เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง... จุดที่ทาวน์เฮาส์ราคาต่ำล้านหาซื้อได้ยากเย็น !

กระทู้ข่าว
จากมติชนออนไลน์ คอลัมน์ ฟรีสไตล์เรื่องบ้าน-บ้าน โดย เมตตา ทับทิม misstubtim@yahoo.com

เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง...
จุดที่ทาวน์เฮาส์ราคาต่ำล้านหาซื้อได้ยากเย็น !

หัวข้อชวนคุยวันนี้ กำลังพูดถึงโครงการจัดสรรประเภททาวน์เฮาส์ โฟกัสทำเลอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลเป็นหลัก ไม่อยากจะบอกเล้ยว่าหาซื้อยากจิงจิงนะ ตัวเอง

ว่ากันว่าตลาดทาวน์เฮาส์จัดสรรปีนี้มูลค่าอยู่ราวๆ 6 หมื่นล้านบาท เมื่อ 1-2 สัปดาห์ก่อนเพิ่งมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าตลาดโครงการทาวน์เฮาส์ ส่วนแบ่งตลาดเห็นบอกว่าบริษัทของทั่นเจ้าเดียวฟาดเข้าไปมากกว่า 30-40% กะรายได้จากการโอนภายในสิ้นปีนี้สัก 2-2.1 หมื่นล้าน

ลองมาฟังวิธีคิดและกลยุทธ์สร้างทาวน์เฮาส์ทำยังไงถึงได้ขายดีเทน้ำเทท่าขนาดนั้น

รู้หรือไม่ในอดีตประเทศไทยเคยมีการส่งเสริมการลงทุนบ้านจัดสรรที่เรียกว่า"บ้านบีโอไอ"ร้องไห้มาจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ใช้ตัวย่อ BOI-Board Of Investment เวลาใครขอส่งเสริมการลงทุนจะเรียกว่าขอบีโอไอนั่นเอง) ในกลุ่มทาวน์เฮาส์เขากำหนดราคาขายไม่เกินหลังละ 6 แสนบาท ต่อมาขยับราคาเป็นไม่เกิน 1 ล้านบาท ล่าสุดเพิ่งจะยกเลิกไปเมื่อสิ้นปี 2557

จะว่าไปแล้ว แม้ไม่ยกเลิกส่งเสริมบ้านบีโอไอ ทางผู้ประกอบการก็แทบจะไม่ได้ใช้อยู่แล้ว เพราะต้นทุนซื้อที่ดินมาพัฒนาโครงการเป็นตัวกดดันทำให้ขายถูกไม่ได้

สำหรับหน้าตาแบบบ้าน ยุคนี้ขายดีสุดต้องสไตล์โมเดิร์น ให้นึกไปถึงแบบบ้านที่หลังคาแหงนๆ ก็แล้วกัน กรุกระจกเยอะหน่อย กับสไตล์โอเรียนทอลหรือไทยประยุกต์มีเข้ามาแจมๆ อยู่บ้าง เป็นแบบบ้านหลังคาแอบมีจั่ว ถ้าเป็นทางภาคเหนือก็มีกาแล เป็นต้น

ปัจจุบัน เขาแบ่งลูกค้าตามราคาขาย ดังนี้

ทาวน์เฮาส์ราคาต่ำล้านหรือไม่ถึง 1 ล้านบาท ตอนนี้แทบจะไม่ได้แตะแล้ว แอบขยับขึ้นเป็นกลุ่ม 1.2-1.5 ล้านแต่ก็ทำไม่ถึง 10% ของรายได้หลัก ฟังแล้วทำให้มองเห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งว่า แม้แต่เจ้าพ่อทาวน์เฮาส์ที่เคยทำขายราคาหลังละไม่เกิน 6 แสน (ขาย 5.99 แสน) ติดต่อกันเป็นเวลา 15 ปี ยังต้องยอมยกธงแพ้

กลุ่มที่ขายดีกว่าคือราคา 1.5-2 ล้าน ทำเลต้องอยู่นอกถนนวงแหวนออกไป

ประเด็นน่าสนใจคือราคา 2-3 ล้าน ทำเลเริ่มเกาะเข้ามาอยู่ในเส้นถนนวงแหวน รัศมีวิ่งเข้าหาตัวเมือง 10 กม. เป็นตลาดใหญ่สุด ขายดีสุด เห็นบอกว่าบิ๊กแบรนด์บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายยี่ห้อ พากันมามะรุมมะตุ้มอยู่กับตลาดตรงนี้ ทำให้การแข่งขันดุเดือดมากเป็นพิเศษ

ลูกค้าหลัก ใช่เลย...กลุ่มไวท์คอลลาร์ ศัพท์แสลงที่เอาไว้เรียกขานพนักงานบริษัทหรือที่เรียกว่ามนุษย์เงินเดือน สถิติของเขาบอกว่ามักจะอยู่อาศัย 2 คน ครัวไทยไม่จำเป็น ขอแค่ครัวอุ่นอาหารก็พอ มีห้องทำงานอยู่ด้านหลัง เน้นห้องนั่งเล่นใหญ่หน่อย ห้องน้ำอเนกประสงค์เข้าไปใช้ได้ทีละสองคน

อีกกลุ่มที่ตลาดขายดีใกล้ๆ กันก็คือราคา 3-5 ล้าน รัศมีจะใกล้ตัวเมืองถัดเข้ามาอีกประมาณ 10 กม. (สงสัยจะแบ่งพื้นที่แบบกว้างๆ จำง่ายๆ) ถ้าคุณเป็นผู้ซื้อกลุ่มนี้จะต้องมองหาฟังก์ชั่นที่ใกล้เคียงบ้านเดี่ยว มี 3 ห้องนอน มีครัวไทยอยู่ด้านหลัง จัดวางห้องทานข้าวเชื่อมทะลุถึงกันกับห้องนั่งเล่น

จุดเน้นคือห้องนอนใหญ่ (มาสเตอร์เบดรูม) ต้องใหญ่ ห้องนั่งเล่นหรือลิฟวิ่งรูมก็ต้องใหญ่ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มนี้อยู่อาศัย 4-5 คน ห้องน้ำไม่ต้องใหญ่มากมายนัก

มี 2 ห้องก็พอ ที่จอดรถในบ้าน 1 คัน จอดริมรั้วอีก 1 คัน (แสดงว่าเน้นพื้นที่ใช้สอยในตัวบ้าน)

ตั้งข้อสังเกตให้อย่างหนึ่งว่า ทาวน์เฮาส์ราคา 3-5 ล้าน จะเป็นแบบ 3 ชั้น สไตล์โมเดิร์น ถ้าออกแบบเจ๋งๆ บางโครงการหรือบางยี่ห้อจะให้ฟังก์ชั่นดีกว่าบ้านเดี่ยวเสียอีก เช่น มีแฟมิลี่ลิฟวิ่งรูม หรือห้องนั่งเล่นคนในครอบครัวอยู่ชั้นบน ห้องนอนมีห้องน้ำในตัวทุกห้อง ห้องนอนใหญ่มีวอล์กอิน โคลเซ็ท หรือห้องแต่งตัวแยกต่างหาก

จุดเด่นอีกข้อคือพื้นที่ใช้สอยพอๆ กับบ้านเดี่ยว วิ่งตั้งแต่ 160-200 ตารางเมตร เป็นที่มาของคำโฆษณา...ทาวน์เฮาส์ฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว เข้าใจยัง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่