20 ต้นๆ เรียนจบแล้ว เจอกันกับพี่Bที่ผับ แล้วคบกัน เรากับน้องCก็สนิทสนมกันเป็นอย่างดี น้องก็นับถือเราเป็นพี่ เรียกเราว่าเจ้ๆเจอก็ยกมือไหว้ตลอด น้องBก็ถือว่าเป็นเด็กน่ารักคนหนึ่ง ยกเว้นนิสัยที่พออยู่ด้วยกันกับพี่Bคือชอบจิก ด่า โวยวาย ใช้อารมณ์ ตบหัว เรียก กู ซึ่งรวมทั้งทำทุกอย่างที่เป็นการไม่ให้เกียรติพี่Bต่อหน้าคนอื่นทั้งๆที่พี่Bแก่กว่าน้องC นับๆดูก็10กว่าปีเลยนะ ซึ่งเราก็คิดว่าพี่Bคงรักน้องCมาก ถึงยอมขนาดนี้ แต่ก็เคยพูดๆกับคนอื่นรวมทั้งพูดกับน้องBเองเพื่อเตือนว่า ไม่ควรทำนิสัยแบบนี้ เลิกได้ก็เลิก ถ้ายังไม่ได้ก็ลดๆลง เพราะไม่มีใครชอบคนนิสัยแบบนี้หรือทนอยู่กับคนแบบนี้ได้นานๆหรอก ขนาดเราเป็นคนอื่นที่นานๆเจอทีเรายังรำคาญ แล้วนี่พี่Bเจอทุกวันๆละหลายครั้ง เป็นเราไม่ทนจนถึงป่านนี้หรอก น้องCก็บอกจะปรับปรุง แต่พอเจอหน้าพี่Bก็เหมือนเดิม เดี๋ยวรักเดี๋ยวหาเรื่องทะเลาะ แต่เราดูออกว่าน้องCก็รักพี่Bมากเหมือนกัน เราก็เลยถือว่าเราได้เตือนแล้วและคิดว่าน้องยังเด็ก เดี๋ยวมีวุฒิภาวะมากกว่านี้คงดีขึ้น ส่วนพี่ชายเราเหรอนิสัยก็คล้ายๆพี่Bนั่นแหละ และมีแฟนแล้วเหมือนกันคือพี่D ซึ่งพี่Dอายุเท่ากับA นิสัยก็คล้ายๆเราคือตรงๆ ก็สนิทกับเรามากเหมือนกัน
พอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและติดต่อประสานงานทุกอย่างจนใกล้เสร็จแล้ว พวกพี่ๆเราก็ได้ไปชักชวนน้องๆที่รู้
ฉันกำลังหักหลังเพื่อนรักหรือไม่ ตัวตนจริงๆของเธอเป็นยังไง ตอนนี้สับสนมาก อยากขอความเห็นจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในพันทิป
ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราเรียนจบทางด้านกฎหมาย ทำอาชีพอิสระคือเป็นทนายความและเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับบริษัททั่วไป อายุสามสิบนิดๆ โสด (เคยมีแฟนค่ะแต่เลิกไปแล้ว)นิสัยก็เป็นคนตรงๆ เปิดเผย ใจร้อน มุทะลุบ้างในบางครั้ง คือไม่ใช่กุลสตรีเลยค่ะ ชอบลุยๆ แต่อาจจะด้วยอาชีพที่ทำอยู่มันทำให้เรารักความถูกต้อง มีเหตุผลเสมอ หน้าตาก็จัดว่าดีในระดับหนึ่งค่ะ เราเป็นคนง่ายๆไม่ค่อยชอบแต่งตัว คือจะแต่งตัวเฉพาะเวลาที่ต้องไปว่าความ มีประชุมหรือมีงานสำคัญๆเท่านั้นค่ะ นอกนั้นคือเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ บางทีก็ลากแตะเลยค่ะแต่ของทุกอย่างที่เราใช้ส่วนมากคือของมียี่ห้อ ไม่ได้บ้าแบรนด์เนมนะคะแต่ชอบของดีมีคุณภาพ ไม่ชอบซื้อของบ่อยๆเพราะด้วยงานบางทีมันทำให้ไม่มีเวลามาเดินช็อปปิ้ง นานๆจะซื้อของทีหนึ่ง ไม่ค่อยชอบเดินช็อปคือถ้าจะเข้าห้างต้องมีเป้าหมายเลยว่าจะซื้ออะไรบ้าง และพอไปถึงนี่คือเดินตรงไปยังร้านที่เราจะมาซื้อของ ได้ของครบก็กลับ จะไม่มาเดินดูว่าร้านนี้สวย ร้านนี้ลดราคา คือไม่ค่อยชอบแบบนี้
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้มาเจอเพื่อนรักคนนี้ต้องย้อนไปเมื่อ5ปีที่แล้ว คือลูกความที่เราเคยรับว่าความให้ เค้าต้องการปิดบริษัทเนื่องจากประสบภาวะขาดทุน ซึ่งตามปกติแล้วเราจะใช้บริการสำนักงานบัญชีที่รู้จักให้มาชำระบัญชีให้ แต่คราวนี้สำนักงานบัญชีนั้นงานเยอะ คือไม่ว่างมาทำให้ในช่วงนั้น และลูกความเราก็เร่งที่จะปิดบริษัทให้เร็วที่สุด เราก็เลยไปติดต่อสำนักงานของA (ซึ่งต่อมาก็คือเพื่อนรักของเราค่ะ) หลังจากคุยกันถึงรายละเอียดของงาน ระยะเวลาดำเนินการต่างๆและตกลงราคาจนกระทั่งทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ยังคุยกับA ต่อเนื่องจากเวลามีงานฉุกเฉินแบบนี้เราก็มักจะให้Aไปทำงานให้ ตอนแรกที่เจอกัน เราประเมินว่าAน่าจะอายุเท่าๆกันกับเรา ตอนแรกก็เรียกคุณ ต่อมาเค้าตัวเอง พอสนิทมากๆก็ภาษาพ่อขุนเลยค่ะ แต่ต่อมาพอรู้อายุแล้วปรากฏว่าAแก่กว่าเราหลายปี แต่Aก็บอกไม่เป็นไรเป็นเพื่อนกัน และอยากดูเด็ก ตอนแรกที่คุยกันถึงเรื่องส่วนตัวAบอกว่าเธอโสด เลิกกับแฟนมาหลายปี ตอนนี้ไม่มีใคร แต่เราก็รู้สึกได้ว่าเธอเหมือนพูดไม่หมด แบบพยายามจะปิดบังเรื่องส่วนตัวในส่วนนี้ไว้ ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดจะถามหรือสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว มันคือเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แต่เรานี่คือมีไรก็เล่าหมดเนื่องจากเราเป็นคนเปิดเผยและคิดว่าเป็นเพื่อนกันไม่เห็นมีไรต้องปิด และด้วยความที่โสด ชอบอะไรคล้ายๆกันและทำอาชีพอิสระด้วยกันทั้งคู่ทำให้เรามีเวลาว่างตรงกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย จนหลังๆนี่คือตัวติดกันตลอด แต่เราไม่เคยไปนอนบ้านAนะ Aเป็นผู้หญิงที่มีอัธยาศัยดี หน้าตาก็ถือว่าดี พูดจาดีตลอดคือนานๆทีAจะหลุดพูดคำหยาบออกมาสักคำ A แต่งตัวดีตลอดเวลา เปิดนั่นนิดนี่หน่อยแต่ไม่โป๊ อ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบช่วยเหลือคนอื่น คือถ้าเราเป็นผู้ชายเราคงชอบAไปแล้วมั้ง 555 เราชอบแซวAตลอดว่าเป็นแม่พระ แต่ข้อเสียของAคือการไม่กล้าตัดสินใจ ไม่ค่อยชอบเผชิญหน้ากับปัญหา เป็นคนช้าๆสโลๆ ซึ่งตรงข้ามกับเรามากในส่วนนี้ คือเราชอบทำทุกอย่างให้เร็ว จนติดเป็นนิสัย เช่น เวลาไปกินข้าวเราสั่งเสร็จ คือต้องรอAตัดสินใจอีก10นาที แต่เราก็แบบถ้าไม่รีบก็ไม่เป็นไร แค่นี้เอง พอรู้ดังนั้น ตอนหลังนี่เราจะบอกAก่อนว่ามีเวลาแค่ไหน ต้องไปไหนต่อ คือAจะได้คิดว่าเค้ามีเวลาพอไหม เราอยากให้Aรู้จักวางแผนให้มากกว่านี้ เพราะบางทีไปไหน ทำอะไร คือไม่เผื่อเวลา สุดท้ายคือไปไม่ทัน เสียเวลาต้องไปติดต่อในวันอื่น ซึ่งเรานี่คือ ไม่ใช่แบบนั้น เพราะถ้าเราไปไม่ทันนี่คือจบ เสียหายมาก ยิ่งในทางคดีนี่หนักเลยเพราะตอนเป็นทนายใหม่ๆเราเคยไปศาลไม่ทันในนัดไกล่เกลี่ย ศาลยกฟ้องคดีเรา จะอุทธรณ์คู่ความอีกฝ่ายก็คงคัดค้าน เสียเวลาและที่สำคัญคือเป็นความผิดของเรา สุดท้ายคดีนั้นต้องฟ้องใหม่และเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมศาลแทนลูกความก็เฉียดๆแสน เรานี่จำจนตาย หลังจากที่สนิทกันมาได้สักพักก็มีเหตุให้เราต้องไปนอนที่บ้านA เพราะเราต้องพาAไปธุระที่ต่างจังหวัด เราก็ด้วยความที่Aบอกว่าโสดอยู่บ้านคนเดียว และบ้านAกับบ้านเราอยู่ไกลกันพอสมควร และถ้าAมารับเราที่บ้านนี่คือเสียเวลามาก และที่สำคัญบ้านAนี่คือทางออกไปจังหวัดที่พวกเราจะไปธุระพอดี เราก็เลยแบบเอองั้นเราไปนอนบ้านAนะ Aก็ชะงักนิดนึงแล้วบอกเราว่าได้สิ ซึ่งหลังจากที่สนิทกันแล้วAก็เล่าว่าเธอมีคนที่คุยด้วยอยู่คนนึง เรียกแทนว่าผช1นะคะ Aบอกเราว่าแค่คุยๆกันไม่ได้ชอบ คือยังไม่ใช่สำหรับเธอ แล้วเธอก็ขับรถมารับเราที่บ้านในตอนบ่ายๆ ระหว่างทางเธอก็โทรหาผช1 แล้วบอกประมาณว่า เราจะไปนอนบ้านเธอวันนี้ ซึ่งเราได้ยินเสียงจากปลายสายที่Aคุยด้วยประมาณว่าแล้วให้เราไปนอนไหน หือออ ไหนบอกแค่คุยๆ ตอนนั้นเราก็สนิทกับAมากพอสมควรแล้ว เราก็แบบเฮ้ยเราไม่รู้ว่าผช1อยู่กับเธอ งั้นเราขอกลับไปนอนบ้านนะ เธอรีบบอกว่าไม่เป็นไรและบอกว่าผช1มีบ้านอยู่ใกล้ๆบ้านเธอ และเธอยอมรับว่าผช1ก็ไปๆมาๆ ระหว่างบ้านตัวเองกับบ้านเธอแต่ไม่ได้มาอยู่ถาวร คือคบกันแบบไม่มีสถานะ แต่ให้มานอนที่บ้าน งง ซึ่งเราก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของA แต่หลังๆนี่คือเรารู้มาอีกว่าผช1ให้Aเป็นคนถือบัตรเดบิตที่บริษัทที่ผช1ทำงานได้โอนเงินเดือนเข้าให้ เราก็แบบ หือ ตกลงคบกันแบบไหนวะเนี่ย เราก็ได้แต่สงสัยแต่ไม่ถาม Aละ เรื่องของเค้า หลังๆAคุยโทรศัพท์ตลอด บอกว่าเพื่อนรักสมัยเรียนมหา'ลัย แนะนำผู้ชายให้รู้จัก ทำงานที่เดียวกับเพื่อนที่ตจว. คุยกันกระหนุงกระหนิงมาได้สักระยะ ขอเรียกอีกคนว่าผช2 นะคะ ผช2นี่ก็ขอขึ้นมาหาAที่กรุงเทพ ซึ่งเค้าก็นัดเจอ ไปเที่ยวกัน แล้วคืนแรกคือAพา ผช2ไปเปิดโรงแรมนอนแถวๆบ้านA หลังจากนั้นผช2ก็แวะเวียนมาหาA ตลอด และไปเปิดโรงแรมนอนค้างด้วยกัน ไปเที่ยวตจว.กัน ซึ่งเราก็ไม่ถามแต่Aก็ชิงพูดก่อนว่า นอนด้วยเฉยๆไม่มีอะไรกัน ตอนนั้นเรายังแซวAอยู่เลยว่า มีหรือไม่มีก็เรื่องของมึ_สิ บอกกูทำไมเนี่ย Aก็หัวเราะขำๆกันไป แต่หลังๆนี่Aพาผช2ไปนอนบ้านเลยจ้า เราก็แบบสงสัยก็ถามว่าแล้ว ผช1ล่ะ Aบอกเราว่า ก็บอกแล้วมันมาบ้างเป็นครั้งคราว ไม่ได้อยู่ถาวร Aบอกผช1ว่ามีญาติจากตจว.มาพักที่บ้าน เราก็ได้แต่เตือนๆAไปว่า ถ้าคบเล่นๆไม่คิดจริงจังคือเธออย่าพาใครมานอนบ้านหรือเข้ามาบ้าน เพราะคนที่เสียหายคือA แล้วถ้าถึงเวลาAเกิดเจอคนที่คิดจะจริงจังด้วย แล้วถ้าผช.พวกนี้ไม่ยอมเลิกมันจะเป็นปัญหาภายหลัง ยิ่งตัวเองเป็นผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวยิ่งอันตราย Aก็แบบเออๆรู้แล้วๆและเปลี่ยนเรื่องคุย เราก็จบถือว่าได้เตือนละ แต่Aบอกเราว่าตั้งแต่เจอผช2ครั้งแรก แล้วมีความรู้สึกไม่อยากคุย ไม่อยากเจออีก แต่พอเค้าขึ้นมาหาก็ไปเจอ อะไรของมึ_เนี่ย หลังๆแทบไม่คุย เราเลยถามตรงๆเพราะA เคยพาผช2มาแนะนำให้เรารู้จัก ออลืมบอกไปว่าเรารู้จักผู้ชายของAทุกคน รวมทั้งผช3 ที่จะเล่าต่อไป เพราะเวลาเธอคุยโทรศัพท์เธอบอกผู้ชายว่าอยู่กับเรา ทำให้ผู้ชายก็คือรู้จักเราไปโดยปริยาย A บอกผช2ไม่ใช่สเป็คทั้งที่ตอนแรกคุยกันเยอะมาก ผช2คือหน้าตาไม่ได้ถึงกะขี้เหล่ แต่ไม่หล่อ ตัวสูงๆแต่งตัวก็ประมาณหนุ่มโรงงาน ให้รู้จักผช2โทรมารับบ้างไม่รับบ้าง แต่ว่าไปแล้ว ผช1ก็ไม่หลีอนะ เข้มๆ แต่ก็ถือว่าหน้าตาดีกว่าผช2อยู่พอสมควร แต่Aก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่แสนอ่อนโยนเหมือนเดิม คือลุคแบบนางงามเลยอ่ะ Aเป็นห่วงเรา หวังดีกับเราเหมือนเดิม ตลอดเวลาที่รู้จักมาAยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนสำหรับเรา แต่เรื่องผู้ชายเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่อย่างนั้นต่อไป หลังๆเธอบอกแฟนเก่ามาขอคืนดีซึ่งคือผช3 และเท่าที่คุยAยังรักผช3อยู่เพราะคบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียนจบใหม่ๆ นับๆแล้วก็ร่วมสิบปีเลย ที่เลิกกันเพราะผช3มีคนใหม่ แรกๆเราก็คิดว่าเค้าคงกลับมาคบกัน แต่Aบอกคงไม่กลับไป แต่ผช3คือแวะมารับAไปทานข้าวบ่อยๆ แต่พอผช3คืนดีกันกับแฟน เค้าก็หายไปจากชีวิตA พอทะเลาะกันก็มาหาAเป็นแบบนี้มาโดยตลอด แต่Aยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลยกัน เราก็ไม่สนใจอยู่แล้ว เรื่องของเธอนี่ เรากับAสนิทกันมากจนเข้านอกออกในบ้านแต่ละฝ่าย พ่อแม่ เรารักAเหมือนลูก เพราะAน่ารักอัธยาศัยดี ผิดกับเราที่แบบห้าวๆลุยๆแต่เราก็เป็นผู้หญิง100%นะ ส่วนเราก็ไปเที่ยวบ้านพ่อ แม่ Aที่ตจว.บ่อยครั้งจนสนิทสนมกับพีอ แม่Aและท่านก็รักเราเหมือนลูก ฝากของมาให้เราตลอดเพราะAจะกลับบ้านทุกเดือน ที่บ้านAก็ถือว่ามีฐานะดี พ่อแม่มีที่ดินเยอะมาก ทำธุรกิจส่วนตัว คือAสามารถกลับไปอยู่บ้านได้โดยไม่ลำบากแต่Aบอกเราว่ายังไม่อยากกลับ ขออยู่กทม.สักพักก่อน ถ้าเดือนไหนเราว่างก็ถือโอกาสไปเที่ยวบ้านAด้วย ถ้าคนที่ไม่รู้จักเบื้องหลังAเลย ก็จะมองว่าAนี่คือผู้หญิงในฝันที่เหมาะจะเป็นแม่ของลูก ส่วนเราเหรอทุกคนตอนแรกมองว่าแรงเพราะพูดตรงไปตรงมา แต่พอรู้ว่าเราทำงานอะไรก็ยิ่งกลัว จะมีผู้ชายมาจีบบ้างก็พวกที่อยู่สายอาชีพเดียวกัน แต่เราคือยังไม่อยากมีแฟนก็คุยบ้างไม่คุยบ้าง เวลาช่วงไหนงานยุ่งนี่คือไม่รับโทรศัพท์เลย บางคนมองว่าเราเป็นแฟนกับAด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เราคือแต่งหญิงนะ หน้าอกนี่คือเห็นชัดมากเพราะแม่ให้มาเยอะ แต่พอเจอAนี่คือนางงามมาเลย บุคลิก ท่าทาง การแต่งตัว การพูดจา มาครบ และเราสังเกตว่าAไม่ได้แกล้งทำ คือนางเป็นของนางแบบนี้อยู่แล้วตั้งแต่รู้จักกันมา หลังๆมีลูกค้าของA ที่เธอรับทำบัญชีให้ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ทอมบ้างโทรมาขอสานต่อความสัมพันธ์กับA ซึ่งAบอกเราว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ก็นัดเจอ ไปกินข้าว และคุยด้วยตลอด เราก็ไม่สนใจเพราะเรื่องส่วนตัวของเธอ
แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องมาตั้งกระทู้นี้คือเมื่อ2ปีที่ผ่านมา พี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเรา มาขอให้เราเข้าไปช่วยดูและเป็นที่ปรึกษาให้เค้ากับเพื่อน ซึ่งกำลังจะเปิดบริษัทนำสินค้าที่มีลิขสิทธิ์จากต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทย ง่ายๆคือเป็นตัวแทนจำหน่ายค่ะ เราก็ตอบตกลงก็เข้าไปช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการจองชื่อจนกระทั่งจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จ ติดต่อบริษัทแม่ที่ต่างประเทศนี่คือพี่ชายกับเพื่อนสมมุติชื่อพี่Bแล้วกันนะคะ เรากับพี่Bก็คือถือว่าสนิทกันค่ะนับถือกันเป็นพี่น้อง เพราะเราเคยเจอพี่Bที่บ้านพี่ชายบ่อยๆเวลาเราแวะไปบ้านป้า พี่B คือหุ่นไม่ดี หน้าตาไม่ดี แต่มีดีตรงที่ทำงานเก่ง และเฮฮาสนุกสนาน คือเป็นตัวโจ๊กของเพื่อนๆเลยก็ว่าได้ มีมุขฮาๆ ทะลึ่งๆมาให้ขำตลอดและเข้าขากับเรามากเพราะเราก็นิสัยประมาณนั้น 555พี่B มีแฟนแล้วชื่อน้องC คบกันมาประมาณ2ปี ได้ข่าวว่ากำลังจะแต่งงานกัน ลืมบอกไปว่าพี่ชายเรากับพี่Bนี่คืออายุเยอะกว่าเรา3ปี ซึ่งก็หมายความว่าอ่อนกว่าA 2ปี ส่วนน้องC อายุแค่20 ต้นๆ เรียนจบแล้ว เจอกันกับพี่Bที่ผับ แล้วคบกัน เรากับน้องCก็สนิทสนมกันเป็นอย่างดี น้องก็นับถือเราเป็นพี่ เรียกเราว่าเจ้ๆเจอก็ยกมือไหว้ตลอด น้องBก็ถือว่าเป็นเด็กน่ารักคนหนึ่ง ยกเว้นนิสัยที่พออยู่ด้วยกันกับพี่Bคือชอบจิก ด่า โวยวาย ใช้อารมณ์ ตบหัว เรียก กู ซึ่งรวมทั้งทำทุกอย่างที่เป็นการไม่ให้เกียรติพี่Bต่อหน้าคนอื่นทั้งๆที่พี่Bแก่กว่าน้องC นับๆดูก็10กว่าปีเลยนะ ซึ่งเราก็คิดว่าพี่Bคงรักน้องCมาก ถึงยอมขนาดนี้ แต่ก็เคยพูดๆกับคนอื่นรวมทั้งพูดกับน้องBเองเพื่อเตือนว่า ไม่ควรทำนิสัยแบบนี้ เลิกได้ก็เลิก ถ้ายังไม่ได้ก็ลดๆลง เพราะไม่มีใครชอบคนนิสัยแบบนี้หรือทนอยู่กับคนแบบนี้ได้นานๆหรอก ขนาดเราเป็นคนอื่นที่นานๆเจอทีเรายังรำคาญ แล้วนี่พี่Bเจอทุกวันๆละหลายครั้ง เป็นเราไม่ทนจนถึงป่านนี้หรอก น้องCก็บอกจะปรับปรุง แต่พอเจอหน้าพี่Bก็เหมือนเดิม เดี๋ยวรักเดี๋ยวหาเรื่องทะเลาะ แต่เราดูออกว่าน้องCก็รักพี่Bมากเหมือนกัน เราก็เลยถือว่าเราได้เตือนแล้วและคิดว่าน้องยังเด็ก เดี๋ยวมีวุฒิภาวะมากกว่านี้คงดีขึ้น ส่วนพี่ชายเราเหรอนิสัยก็คล้ายๆพี่Bนั่นแหละ และมีแฟนแล้วเหมือนกันคือพี่D ซึ่งพี่Dอายุเท่ากับA นิสัยก็คล้ายๆเราคือตรงๆ ก็สนิทกับเรามากเหมือนกัน
พอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและติดต่อประสานงานทุกอย่างจนใกล้เสร็จแล้ว พวกพี่ๆเราก็ได้ไปชักชวนน้องๆที่รู้