เปิดประสบการณ์กับดักเงินเดือนที่สูงขึ้น กับสถานที่ทำงานใหม่

สวัสดีคับเพื่อนๆชาวพันทิพ กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม อาจเขียนได้ไม่น่าสนุกเท่าไร แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่อยากจะแชร์ให้กับคนที่กำลังคิดอยากจะย้ายที่ทำงาน เพราะได้เงินเดือนที่สูงกว่า ให้ลองไตร่ตรองให้ดีก่อน

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
ผมทำงานมาแล้วทั้งหมด 3 ที่ ปัจจุบันอยู่ที่ที่ 3 และกำลังประสบปัญหาแทบไม่มีเงินใช้ชีวิต แถมยังไม่มีเวลาพักผ่อนหรือพัฒนาตัวเอง เพราะต้องแหกขี้ตาตื่นไปทำงานตั้งแต่ตีห้า แล้วก็ไปสาย ไม่ก็เกือบสายเพราะเจอรถติด เลิกงานห้าโมงเย็น แต่ถึงบ้านสองทุ่ม ก็รถติดอีกเหมือนกัน เงินเดือน 16,000 ค่ารถวันละ 140 ค่าประกันอุบัติเหตุ+ออมทรัพย์เดือนละ 2,400 ให้พ่อแม่ 1,600 หักค่ากินก็เหลือไม่ถึงพัน บางคนอาจจะบอกว่าแค่นี้ก็ดีแล้ว แต่ชีวิตผมเคยดีกว่านี้ครับ

ย้อนกลับไปตอนเริ่มทำงานที่แรกเมื่อเกือบๆ 5 ปีที่แล้ว เงินเดือนเริ่มต้น 12,000 มีที่พักให้ฟรี ค่าเดินทาง แทบไม่เสีย แถมใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 15 นาที เงินเก็บหักจิปาถะแล้วตอนนั้นให้พ่อแม่ 2,600 แล้วยังเหลือประมานสองพัน พอเงินเดือนเพิ่มก็ให้พ่อแม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งเงินเก็บของตัวเองที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย จนถึงปีที่สี่ของการทำงานที่แรก ให้พ่อแม่ประมาน 4,400 เงินที่เก็บสะสมมาก็พอควร แต่ปัญหาตอนนั้นมันอยู่ที่ว่า เงินเดือนเรา ประมาน 15,000 แต่เพื่อนเราที่อยู่ในเมือง 18,000 บ้าง 20,000 บ้าง งานบางที่ก็บอกว่าตำแหน่งนี้เงินเดือน 25,000 บ้าง แถมตอนนั้นอยู่ที่แรกมา 4 ปีกว่าแระ อยากกลับไปอยู่บ้าน (ลืมบอกไปที่ทำงานที่แรกผมอยู่หอ อยู่ในเขตปริมลฑล ไปกลับบ้านวันอาทิตย์วันเดียว) เลยตัดสินใจหางานใหม่และลาออกในที่สุด

ที่ทำงานที่สอง ได้กลับมาอยู่บ้านแล้ว เย่ๆๆๆๆๆ ข้าวเช้าข้าวเย็นก็ไม่ต้องเสียตัง เงินเดือนที่นี่ไม่มีแต่ได้เป็นตอมมิดชั่นล้วน 20 % ส่วนใหญ่เค้าได้ 20,000 กัน เราก็น่าจะทำได้ หลังจากไปเริ่มทำงานได้เดือนแรก สิ้นเดือนมารู้เลยฝันสลายแล้ว ได้ประมาน 2 หมื่นนะ แต่ค่ารถบาน ข้าวเช้ากินที่บ้านก็ไปทำงานสายแน่ ข้าวเย็นกว่าจะถึงบ้านก็หิวใส้ขาดพอดี สรุปกินข้างนอกสามมื้อ หลังจากนั้นเงินคอมมิดชั่นที่ได้ก็หดลงเรื่อยๆจนเดือนที่สี่ ตัดสินใจออกเพราะทำงานมาแต่รายได้ต่อเดือนติดลบ ทั้งที่ไม่มีต้องผ่อนอะไรทั้งสิ้น เงินให้พ่อแม่ก็ไม่มี เงินประกันก็ขอให้พ่อแม่ช่วยก่อน

ที่ทำงานที่สาม (ปัจจุบัน) ยังได้อยู่บ้านเหมือนเดิม เงินเดือน 16,000 แต่วิถีชีวิตเหมือนกับที่บอกไปตอนต้น ต้องตื่นตีห้า ออกหกโมง รอรถ รถติด เวลาเข้างาน 8 โมง แต่ถึงที่ทำงานเกือบ 9 โมง ข้าว 3 มื้อกินข้างนอกหมด ค่ารถต่อเดือนประมาน 4,000 ได้ ดีที่ยังพอให้พ่อแม่ พร้อมส่งค่าประกันได้ แต่ไม่มีเวลาให้กับตัวเองซักเท่าไร แถมเงินเก็บก็น้อยนิดไม่ถึงพัน จะเอาไปผ่อนมอเตอร์ไซค์มาช่วยประหยัดค่าเดินทางในระยะยาวก็ไม่กล้า

ตอนนี้เลยกำลังหาที่ทำงานใหม่อีกรอบ แต่รอบนี้กลับไปอยู่ต่างจังหวัดดีกว่า ไปเช่าหออยู่ หรือที่ทำงานที่ออกค่าที่พักให้ อยู่ใกล้ที่ทำงาน เวลาเดินทางน้อย

สรุปประสบการณ์ที่อยากจะบอกให้เห็นภาพชัดๆนะครับ
1. เงินเดือนที่เยอะกว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เงินเหลือเก็บตะหากที่เป็นปัจจัยสำคัญ
2. ถ้าคิดจะย้ายที่ทำงานคำนวนค่าเดินทางให้ดีมันคุ้มกับเงินเดือนที่ได้มารึเปล่า
3. ทำงานในเมืองอย่าคิดว่าจะไม่เจอรถติด ทำใจได้เลยเจอแน่นอน และทำใจได้เลย อาจสายทุกวัน โดนหักเงินทุกวัน
4. ในเมื่อเจอรถติด เวลาพักผ่อน พัฒนาตัวเอง จะหายไปกับการนั่งอยู่บนรถ
5. เมื่อเงินเหลือเก็บน้อยจะทำอะไรก็ไม่กล้า ชีวิตไม่เดินหน้าแน่นอน อาจถอยหลังด้วย

พอแล้วครับกับประสบการณ์เกือบปี กับการทำงานในเมือง เงินเดือนมากกว่า ขอไปอยู่บ้านนอก เงินเก็บมากกว่าดีกว่าครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่