สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้มีงาน Bangkok Car Free Day ที่สนามหลวง
เราไม่ได้ปั่นจักรยานอะไร แต่อยากไปถ่ายรูปวัดพระแก้วกับพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ไม่มีรถทัวร์จอดด้านหน้า
เลยถ่อจากบ้าน (คลองสามวา) ไปที่สนามหลวงด้วยรถเมล์ค่ะ แต่พอไปถึงฟ้าไม่สวย - -?
แต่ถ้าถามบรรยากาศก็โอเคนะคะ แบบมีแต่คนเดิน คนขี่จักรยาน ไม่มีรถ

แต่คนก็เยอะมากเหมือนเดิม
เมื่ออกหักจากฟ้า เลยนั่งรถไปเที่ยวนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เพราะร้อนมาก และอยากตากแอร์
ประกอบกับตั้งแต่เปิดครบ 9 ห้อง ยังไม่ได้มาชมเลย (เคยมาตอนเปิด 7 ห้อง)
ค่าบัตร ตอนนี้ลดราคาเหลือคนละ 100 บาท
แต่ถ้ามีบัตรแรบบิทเข้าฟรี พอดีมีหนึ่งใบ เลยเข้าฟรีหนึ่งคน
เจ้าหน้าที่เข้ามาถามให้เลือกว่าจะชมเส้นทาง 1 หรือ 2 หรือทั้งคู่
เส้นทางละ 2 ชั่วโมง เราเลยเลือกเส้นทางที่ 2 ซึ่งมี 2 ห้อง คือ ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย และห้องดวงใจปวงประชา
เนื้อหาต่อจากนี้จะเล่าเนื้อหานิทรรศการและลำดับการนำเสนอคร่าวๆ ใครอยากเซอร์ไพส์ ก็ข้ามไปเลยค่า
มาที่ห้องแรกก่อนเลยค่ะ
พอเข้ามาที่ห้องแรก เจ้าหน้าที่แนะนำห้อง แล้วขอให้ทุกคนใช้คำโบราณว่า "ขอรับ" กับ "เจ้าค่ะ"
ไม่ค่อยมีใครให้ความร่วมมือเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่าน่ารักเบาๆ
จุดที่ 1 จะเป็นการเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จำลองเป็นบ้านตุ๊กตาชีวิตของคนในช่วงนั้น
ตั้งแต่เกิด บวช แต่งงาน และตาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปขึ้นเรือ มีเพลงฉ่อย ให้ฟังประกอบการเล่าเรื่อง
เรือจะแล่นช้าๆ จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นรถราง ซึ่งเข้าสู่ช่วง ร.4-5 ซึ่งมีการตัดถนน สร้างบ้านเรือน มีรถราง
เราชอบเพลง และเทคนิคการเปลี่ยนจากยุคหนึ่งซึ่งใช้เรือมาเป็นการใช้รถรางและถนน
เราให้ผ่านค่ะ
จุดนี้ภาพไม่ชัด เพราะห้องมืดมาก เราเลยไม่ขอลงนะคะ
พอลงจากรถราง ก็มีร้านรวงในสมัยก่อน ให้ชม คล้ายๆ กับเส้นทางที่ 1 จุดนี้เราให้เสมอตัว
ไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพส์มาก
ต่อมาก็เป็นช่วงก่อน 2499 มีการรำโทนเพื่อความเพลิดเพลิน
จุดนี้มีให้รำด้วยค่ะ เขินนิดนึง แต่สงสารเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวจะเขิน เลยเอ้า รำก็รำ
ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายไว้ เพราะมัวแต่รำค่ะ
จากนั้นก็เข้าสู่ยุค 2499
มีการจำลองร้านรวงมากมาย ที่เราชอบและพีคที่สุดในจุดนี้ก็คือ ตู้เพลง
กดเลือกเพลงได้ เพลงก็เพราะ แหม่ อยากจะนั่งฟังทั้งวัน
นอกจากนี้ยังมีให้ถ่ายรูปเราลงนิตยสารเก่าด้วยค่ะ แต่เราไม่ได้ถ่าย แค่เก็บภาพไว้
อีกฝั่งนึงก็มีการจำลองภาพเต้นในยุคนั้น มีจังหวะชะ ชะ ช่า และอีกหลายจังหวะ
เราเปิดดูไม่ทัน เพราะทุกอย่างถูกเวลาบังคับ
จากนั้นเจ้าหน้าที่พาเราไปดูวีดีโอ กรุงเทพฯ ในอนาคต (จำชื่อเรื่องไม่แม่นะคะ)
เน้นเรื่องความเร่งรีบในทุกวันนี้ ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมาก
เราค่อนข้างเฉยๆ กับเนื้อหา แต่วิธีการนำเสนอเราให้ผ่านค่ะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่พาขึ้น BTS จำลอง นั่งได้สองฝั่ง แล้วมีมีวีดีโอให้ดูอีกแล้ว
เนื้อหาค่อนข้างจะสับสน และมากมาย ทำให้จำประเด็นได้น้อย (หรือเราเองที่ความจำสั้น)
แต่ตอนสุดท้ายถามประมาณว่า "เราทำอะไรให้ประเทศไทยหรือยัง"
ห้องที่ 2 ห้องดวงใจปวงประชา
เป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ไทยล้วนๆ เลยค่ะ
พระราชกรณียกิจ และสิ่งที่ท่านทำให้ปวงชนชาวไทย
เนื้อหาเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว การนำเสนอ เราว่าให้เดินมาก มีจุดเดินๆ หยุดๆ มากไปนิด
ขอใส่รูปรวมๆ นะคะ ><
เงินถุงแดงของ ร.3 ที่ช่วยประเทศเราในช่วง ร.5
การเติบโตของบ้านเมืองตามแบบตะวันตก
พระราชนิพนธ์ใน ร.6
พระบรมฉายาลักษณ์ ใน ร.7
จากนั้นเข้าสู่ห้องชมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเรื่องของ ร.8 และในหลวงรัชกาลปัจจุบันค่ะ
เนื้อหาในวีดีโอเป็นเรื่องที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้ว การนำเสนอตื่นเต้นตอนมีฝนหลวงตกลงมานิดหน่อย
แต่เราก็ซึ้งและอิน (คนไทยเข้าใจกันดีใช่ไหมคะ)
พอออกจากห้อง ก็เจอกับข้อความนี้ค่ะ
อีกด้านนึงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้อ่าน
สุดท้ายของนิทรรศการจะเป็น Timeline เหตุการณ์สำคัญของไทยตั้งแต่ ร.1-9
กับเหตุการณ์ในโลก
ส่วนด้านขวา เป็นความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อในหลวง คนดังก็มี เด็กๆ ก็มีค่ะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาเราไปยังจุดชมวิวถ่ายรูปโลหะปราสาท ที่ตอนนี้บูรณะเสร็จแล้ว
สวยงามสุดๆ เสียดายที่ฟ้าไม่แจ่มเท่าไหร่
มองอีกทาง เป็นภูเขาทอง
พอหันกลับไปทาง ถ.ราชดำเนิน ก็เจอตึกในสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ลงมาด้านล่างก็เจอกับกับดักของที่ระลึก แต่ไม่ได้กินเงินเราหรอกค่ะ
ส่วนใครอยากมีส่วนร่วมในการทำให้การจัดแสดงดียิ่งขึ้น ก็แสดงความคิดเห็นได้ค่ะ
จากนั้นเราก็เดินทางกลับ ถ่ายรูปรอบๆ สักแชะสองแชะ แล้วนั่งรอรถเมล์กลับบ้าน
ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระปกเกล้า
โดยสรุปก็ชอบนะคะ
เราเป็นคนชื่นชอบการเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว
การนำเสนอด้วยแสง สี และเสียง สามารถดึงความสนใจได้ดีพอควร
ขอให้มีพิพิธภัณฑ์อย่างนี้ และดีกว่านี้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็นเนื้อหาสำหรับเรามันยังไม่เด็ดพอที่ดึงความสนใจได้ตลอดรายการ
ได้วิธีการนำเสนอเข้าช่วย ซึ่งบางช่วงก็ไม่ได้ช่วยอะไร มีน่าเบื่อบ้าง
อย่างไรก็ตาม ใครที่ยังไม่เคยไปชม ไปชมก็เพลินดีนะคะ
เมื่อเทียบกับเงินที่เสียไปแล้ว นับว่าคุ้มค่าค่ะ
สำหรับเส้นทางที่ 2 วิธีการนำเสนออาจจะซ้ำกับเส้นทางแรก
ความตื่นเต้นเลยลดลง ถ้าได้ชมพร้อมกัน คงจะประทับใจมากกว่านี้
คือเราอาจจะคาดหวังมากขึ้น ><
ข้อด้อยที่เห็นได้ชัด คือ คนแก่และคนพิการค่ะ
ภายในพิพิธภัณฑ์เดินค่อนข้างมาก
เราไม่แน่ใจว่าทางพิพิธภัณฑ์ได้คิดจุดนี้ไว้หรือเปล่าค่ะ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
[CR] เที่ยวนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เส้นทางที่ 2 ในวัน Bangkok Car Free Day 2015
เราไม่ได้ปั่นจักรยานอะไร แต่อยากไปถ่ายรูปวัดพระแก้วกับพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ไม่มีรถทัวร์จอดด้านหน้า
เลยถ่อจากบ้าน (คลองสามวา) ไปที่สนามหลวงด้วยรถเมล์ค่ะ แต่พอไปถึงฟ้าไม่สวย - -?
แต่ถ้าถามบรรยากาศก็โอเคนะคะ แบบมีแต่คนเดิน คนขี่จักรยาน ไม่มีรถ
แต่คนก็เยอะมากเหมือนเดิม
เมื่ออกหักจากฟ้า เลยนั่งรถไปเที่ยวนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เพราะร้อนมาก และอยากตากแอร์
ประกอบกับตั้งแต่เปิดครบ 9 ห้อง ยังไม่ได้มาชมเลย (เคยมาตอนเปิด 7 ห้อง)
ค่าบัตร ตอนนี้ลดราคาเหลือคนละ 100 บาท
แต่ถ้ามีบัตรแรบบิทเข้าฟรี พอดีมีหนึ่งใบ เลยเข้าฟรีหนึ่งคน
เจ้าหน้าที่เข้ามาถามให้เลือกว่าจะชมเส้นทาง 1 หรือ 2 หรือทั้งคู่
เส้นทางละ 2 ชั่วโมง เราเลยเลือกเส้นทางที่ 2 ซึ่งมี 2 ห้อง คือ ห้องเรืองรุ่งวิถีไทย และห้องดวงใจปวงประชา
เนื้อหาต่อจากนี้จะเล่าเนื้อหานิทรรศการและลำดับการนำเสนอคร่าวๆ ใครอยากเซอร์ไพส์ ก็ข้ามไปเลยค่า
มาที่ห้องแรกก่อนเลยค่ะ
พอเข้ามาที่ห้องแรก เจ้าหน้าที่แนะนำห้อง แล้วขอให้ทุกคนใช้คำโบราณว่า "ขอรับ" กับ "เจ้าค่ะ"
ไม่ค่อยมีใครให้ความร่วมมือเท่าไหร่ แต่ก็รู้สึกว่าน่ารักเบาๆ
จุดที่ 1 จะเป็นการเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จำลองเป็นบ้านตุ๊กตาชีวิตของคนในช่วงนั้น
ตั้งแต่เกิด บวช แต่งงาน และตาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะพาไปขึ้นเรือ มีเพลงฉ่อย ให้ฟังประกอบการเล่าเรื่อง
เรือจะแล่นช้าๆ จากนั้นก็จะเปลี่ยนเป็นรถราง ซึ่งเข้าสู่ช่วง ร.4-5 ซึ่งมีการตัดถนน สร้างบ้านเรือน มีรถราง
เราชอบเพลง และเทคนิคการเปลี่ยนจากยุคหนึ่งซึ่งใช้เรือมาเป็นการใช้รถรางและถนน
เราให้ผ่านค่ะ
จุดนี้ภาพไม่ชัด เพราะห้องมืดมาก เราเลยไม่ขอลงนะคะ
พอลงจากรถราง ก็มีร้านรวงในสมัยก่อน ให้ชม คล้ายๆ กับเส้นทางที่ 1 จุดนี้เราให้เสมอตัว
ไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพส์มาก
ต่อมาก็เป็นช่วงก่อน 2499 มีการรำโทนเพื่อความเพลิดเพลิน
จุดนี้มีให้รำด้วยค่ะ เขินนิดนึง แต่สงสารเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวจะเขิน เลยเอ้า รำก็รำ
ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายไว้ เพราะมัวแต่รำค่ะ
จากนั้นก็เข้าสู่ยุค 2499
มีการจำลองร้านรวงมากมาย ที่เราชอบและพีคที่สุดในจุดนี้ก็คือ ตู้เพลง
กดเลือกเพลงได้ เพลงก็เพราะ แหม่ อยากจะนั่งฟังทั้งวัน
นอกจากนี้ยังมีให้ถ่ายรูปเราลงนิตยสารเก่าด้วยค่ะ แต่เราไม่ได้ถ่าย แค่เก็บภาพไว้
อีกฝั่งนึงก็มีการจำลองภาพเต้นในยุคนั้น มีจังหวะชะ ชะ ช่า และอีกหลายจังหวะ
เราเปิดดูไม่ทัน เพราะทุกอย่างถูกเวลาบังคับ
จากนั้นเจ้าหน้าที่พาเราไปดูวีดีโอ กรุงเทพฯ ในอนาคต (จำชื่อเรื่องไม่แม่นะคะ)
เน้นเรื่องความเร่งรีบในทุกวันนี้ ที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมาก
เราค่อนข้างเฉยๆ กับเนื้อหา แต่วิธีการนำเสนอเราให้ผ่านค่ะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่พาขึ้น BTS จำลอง นั่งได้สองฝั่ง แล้วมีมีวีดีโอให้ดูอีกแล้ว
เนื้อหาค่อนข้างจะสับสน และมากมาย ทำให้จำประเด็นได้น้อย (หรือเราเองที่ความจำสั้น)
แต่ตอนสุดท้ายถามประมาณว่า "เราทำอะไรให้ประเทศไทยหรือยัง"
ห้องที่ 2 ห้องดวงใจปวงประชา
เป็นเรื่องของพระมหากษัตริย์ไทยล้วนๆ เลยค่ะ
พระราชกรณียกิจ และสิ่งที่ท่านทำให้ปวงชนชาวไทย
เนื้อหาเป็นเรื่องที่เรารู้อยู่แล้ว การนำเสนอ เราว่าให้เดินมาก มีจุดเดินๆ หยุดๆ มากไปนิด
ขอใส่รูปรวมๆ นะคะ ><
เงินถุงแดงของ ร.3 ที่ช่วยประเทศเราในช่วง ร.5
การเติบโตของบ้านเมืองตามแบบตะวันตก
พระราชนิพนธ์ใน ร.6
พระบรมฉายาลักษณ์ ใน ร.7
จากนั้นเข้าสู่ห้องชมภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเรื่องของ ร.8 และในหลวงรัชกาลปัจจุบันค่ะ
เนื้อหาในวีดีโอเป็นเรื่องที่เรารู้ๆ กันอยู่แล้ว การนำเสนอตื่นเต้นตอนมีฝนหลวงตกลงมานิดหน่อย
แต่เราก็ซึ้งและอิน (คนไทยเข้าใจกันดีใช่ไหมคะ)
พอออกจากห้อง ก็เจอกับข้อความนี้ค่ะ
อีกด้านนึงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้อ่าน
สุดท้ายของนิทรรศการจะเป็น Timeline เหตุการณ์สำคัญของไทยตั้งแต่ ร.1-9
กับเหตุการณ์ในโลก
ส่วนด้านขวา เป็นความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อในหลวง คนดังก็มี เด็กๆ ก็มีค่ะ
จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาเราไปยังจุดชมวิวถ่ายรูปโลหะปราสาท ที่ตอนนี้บูรณะเสร็จแล้ว
สวยงามสุดๆ เสียดายที่ฟ้าไม่แจ่มเท่าไหร่
มองอีกทาง เป็นภูเขาทอง
พอหันกลับไปทาง ถ.ราชดำเนิน ก็เจอตึกในสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ลงมาด้านล่างก็เจอกับกับดักของที่ระลึก แต่ไม่ได้กินเงินเราหรอกค่ะ
ส่วนใครอยากมีส่วนร่วมในการทำให้การจัดแสดงดียิ่งขึ้น ก็แสดงความคิดเห็นได้ค่ะ
จากนั้นเราก็เดินทางกลับ ถ่ายรูปรอบๆ สักแชะสองแชะ แล้วนั่งรอรถเมล์กลับบ้าน
ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระปกเกล้า
โดยสรุปก็ชอบนะคะ
เราเป็นคนชื่นชอบการเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว
การนำเสนอด้วยแสง สี และเสียง สามารถดึงความสนใจได้ดีพอควร
ขอให้มีพิพิธภัณฑ์อย่างนี้ และดีกว่านี้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
ประเด็นเนื้อหาสำหรับเรามันยังไม่เด็ดพอที่ดึงความสนใจได้ตลอดรายการ
ได้วิธีการนำเสนอเข้าช่วย ซึ่งบางช่วงก็ไม่ได้ช่วยอะไร มีน่าเบื่อบ้าง
อย่างไรก็ตาม ใครที่ยังไม่เคยไปชม ไปชมก็เพลินดีนะคะ
เมื่อเทียบกับเงินที่เสียไปแล้ว นับว่าคุ้มค่าค่ะ
สำหรับเส้นทางที่ 2 วิธีการนำเสนออาจจะซ้ำกับเส้นทางแรก
ความตื่นเต้นเลยลดลง ถ้าได้ชมพร้อมกัน คงจะประทับใจมากกว่านี้
คือเราอาจจะคาดหวังมากขึ้น ><
ข้อด้อยที่เห็นได้ชัด คือ คนแก่และคนพิการค่ะ
ภายในพิพิธภัณฑ์เดินค่อนข้างมาก
เราไม่แน่ใจว่าทางพิพิธภัณฑ์ได้คิดจุดนี้ไว้หรือเปล่าค่ะ
ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น