แนววิชาการ กรณี ความชอบธรรม ของ รธน.ฉบับชั่วคราว

ใน รธน.๕๐ หมวด ๑ ม.๓ วรรค ๑ บัญญัติเอาไว้ว่า
“อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”

ใน อารัมภบท ของ รธน.๕๗ ฉบับชั่วคราว มีเหตุผลว่า
“คณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงจำเป็นต้องเข้ายึดและควบคุมอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ และประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด ๒ พระมหากษัตริย์...”

และจากพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ รธน.ชั่วคราว ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ จึงทำให้สามารถตั้งข้อสังเกตุตามแนววิชาการทางนิติธรรมปรกติได้ดังนี้ ครับ

๑.) การประกาศให้ รธน.๕๐ สิ้นสุดลงมิได้เป็นไปโดยวิถีทางที่บัญญัติเอาไว้ใน รธน.๕๐ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการก้าวล่วงและริดรอนสิทธิอำนาจการใช้โดยองค์พระมุข ตามที่ได้บัญญัติเอาไว้ใน รธน.๕๐ ม.๓

๒.) อำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย ตาม รธน.๕๐ หมวด ๑ ม.๓ จะคงเป็นส่วนของพระราชอำนาจ (การใช้อำนาจ) เสมือนเช่น ตามบทบัญญัติ รธน.๕๐ หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ ก็เมื่อ รธน.๕๐ ยังมีผลบังคับใช้ ฉนั้นเมื่อประกาศยกเลิก รธน.๕๐ เว้นแต่ หมวด ๒ เป็นเหตุให้พระราชอำนาจนี้ หมดสิ้นลงไปด้วยเช่นกัน การทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานพระราชโองการโปรดเกล้าฯ รธน.ฉบับชั่วคราว จึงเข้าลักษณะขัดหรือแย้งต่อ รธน.๕๐ หมวด ๒ ม.๘ ทั้งผู้ทูลเกล้าฯ และผู้ร่วมประกอบการทั้งหลายที่ให้ได้มาซึ่งพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ในวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗

๓.) ในเมื่อ การประกาศสิ้นสุดของ รธน.๕๐ มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติเอาไว้ รวมทั้งการได้มาซึ่งพระราชโองการโปรดเกล้าฯ รธน.ฉบับชั่วคราว เข้าลักษณะขัดหรือแย้งต่อ รธน.๕๐ หมวด ๒ ม.๘ ที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ เป็นเหตุผลให้ รธน.ฉบับชั่วคราว หรือการกระทำใดๆ ของผู้กระทำหรือมีส่วนร่วมในการกระทำ ก่อนหรือภายใต้ รธน.ฉบับชั่วคราวนี้ จึงขาดความชอบธรรมในแง่วิชาการทางนิติธรรมปรกติ

๔.) ในเมื่อ อำนาจอธิปไตยที่เป็นของปวงชนชาวไทย ตามที่รับรองเอาไว้ใน รธน.๕๐ ได้มีการมอบสิทธิอำนาจการใช้โดยการลงประชามติ ส่วนการรับรองเอาไว้เช่นกันใน รธน.ฉบับชั่วคราว ที่ขาดการมอบสิทธิอำนาจการใช้โดยการลงประชามติ อันย่อมหมายถึงว่า เป็นการแอบอ้างใช้สิทธิอำนาจอธิปไตยโดยขาดความสมยอมหรือชอบธรรม ฉนั้นสิทธิการ ยอมรับหรือไม่ยอมรับ รธน.ฉบับชั่วคราว และการกระทำใดๆ นับแต่ประกาศยกเลิก รธน.๕๐ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของปวงชนชาวไทย

อำนาจอธิปไตยของปวงชนทั้งหลาย ที่มอบให้กับฝ่าย ตุลาการ หมายถึงสิทธิอำนาจให้เป็นฝ่ายหาข้อยุติโดยธรรม กับอรรถคดีและกรณีขัดแย้งต่างๆ โดยบุคคลากรในด้านนี้ต่างเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในนิติธรรมด้านนั้นๆ ซึ่งก็เป็นเหตุผลให้ได้รับความเชื่อถือและยอมรับถึงการใช้ดุลย์พินิจที่ตรวจสอบได้จากข้อวินิจฉัยและพิจารณาในสังคม บุคคลที่มีหน้าที่หรือคุณวุฒิในด้านนิติธรรม มิได้อยู่ในสถานะเลือกข้างตามความรู้สึกเข้าใจของตัวเองในการใช้ดุลย์พินิจพิจารณาหรือพิพากษาอรรถคดีและกรณีขัดแย้งทางกฏหมายได้ เพราะการหาข้อยุติโดยธรรมคือการมีจุดยืนบนพื้นฐานที่ประกอบด้วยเหตุและผลเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีอิสระในการใช้ดุลย์พินิจก็ตาม แต่ที่มาของดุลย์พินิจจำต้องประกอบด้วยเหตุและผลที่โปร่งสัยและตรวจสอบได้ ครับ

ถึงแม้ว่า บุคคลากรณ์ในด้านวิชาการด้านนิติธรรม ในชีวิตความเป็นจริงอาจจะถูกนำมาเป็นกลไกสำหรับ สร้างสิ่งที่ไม่เป็นธรรมให้เป็นสิ่งชอบธรรมให้ได้ก็ตาม ไม่ควรลืมไปว่า ในขณะเดียวกันเป็นการทำลายสถานะภาพและความรู้ของตัวเอง โดยยังมิต้องแยกแยะกับกรณี “ทำเพื่อชาติ” หรือที่อ้างกันว่า “แทนคุณแผ่นดิน” รวมทั้งความเคารพและเชื่อถือกลไกว่าด้วยความยุติธรรมในสังคม การยึดหลักและแนวปฎิบัติให้ตรงกับคุณวุฒิในตัวเอง มิได้หมายถึง การก้าวล่วงหรือป้องปรามการกระทำใดๆ แต่เป็นเพียงให้ความหวังการเป็นเสาหลักกับสังคม ในการหาข้อยุติโดยธรรมโดยชี้ถึงเหตุและผลตามกระบวนการนิติธรรม ถูกใหมครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่