สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 11
" The Greatest Show on Turf "

คือ ฉายาที่ไม่ได้มาเพราะโชตช่วย ของทีม ST.Louis Rams
ชุดทีมบุกระเบิดระเบ้อ ถล่มทลายสถิติ ติดอยู่ในชุดทีมบุกที่ดีที่สุดตลอดกาลทีมหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกันฟุตบอลอาชีพ
ทีมที่ได้รับการปลุกปั้นขึ้นมาจากมันสมองของยอดโค้ช ดิ๊ก เวอร์มีล และ อัฉริยะเกมบุกอย่าง ไมค์ มาร์ช

นำทัพมาโดยควอเตอร์แบ็คโนเนมที่มีที่มาจากพนักงานซุปเปอร์มาร์เก็ตนาม เคิร์ท วอร์นเนอร์
ผสานเข้ากับ รันนิ่งแบ็คสารพัดประโยชน์ที่เก่งทั้งเกมการวิ่ง และ แข็งแกร่งในการทำระยะจากการรับลูกอย่าง มาร์แชล ฟอล์ค
บวกด้วยกลุ่มปีกอย่าง... ไอแซ็ค บรู๊ซ - ธอร์รี่ โฮลท์ - อาซ ซาเฮียร์ ฮาคีม - ริ๊คกี้ โพลห์ - เออร์นี่ คอนเวลล์ - โรแลนด์ วิลเลี่ยม
Rams ชุดนั้น เน้นเกมการบุกโดยการขว้างที่เฉียบคมไปยังตำแหน่งที่ปีก และ ควอเตอร์แบ็ค ซักซ้อมกันไว้อย่างลงตัว
และเน้นความรวดเร็วคล่องแคล่วของปีกในการสร้างระยะต่อจากจุดที่รับบอลได้ แถมยังมีการขว้างลึกที่สุดอันตรายเป็นทีเด็ด

และยังมีทีเด็ดจากการขว้างสั้นไปยังตัวออปชั่นอย่าง มาร์แชล ฟอล์ค ที่อันตรายในเรื่องของการรับบอลและสร้างระยะเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่ทรงประสิทธิภาพของ ฟอล์ค ทำให้เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีคในช่วงปี 1999 - 2001

ส่วน เคิร์ท วอร์นเนอร์ ควอเตอร์แบ็คของทีม มีจุดเด่นในการขว้างบอลที่เฉียบคมทั้งระยะใกล้และไกล
เขายังได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีค ( MVP ) ถึง 2 หน และได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมซุปเปอร์โบลว์ 34 อีกด้วย

ทีมบุก Rams ยุคนั้น ระเบิดการทำลายล้างทุกรูปแบบจนสร้างความยำเกรงไปทั่วทั้งลีค
เป็นทีมบุกทีมแรกและทีมเดียวในประวัติศาสตร์ลีคที่ทำคะแนนเกินกว่า 500 คะแนนต่อ 1 ฤดูกาลได้ 3 ปีติดต่อกัน
จุดด้อยของ Rams ในยุคนั้นก็คือ การที่ทีมบุกสามารถทำคะแนนอย่างรวดเร็วจากการบุกเพียงไม่กี่ครั้ง
ทำให้ทีมรับต้องเหนื่อยในการกลับมาลงสนามในเวลาไม่นานนัก
ผลงานการป้องกันของทีมรับจึงดูเหมือนกับว่าจะมีฝีมือที่อ่อนด้อยกว่าทีมบุก
ทั้งๆที่จริงๆแล้วทีมรับของ Rams ในชุดนั้นล้วนอุดมไปด้วยสุดยอดผู้เล่น

ชื่ออย่าง เควิน คาร์เตอร์ - ดิมาร์โก ฟาร์ - แกรนท์ วิสตรอม - ลอนดอน เฟลทเช่อร์ - ไมค์ โจนส์ - ทอดด์ คอลลิ่น - ทอดด์ ไลท์ - คีท ไลน์
นามทั้งหมดที่ว่ามา ล้วนแล้วแต่เป็นสุดยอดฝีมือของลีคในแต่ล่ะตำแหน่งของตน
จริงๆแล้วถ้าดูจากความยอดเยี่ยมของ Rams ในยุคนั้น
มันน่าจะได้รับความสำเร็จกลับมามากกว่า แชมป์ซุปเปอร์โบลว์ 34 ที่ได้มาเพียงหนเดียว
แต่จากอาการบาดเจ็บนิ้วมือเรื้อรังของ เคิร์ท วอร์นเนอร์
และโชคชะตาในปี 2001 ที่ Rams ชุดที่มีความลงตัวในรูปแบบของแผนการเล่นที่มีมากกว่าชุดปี 1999 เสียอีก
ดันไปพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับทีม New England Patriots ไปอย่างล็อคถล่มในซุปเปอร์โบลว์ 36

ทำให้ Rams หลังจากนั้น ไม่เคยทำผลงานเฉียดใกล้กับความสำเร็จอีกเลย
อย่างไรก็ตาม " The Greatest Show on Turf 1999 - 2001 "
ยังคงเป็นความสวยงามของวันวาน ที่ยังคงกระจ่างชัดอยู่ในความทรงจำของแฟนทีม Rams ทุกคน
มันช่วยหล่อเลี้ยงให้พวกเขาเหล่านั้น ยังมีความหวังกับทีมอยู่เสมอมา แม้จะประสบกับความล้มเหลวมาปีแล้วปีเล่าจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม....

> Shine on you crazy diamond <

คือ ฉายาที่ไม่ได้มาเพราะโชตช่วย ของทีม ST.Louis Rams
ชุดทีมบุกระเบิดระเบ้อ ถล่มทลายสถิติ ติดอยู่ในชุดทีมบุกที่ดีที่สุดตลอดกาลทีมหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกันฟุตบอลอาชีพ
ทีมที่ได้รับการปลุกปั้นขึ้นมาจากมันสมองของยอดโค้ช ดิ๊ก เวอร์มีล และ อัฉริยะเกมบุกอย่าง ไมค์ มาร์ช

นำทัพมาโดยควอเตอร์แบ็คโนเนมที่มีที่มาจากพนักงานซุปเปอร์มาร์เก็ตนาม เคิร์ท วอร์นเนอร์
ผสานเข้ากับ รันนิ่งแบ็คสารพัดประโยชน์ที่เก่งทั้งเกมการวิ่ง และ แข็งแกร่งในการทำระยะจากการรับลูกอย่าง มาร์แชล ฟอล์ค
บวกด้วยกลุ่มปีกอย่าง... ไอแซ็ค บรู๊ซ - ธอร์รี่ โฮลท์ - อาซ ซาเฮียร์ ฮาคีม - ริ๊คกี้ โพลห์ - เออร์นี่ คอนเวลล์ - โรแลนด์ วิลเลี่ยม
Rams ชุดนั้น เน้นเกมการบุกโดยการขว้างที่เฉียบคมไปยังตำแหน่งที่ปีก และ ควอเตอร์แบ็ค ซักซ้อมกันไว้อย่างลงตัว
และเน้นความรวดเร็วคล่องแคล่วของปีกในการสร้างระยะต่อจากจุดที่รับบอลได้ แถมยังมีการขว้างลึกที่สุดอันตรายเป็นทีเด็ด

และยังมีทีเด็ดจากการขว้างสั้นไปยังตัวออปชั่นอย่าง มาร์แชล ฟอล์ค ที่อันตรายในเรื่องของการรับบอลและสร้างระยะเพิ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่ทรงประสิทธิภาพของ ฟอล์ค ทำให้เขาได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีคในช่วงปี 1999 - 2001

ส่วน เคิร์ท วอร์นเนอร์ ควอเตอร์แบ็คของทีม มีจุดเด่นในการขว้างบอลที่เฉียบคมทั้งระยะใกล้และไกล
เขายังได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีค ( MVP ) ถึง 2 หน และได้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในเกมซุปเปอร์โบลว์ 34 อีกด้วย

ทีมบุก Rams ยุคนั้น ระเบิดการทำลายล้างทุกรูปแบบจนสร้างความยำเกรงไปทั่วทั้งลีค
เป็นทีมบุกทีมแรกและทีมเดียวในประวัติศาสตร์ลีคที่ทำคะแนนเกินกว่า 500 คะแนนต่อ 1 ฤดูกาลได้ 3 ปีติดต่อกัน
จุดด้อยของ Rams ในยุคนั้นก็คือ การที่ทีมบุกสามารถทำคะแนนอย่างรวดเร็วจากการบุกเพียงไม่กี่ครั้ง
ทำให้ทีมรับต้องเหนื่อยในการกลับมาลงสนามในเวลาไม่นานนัก
ผลงานการป้องกันของทีมรับจึงดูเหมือนกับว่าจะมีฝีมือที่อ่อนด้อยกว่าทีมบุก
ทั้งๆที่จริงๆแล้วทีมรับของ Rams ในชุดนั้นล้วนอุดมไปด้วยสุดยอดผู้เล่น

ชื่ออย่าง เควิน คาร์เตอร์ - ดิมาร์โก ฟาร์ - แกรนท์ วิสตรอม - ลอนดอน เฟลทเช่อร์ - ไมค์ โจนส์ - ทอดด์ คอลลิ่น - ทอดด์ ไลท์ - คีท ไลน์
นามทั้งหมดที่ว่ามา ล้วนแล้วแต่เป็นสุดยอดฝีมือของลีคในแต่ล่ะตำแหน่งของตน
จริงๆแล้วถ้าดูจากความยอดเยี่ยมของ Rams ในยุคนั้น
มันน่าจะได้รับความสำเร็จกลับมามากกว่า แชมป์ซุปเปอร์โบลว์ 34 ที่ได้มาเพียงหนเดียว
แต่จากอาการบาดเจ็บนิ้วมือเรื้อรังของ เคิร์ท วอร์นเนอร์
และโชคชะตาในปี 2001 ที่ Rams ชุดที่มีความลงตัวในรูปแบบของแผนการเล่นที่มีมากกว่าชุดปี 1999 เสียอีก
ดันไปพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับทีม New England Patriots ไปอย่างล็อคถล่มในซุปเปอร์โบลว์ 36

ทำให้ Rams หลังจากนั้น ไม่เคยทำผลงานเฉียดใกล้กับความสำเร็จอีกเลย
อย่างไรก็ตาม " The Greatest Show on Turf 1999 - 2001 "
ยังคงเป็นความสวยงามของวันวาน ที่ยังคงกระจ่างชัดอยู่ในความทรงจำของแฟนทีม Rams ทุกคน
มันช่วยหล่อเลี้ยงให้พวกเขาเหล่านั้น ยังมีความหวังกับทีมอยู่เสมอมา แม้จะประสบกับความล้มเหลวมาปีแล้วปีเล่าจนถึงทุกวันนี้ก็ตาม....

> Shine on you crazy diamond <

ความคิดเห็นที่ 13
เมื่อวานมีเวลาเขียนน้อย เลยไม่ได้เล่าเรื่องราวของ เคิร์ท วอร์นเนอร์ แบบละเอียด
วันนี้พอมีเวลา ก็เลยกลับมาเขียนให้ตามที่ท่าน จขกท อยากทราบนะครับผม....
เคิร์ท วอร์นเนอร์ ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1971 ที่ เมือง เบอริ่งตั้น ไอโอว่า
และเริ่มเล่นฟุตบอลในระดับมัธยมที่ รีจิส ไฮฯ ก่อนที่จะเข้าเรียน และ เล่นฟุตบอลที่มหาวิทยาลัย นอร์ทเทิร์น ไอโอว่า

หลังจากจบมหาวิทยาลัยในปี 1993 วอร์นเนอร์ ไม่โดนคัดเลือกเข้าสู่ลีค NFL
แต่เขาไปร่วมฝึกซ้อมช่วงเทรนนิ่ง แค๊มป์ กับทีม Green Bay Packers ในปี 1994
แต่ก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้นมา วอร์นเนอร์ ก็โดนตัดตัวทิ้งออกจากทีมไป

ทำให้เขาต้องมาทำงานเป็นพนักงานซุปเปอร์มาร์เก๊ตที่บ้านเกิด โดยรับค่าแรง 5 เหรียญต่อชั่วโมง
ในระหว่างนั้น วอร์นเนอร์ ก็ไม่เคยทิ้งโอกาสในการเล่นฟุตบอลที่เขารัก
เมื่อไม่มีทีมใน NFL สนใจ วอร์นเนอร์ ก็ตัดสินใจที่จะเล่นอเมริกันฟุตบอลสนามเล็ก ( อารีน่า ลีค ) กับทีม Iowa Barnstormers ในปี 1995

เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน อารีน่า ลีค วอร์นเนอร์ พาทีม Barnstormers เข้าไปจนถึงเกมชิงแชมป์ในปี 1996 และ 97
ทำให้เขาติดอยู่ใน 20 อันดับผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลของลีคนี้
จากการสร้างชื่อเสียงในอารีน่า ลีค ทำให้ทีมใน NFL อย่าง ST.Louis Rams ให้ความสนใจในตัวเขา
และในปี 1998 ฝันของเขาก็เป็นจริง Rams เซ็นสัญญาให้เขาเป็นผู้เล่นในทีม
แต่ในเวลานั้น วอร์นเนอร์ ไม่มีที่ว่างในรายชื่อผู้เล่นของทีม Rams
Rams ส่งเขาไปสร้างสมประสบการณ์ กับทีม Amsterdam Admirals ในลีค NFL ยุโรป

ซึ่ง วอร์นเนอร์ ก็ทำผลงานได้อย่างดี กับการเล่นในยุโรป
ในปี 1998 - 99 หลังจาก NFL ยุโรปปิดฤดูกาล วอร์นเนอร์ก็กลับมาเป็นควอเตอร์แบ็คมือ 3 ให้กับทีม Rams ต่อไป
จนถึงปี 1999 ดิ๊ก เวอร์มีล หัวหน้าโค๊ชของ Rams ตัดตัว โทนี่ แบ็งค์ และ สตีฟ โบโน่ 2 ควอเตอร์แบ็คออกไปจากทีม
ก่อนที่จะเซ็นสัญญาดึง เทรนท์ กรีน เข้ามาเป็นควอเตอร์แบ็คตัวจริง และ เลื่อน วอร์นเนอร์ ขึ้นมาเป็นควอเตอร์แบ็คมือ 2
และในเกมปรีซีซั่นก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้นมา เทรนท์ กรีน จอมทัพตัวจริงดันดวงแตกเจ็บยาวทั้งฤดูกาล
ในช่วงเวลาฉุกระหุกขนาดนั้น เวอร์มีล ตัดสินใจฝากอนาคตของทีมเอาไว้กับควอเตอร์แบ็คโนเนมอย่าง เคิร์ท วอร์เนอร์
ที่เคยขว้างลูกในระดับ NFL มาเพียง 4 คอมพลีส ทำระยะไปทั้งหมด 39 หลา !!!

ทุกสำนักข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลต่างพากันงงงวยกับการตัดสินใจของ เวอร์มีล ในครั้งนี้
แฟนๆทีม Rams ต่างหมดหวัง ทิ้งฤดูกาล 1999 ไปก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้น
แต่ เคิร์ท วอร์นเนอร์ กลับตอบแทนความไว้วางใจ ที่ เวอร์มีล ให้โอกาสกับเขา โดยการโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
สัปดาห์แล้ว สัปดาห์เล่า วอร์นเนอร์ เป็นจอมทัพพาทีม Rams สร้างความประหลาดใจไปทั่วทั้งลีค
เขาพา Rams จากทีมสุดหมูตู้ของลีค เก็บชัยชนะไปทีล่ะนัด อย่างที่ใครก็ต้องประหลาดใจ

Rams จบฤดูกาลปกติด้วยสถิติ ชนะ 13 แพ้ 3 เป็นแชมป์ NFC และก้าวเข้าไปเป็นแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ XXXIV ได้อย่างหักปากกาเซียนทุกสำนัก
วอร์นเนอร์ เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมในซุปเปอร์โบลว์ครั้งนั้น

และ เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีคในปีนั้นด้วยผลงานสวยหรู ...
ขว้างลูกไป 499 ครั้ง ปีกรับได้ 325 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ .651 ทำระยะไป 4353 หลา 41 ทัชดาวน์ 13 อินเทอร์เซปป์ เรตติ้ง 109.2 !!!

ในปีต่อมา วอร์นเนอร์ เกิดอาการบาดเจ็บจากคอนคัสชั่น ทำให้เล่นไม่เต็มที่ เทรนท์ กรีน ต้องมารับหน้าที่แทนแต่ Rams ก็ไปได้ไม่ไกล
จนในฤดูกาล 2001 วอร์นเนอร์ กลับมามีสุขภาพที่สมบรูณ์พร้อม เขาระเบิดฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่ง และ ยอดเยี่ยม
พาทีม Rams จบฤดูกาลด้วยสถิติ ชนะ 14 แพ้ 2 กลับมาเป็นแชมป์ NFC และเข้าไปเล่นในเกมซุปเปอร์โบลว์ XXXVI ได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่จากการวางแผนได้อย่างเหนือชั้น และ แยบยล ของ บิล บิลิชิค หัวหน้าโค้ชของ New England Patriots ในซุปเปอร์โบลว์
ที่วางหมากมาให้ทีมรับ เล่นเกมหนักใส่ วอร์นเนอร์ , มาร์แชลล์ ฟอล์ค และ พลพรรคปีกของ Rams จนอ่วมอรทัย
จังหวะในการรับบอลที่นัดกะเก็งกันเอาไว้เสียขบวนกันไปหมด
เช่น วอร์นเนอร์ โดนเร่งให้ต้องปล่อยบอลเร็วกว่าปกติ ปีกก็วิ่งไปไม่ถึงตำแหน่งที่นัดกันเอาไว้ หรือ ปีกโดนอัดก่อนที่ลูกจะไปถึง
ทำให้ Rams ต้องพ่ายแพ้อย่างล็อคถล่มให้กับ Patriots ไปในท้ายที่สุด

ช่วงฤดูกาล 2002 - 2003 อาการบาดเจ็บได้กลับมารบกวน วอร์นเนอร์ อีกครั้ง คราวนี้มาทั้ง คอนคัสชั่น และ อาการนิ้วหัวแม่มือร้าว
ทำให้ฟอร์มของ วอร์นเนอร์ ตกลงไปอย่างมากมาย และในที่สุดเขาก็ต้องแยกทางกับทีม Rams ก่อนที่ฤดูกาล 2004 จะเริ่มต้นขึ้น...

วอร์นเนอร์ ต้องระเหเร่ร่รอนไปเป็นจอมทัพพี่เลี้ยงให้กับ อีลาย แมนนิ่ง ที่ New York Giants ในปี 2004
และ เซ็นสัญญากับทีม Arizona Cardinals ในปี 2005 แบบที่บรรดานักข่าวสายกีฬาต่างพากันชี้ว่าเขาควรจะเลิกเล่นได้แล้ว
แต่ วอร์นเนอร์ ก็แสดงให้คนเหล่านั้นได้รับรู้ถึงความยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง
เมื่อเขาโชว์ฟอร์มการเป็นจอมทัพให้กับทีมนกน้อยหัวแดงได้อย่างสุดยอดเยี่ยมในทุกครั้งที่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม

เขาสู้จนสามารถเบียด แม๊ท ไรนาร์ต ว่าที่จอมทัพแห่งอนาคตของ Cards ให้ต้องกลายไปเป็นตัวสำรองแทน
และ วอร์นเนอร์ ก็สร้างปาฎิหาริย์อีกหนในปี 2008 เมื่อเขาเป็นจอมทัพพาทีม Cards เข้าไปเป็นแชมป์ NFC ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม
และ เข้าไปเล่นในเกมซุปเปอร์โบลว์ XLIII ได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่ วอร์นเนอร์ ก็ไม่สามารถเอา ลอมบาร์ดี โทรฟี่ มาฝากแฟนๆทีม Cards ได้ในท้ายที่สุด
เมื่อต้องปราชัยต่อทีม Steelers ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกมไปอย่างน่าเสียดาย
เขากลับมาเล่นให้กับทีม Cards อีกในปี 2009 แต่เขาก็พาทีมไปไกลสุดได้แค่รอบเพลย์ออฟเท่านั้น
ในที่สุด เคิร์ท วอร์นเนอร์ ก็ประกาศยุติชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไปในเดือน มกราคม ปี 2010

ชีวิตของเขากลายมาเป็นกำลังใจให้กับเหล่าผู้ที่หมดหวัง ท้อถอยต่ออุปสรรค
เพราะตลอดชีวิตของเขา มันไม่ได้โรยเอาไว้ด้วยกลีบกุหลาบเลย
เขาต้องสร้างมันขึ้นมาด้วย....หัวใจ สองมือ ความทุ่มเท และ ความเชื่อมั่น อย่างแท้จริง
นี่ล่ะครับ ชีวิตของลูกผู้ชายหัวใจไม่เคยยอมแพ้ที่ชื่อว่า....
" เคิร์ท วอร์นเนอร์ "
[ A Football Life : Kurt Warner ] *** ถ้าเล่นไฟล์วิดิโอไม่ได้จากหน้านี้ โปรดกดลิงก์ตรงไปดูใน Youtube ได้เลยนะครับผม

> Shine on you crazy diamond <
วันนี้พอมีเวลา ก็เลยกลับมาเขียนให้ตามที่ท่าน จขกท อยากทราบนะครับผม....
เคิร์ท วอร์นเนอร์ ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1971 ที่ เมือง เบอริ่งตั้น ไอโอว่า
และเริ่มเล่นฟุตบอลในระดับมัธยมที่ รีจิส ไฮฯ ก่อนที่จะเข้าเรียน และ เล่นฟุตบอลที่มหาวิทยาลัย นอร์ทเทิร์น ไอโอว่า

หลังจากจบมหาวิทยาลัยในปี 1993 วอร์นเนอร์ ไม่โดนคัดเลือกเข้าสู่ลีค NFL
แต่เขาไปร่วมฝึกซ้อมช่วงเทรนนิ่ง แค๊มป์ กับทีม Green Bay Packers ในปี 1994
แต่ก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้นมา วอร์นเนอร์ ก็โดนตัดตัวทิ้งออกจากทีมไป

ทำให้เขาต้องมาทำงานเป็นพนักงานซุปเปอร์มาร์เก๊ตที่บ้านเกิด โดยรับค่าแรง 5 เหรียญต่อชั่วโมง
ในระหว่างนั้น วอร์นเนอร์ ก็ไม่เคยทิ้งโอกาสในการเล่นฟุตบอลที่เขารัก
เมื่อไม่มีทีมใน NFL สนใจ วอร์นเนอร์ ก็ตัดสินใจที่จะเล่นอเมริกันฟุตบอลสนามเล็ก ( อารีน่า ลีค ) กับทีม Iowa Barnstormers ในปี 1995

เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมใน อารีน่า ลีค วอร์นเนอร์ พาทีม Barnstormers เข้าไปจนถึงเกมชิงแชมป์ในปี 1996 และ 97
ทำให้เขาติดอยู่ใน 20 อันดับผู้เล่นยอดเยี่ยมตลอดกาลของลีคนี้
จากการสร้างชื่อเสียงในอารีน่า ลีค ทำให้ทีมใน NFL อย่าง ST.Louis Rams ให้ความสนใจในตัวเขา
และในปี 1998 ฝันของเขาก็เป็นจริง Rams เซ็นสัญญาให้เขาเป็นผู้เล่นในทีม
แต่ในเวลานั้น วอร์นเนอร์ ไม่มีที่ว่างในรายชื่อผู้เล่นของทีม Rams
Rams ส่งเขาไปสร้างสมประสบการณ์ กับทีม Amsterdam Admirals ในลีค NFL ยุโรป

ซึ่ง วอร์นเนอร์ ก็ทำผลงานได้อย่างดี กับการเล่นในยุโรป
ในปี 1998 - 99 หลังจาก NFL ยุโรปปิดฤดูกาล วอร์นเนอร์ก็กลับมาเป็นควอเตอร์แบ็คมือ 3 ให้กับทีม Rams ต่อไป
จนถึงปี 1999 ดิ๊ก เวอร์มีล หัวหน้าโค๊ชของ Rams ตัดตัว โทนี่ แบ็งค์ และ สตีฟ โบโน่ 2 ควอเตอร์แบ็คออกไปจากทีม
ก่อนที่จะเซ็นสัญญาดึง เทรนท์ กรีน เข้ามาเป็นควอเตอร์แบ็คตัวจริง และ เลื่อน วอร์นเนอร์ ขึ้นมาเป็นควอเตอร์แบ็คมือ 2
และในเกมปรีซีซั่นก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้นขึ้นมา เทรนท์ กรีน จอมทัพตัวจริงดันดวงแตกเจ็บยาวทั้งฤดูกาล
ในช่วงเวลาฉุกระหุกขนาดนั้น เวอร์มีล ตัดสินใจฝากอนาคตของทีมเอาไว้กับควอเตอร์แบ็คโนเนมอย่าง เคิร์ท วอร์เนอร์
ที่เคยขว้างลูกในระดับ NFL มาเพียง 4 คอมพลีส ทำระยะไปทั้งหมด 39 หลา !!!

ทุกสำนักข่าวเกี่ยวกับฟุตบอลต่างพากันงงงวยกับการตัดสินใจของ เวอร์มีล ในครั้งนี้
แฟนๆทีม Rams ต่างหมดหวัง ทิ้งฤดูกาล 1999 ไปก่อนที่ฤดูกาลแข่งขันจริงจะเริ่มต้น
แต่ เคิร์ท วอร์นเนอร์ กลับตอบแทนความไว้วางใจ ที่ เวอร์มีล ให้โอกาสกับเขา โดยการโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
สัปดาห์แล้ว สัปดาห์เล่า วอร์นเนอร์ เป็นจอมทัพพาทีม Rams สร้างความประหลาดใจไปทั่วทั้งลีค
เขาพา Rams จากทีมสุดหมูตู้ของลีค เก็บชัยชนะไปทีล่ะนัด อย่างที่ใครก็ต้องประหลาดใจ

Rams จบฤดูกาลปกติด้วยสถิติ ชนะ 13 แพ้ 3 เป็นแชมป์ NFC และก้าวเข้าไปเป็นแชมป์ซุปเปอร์โบลว์ XXXIV ได้อย่างหักปากกาเซียนทุกสำนัก
วอร์นเนอร์ เป็น ผู้เล่นยอดเยี่ยมในซุปเปอร์โบลว์ครั้งนั้น

และ เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของลีคในปีนั้นด้วยผลงานสวยหรู ...
ขว้างลูกไป 499 ครั้ง ปีกรับได้ 325 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ .651 ทำระยะไป 4353 หลา 41 ทัชดาวน์ 13 อินเทอร์เซปป์ เรตติ้ง 109.2 !!!

ในปีต่อมา วอร์นเนอร์ เกิดอาการบาดเจ็บจากคอนคัสชั่น ทำให้เล่นไม่เต็มที่ เทรนท์ กรีน ต้องมารับหน้าที่แทนแต่ Rams ก็ไปได้ไม่ไกล
จนในฤดูกาล 2001 วอร์นเนอร์ กลับมามีสุขภาพที่สมบรูณ์พร้อม เขาระเบิดฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่ง และ ยอดเยี่ยม
พาทีม Rams จบฤดูกาลด้วยสถิติ ชนะ 14 แพ้ 2 กลับมาเป็นแชมป์ NFC และเข้าไปเล่นในเกมซุปเปอร์โบลว์ XXXVI ได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่จากการวางแผนได้อย่างเหนือชั้น และ แยบยล ของ บิล บิลิชิค หัวหน้าโค้ชของ New England Patriots ในซุปเปอร์โบลว์
ที่วางหมากมาให้ทีมรับ เล่นเกมหนักใส่ วอร์นเนอร์ , มาร์แชลล์ ฟอล์ค และ พลพรรคปีกของ Rams จนอ่วมอรทัย
จังหวะในการรับบอลที่นัดกะเก็งกันเอาไว้เสียขบวนกันไปหมด
เช่น วอร์นเนอร์ โดนเร่งให้ต้องปล่อยบอลเร็วกว่าปกติ ปีกก็วิ่งไปไม่ถึงตำแหน่งที่นัดกันเอาไว้ หรือ ปีกโดนอัดก่อนที่ลูกจะไปถึง
ทำให้ Rams ต้องพ่ายแพ้อย่างล็อคถล่มให้กับ Patriots ไปในท้ายที่สุด

ช่วงฤดูกาล 2002 - 2003 อาการบาดเจ็บได้กลับมารบกวน วอร์นเนอร์ อีกครั้ง คราวนี้มาทั้ง คอนคัสชั่น และ อาการนิ้วหัวแม่มือร้าว
ทำให้ฟอร์มของ วอร์นเนอร์ ตกลงไปอย่างมากมาย และในที่สุดเขาก็ต้องแยกทางกับทีม Rams ก่อนที่ฤดูกาล 2004 จะเริ่มต้นขึ้น...

วอร์นเนอร์ ต้องระเหเร่ร่รอนไปเป็นจอมทัพพี่เลี้ยงให้กับ อีลาย แมนนิ่ง ที่ New York Giants ในปี 2004
และ เซ็นสัญญากับทีม Arizona Cardinals ในปี 2005 แบบที่บรรดานักข่าวสายกีฬาต่างพากันชี้ว่าเขาควรจะเลิกเล่นได้แล้ว
แต่ วอร์นเนอร์ ก็แสดงให้คนเหล่านั้นได้รับรู้ถึงความยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง
เมื่อเขาโชว์ฟอร์มการเป็นจอมทัพให้กับทีมนกน้อยหัวแดงได้อย่างสุดยอดเยี่ยมในทุกครั้งที่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม

เขาสู้จนสามารถเบียด แม๊ท ไรนาร์ต ว่าที่จอมทัพแห่งอนาคตของ Cards ให้ต้องกลายไปเป็นตัวสำรองแทน
และ วอร์นเนอร์ ก็สร้างปาฎิหาริย์อีกหนในปี 2008 เมื่อเขาเป็นจอมทัพพาทีม Cards เข้าไปเป็นแชมป์ NFC ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม
และ เข้าไปเล่นในเกมซุปเปอร์โบลว์ XLIII ได้อย่างยอดเยี่ยม

แต่ วอร์นเนอร์ ก็ไม่สามารถเอา ลอมบาร์ดี โทรฟี่ มาฝากแฟนๆทีม Cards ได้ในท้ายที่สุด
เมื่อต้องปราชัยต่อทีม Steelers ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกมไปอย่างน่าเสียดาย
เขากลับมาเล่นให้กับทีม Cards อีกในปี 2009 แต่เขาก็พาทีมไปไกลสุดได้แค่รอบเพลย์ออฟเท่านั้น
ในที่สุด เคิร์ท วอร์นเนอร์ ก็ประกาศยุติชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไปในเดือน มกราคม ปี 2010

ชีวิตของเขากลายมาเป็นกำลังใจให้กับเหล่าผู้ที่หมดหวัง ท้อถอยต่ออุปสรรค
เพราะตลอดชีวิตของเขา มันไม่ได้โรยเอาไว้ด้วยกลีบกุหลาบเลย
เขาต้องสร้างมันขึ้นมาด้วย....หัวใจ สองมือ ความทุ่มเท และ ความเชื่อมั่น อย่างแท้จริง
นี่ล่ะครับ ชีวิตของลูกผู้ชายหัวใจไม่เคยยอมแพ้ที่ชื่อว่า....
" เคิร์ท วอร์นเนอร์ "
[ A Football Life : Kurt Warner ] *** ถ้าเล่นไฟล์วิดิโอไม่ได้จากหน้านี้ โปรดกดลิงก์ตรงไปดูใน Youtube ได้เลยนะครับผม

> Shine on you crazy diamond <

แสดงความคิดเห็น
เซนต์หลุยส์แรม ยุค วอร์เนอร์ กับ มาร์แชลล์ ฟอร์ค นี่เจ๋งและเล่นเร้าใจขนาดไหนครับ
ใครเคยชมเซนต์หลุยส์ในช่วงเวลานั้นช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับว่าเป็นไปตามที่อาจารย์ผมเล่าให้ฟังไว้หรือเปล่าครับ
ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ช่วยเล่าประวัติของสองคนนี้ด้วยนะครับ
ขอบคุณมากครับ