ขอยกมือยอมรับว่าเราเป็นคนโลกส่วนตัวสูงค่ะ แต่ก็เหงาอยู่ดี
เราเป็นคนที่สนิทกับคนอื่นยากเช่นเดียวกับคนโลกส่วนตัวสูงทั่วไป แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้เพราะอาชีพการงาน เราไปเรียนและทำงานในต่างประเทศมาหลายปี พึ่งจะกลับไทยได้เมื่อหลายเดือนที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่ได้มาทำงานที่ไทย
ตอนไปอยู่ต่างประเทศ เราก็ไม่ได้มีเพื่อนมากเท่าไหร่(แต่ว่าแต่ละคนเป็นเพื่อนที่สนิท) พอกลับไทยก็เท่ากับว่าต้องมาเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ตอนแรกก็มีคนบอกเราว่าพอเข้าทำงานแล้วเดี๋ยวก็มีเพื่อนเอง แต่ตอนนี้ทำงานมาได้เกือบครึ่งปี เริ่มคิดว่าคงยาก
บริษัทที่เราเข้าทำงานเป็นบริษัทที่นายต่างชาติเตือนมาตั้งแต่ตอนแรกเลยว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวกเยอะมาก ตอนนั้นเราเพิ่งกลับไทยได้ใหม่ๆ ยังไม่เข้าใจว่าวัฒนธรรม
เด็กใครคืออะไร แต่เพื่อความไม่ประมาท เราได้พยายามวางตัวดีมาตลอด ไม่นินทาใคร และทำตัวเป็นกลางที่สุด ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเขม่นเรา(เท่าที่รู้สึกนะคะ) ทำให้นายโล่งใจ เพราะแกกลัวว่าเราอาจโดนหลายคนหมั่นใส้ เนื่องจากแกปลดรุ่นพี่ที่เคยทำงานตำแหน่งเรากลางอากาศ แล้วจ้างเราเข้ามาแทนด้วยเงินเดือนที่สูงกว่ามาก
แต่เราก็มารู้ว่าจริงๆแล้วในตอนนั้นมีแต่คนสืบว่าเราเป็นเด็กใคร ไปรู้จักกับนายได้ยังไง วันนี้ได้คุยกับพี่ที่ทำงานคนนึง พี่เค้าก็ถามตรงๆเลยว่า เงินเดือนเท่าไหร่ ทำงานที่นี่เป็นไงบ้าง มีคนที่สนิทมั้ย เราก็เลยคิดว่าจะรักษาระยะห่างกับคนที่บริษัทแบบพอดีๆดีกว่า บางทีเราอาจจะคิดมากเกินไปนะคะ แต่เราไม่ชอบการเมืองภายในแบบนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แล้วก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มีบ่อยๆในไทย เลยไม่คิดว่าบริษัทนี้แย่หรืออยากจะย้ายงาน
เราไม่ได้มีคนที่ไม่ชอบที่บริษัท มีพี่บางคนที่ชอบเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ แต่เพื่อป้องกันปัญหา เราก็ยังทำตัวเป็นกลางๆแล้วก็ดีกับทุกคนค่ะ แต่คงจะป็นแค่ความสัมพันธ์แบบนี้
แต่เราคิดถึงการไปทานข้าวกับเพื่อน การไปดูหนัง การได้คุยเรื่องหนังสือจนถึงเรื่องหนุ่มๆ เราชอบอยู่คนเดียวนะคะ แต่บางทีก็อยากไปเจอใครในวันหยุดบ้าง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นอกจากต้นไม้ที่เลี้ยงไว้ในหอ
เวลามีกระทู้เกี่ยวกับคนโลกส่วนตัวสูง ส่วนใหญ่จะบอกว่าสบายดีที่ได้อยู่คนเดียว ต่อให้อยู่คนเดียวไปนานๆ ไม่มีใครเหงาเลยเหรอคะ
คนโลกส่วนตัวสูงนี่ไม่เหงาบ้างเหรอคะ
เราเป็นคนที่สนิทกับคนอื่นยากเช่นเดียวกับคนโลกส่วนตัวสูงทั่วไป แต่สามารถปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นได้เพราะอาชีพการงาน เราไปเรียนและทำงานในต่างประเทศมาหลายปี พึ่งจะกลับไทยได้เมื่อหลายเดือนที่แล้ว และเป็นครั้งแรกที่ได้มาทำงานที่ไทย
ตอนไปอยู่ต่างประเทศ เราก็ไม่ได้มีเพื่อนมากเท่าไหร่(แต่ว่าแต่ละคนเป็นเพื่อนที่สนิท) พอกลับไทยก็เท่ากับว่าต้องมาเริ่มความสัมพันธ์ใหม่ ตอนแรกก็มีคนบอกเราว่าพอเข้าทำงานแล้วเดี๋ยวก็มีเพื่อนเอง แต่ตอนนี้ทำงานมาได้เกือบครึ่งปี เริ่มคิดว่าคงยาก
บริษัทที่เราเข้าทำงานเป็นบริษัทที่นายต่างชาติเตือนมาตั้งแต่ตอนแรกเลยว่ามีการเล่นพรรคเล่นพวกเยอะมาก ตอนนั้นเราเพิ่งกลับไทยได้ใหม่ๆ ยังไม่เข้าใจว่าวัฒนธรรมเด็กใครคืออะไร แต่เพื่อความไม่ประมาท เราได้พยายามวางตัวดีมาตลอด ไม่นินทาใคร และทำตัวเป็นกลางที่สุด ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครเขม่นเรา(เท่าที่รู้สึกนะคะ) ทำให้นายโล่งใจ เพราะแกกลัวว่าเราอาจโดนหลายคนหมั่นใส้ เนื่องจากแกปลดรุ่นพี่ที่เคยทำงานตำแหน่งเรากลางอากาศ แล้วจ้างเราเข้ามาแทนด้วยเงินเดือนที่สูงกว่ามาก
แต่เราก็มารู้ว่าจริงๆแล้วในตอนนั้นมีแต่คนสืบว่าเราเป็นเด็กใคร ไปรู้จักกับนายได้ยังไง วันนี้ได้คุยกับพี่ที่ทำงานคนนึง พี่เค้าก็ถามตรงๆเลยว่า เงินเดือนเท่าไหร่ ทำงานที่นี่เป็นไงบ้าง มีคนที่สนิทมั้ย เราก็เลยคิดว่าจะรักษาระยะห่างกับคนที่บริษัทแบบพอดีๆดีกว่า บางทีเราอาจจะคิดมากเกินไปนะคะ แต่เราไม่ชอบการเมืองภายในแบบนี้[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เราไม่ได้มีคนที่ไม่ชอบที่บริษัท มีพี่บางคนที่ชอบเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ แต่เพื่อป้องกันปัญหา เราก็ยังทำตัวเป็นกลางๆแล้วก็ดีกับทุกคนค่ะ แต่คงจะป็นแค่ความสัมพันธ์แบบนี้
แต่เราคิดถึงการไปทานข้าวกับเพื่อน การไปดูหนัง การได้คุยเรื่องหนังสือจนถึงเรื่องหนุ่มๆ เราชอบอยู่คนเดียวนะคะ แต่บางทีก็อยากไปเจอใครในวันหยุดบ้าง [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เวลามีกระทู้เกี่ยวกับคนโลกส่วนตัวสูง ส่วนใหญ่จะบอกว่าสบายดีที่ได้อยู่คนเดียว ต่อให้อยู่คนเดียวไปนานๆ ไม่มีใครเหงาเลยเหรอคะ