สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
อ่านแล้วเข้าใจเลยค่ะ มือใหม่นำเข้าช่วงแรกมักจะกังวลเรื่องงบประมาณ แต่เคส "เมล็ดพันธุ์" น้ำหนักถึง 800 กิโลกรัม บอกตามตรงว่าการลุยเองเหนื่อยและเสี่ยงกว่าสินค้าทั่วไปมากค่ะ เพราะติดเรื่อง ใบอนุญาตนำเข้า (Import Permit) และ Phyto (Phytosanitary Certificate) จากต้นทาง ซึ่งถ้าเอกสารไม่เป๊ะ ของอาจโดนกักหรือทำลายได้เลย
ถ้าไม่อยากเสี่ยงเสียของ แนะนำลองปรึกษา JP Cargo Service ดูเป็นทางเลือกค่ะ เจ้านี้เค้าถนัดเรื่องงานเดินเอกสารและเคลียร์สินค้าเกษตรโดยเฉพาะ พี่ๆ ชิปปิ้งเค้าเนียนเรื่องประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรและศุลกากรมาก ช่วยให้ประหยัดเวลาและลดโอกาสโดนค่าโกดังบานปลายได้ดีกว่าเราไปงมเองหน้างานค่ะ ลองให้เค้าประเมินค่าบริการดูก่อนก็ได้นะคะ บางทีจ่ายค่าชิปปิ้งหลักพันแต่เซฟค่าภาษีหรือค่าปรับได้หลักหมื่น คุ้มกว่าเยอะเลยสำหรับธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นค่ะ
อยากให้ลองส่งข้อมูลชนิดเมล็ดพันธุ์ไปให้ทาง JP Cargo ช่วยเช็กพิกัดภาษีกับข้อกำหนดเบื้องต้นให้ก่อนไหมคะ จะได้วางแผนงบได้ชัวร์ๆ?
ถ้าไม่อยากเสี่ยงเสียของ แนะนำลองปรึกษา JP Cargo Service ดูเป็นทางเลือกค่ะ เจ้านี้เค้าถนัดเรื่องงานเดินเอกสารและเคลียร์สินค้าเกษตรโดยเฉพาะ พี่ๆ ชิปปิ้งเค้าเนียนเรื่องประสานงานกับกรมวิชาการเกษตรและศุลกากรมาก ช่วยให้ประหยัดเวลาและลดโอกาสโดนค่าโกดังบานปลายได้ดีกว่าเราไปงมเองหน้างานค่ะ ลองให้เค้าประเมินค่าบริการดูก่อนก็ได้นะคะ บางทีจ่ายค่าชิปปิ้งหลักพันแต่เซฟค่าภาษีหรือค่าปรับได้หลักหมื่น คุ้มกว่าเยอะเลยสำหรับธุรกิจ SME ที่เพิ่งเริ่มต้นค่ะ
อยากให้ลองส่งข้อมูลชนิดเมล็ดพันธุ์ไปให้ทาง JP Cargo ช่วยเช็กพิกัดภาษีกับข้อกำหนดเบื้องต้นให้ก่อนไหมคะ จะได้วางแผนงบได้ชัวร์ๆ?
แสดงความคิดเห็น
เป็นไปได้ไหมครับที่จะเอาของออกจาก ศุลกากร ด้วยตัวเอง
ผมเองก็มือใหม่ธุรกิจเล็ก ลงเงินไปกับของหมดแล้ว ต้องประหยัดค่าเคลียร์ของฝั่งไทยให้มากที่สุด เป็นไปได้ไหมครับที่จะทำด้วยตัวเองไม่ผ่านชิปปิ้ง หรือพึ่งชิปปิ้งให้น้อยที่สุด
รู้มามั่วๆ ว่าต้องทำ
- paperless
- phyto (อันนี้ชิปปิ้งบอกมาว่าต้องทำ แต่ผมหาข้อมูลไม่เจอเลย มีแต่บอกให้คนส่งออกทำ)
- ใบอนุญาตินำเข้า