บอกก่อนเลยผมใช้มอไซต์มาหลายปีละครับ
ก็สืบเนื่องจากรถในกทม. ค่อนข้างสาหัส แล้วเปลี่ยนงานมาทำแถวบ้าน ห่างกันราวๆ สามกิโลในกทม.
เลยเปลี่ยนมาขับมอไซต์ไปทำงาน
ม
บอกก่อนเลยไม่ขับไม่เร็ว ขับไม่เกินห้าสิบ อาจจะมีแทรกมีอะไร แต่จะมองหรือกดแตรบอกไว้ก่อน
ไม่มีจังหวะ 50:50 อะไรไม่เสี่ยงแน่นอน
แต่เช้าวันจันทร์ วันนั้นไม่เหมือนเดิม
เมื่อผม โดน จักยานตัดหน้าในจังหวะกระชั้นมากๆ
ถ้าให้นับ ก็คงนับหนึ่ง สองสาม แล้วโดนตัดหน้าอย่างจัง จังหวะที่รถกระทบ คนปั่นจักยานก็ ลอยละล่องมาหาทันทีกระแทกเข้าไปที่หน้า
จังหวะ มันเกิดจากจักรยานที่ข้ามเลนจากทางขวา และคิดว่าทางซ้ายไม่มีรถ เลยข้ามมาทั้งๆที่มอไซต์ผมกำลังจะผ่านไป แท้ๆ
และมาตัดเอาช่วงที่จะผ่านหน้าพอดี
สรุป เจ็บทั้งสอง
ผมดั้งหัก เลือดกลบหน้า
ลุงที่ตัดหน้า เย็บสี่เข็ม และเป็นแผลหลายที่
ตำรวจซึ่งอยู่ตรงนั้นพอดี เป็นพยานได้ว่า จักรยานปาดหน้ามอไซต์ระยะกระชั้น
กู้ภัยที่อยู่บริเวณนั้นก็ พาไปรพ. ทั้งสอง
โชคดีที่ผมมีบัตรประกันของทางบ. เลยรักษาฟรี เบ็ดเสร็จ สี่พันห้า
ส่วนลุงคู่กรณี ไม่มี ผมแจ้งทางรพ. ขอใช้พรบ. เพื่อรักษาลุง ทางรพ.ไม่ยอมบอกว่ารพ.ไม่มีตรงนี้
และต้องมีใบยินยันจากทางสถานีตำรวจ ถึงผลคดี ถึงจะรักษาได้
ตอนนั้นผมมั่นใจว่า ผมไม่ผิดแน่นอน จะให้ออกให้มันก็ไม่น่าเป็นไปได้
ทางรพ. ก็ยังไม่รักษาลุงให้จนกว่าจะมีคนจ่าย ทางลุงก็ดันจำเบอร์เพื่อบอกที่บ้าน
ไม่ได้ หรือจะเป็น มุขเก๋าของลุง
จนผ่านไปเกือบครึ่งชม. สุดท้ายผม ก็ อาสาออกให้เอง แล้วจะไปเบิกพรบ. ซึ่งไม่รู้จะเบิกได้หรือไม่
เพราะเคสนี้แปลกมา มอไซต์เป็นฝ่ายถูก
พอได้รักษา ลุงดันจำเบอร์ได้ โทรคุยกับที่บ้าน เบ็ดเส็จ หกพันห้า แค่เย็บสี่เข็ม บวก เอ็กซเรย์
เมื่อรักษาเสร็จก็ต้องไป โรงพักเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความต่อครับ ก็พาลุงนัน่ละนั่งแท๊กซี่ไปสน.
เพื่อสรุปคดีและเอามามอไซต์คืน
พอมาถึงโรงพัก เริ่มไกล่เกลี่ย ตาลุงนั่นหัวหมอ ว่าตัวเองไม่ผิด
แต่งานนี้พลิกครับ เพราะมีตำรวจเป็นพยานและเขียนสำนวนบางส่วนไว้แล้ว
สุดท้ายก็ จบโดยผมไม่เรียกร้องค่าซ่อมเพิ่ม และลุงเป็นฝ่ายผิด
ผมเลยขอให้ทางตำรวจเขียนข้อความสละสิทธิ์เบิกค่ารักษาให้ผม
และผมก็พาลุงไปส่งบ้านเป็นอันว่า จบครับ
ส่วนเรื่องเบิกพรบ. เดี๊ยวอาจจะมาต่อ มีมหากาพย์เล็กๆ
เมื่อผม เกิดอุบัติเหตุ....จักรยานชนมอเตอร์ไซต์
ก็สืบเนื่องจากรถในกทม. ค่อนข้างสาหัส แล้วเปลี่ยนงานมาทำแถวบ้าน ห่างกันราวๆ สามกิโลในกทม.
เลยเปลี่ยนมาขับมอไซต์ไปทำงาน
ม
บอกก่อนเลยไม่ขับไม่เร็ว ขับไม่เกินห้าสิบ อาจจะมีแทรกมีอะไร แต่จะมองหรือกดแตรบอกไว้ก่อน
ไม่มีจังหวะ 50:50 อะไรไม่เสี่ยงแน่นอน
แต่เช้าวันจันทร์ วันนั้นไม่เหมือนเดิม
เมื่อผม โดน จักยานตัดหน้าในจังหวะกระชั้นมากๆ
ถ้าให้นับ ก็คงนับหนึ่ง สองสาม แล้วโดนตัดหน้าอย่างจัง จังหวะที่รถกระทบ คนปั่นจักยานก็ ลอยละล่องมาหาทันทีกระแทกเข้าไปที่หน้า
จังหวะ มันเกิดจากจักรยานที่ข้ามเลนจากทางขวา และคิดว่าทางซ้ายไม่มีรถ เลยข้ามมาทั้งๆที่มอไซต์ผมกำลังจะผ่านไป แท้ๆ
และมาตัดเอาช่วงที่จะผ่านหน้าพอดี
สรุป เจ็บทั้งสอง
ผมดั้งหัก เลือดกลบหน้า
ลุงที่ตัดหน้า เย็บสี่เข็ม และเป็นแผลหลายที่
ตำรวจซึ่งอยู่ตรงนั้นพอดี เป็นพยานได้ว่า จักรยานปาดหน้ามอไซต์ระยะกระชั้น
กู้ภัยที่อยู่บริเวณนั้นก็ พาไปรพ. ทั้งสอง
โชคดีที่ผมมีบัตรประกันของทางบ. เลยรักษาฟรี เบ็ดเสร็จ สี่พันห้า
ส่วนลุงคู่กรณี ไม่มี ผมแจ้งทางรพ. ขอใช้พรบ. เพื่อรักษาลุง ทางรพ.ไม่ยอมบอกว่ารพ.ไม่มีตรงนี้
และต้องมีใบยินยันจากทางสถานีตำรวจ ถึงผลคดี ถึงจะรักษาได้
ตอนนั้นผมมั่นใจว่า ผมไม่ผิดแน่นอน จะให้ออกให้มันก็ไม่น่าเป็นไปได้
ทางรพ. ก็ยังไม่รักษาลุงให้จนกว่าจะมีคนจ่าย ทางลุงก็ดันจำเบอร์เพื่อบอกที่บ้าน
ไม่ได้ หรือจะเป็น มุขเก๋าของลุง
จนผ่านไปเกือบครึ่งชม. สุดท้ายผม ก็ อาสาออกให้เอง แล้วจะไปเบิกพรบ. ซึ่งไม่รู้จะเบิกได้หรือไม่
เพราะเคสนี้แปลกมา มอไซต์เป็นฝ่ายถูก
พอได้รักษา ลุงดันจำเบอร์ได้ โทรคุยกับที่บ้าน เบ็ดเส็จ หกพันห้า แค่เย็บสี่เข็ม บวก เอ็กซเรย์
เมื่อรักษาเสร็จก็ต้องไป โรงพักเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความต่อครับ ก็พาลุงนัน่ละนั่งแท๊กซี่ไปสน.
เพื่อสรุปคดีและเอามามอไซต์คืน
พอมาถึงโรงพัก เริ่มไกล่เกลี่ย ตาลุงนั่นหัวหมอ ว่าตัวเองไม่ผิด
แต่งานนี้พลิกครับ เพราะมีตำรวจเป็นพยานและเขียนสำนวนบางส่วนไว้แล้ว
สุดท้ายก็ จบโดยผมไม่เรียกร้องค่าซ่อมเพิ่ม และลุงเป็นฝ่ายผิด
ผมเลยขอให้ทางตำรวจเขียนข้อความสละสิทธิ์เบิกค่ารักษาให้ผม
และผมก็พาลุงไปส่งบ้านเป็นอันว่า จบครับ
ส่วนเรื่องเบิกพรบ. เดี๊ยวอาจจะมาต่อ มีมหากาพย์เล็กๆ