สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกว่านี้คือกระทู้แรกของเรา เราอยากขอคำแนะนำ/คำปรึกษา/ชี้แนะ/ติเตียน/หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์
ว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป ขอเล่าคร่าวๆนะคะว่า เราอายุ 29 ปีค่ะ เคยมีแฟนมา 2 -3 คน ซึ่งส่วนใหญ่แฟนก้ออายุเท่ากันกับเรา
หรือมากกว่านิดหน่อยค่ะ ปัจจุบันมีแฟนอายุ 25 ปี คบกันมาประมาณปีกว่าๆ(ซึ่งจริงๆเราชอบผู้ชายที่อายุมากกว่าค่ะ) แฟนเราเป็นคนโคราช มาทำงานที่
จังหวัดบ้านเกิดของเรา เรากับแฟนเป็นพนักงานบริษัทเอกชน แต่ทำงานคนละที่กัน แต่มีรถรับส่งทั้งเราและแฟน
เราคบกับแฟนด้วยใจจริงๆค่ะ ก่อนจะคบกับแฟนเรามีคนคุยด้วยหลายคนค่ะ แต่เราก็เลือกที่จะคบแฟน เพราะแฟนดูจริงใจ
นิสัยดูบ้านๆ เรียบง่าย ไม่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง ดื่มเวลามีสังสรรค์บ้างแต่ไม่บ่อย แต่จะดื่มกับญาติๆ เป็นผู้ชายรักเด็กมาก
ดูรักครอบครัว วงศาคราญาติของเขามาก ใจเย็น ดูซื่อๆ (แต่ตอนนี้ไม่ใช่)ดูสนุกสนานร้องเพลงเพราะ เข้ากับคนง่าย มนุษย์สัมพันธ์ดี ไม่เจ้าชู้
(อันนี้ไม่แน่ใจว่าไม่เจ้าชู้จริงรึป่าวแต่ดูเฟสและไลน์ได้ตลอด ก้อมีระแวงบ้างค่ะ เพราะเราเจอแต่คนเจ้าชู้) แต่ฐานะการเงินของแฟนไม่ค่อยดี
ค่อนข้างน้อยมาก น้อยกว่าเราประมาณ เท่าตัวนึงเลย คบกันมา 11 เดือน เพิ่งมาสารภาพว่า เขาสูบบุหรี่ สารภาพเพราะว่าเขาอึดอัดเวลา
ที่อยู่กับเรา (ซึ่งปกติเราไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ) ซึ่งเราก็รับได้ค่ะ เหล้า บุหรี่ ถ้ามีความพอดี มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรค่ะ เรากับแฟนไปมาหาสู่กัน
กินข้าว เราก้อพาเขาไปบ้านเรา เขาก็พาเราไปบ้านเขาในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งเวลาไปบ้านเขา เราก้อจะออกค่าน้ำมันรถ ค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
และค่าใช้จ่ายตลอดเวลาที่ไปอยู่บ้านเขา 3-4 วัน ของฝากพ่อแม่พี่น้องเขาเราก็ซื้อให้เขาทั้งหมดค่ะ แล้วเขาก็จะทยอยใช้คืนเรา(ทุกวันนี้ก้อยังไม่หมด)
ก่อนจะกลับบ้านเขา เขาก้อจะเอารถไปตรวจสภาพเช็คนู่นนี่นั่น ก้อ 2-3 พัน เราก้อต้องออกให้เขา พอเราบอกว่าไม่ต้องกลับมั้ย รอไปวันหยุดอื่นดีกว่ามั้ย เพราะเราเองก้อไม่ค่อยมีตังค์จะออกให้เขาเท่าไหร่ แต่เขาก้อมานอยด์ พูดว่าเทศกาลทั้งทีก้ออยากกลับ เราก็เห็นใจ ก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้เขาก่อนอีก
แต่เวลาเรากลับบ้านเราซึ่งมันห่างจากที่เราอยู่ไปกลับก้อประมาณ 60 กม. เราก็จะจ่ายค่าน้ำมันเอง(รถของแฟน เก่าแล้วแต่ยังส่งค่างวดอยู่ค่ะ) ซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด ไปให้พ่อแม่ ก็ทำเผื่อเขากินด้วย (เรากลับบ้านเกือบทุกอาทิตย์ค่ะ เราเป็นห่วงพ่อแม่เรา พ่อเป็นอัมพาตครึ่งซีกค่ะ)
ซึ่งตอนเรากับแฟนรู้จักกันใหม่เขาดีมากค่ะ ดูรักเรามากเราเองก้อพูดจาดีกับเขาไม่เคยหงุดหงิดหรือตะคอก ขึ้นเสียง ตอนหลังมาเริ่มมีขึ้นเสียงใส่เขา เหวี่ยง หงุดหงิดไปบ้าง เพราะเขาไม่เข้าใจที่เราพูด ชอบเข้าใจผิดเราตลอด ไม่เคยมองเราในแง่ดี หาว่าเราทำไมพูดต้องใช้อารมณ์ อ้าว! เหรอ เราก็บอกเขาว่า เราก้อพูดปกติของเรานะ ไม่ได้ใช้อารมณ์อะไร เขาก้อบอกเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ เราก็ขึ้นเลยค่ะ เพราะปกติเราเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วค่ะ เขาเองก้อเหวี่ยงกลับมาสุดๆเหมือนกัน ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ คือทุกเรื่องที่ทะเลาะกันเขาคิดและมองว่าเราเป็นต้นเหตุ ที่หงุดหงิดอารมณ์เสียใส่เขา พูดจาใช้อารมณ์ เราก็พยายามปรับอารมณ์ เขาเองก้อใช้อารมณ์ ฟึดฟัด ใส่เราแต่เราก้อคิดว่า สงสัยน่าจะเพราะเราที่ไปหงุดหงิดหรือพูดไม่ดีใส่เขา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเรากู้ธนาคารซื้อทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว ค่าผ่อนพอๆกับเช่าหอ เราก็เลยคุยกันกับแฟนว่ามาอยู่ด้วยกัน เขาก็โอเคร เขาก็ถามเราว่าบ้านหลังนี้ เป็นบ้านเราสองคนใช่มั้ย ไม่ใช้แค่ของเราคนเดียว เราก็บอกว่าใช่บ้านของเรา 2 คน ช่วยกันเก็บกันสร้าง เก็บเงินสักปีกว่าๆก็ค่อยแต่งงานแบบเรียบง่าย แล้วค่อยมีลูกกัน เขาให้เงินเดือนเราทั้งหมด สมุดบัญชี บัตร ATM ทุกอย่างอยู่กับเรา เราให้เงินเขาไปทำงานเป็นรายวัน วันละ 100 บาท คือข้าวเช้าและกลางวัน ส่วนตอนเย็นจะมีเงินกองกลางเพื่อซื้อกินต่างหาก เราเองก็เอาเงินมาทำงานวันละ 100 บาทเหมือนกัน เพราะที่ทำงานของเราทั้ง 2 คนมีสวัสดิการค่าอาหารที่ราคาถูก มื้อนึง 20 บาทก้ออิ่มพุงกางแล้วเราก็ทะเลาะกันบ้าง ก็ไม่มีไร แต่มีหลายเหตุการณ์ที่เราต้องมาทบทวน
เราคุยกันไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ อย่างเช่น แฟนบอกเราว่า สิ้นเดือนกันยายนนี้จะกลับบ้านนะ อยากกลับบ้านคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ เราก็เอ่อ .. เพิ่งกลับไม่ใช่เหรอ เขาก็บอกว่ากลับเมื่อไหร่ที่ว่าเพิ่งกลับน่ะ (แฟนพูดช่วงปลายเดือนสิงหาคม) เราก็บอกแฟนว่าก็เราเพิ่งกลับไปวันที่ 29 ก.ค.ไง ไปมา 4 วัน เราก็เลยรู้สึกว่าทำไมเขาไม่อดทน เลยบอกแฟนว่าถ้าจะติดบ้านคิดถึงบ้านแล้วกลับปีนึงหลายๆครั้งก็ไม่ไหวนะ ค่าใช้จ่ายก็สูงนะเวลากลับ เขาบอกว่าเขานั่งรถประจำทางกลับบ้านก็ได้ (เราคิดกลับรถอะไรก็ต้องใช้ตังค์ป่าว) เราก็เลยบอกแฟนว่ามาอยู่ที่นี่เพราะต้องการเก็บเงินไม่ใช่เหรอ ถ้าอดทนไม่ไหวต้องกลับบ่อยขนาดนี้เรียนจบแล้วก็หางานทำแถวบ้านมั้ยจะได้กลับบ้านบ่อย เราก็เล่าให้เขาฟังว่าเมื่อก่อนไปทำงานที่จังหวัดอื่น เรายังกลับบ้านแค่ปีละ 2 ครั้งเอง เขาก็เถียงเราบอกว่าคนเราไม่เหมือนกัน ชีวิตเขาคือต้องมีครอบครัว คือจริงๆญาติเขาก็มาทำงานที่นี่หลายครอบครัวค่ะ คือไปมาหาสู่กันได้ต่ลอด แต่ทุกคนก็มีภาระหน้าที่ต้องทำ ต่างคนต่างมีครอบครัว ว่างก็มาพบปะเจอกัน เราก็ว่าปกตินะ(แฟนเรียนวันทิตย์) เราก็เริ่มขึ้นเสียง เขาก็ขึ้นเสียง (จากเรื่องเล็กๆ) เราก็บอกว่าให้ไปสิ้นปีเลยนะ หรือถ้าอยากจะกลับสิ้นเดือนนี้ก็กลับ ตามใจ เพราะไม่อยากจะพูด พูดไปก็ไม่เชื่อ แฟนเรามาเลย เขาบอกแค่อยากกลับบ้านเฉยๆ ไม่ได้บอกว่าจะกลับสิ้นเดือนนี้ซักหน่อย เราจะพูดเอาไรนักหนา แป่ว!! เงิบบบบ.. คือบอกว่าจะกลับบ้านสิ้นเดือนกันยายน พอเราพูดนู่นนี่นั่น ก็บอกว่าป่าว เราเลยเงียบ ต่างคนต่างไม่พูด
แฟนเราไม่มีไรเท่าไหร่ มีรถเก๋งเก่าๆที่ยังผ่อนแต่ต้องคอยบำรุงรักษาด้วยเงินของเรา มือถือราคา 2 หมื่นกว่าที่ใช้อยู่ก็ของเรา สร้อยคอที่ใส่ 1 บาทก็เราซื้อให้ เราอยากให้เขาไม่อายใครๆ ก็เลยซื้อให้เขา โดยตกลงว่าทุกๆเดือนเขาจะให้ผ่อนคืนให้เรา (ตอนนั้นยังไม่ให้ ATM) พอตอนนี้ให้ ATM เรามาก็คงเหมาจ่ายหมดมั้ง เงินเดือนเขา 1 หมื่นบาทถ้วน เรียนวันอาทิตย์(มีเรียนวันเสาร์บ้าง) ค่าเทอม 4 เทอม เฉลี่ยค่าเทอมละ 4,500 บาท ไม่รวมค่า Sheet ค่ากิจกรรม กีฬาสี โครงงาน ค่าน้ำมันรถไปเรียน ค่างวดรถที่สามารถจ่ายขั้นต่ำได้ที่ 1พันบาท แม่แฟนส่งเงินค่าเทอมให้ 3 เทอม เทอมสุดท้าย เราจ่าย เพราะเขามาอยู่กับเราแล้ว รถเขาถูกชนมาต้องซ่อมแม็กซ์ เราต้องสำรองจ่าย แล้วเบิกประกันมาคืนเรา เพื่อนที่ทำงานแฟนขาย Tab ในราคา 3,500 บาท เขาตบปากรับคำเรียบร้อยว่าจะซื้อต่อจากเพื่อนแล้วมาบอกเรา เราก็จำต้องจ่ายไม่อยากให้แฟนเสียหน้าเสียคำพูด แต่เราก็ค้านเขานะว่าไม่จำเป็นนะ โน้ตบุ๊คก็มี มือถือก็ราคา 2 หมื่นกว่าๆ แล้วเอา Tab มาทำไม จบไปค่ะเรื่องนี้ แล้วเราก็ทะเลาะเรื่องนู้เรื่องนี้มาเรื่อยๆค่ะ
เมื่อวานนี้ค่ะ เหตุการณ์ใหม่ล่าสุด เรา พี่ชายเรา และแฟน ก็ไปเรียนงานกับพี่ที่รู้จัก เพื่อเอามาเป็นอาชีพเสริม มีรายได้ พี่ชายเราเขาอยากทำมาก เป็นงานที่สามารถทำเลี้ยงชีพได้ตลอด อยู่กับบ้านมีเวลาอยู่ดูแลพ่อของเราที่เป็นอัมพาต พี่ที่เขาสอนงานให้ เรา พี่ชายเรา และแฟน สอนและถ่ายทอดทุกอย่างให้โดยไม่มีค่าตอบแทน แนะนำเทคนิค อุปกรณ์ต่างๆที่ควรจะใช้ พี่ที่สอนมีประสบการณ์งานนี้มา 8 ปี เรา พี่ชาย และแฟน ตั้งใจดูและฟังตลอดการสอน อากาศก็ร้อน หิว ง่วงนอน แต่ต้องเต็มที่กับสิ่งที่พี่เขาสอนให้เรา แฟนเราเริ่มหงุดหงิด ฟึดฟัด บอกว่า ง่วง หิว ปวดหัว จะไม่ไหวแล้ว เราก็เอ่อ..อดทนหน่อยนะเดี๋ยวดูพี่เขาทำอีกชิ้นนะ แล้วเราก็ไปนั่งกินขนมจีน แฟนก็ตามมากิน ส่วนพี่ชายเราซื้อใส่จานแล้วเดินไปให้หิน เพราะพี่ชายก็ตั้งใจจะเรียนงานอย่างมากไม่อยากให้พลาดเลยสักขั้นตอน จากนั้นพี่ที่สอนงานก็แนะนำว่าต้องใช้อุปกรณ์แบบไหน คุณภาพแบบไหน ยี่ห้อไหนที่ใช้แล้วดีต่องาน งานออกมาดีมาสวย แนะนำที่ซื้อ เพราะดูเสร็จ เรา พี่ชายและแฟน พากันไปวื้ออุปกรณ์ โดยพี่ชายเราเขาไม่มีทุนเลย ขอเงินเพื่อลงทุน 5 พันบาทเพื่อซื้ออุปกรณ์และจะผ่อนคืน เราก็สนับสนุน เพราะพี่ชายเราขอทุนทำมาหากิน ไม่ได้เอาไปใช้เรื่องไร้สาระ ขนาด Tab 3,500 บาท ชาร์จแบตเล่นเกมส์ยังซื้อได้เลย ถ้า 5 พันบาทนี้พี่ชายไม่คืนเราเราก็ไม่โกรธหรือขุ่นเคืองใจ สิ่งที่อยากได้คือ เขาตั้งใจทำงานที่เราลงทุนให้อย่างจริงจัง มีเงินให้พ่อแม่เรา (เราก็ไม่ต้องมาส่งเงินตามปกติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังมีเงินไปทำอย่างอื่นได้บ้าง จริงๆเดือนนึงเราให้แม่ช่วงนี้ประมาณ 1-2 พันบาทเท่านั้น เพราะเราลงทุนให้แม่ขายของพอมีรายได้จุนเจือครอบครัวบ้าง) เรา พี่ชาย และแฟนเดินเลือกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ตามที่ได้รับคำแนะนำมา พี่ชายเราเลือกอะไร แฟนเราก็มากระซิบเรา แบบนี้ซื้อค้ลองถมก็ได้ไม่เห็นต้องมาซื้อที่นี่แพง! เราก็ไม่พูด หันไปบอกพี่ชายเอาอีกยี่ห้อมั้ย มีโปรฯ คุณภาพเหมือนกัน พี่ชายเราโอเคร เลือกของอีก คราวนี้ก็แฟนเราพูดอีก เอาแบบนี้ก็พอมันแพง เลือกไรก็แพงไปหมด แล้วก็กระฟัดกระเฟียดเดินไปรอข้างล่าง เราก็เฉยๆ เดินไปจ่ายตังค์กับพี่ชาย พี่ชายเราเขาก็รู้นะว่าแฟนเราไม่พอใจ แต่ของที่ซื้อทั้งหมดก็อยู่ในงบ 5 พัน ตามที่พี่ชายเราซื้อนะ เราก็เอ่ออ..คือเราก็บอกแฟนเราแล้วว่าพี่ชายเรายืมเงินลุงทุนก่อนนะ 5 พัน คุยกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนเงิน 5 พันนี่ คือเงินที่เหลือจากการกู้ธนาคารซื้อทาวน์เฮ้าส์ หนี้เรา เราใช้หนี้ป่าวนะ เพราะเราจะถูกหักจากบัญชีเงินเดือน แล้วเงินเราก็เหลือพอที่จะไม่ไปเบียดเบียนเงิน 1 หมื่นบาทของแฟน ดังค่าใช้จ่ายของแฟนเราก็ยังฝากให้แฟน บัญชีชื่อแฟนทุกเดือนๆละ 2,500 บาท แต่สมุดบัญชีอยู่กับเรา พอเราซื้อของเสร็จแยกย้ายกันกลับบ้าน แฟนเราก็บึ้งตึ้งใส่เรา พอถึงบ้านแฟนก็นอนหลับ เรานี่เหนื่อย เพลียไม่ต่างกันกับเขาที่เป็นผู้ชาย(แต่อ่อนแอ ไม่มีความอดทน) เรารีบอาบน้ำ ตอนนั้น 16.30น. แล้วรีบมารีดเสื้อผ้าทำงานทั้งอาทิตย์ของเราและแฟน รีดเสื้อผ้าเสร็จแฟนก็ยังหลับอยู่ เราก้ทำกับข้าวค่ะ ทำแบบที่เขาชอบ และมีกับข้าวอย่างนึงเป้นอาหารพื้นบ้านจังหวัดเรา (ภาคตะวันออก ติดชายทะเล) จากนั้นเขาก็ตืนมาช่วยยกกับข้าว จานช้อน ตักข้าวเผื่อเรา เขาเอาส้อมมาจิ้มอาหารพื้นบ้านที่เราทำ เราก็เลยถามเขาด้วยอารมณ์ดี ว่า กินเป็นมั้ย เขาตอบกลับมาแบบว่าอารมณ์มาเต็ม "กินอ่ะไม่อยากหรอก ถามว่าชอบมั้ยจะดีกว่า " เราหันมองหน้าเขาแว๊บนึง แต่เขาไม่ได้มองหน้าเรา ดูทีวี คิดว่าเอ่อะ นี่เราถามเขาผิดรึนี่ คำถามเราดูถูกเขาไปเหรอ เราก็ถามแบบนี้กับหลายๆคนนะ เราก็ถามตัวเองวนไปวนมาแล้วก็ไม่ใส่ใจ กินเสร็จล้างจานเสร็จ อาบน้ำเตรียมนอนเพราะรุ่งขึ้นต้องทำงาน เช้ามาเราก็ตื่นมากำลังแต่งตัว แฟนก็แต่งตัว เราก็ยื่นเงินให้เขา 60 บาท เพราะในกระเป่าเขามีอยู่ 40 บาท เราเลยหักออก เพราะวันก่อนเขาซื้อบุหรี่แล้วให้เราออกให้ก่อนแล้วบอกให้หักเอา แฟนเรารับเงินไป แล้วพูดว่า ที่กับแฟนนี่เหนียวนัก เรารู้เลยว่าเขาหมายถึงใครที่เราไม่เหนียว พี่ชายเราไง เราก็เลยบอกแฟนเราว่า พี่ชายเรายืม แล้วเราก็คุยกันรู้เรื่องแล้วนะว่ายืม พี่ชายเรายืมไปลงทุนนะ เราก็เลยให้ Tab ที่เขาอยากได้ 3,500 บาท ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไรยังซื้อได้ แฟนเราพูดว่า ก็ต้องซื้อบ้างแหละไม่งั้นเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย เราช็อค 3 วิ (นี่คือมาอยู่กับเราเพื่อหอบโกยรึอะไร) เราก็เลยบอกว่า สร้อยที่เขาใส่ มือถือที่ใช้ไง ก็มีนะ เขาบอกเราว่าอย่าเอาเรื่องเก่ามาพูด ประมาณอย่ามาทวงบุญคุณสิ่งของ เราไม่ได้ทวงนะ แค่บอกให้รู้ว่าเขาก็มีนะ เราก็ให้เขานะ ไม่ได้ให้แต่พี่ชาย(5พัน) เขาก้ยังพูดอีกว่ามีเงินเยอะเมื่อไหร่จะเอามาคืนค่าสร้อยค่ามือถือให้หมด เราก็ตวาดเลย พูดให้คิดนะว่าเขาก็มี เข้าใจที่พูดบ้าง จากนั้นเราก็เงียบ แล้วก็ต่างคนต่างไปทำงาน ตั้งแต่คบกันมาเราไม่เคยได้อะไรจากเขาที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ที่ให้มาคือตุ๊กตาหมีตัวละ 400 บาท กระเป๋าสวยๆซักใบ ราคา 2 พันต้นๆ ยังทำไม่ได้ต้องจ่าย Tab ก่อนค่ะ เราเอาเปรียบหรือเห็นแก่ตัวกับเขาไปรึป่าวคะ เราควรทำยังไงต่อไปดี รูปร่างหน้าตาเราไม่ขี้เหร่ค่ะ
ไปต่อหรือพอแค่นี้
ว่าเราควรทำอย่างไรต่อไป ขอเล่าคร่าวๆนะคะว่า เราอายุ 29 ปีค่ะ เคยมีแฟนมา 2 -3 คน ซึ่งส่วนใหญ่แฟนก้ออายุเท่ากันกับเรา
หรือมากกว่านิดหน่อยค่ะ ปัจจุบันมีแฟนอายุ 25 ปี คบกันมาประมาณปีกว่าๆ(ซึ่งจริงๆเราชอบผู้ชายที่อายุมากกว่าค่ะ) แฟนเราเป็นคนโคราช มาทำงานที่
จังหวัดบ้านเกิดของเรา เรากับแฟนเป็นพนักงานบริษัทเอกชน แต่ทำงานคนละที่กัน แต่มีรถรับส่งทั้งเราและแฟน
เราคบกับแฟนด้วยใจจริงๆค่ะ ก่อนจะคบกับแฟนเรามีคนคุยด้วยหลายคนค่ะ แต่เราก็เลือกที่จะคบแฟน เพราะแฟนดูจริงใจ
นิสัยดูบ้านๆ เรียบง่าย ไม่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง ดื่มเวลามีสังสรรค์บ้างแต่ไม่บ่อย แต่จะดื่มกับญาติๆ เป็นผู้ชายรักเด็กมาก
ดูรักครอบครัว วงศาคราญาติของเขามาก ใจเย็น ดูซื่อๆ (แต่ตอนนี้ไม่ใช่)ดูสนุกสนานร้องเพลงเพราะ เข้ากับคนง่าย มนุษย์สัมพันธ์ดี ไม่เจ้าชู้
(อันนี้ไม่แน่ใจว่าไม่เจ้าชู้จริงรึป่าวแต่ดูเฟสและไลน์ได้ตลอด ก้อมีระแวงบ้างค่ะ เพราะเราเจอแต่คนเจ้าชู้) แต่ฐานะการเงินของแฟนไม่ค่อยดี
ค่อนข้างน้อยมาก น้อยกว่าเราประมาณ เท่าตัวนึงเลย คบกันมา 11 เดือน เพิ่งมาสารภาพว่า เขาสูบบุหรี่ สารภาพเพราะว่าเขาอึดอัดเวลา
ที่อยู่กับเรา (ซึ่งปกติเราไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ) ซึ่งเราก็รับได้ค่ะ เหล้า บุหรี่ ถ้ามีความพอดี มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรค่ะ เรากับแฟนไปมาหาสู่กัน
กินข้าว เราก้อพาเขาไปบ้านเรา เขาก็พาเราไปบ้านเขาในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งเวลาไปบ้านเขา เราก้อจะออกค่าน้ำมันรถ ค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง
และค่าใช้จ่ายตลอดเวลาที่ไปอยู่บ้านเขา 3-4 วัน ของฝากพ่อแม่พี่น้องเขาเราก็ซื้อให้เขาทั้งหมดค่ะ แล้วเขาก็จะทยอยใช้คืนเรา(ทุกวันนี้ก้อยังไม่หมด)
ก่อนจะกลับบ้านเขา เขาก้อจะเอารถไปตรวจสภาพเช็คนู่นนี่นั่น ก้อ 2-3 พัน เราก้อต้องออกให้เขา พอเราบอกว่าไม่ต้องกลับมั้ย รอไปวันหยุดอื่นดีกว่ามั้ย เพราะเราเองก้อไม่ค่อยมีตังค์จะออกให้เขาเท่าไหร่ แต่เขาก้อมานอยด์ พูดว่าเทศกาลทั้งทีก้ออยากกลับ เราก็เห็นใจ ก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายให้เขาก่อนอีก
แต่เวลาเรากลับบ้านเราซึ่งมันห่างจากที่เราอยู่ไปกลับก้อประมาณ 60 กม. เราก็จะจ่ายค่าน้ำมันเอง(รถของแฟน เก่าแล้วแต่ยังส่งค่างวดอยู่ค่ะ) ซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารสด ไปให้พ่อแม่ ก็ทำเผื่อเขากินด้วย (เรากลับบ้านเกือบทุกอาทิตย์ค่ะ เราเป็นห่วงพ่อแม่เรา พ่อเป็นอัมพาตครึ่งซีกค่ะ)
ซึ่งตอนเรากับแฟนรู้จักกันใหม่เขาดีมากค่ะ ดูรักเรามากเราเองก้อพูดจาดีกับเขาไม่เคยหงุดหงิดหรือตะคอก ขึ้นเสียง ตอนหลังมาเริ่มมีขึ้นเสียงใส่เขา เหวี่ยง หงุดหงิดไปบ้าง เพราะเขาไม่เข้าใจที่เราพูด ชอบเข้าใจผิดเราตลอด ไม่เคยมองเราในแง่ดี หาว่าเราทำไมพูดต้องใช้อารมณ์ อ้าว! เหรอ เราก็บอกเขาว่า เราก้อพูดปกติของเรานะ ไม่ได้ใช้อารมณ์อะไร เขาก้อบอกเมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ เราก็ขึ้นเลยค่ะ เพราะปกติเราเป็นคนใจร้อนอยู่แล้วค่ะ เขาเองก้อเหวี่ยงกลับมาสุดๆเหมือนกัน ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ คือทุกเรื่องที่ทะเลาะกันเขาคิดและมองว่าเราเป็นต้นเหตุ ที่หงุดหงิดอารมณ์เสียใส่เขา พูดจาใช้อารมณ์ เราก็พยายามปรับอารมณ์ เขาเองก้อใช้อารมณ์ ฟึดฟัด ใส่เราแต่เราก้อคิดว่า สงสัยน่าจะเพราะเราที่ไปหงุดหงิดหรือพูดไม่ดีใส่เขา เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเรากู้ธนาคารซื้อทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว ค่าผ่อนพอๆกับเช่าหอ เราก็เลยคุยกันกับแฟนว่ามาอยู่ด้วยกัน เขาก็โอเคร เขาก็ถามเราว่าบ้านหลังนี้ เป็นบ้านเราสองคนใช่มั้ย ไม่ใช้แค่ของเราคนเดียว เราก็บอกว่าใช่บ้านของเรา 2 คน ช่วยกันเก็บกันสร้าง เก็บเงินสักปีกว่าๆก็ค่อยแต่งงานแบบเรียบง่าย แล้วค่อยมีลูกกัน เขาให้เงินเดือนเราทั้งหมด สมุดบัญชี บัตร ATM ทุกอย่างอยู่กับเรา เราให้เงินเขาไปทำงานเป็นรายวัน วันละ 100 บาท คือข้าวเช้าและกลางวัน ส่วนตอนเย็นจะมีเงินกองกลางเพื่อซื้อกินต่างหาก เราเองก็เอาเงินมาทำงานวันละ 100 บาทเหมือนกัน เพราะที่ทำงานของเราทั้ง 2 คนมีสวัสดิการค่าอาหารที่ราคาถูก มื้อนึง 20 บาทก้ออิ่มพุงกางแล้วเราก็ทะเลาะกันบ้าง ก็ไม่มีไร แต่มีหลายเหตุการณ์ที่เราต้องมาทบทวน
เราคุยกันไม่ค่อยเข้าใจกันเท่าไหร่ อย่างเช่น แฟนบอกเราว่า สิ้นเดือนกันยายนนี้จะกลับบ้านนะ อยากกลับบ้านคิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อแม่ เราก็เอ่อ .. เพิ่งกลับไม่ใช่เหรอ เขาก็บอกว่ากลับเมื่อไหร่ที่ว่าเพิ่งกลับน่ะ (แฟนพูดช่วงปลายเดือนสิงหาคม) เราก็บอกแฟนว่าก็เราเพิ่งกลับไปวันที่ 29 ก.ค.ไง ไปมา 4 วัน เราก็เลยรู้สึกว่าทำไมเขาไม่อดทน เลยบอกแฟนว่าถ้าจะติดบ้านคิดถึงบ้านแล้วกลับปีนึงหลายๆครั้งก็ไม่ไหวนะ ค่าใช้จ่ายก็สูงนะเวลากลับ เขาบอกว่าเขานั่งรถประจำทางกลับบ้านก็ได้ (เราคิดกลับรถอะไรก็ต้องใช้ตังค์ป่าว) เราก็เลยบอกแฟนว่ามาอยู่ที่นี่เพราะต้องการเก็บเงินไม่ใช่เหรอ ถ้าอดทนไม่ไหวต้องกลับบ่อยขนาดนี้เรียนจบแล้วก็หางานทำแถวบ้านมั้ยจะได้กลับบ้านบ่อย เราก็เล่าให้เขาฟังว่าเมื่อก่อนไปทำงานที่จังหวัดอื่น เรายังกลับบ้านแค่ปีละ 2 ครั้งเอง เขาก็เถียงเราบอกว่าคนเราไม่เหมือนกัน ชีวิตเขาคือต้องมีครอบครัว คือจริงๆญาติเขาก็มาทำงานที่นี่หลายครอบครัวค่ะ คือไปมาหาสู่กันได้ต่ลอด แต่ทุกคนก็มีภาระหน้าที่ต้องทำ ต่างคนต่างมีครอบครัว ว่างก็มาพบปะเจอกัน เราก็ว่าปกตินะ(แฟนเรียนวันทิตย์) เราก็เริ่มขึ้นเสียง เขาก็ขึ้นเสียง (จากเรื่องเล็กๆ) เราก็บอกว่าให้ไปสิ้นปีเลยนะ หรือถ้าอยากจะกลับสิ้นเดือนนี้ก็กลับ ตามใจ เพราะไม่อยากจะพูด พูดไปก็ไม่เชื่อ แฟนเรามาเลย เขาบอกแค่อยากกลับบ้านเฉยๆ ไม่ได้บอกว่าจะกลับสิ้นเดือนนี้ซักหน่อย เราจะพูดเอาไรนักหนา แป่ว!! เงิบบบบ.. คือบอกว่าจะกลับบ้านสิ้นเดือนกันยายน พอเราพูดนู่นนี่นั่น ก็บอกว่าป่าว เราเลยเงียบ ต่างคนต่างไม่พูด
แฟนเราไม่มีไรเท่าไหร่ มีรถเก๋งเก่าๆที่ยังผ่อนแต่ต้องคอยบำรุงรักษาด้วยเงินของเรา มือถือราคา 2 หมื่นกว่าที่ใช้อยู่ก็ของเรา สร้อยคอที่ใส่ 1 บาทก็เราซื้อให้ เราอยากให้เขาไม่อายใครๆ ก็เลยซื้อให้เขา โดยตกลงว่าทุกๆเดือนเขาจะให้ผ่อนคืนให้เรา (ตอนนั้นยังไม่ให้ ATM) พอตอนนี้ให้ ATM เรามาก็คงเหมาจ่ายหมดมั้ง เงินเดือนเขา 1 หมื่นบาทถ้วน เรียนวันอาทิตย์(มีเรียนวันเสาร์บ้าง) ค่าเทอม 4 เทอม เฉลี่ยค่าเทอมละ 4,500 บาท ไม่รวมค่า Sheet ค่ากิจกรรม กีฬาสี โครงงาน ค่าน้ำมันรถไปเรียน ค่างวดรถที่สามารถจ่ายขั้นต่ำได้ที่ 1พันบาท แม่แฟนส่งเงินค่าเทอมให้ 3 เทอม เทอมสุดท้าย เราจ่าย เพราะเขามาอยู่กับเราแล้ว รถเขาถูกชนมาต้องซ่อมแม็กซ์ เราต้องสำรองจ่าย แล้วเบิกประกันมาคืนเรา เพื่อนที่ทำงานแฟนขาย Tab ในราคา 3,500 บาท เขาตบปากรับคำเรียบร้อยว่าจะซื้อต่อจากเพื่อนแล้วมาบอกเรา เราก็จำต้องจ่ายไม่อยากให้แฟนเสียหน้าเสียคำพูด แต่เราก็ค้านเขานะว่าไม่จำเป็นนะ โน้ตบุ๊คก็มี มือถือก็ราคา 2 หมื่นกว่าๆ แล้วเอา Tab มาทำไม จบไปค่ะเรื่องนี้ แล้วเราก็ทะเลาะเรื่องนู้เรื่องนี้มาเรื่อยๆค่ะ
เมื่อวานนี้ค่ะ เหตุการณ์ใหม่ล่าสุด เรา พี่ชายเรา และแฟน ก็ไปเรียนงานกับพี่ที่รู้จัก เพื่อเอามาเป็นอาชีพเสริม มีรายได้ พี่ชายเราเขาอยากทำมาก เป็นงานที่สามารถทำเลี้ยงชีพได้ตลอด อยู่กับบ้านมีเวลาอยู่ดูแลพ่อของเราที่เป็นอัมพาต พี่ที่เขาสอนงานให้ เรา พี่ชายเรา และแฟน สอนและถ่ายทอดทุกอย่างให้โดยไม่มีค่าตอบแทน แนะนำเทคนิค อุปกรณ์ต่างๆที่ควรจะใช้ พี่ที่สอนมีประสบการณ์งานนี้มา 8 ปี เรา พี่ชาย และแฟน ตั้งใจดูและฟังตลอดการสอน อากาศก็ร้อน หิว ง่วงนอน แต่ต้องเต็มที่กับสิ่งที่พี่เขาสอนให้เรา แฟนเราเริ่มหงุดหงิด ฟึดฟัด บอกว่า ง่วง หิว ปวดหัว จะไม่ไหวแล้ว เราก็เอ่อ..อดทนหน่อยนะเดี๋ยวดูพี่เขาทำอีกชิ้นนะ แล้วเราก็ไปนั่งกินขนมจีน แฟนก็ตามมากิน ส่วนพี่ชายเราซื้อใส่จานแล้วเดินไปให้หิน เพราะพี่ชายก็ตั้งใจจะเรียนงานอย่างมากไม่อยากให้พลาดเลยสักขั้นตอน จากนั้นพี่ที่สอนงานก็แนะนำว่าต้องใช้อุปกรณ์แบบไหน คุณภาพแบบไหน ยี่ห้อไหนที่ใช้แล้วดีต่องาน งานออกมาดีมาสวย แนะนำที่ซื้อ เพราะดูเสร็จ เรา พี่ชายและแฟน พากันไปวื้ออุปกรณ์ โดยพี่ชายเราเขาไม่มีทุนเลย ขอเงินเพื่อลงทุน 5 พันบาทเพื่อซื้ออุปกรณ์และจะผ่อนคืน เราก็สนับสนุน เพราะพี่ชายเราขอทุนทำมาหากิน ไม่ได้เอาไปใช้เรื่องไร้สาระ ขนาด Tab 3,500 บาท ชาร์จแบตเล่นเกมส์ยังซื้อได้เลย ถ้า 5 พันบาทนี้พี่ชายไม่คืนเราเราก็ไม่โกรธหรือขุ่นเคืองใจ สิ่งที่อยากได้คือ เขาตั้งใจทำงานที่เราลงทุนให้อย่างจริงจัง มีเงินให้พ่อแม่เรา (เราก็ไม่ต้องมาส่งเงินตามปกติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังมีเงินไปทำอย่างอื่นได้บ้าง จริงๆเดือนนึงเราให้แม่ช่วงนี้ประมาณ 1-2 พันบาทเท่านั้น เพราะเราลงทุนให้แม่ขายของพอมีรายได้จุนเจือครอบครัวบ้าง) เรา พี่ชาย และแฟนเดินเลือกอุปกรณ์ที่ต้องใช้ตามที่ได้รับคำแนะนำมา พี่ชายเราเลือกอะไร แฟนเราก็มากระซิบเรา แบบนี้ซื้อค้ลองถมก็ได้ไม่เห็นต้องมาซื้อที่นี่แพง! เราก็ไม่พูด หันไปบอกพี่ชายเอาอีกยี่ห้อมั้ย มีโปรฯ คุณภาพเหมือนกัน พี่ชายเราโอเคร เลือกของอีก คราวนี้ก็แฟนเราพูดอีก เอาแบบนี้ก็พอมันแพง เลือกไรก็แพงไปหมด แล้วก็กระฟัดกระเฟียดเดินไปรอข้างล่าง เราก็เฉยๆ เดินไปจ่ายตังค์กับพี่ชาย พี่ชายเราเขาก็รู้นะว่าแฟนเราไม่พอใจ แต่ของที่ซื้อทั้งหมดก็อยู่ในงบ 5 พัน ตามที่พี่ชายเราซื้อนะ เราก็เอ่ออ..คือเราก็บอกแฟนเราแล้วว่าพี่ชายเรายืมเงินลุงทุนก่อนนะ 5 พัน คุยกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนเงิน 5 พันนี่ คือเงินที่เหลือจากการกู้ธนาคารซื้อทาวน์เฮ้าส์ หนี้เรา เราใช้หนี้ป่าวนะ เพราะเราจะถูกหักจากบัญชีเงินเดือน แล้วเงินเราก็เหลือพอที่จะไม่ไปเบียดเบียนเงิน 1 หมื่นบาทของแฟน ดังค่าใช้จ่ายของแฟนเราก็ยังฝากให้แฟน บัญชีชื่อแฟนทุกเดือนๆละ 2,500 บาท แต่สมุดบัญชีอยู่กับเรา พอเราซื้อของเสร็จแยกย้ายกันกลับบ้าน แฟนเราก็บึ้งตึ้งใส่เรา พอถึงบ้านแฟนก็นอนหลับ เรานี่เหนื่อย เพลียไม่ต่างกันกับเขาที่เป็นผู้ชาย(แต่อ่อนแอ ไม่มีความอดทน) เรารีบอาบน้ำ ตอนนั้น 16.30น. แล้วรีบมารีดเสื้อผ้าทำงานทั้งอาทิตย์ของเราและแฟน รีดเสื้อผ้าเสร็จแฟนก็ยังหลับอยู่ เราก้ทำกับข้าวค่ะ ทำแบบที่เขาชอบ และมีกับข้าวอย่างนึงเป้นอาหารพื้นบ้านจังหวัดเรา (ภาคตะวันออก ติดชายทะเล) จากนั้นเขาก็ตืนมาช่วยยกกับข้าว จานช้อน ตักข้าวเผื่อเรา เขาเอาส้อมมาจิ้มอาหารพื้นบ้านที่เราทำ เราก็เลยถามเขาด้วยอารมณ์ดี ว่า กินเป็นมั้ย เขาตอบกลับมาแบบว่าอารมณ์มาเต็ม "กินอ่ะไม่อยากหรอก ถามว่าชอบมั้ยจะดีกว่า " เราหันมองหน้าเขาแว๊บนึง แต่เขาไม่ได้มองหน้าเรา ดูทีวี คิดว่าเอ่อะ นี่เราถามเขาผิดรึนี่ คำถามเราดูถูกเขาไปเหรอ เราก็ถามแบบนี้กับหลายๆคนนะ เราก็ถามตัวเองวนไปวนมาแล้วก็ไม่ใส่ใจ กินเสร็จล้างจานเสร็จ อาบน้ำเตรียมนอนเพราะรุ่งขึ้นต้องทำงาน เช้ามาเราก็ตื่นมากำลังแต่งตัว แฟนก็แต่งตัว เราก็ยื่นเงินให้เขา 60 บาท เพราะในกระเป่าเขามีอยู่ 40 บาท เราเลยหักออก เพราะวันก่อนเขาซื้อบุหรี่แล้วให้เราออกให้ก่อนแล้วบอกให้หักเอา แฟนเรารับเงินไป แล้วพูดว่า ที่กับแฟนนี่เหนียวนัก เรารู้เลยว่าเขาหมายถึงใครที่เราไม่เหนียว พี่ชายเราไง เราก็เลยบอกแฟนเราว่า พี่ชายเรายืม แล้วเราก็คุยกันรู้เรื่องแล้วนะว่ายืม พี่ชายเรายืมไปลงทุนนะ เราก็เลยให้ Tab ที่เขาอยากได้ 3,500 บาท ไม่ได้ใช้ประโยชน์ไรยังซื้อได้ แฟนเราพูดว่า ก็ต้องซื้อบ้างแหละไม่งั้นเขาก็จะไม่ได้อะไรเลย เราช็อค 3 วิ (นี่คือมาอยู่กับเราเพื่อหอบโกยรึอะไร) เราก็เลยบอกว่า สร้อยที่เขาใส่ มือถือที่ใช้ไง ก็มีนะ เขาบอกเราว่าอย่าเอาเรื่องเก่ามาพูด ประมาณอย่ามาทวงบุญคุณสิ่งของ เราไม่ได้ทวงนะ แค่บอกให้รู้ว่าเขาก็มีนะ เราก็ให้เขานะ ไม่ได้ให้แต่พี่ชาย(5พัน) เขาก้ยังพูดอีกว่ามีเงินเยอะเมื่อไหร่จะเอามาคืนค่าสร้อยค่ามือถือให้หมด เราก็ตวาดเลย พูดให้คิดนะว่าเขาก็มี เข้าใจที่พูดบ้าง จากนั้นเราก็เงียบ แล้วก็ต่างคนต่างไปทำงาน ตั้งแต่คบกันมาเราไม่เคยได้อะไรจากเขาที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ที่ให้มาคือตุ๊กตาหมีตัวละ 400 บาท กระเป๋าสวยๆซักใบ ราคา 2 พันต้นๆ ยังทำไม่ได้ต้องจ่าย Tab ก่อนค่ะ เราเอาเปรียบหรือเห็นแก่ตัวกับเขาไปรึป่าวคะ เราควรทำยังไงต่อไปดี รูปร่างหน้าตาเราไม่ขี้เหร่ค่ะ