
เริ่มเลยเเล้วกัน รีวิวเเรกของผม เเล้ววเป็นครั้งเเรกด้วยที่ไปเที่ยวในต่างประเทศ เอาเเล้วสิ! ภาษาก็งูๆปลาๆ ก่อนจะไปมันก็ต้องหาข้อมูลการเดินทาง เริ่มตั้งเเต่การจองตั๋วเครื่องบินของแอร์เอเชียร์(จองช่วงโปรน่ะ) ส่วนที่นอน ก็นอนเเบบโฮสเทล (ประหยัดดี ^o^) อีกอย่างนึงอย่าลืมแลกเงินจากที่ไทยไปครับ เพราะจะได้ราคาที่น่าพอใจ เก็บกระเป๋ากันเลย

เราบินเช้า 6.20น ใช้เวลาบิน 2ชั่วโมง15นาที โดยประมาณ เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย1ชั่วโมง
ก่อนอื่นเลยทริปนี้ถ่ายรูปมาน้อยมาก คือเราก็เที่ยวไปถ่ายไป
มาถึง Changi airport ก็วุ่นวานกันนิดหน่อย ทำเรื่องตรวจคนเข้าเมือง กว่าจะเดินไปเอากระเป๋าเหลือของเราเป็นใบสุดท้าย ก็เรามัวเเต่เงอะๆงักๆ อยู่ที่หน้าตรวจคนเข้าเมือง คือแบบว่าคนไม่เคยอะครับ ก็ใช้เซ้นส์เอานิดนึง ผ่านมาได้ที่นี้ก็มาหาซื้อบัตร ez link ใบเดียวใช้ตลอดทริป
สิงห์โตสัตว์ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์
เราขึ้น MRT มาลง Bugis เเล้วต่อไปยัง Little India นั้นมุ่งหน้าเข้าที่พัก เเต่ GPS พาเราเดินอยู่เเถวย่านนั้นเป็นชั่วโมง คือหลงนั้นเอง เดิน เดิน เเละก็เดินคิดเเล้วเดินประมาณ2กิโลได้ คือจังหวะนั้น รถเมล์ก็ขึ้นไม่ถูก ทำตัวไม่ถูก
คิดถึงมอเตอร์ไซด์ที่บ้านเลย
เดิน เดิน ในท้องมันร้องบอกว่าหิวๆเเล้ว เเถวย่านนั้นมีร้านอาหารราคารากหญ้า เลยจัดซะ พอดีเจอร้านอาหารไทย เราเดินไปเค้าบอกว่าเชิญนั่งก่อนค่ะ จังหวะนั้น เอาล่ะหว่ะ
ถึงที่พักแบบงงๆ Bunc@Radius Little India โอเคเลยโฮสเทลราคาเบาๆ ห้องรวม ห้องน้ำเเยก ชาย หญิง สะอาด(ข้อมูลเพิ่มเติมที่googleเลยครับ)
ไปถึงก็บ่ายโมงได้ เอาของฝากที่พักไว้ เเล้วออกไปเดินเล่นที่ Mustafa ไม่ไกลจากที่พัก GPS ไปเลย อ่อลืมบอกไปว่าปลั๊กไฟที่นี้ไม่เหมือนกับบ้านเรา ต้องมีหัวเเปลงครับผม ผมซื้อที่ Mustafa แหละครับ สะดวก มีทุกอย่าง

เดินเล่นในนั้น ดูของเรื่อยเปื่อย ได้เจ้ากระป๋องนี้มาลอง
กลับเข้าที่พัก check-in เรียบร้อย ของีบก่อนเเล้วกัน เพลียจากการเดิน ตื่นมากช่วงเเดดร่มลมตก ก็ออกไปลุยต่อ ไปหาข้าวเย็นทานระหว่างทางเดินไปป้ายรถเมล์ก็เดินสำรวจอะไรไปเรื่อยเปื่อย เดินไปเจอตลาดของมือ2 อารามณ์ประมาณตลาดมืดคลองหลอด

ถึงป้ายรถเมล์ ไม่ต้องกลัวหลงว่าจะขึ้นรถสายไหน ไปไม่ถูก เค้ามีแผนที่บอก สายไหนผ่านที่ไหน จอดป้ายไหน เเม้เเต่GPSก็บอกว่าขึ้นสายอะไรไป

ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ก็ขึ้นไปก็ใช้การ์ดเเนบไปที่เครื่อง มันก็จะหักเงินในการ์ดเรา ตอนจะลงก็ทำเหมือนเดิม
จริงๆไม่ต้องเเนบการ์ดก็ได้ เดินมึนๆขึ้นมาก็ไม่มีใครสนใจ เเต่กลัวคนขับจะเห็นเข้าละซวยเเน่ๆ ไม่เอาดีกว่า
ถึง Orchard road
หิวอีกเเล้ว ย่านนี้ของเเพง เราก็ไม่รู้จะกินอะไรกันดีพอดีเจออาหารประจำชาติเลยจัด ย่านนี้ไม่มีตลาดโต้รุ่งอะไรประมาณนนั้น
เจอเเต่ร้าน Fast Food เราก็ไม่รู้จะกินอะไรกันดีพอดีเจออาหารประจำชาติเลยลงเอยที่KFCอาหารประจำชาติ(คิดไม่ออกเเล้ว)มาคนละชุด เเปลกดีบ้านเราไม่มี คือ ข้าวมัสมั่นไก่ เฟรนฟรายชิส เเจ่มเลย

ขากลับนั้งรถเมล์มาลงย่าน Little India ลงหน้า Sri Veeramakaliamman Temple

เดินเล่นย่านตลาดสักพักเราก็กลับที่พัก เดินประมาณ200เมตร
ตอนนั้นเป็นเวลา4ทุ่มได้ เรากลับถึงที่พัก เเต่กลับไม่เจอใครที่ห้องนอนเลย ไปไหนกันหมดหว่า อันที่จริงเราก็ยังไม่อยากกลับที่พักสักเท่าไหร่ เเต่กลัวว่าจะกลับมาดึก เสียงจะดัง จะต้องเปิดไฟ เกรงใจเค้า ที่นี่ก็อาบน้ำนอนปกติ เหนื่อยด้วย เริ่มปวดขา จุดพิคมันอยู่ตรงนี้ครับ คนอื่นที่ร่วมห้องดันกลับมาประมาณตี2ได้ ทำผมตื่น (

เอ้ย(กัดฟัน บ่นในใจ) เเต่ไม่เป็นไรเข้าใจๆ หลับๆๆๆๆ เเต่พอสักไกล้ๆหกโมง เอาอีกเเล้ว คือพี่เเกตื่นเเต่เช้าcheck-out เเต่เช้า ผมนี่กึ่งหลับกึ่งตื่นเลย ซึ่งผมเลยเป็นนะเเบบเวลาไปเที่ยวที่ผมจะใช้เวลาเเบบให้คุ้มที่สุด backpack ในประเทศเนี่ยเเหละ ไปทีนึงก็ นอนวันละ 3-4ชั่วโมงพอ อยากเก็บทุกช่วงเวลาให้คุ้ม มีครั้งนึงถึงกับทะเราะกับเเฟนเลย เเฟนเราก็อยากไปทิ้งตัวพักผ่อนเต็มที่ ไอ้เรานี่ก็บ้าพลัง สิงคโปร์รอบนี้ผมตื่นสายทุกวันเลย
กว่าจะพร้อมออกเดินทางก็เที่ยงเเล้วกลับมาเเล้วนึกว่าเวลามากเลยไม่น่านอนตื่นสายเลย

ผมเพิ่งออกจาก รพ. ด้วยเป็นไข้เลือดออก ร่างกายเลยยังไม่เข้าที่ ผมออกจาก รพ.ได้2วันก็บินเลย จะไม่ไปก็เสียดายค่าตั๋ว แหะๆ
[CR] Backpack สิงคโปร์ 4 วัน 3 คืน
เริ่มเลยเเล้วกัน รีวิวเเรกของผม เเล้ววเป็นครั้งเเรกด้วยที่ไปเที่ยวในต่างประเทศ เอาเเล้วสิ! ภาษาก็งูๆปลาๆ ก่อนจะไปมันก็ต้องหาข้อมูลการเดินทาง เริ่มตั้งเเต่การจองตั๋วเครื่องบินของแอร์เอเชียร์(จองช่วงโปรน่ะ) ส่วนที่นอน ก็นอนเเบบโฮสเทล (ประหยัดดี ^o^) อีกอย่างนึงอย่าลืมแลกเงินจากที่ไทยไปครับ เพราะจะได้ราคาที่น่าพอใจ เก็บกระเป๋ากันเลย
เราบินเช้า 6.20น ใช้เวลาบิน 2ชั่วโมง15นาที โดยประมาณ เวลาที่สิงคโปร์เร็วกว่าไทย1ชั่วโมง
ก่อนอื่นเลยทริปนี้ถ่ายรูปมาน้อยมาก คือเราก็เที่ยวไปถ่ายไป
มาถึง Changi airport ก็วุ่นวานกันนิดหน่อย ทำเรื่องตรวจคนเข้าเมือง กว่าจะเดินไปเอากระเป๋าเหลือของเราเป็นใบสุดท้าย ก็เรามัวเเต่เงอะๆงักๆ อยู่ที่หน้าตรวจคนเข้าเมือง คือแบบว่าคนไม่เคยอะครับ ก็ใช้เซ้นส์เอานิดนึง ผ่านมาได้ที่นี้ก็มาหาซื้อบัตร ez link ใบเดียวใช้ตลอดทริป
สิงห์โตสัตว์ประจำชาติของประเทศสิงคโปร์
เราขึ้น MRT มาลง Bugis เเล้วต่อไปยัง Little India นั้นมุ่งหน้าเข้าที่พัก เเต่ GPS พาเราเดินอยู่เเถวย่านนั้นเป็นชั่วโมง คือหลงนั้นเอง เดิน เดิน เเละก็เดินคิดเเล้วเดินประมาณ2กิโลได้ คือจังหวะนั้น รถเมล์ก็ขึ้นไม่ถูก ทำตัวไม่ถูก
คิดถึงมอเตอร์ไซด์ที่บ้านเลย
เดิน เดิน ในท้องมันร้องบอกว่าหิวๆเเล้ว เเถวย่านนั้นมีร้านอาหารราคารากหญ้า เลยจัดซะ พอดีเจอร้านอาหารไทย เราเดินไปเค้าบอกว่าเชิญนั่งก่อนค่ะ จังหวะนั้น เอาล่ะหว่ะ
ถึงที่พักแบบงงๆ Bunc@Radius Little India โอเคเลยโฮสเทลราคาเบาๆ ห้องรวม ห้องน้ำเเยก ชาย หญิง สะอาด(ข้อมูลเพิ่มเติมที่googleเลยครับ)
ไปถึงก็บ่ายโมงได้ เอาของฝากที่พักไว้ เเล้วออกไปเดินเล่นที่ Mustafa ไม่ไกลจากที่พัก GPS ไปเลย อ่อลืมบอกไปว่าปลั๊กไฟที่นี้ไม่เหมือนกับบ้านเรา ต้องมีหัวเเปลงครับผม ผมซื้อที่ Mustafa แหละครับ สะดวก มีทุกอย่าง
เดินเล่นในนั้น ดูของเรื่อยเปื่อย ได้เจ้ากระป๋องนี้มาลอง
กลับเข้าที่พัก check-in เรียบร้อย ของีบก่อนเเล้วกัน เพลียจากการเดิน ตื่นมากช่วงเเดดร่มลมตก ก็ออกไปลุยต่อ ไปหาข้าวเย็นทานระหว่างทางเดินไปป้ายรถเมล์ก็เดินสำรวจอะไรไปเรื่อยเปื่อย เดินไปเจอตลาดของมือ2 อารามณ์ประมาณตลาดมืดคลองหลอด
ถึงป้ายรถเมล์ ไม่ต้องกลัวหลงว่าจะขึ้นรถสายไหน ไปไม่ถูก เค้ามีแผนที่บอก สายไหนผ่านที่ไหน จอดป้ายไหน เเม้เเต่GPSก็บอกว่าขึ้นสายอะไรไป
ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ก็ขึ้นไปก็ใช้การ์ดเเนบไปที่เครื่อง มันก็จะหักเงินในการ์ดเรา ตอนจะลงก็ทำเหมือนเดิม
จริงๆไม่ต้องเเนบการ์ดก็ได้ เดินมึนๆขึ้นมาก็ไม่มีใครสนใจ เเต่กลัวคนขับจะเห็นเข้าละซวยเเน่ๆ ไม่เอาดีกว่า
ถึง Orchard road
หิวอีกเเล้ว ย่านนี้ของเเพง เราก็ไม่รู้จะกินอะไรกันดีพอดีเจออาหารประจำชาติเลยจัด ย่านนี้ไม่มีตลาดโต้รุ่งอะไรประมาณนนั้น
เจอเเต่ร้าน Fast Food เราก็ไม่รู้จะกินอะไรกันดีพอดีเจออาหารประจำชาติเลยลงเอยที่KFCอาหารประจำชาติ(คิดไม่ออกเเล้ว)มาคนละชุด เเปลกดีบ้านเราไม่มี คือ ข้าวมัสมั่นไก่ เฟรนฟรายชิส เเจ่มเลย
ขากลับนั้งรถเมล์มาลงย่าน Little India ลงหน้า Sri Veeramakaliamman Temple
เดินเล่นย่านตลาดสักพักเราก็กลับที่พัก เดินประมาณ200เมตร
ตอนนั้นเป็นเวลา4ทุ่มได้ เรากลับถึงที่พัก เเต่กลับไม่เจอใครที่ห้องนอนเลย ไปไหนกันหมดหว่า อันที่จริงเราก็ยังไม่อยากกลับที่พักสักเท่าไหร่ เเต่กลัวว่าจะกลับมาดึก เสียงจะดัง จะต้องเปิดไฟ เกรงใจเค้า ที่นี่ก็อาบน้ำนอนปกติ เหนื่อยด้วย เริ่มปวดขา จุดพิคมันอยู่ตรงนี้ครับ คนอื่นที่ร่วมห้องดันกลับมาประมาณตี2ได้ ทำผมตื่น (
กว่าจะพร้อมออกเดินทางก็เที่ยงเเล้วกลับมาเเล้วนึกว่าเวลามากเลยไม่น่านอนตื่นสายเลย