เรากำลังอยู่ในอาการแบบนี้เลย ใครเป็นมั่งมาแชร์กันหน่อยค่ะ
ขอบคุณบทความจาก
http://www.dek-d.com/board/view/1338434/
เคยมีคนกล่าวไว้ว่าความสุขอยู่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคน แต่บางทีก็เป็นเราเองที่ไม่สามารถเอื้อมมือ
ไปคว้ามันไว้ได้
บางคนโหยหาให้ผู้อื่นมารัก แต่กลับรักใครไม่เป็น บางคนอยากจะมีความรัก แต่เมื่อกำลังจะได้
มันมากลับวิ่งหนีมัน
บางทีนี่อาจะเป็นโรคชนิดหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นอาการที่หวาดกลัวอะไรบางอย่างที่ฝังใจมาตั้งแต่
เด็กก็เป็นได้ โรคแบบนี้มักจะเริ่มต้นด้วยอาการ "อยากถูกรัก" แต่ไม่อยากมีความรัก หรือพูด
ง่ายๆก็คือเป็น อาการของคนที่ยังชอบเพศตรงข้าม อยากรู้จักอยากพูดคุย ตื่นเต้นเมื่อเจอคนที่
ถูกใจ พูดคุยและ จีบเล็กๆน้อยๆได้ แต่เมื่อสถานการณ์เข้าสู่จุดจุดหนึ่งที่ความสัมพันธ์เริ่มแปร
เปลี่ยนจากคำว่าเพื่อนเป็นความรัก คนผู้นั้นจะหยุดตัวเองเอาไว้แค่นั้น เพียงเพื่อรักษาความรู้สึก
ดีๆนั้นไว้ หรือเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตนเองถูกครอบครอง "จากการมีความรัก" ยกตัวอย่างเช่นกิจกรรม
ของคู่รักที่นิยมกันเช่นการเดินทางไปทานข้าว ดูหนัง การโทรศัพท์คุยกันทุกวันวันละหลายๆรอบ
คนที่เป็นลักษณะแบบนี้จะกลัวกิจกรรมแบบนี้กับคนรัก อาจเป็นเพราะความมีปมในวัยเด็ก การปิด
กั้นตัวเอง ความไม่มั่นใจว่าตนเองจะรักษาสถานภาพนี้ต่อไปได้หรือไม่ หรือแม้แต่การกลัวการ
เลิกลากับคนรักทั้งๆที่ความรักนั้นยังไม่ได้เริ่มแต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือกิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมด คน
ลักษณะนี้จะสามารถทำร่วมกันกับเพื่อนฝูงหรือคนทั่วๆไปได้โดยไม่รู้สึดผิดแปลก
อะไรจากการคาดเดาคิดว่าคงเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ในโลกใบนี้มีคนเป็นกันพอสมควร อาการอยาก
ถูกคนอื่นรัก แต่ไม่อยากจะรักใคร เป็นอาการที่จะมีความสุขเมื่อถูกคนอื่นรัก แต่สุดท้ายหาก
ความสัมพันธ์นั้นเริ่มจะเกิดขึ้นจริงคนคนนั้นจะเริ่มวิ่งหนีความรัก ยิ่งความรักเข้ามาใกล้มากเท่า
ไร่ก็ยิ่งวิ่งหนีเร็วขึ้นเท่านั้น อาการสามารถแสดงออกทางพฤติกรรมได้เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆเช่น
พยายามหลบหน้า การพูดคุยที่น้อยลงเรื่อยๆ การไม่รับโทรศัพท์ ไปจนถึงกระทั่งหนีออกไปจาก
ชีวิตของคนคนนั้น มีกรณีตัวอย่างที่คนลักษณะแบบนี้พยายามที่จะรักใครซักคนเริ่มจากการทำ
ความรู้จักจนไปถึงการบอกรัก การเริ่มคบกัน แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกกันภายใน 2 อาทิตย์เพราะไม่
สามารถทนกับการโดนรุกเร้าจากความสัมพันธ์แบบนั้นได้ ฟังดูแล้วทรมานและลำบากลำบนใน
การใช้ชีวิตแต่คนแบบนี้ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
นี่อาจจะเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของพฤติกรรมมนุษย์ลักษณะหนึ่ง อาจมีคนแบบนี้จริงในโลก
หรือไม่มีเลยก็เป็นได้
ทางออกของคนแบบนี้อาจรักษาได้โดยการเริ่มรักใครจริงๆซักคน หรือวิ่งหนีมันไปจนกว่าจะ
หมดแรง.....
โรคกลัวความรัก
ขอบคุณบทความจาก http://www.dek-d.com/board/view/1338434/
เคยมีคนกล่าวไว้ว่าความสุขอยู่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคน แต่บางทีก็เป็นเราเองที่ไม่สามารถเอื้อมมือ
ไปคว้ามันไว้ได้
บางคนโหยหาให้ผู้อื่นมารัก แต่กลับรักใครไม่เป็น บางคนอยากจะมีความรัก แต่เมื่อกำลังจะได้
มันมากลับวิ่งหนีมัน
บางทีนี่อาจะเป็นโรคชนิดหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นอาการที่หวาดกลัวอะไรบางอย่างที่ฝังใจมาตั้งแต่
เด็กก็เป็นได้ โรคแบบนี้มักจะเริ่มต้นด้วยอาการ "อยากถูกรัก" แต่ไม่อยากมีความรัก หรือพูด
ง่ายๆก็คือเป็น อาการของคนที่ยังชอบเพศตรงข้าม อยากรู้จักอยากพูดคุย ตื่นเต้นเมื่อเจอคนที่
ถูกใจ พูดคุยและ จีบเล็กๆน้อยๆได้ แต่เมื่อสถานการณ์เข้าสู่จุดจุดหนึ่งที่ความสัมพันธ์เริ่มแปร
เปลี่ยนจากคำว่าเพื่อนเป็นความรัก คนผู้นั้นจะหยุดตัวเองเอาไว้แค่นั้น เพียงเพื่อรักษาความรู้สึก
ดีๆนั้นไว้ หรือเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าตนเองถูกครอบครอง "จากการมีความรัก" ยกตัวอย่างเช่นกิจกรรม
ของคู่รักที่นิยมกันเช่นการเดินทางไปทานข้าว ดูหนัง การโทรศัพท์คุยกันทุกวันวันละหลายๆรอบ
คนที่เป็นลักษณะแบบนี้จะกลัวกิจกรรมแบบนี้กับคนรัก อาจเป็นเพราะความมีปมในวัยเด็ก การปิด
กั้นตัวเอง ความไม่มั่นใจว่าตนเองจะรักษาสถานภาพนี้ต่อไปได้หรือไม่ หรือแม้แต่การกลัวการ
เลิกลากับคนรักทั้งๆที่ความรักนั้นยังไม่ได้เริ่มแต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือกิจกรรมที่กล่าวมาทั้งหมด คน
ลักษณะนี้จะสามารถทำร่วมกันกับเพื่อนฝูงหรือคนทั่วๆไปได้โดยไม่รู้สึดผิดแปลก
อะไรจากการคาดเดาคิดว่าคงเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ในโลกใบนี้มีคนเป็นกันพอสมควร อาการอยาก
ถูกคนอื่นรัก แต่ไม่อยากจะรักใคร เป็นอาการที่จะมีความสุขเมื่อถูกคนอื่นรัก แต่สุดท้ายหาก
ความสัมพันธ์นั้นเริ่มจะเกิดขึ้นจริงคนคนนั้นจะเริ่มวิ่งหนีความรัก ยิ่งความรักเข้ามาใกล้มากเท่า
ไร่ก็ยิ่งวิ่งหนีเร็วขึ้นเท่านั้น อาการสามารถแสดงออกทางพฤติกรรมได้เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆเช่น
พยายามหลบหน้า การพูดคุยที่น้อยลงเรื่อยๆ การไม่รับโทรศัพท์ ไปจนถึงกระทั่งหนีออกไปจาก
ชีวิตของคนคนนั้น มีกรณีตัวอย่างที่คนลักษณะแบบนี้พยายามที่จะรักใครซักคนเริ่มจากการทำ
ความรู้จักจนไปถึงการบอกรัก การเริ่มคบกัน แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกกันภายใน 2 อาทิตย์เพราะไม่
สามารถทนกับการโดนรุกเร้าจากความสัมพันธ์แบบนั้นได้ ฟังดูแล้วทรมานและลำบากลำบนใน
การใช้ชีวิตแต่คนแบบนี้ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
นี่อาจจะเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของพฤติกรรมมนุษย์ลักษณะหนึ่ง อาจมีคนแบบนี้จริงในโลก
หรือไม่มีเลยก็เป็นได้
ทางออกของคนแบบนี้อาจรักษาได้โดยการเริ่มรักใครจริงๆซักคน หรือวิ่งหนีมันไปจนกว่าจะ
หมดแรง.....