วันก่อนไปสนง. DTAC MAYA เพื่อจะขอเคลม iPhone6 space gray 64GB
พนง.บอกไม่มีเครื่องต้องส่ง สนง.กทม. ให้ช่างตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากเครื่องจริงรึเปล่า
แล้วก็บอกว่าทั้งเชียงใหม่ สนง.DTAC มีแค่ที่ MAYA นี้กับที่ Central Festival Chiangmai
เลยรบกวนขอให้โทรไปเช็คของที่ Central Festival Chiangmai ให้หน่อย ปรากฎว่าที่ันั่นไม่มีของเช่นกัน
อยากให้ DTAC ช่วยจัดการส่งของมาให้ สนง.ที่เชียงใหม่หน่อยได้หรือไม่?
มีข้อเสนอให้ 2 วิธี
1. สนง.ที่เชียงใหม่จะให้ส่งไป สนง.กทม ก็ไม่ฟันธงว่าได้เปลี่ยนไหม ต้องให้ช่างตรวจสอบก่อน
คำถาม : ช่างที่ สนง.เชียงใหม่ตรวจสอบเองไม่ได้เลยหรือ?
แนะนำ : ให้ พนง.ที่เชียงใหม่ตรวจสอบพร้อมระบุยืนยันว่าให้เปลี่ยนเครื่องให้ลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร แบบนี้ลูกค้าก็สบายใจเปราะนึงว่าได้เปลี่ยนแน่ ไม่ใช่ให้ลูกค้าส่งเครื่องไปไหนไม่รู้แล้วต้องมาลุ้นอีก เกิดผ่านไป 1 เดือน แจ้งกลับมาบอกเคลมไม่ได้ DTAC อาจจะเสียแค่ลูกค้าไป 1 คนซึ่งแน่นอนไม่กระทบรายได้อะไรของ DTAC เลย แต่ลูกค้าเสียเวลา 1 เดือนและความรู้สึก ซึ่งทั้ง 2 อย่างมันเป็นสิ่งที่เสียแล้วเสียเลย เอาคืนมาไม่ได้
2. ลูกค้าจะเคลมต้องส่งเครื่องให้สนง.กทม.ใช้ระยะเวลา 1 เดือน
คำถาม : ทำไมต้องใช้ระยะเวลานานขนาดนั้น ถึง 1เดือน? (ใส่แพล่องน้ำปิงลงมาแล้วช้อนเก็บที่เจ้าพระยา?)
แนะนำ : สนง.เชียงใหม่ ตรวจสอบสภาพผิดปกติของเครื่องลูกค้า > ทำเรื่องเคลมให้ลูกค้า > ระบุสภาพเครื่อง ณ วันที่ตรวจ > ส่งเรื่องขอเปลี่ยนเครื่องให้ สนง.กทม. เพื่อให้ สนง.กทม. ส่งเครื่องมาให้ > เครื่องเก็บไว้ที่ลูกค้าเองเพื่อใช้งานไปก่อน > สนง.กทม.ส่งเครื่องมา > สนง.เชียงใหม่โทรแจ้งลูกค้าให้เอาเครื่องมาเปลี่ยน > ลูกค้าแฮปปี้ = DTAC HAPPY
หมายเหตุ : ถ้าเครื่องมีสภาพผิดไปจากสภาพที่ระบุ ณ วันที่แจ้งเคลม DTAC ก็ยกเลิกใบเคลมซะ เครื่องนั้นถ้าจะเปลี่ยนก็เสียเงิน หรือถ้าไม่เปลี่ยนก็ตีเข้าสต๊อกไว้เปลี่ยนให้ลูกค้ารายอื่น
การต้องทิ้งเครื่องราคาเกือบ 3 หมื่นไว้กับช่าง เป็นเวลา 3 เดือนโดยยังไม่ทราบว่าเครื่องจะได้รับการเคลมหรือไม่นั้น
ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีและน่าไว้วางใจเท่าไหร่นักสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อเคยเกิดเหตุการณ์กรณีตัวอย่าง
เช่นการส่งเครื่องเข้าศูนย์แต่เครื่องกลับมีปัญหาหนักกว่าเดิม หรือการไม่รับเคลมหลังจากเครื่องส่งไปแล้วเป็นเดือน
อีกทั้ง 1 เดือนที่ต้องส่งเครื่องไปซ่อม DTAC ก็ยังคงจัดรายการ"เดินหน้าค่าบริการ"ต่อไปโดยไม่มีเบรคหรือลดหย่อน หรือเครื่องสำรองให้ใช้ใดๆทั้งสิ้น DTAC โปรดจงเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินซื้อมือถือสำรองมาใช้ได้ ถึงราคาขั้นต่ำของโทรศัพท์สมัยนี้จะแค่หลักพันต้นๆ
แต่นั่นก็สมควรแล้วหรือ? ที่จะปัดมาให้เป็นภาระของลูกค้าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นไว้?
ทั้งๆที่ปัญหาที่เกิดขึ้น มันเกิดจากเครื่องที่ผู้ให้บริการนั้นเอามาขายเอง ทั้งๆที่ลูกค้าไว้ใจจึงวางใจที่จะซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่าย
หากสุดท้าย มีเพียงหนทางเดียวคือต้องส่ง สนง.ที่ กทม. แล้วต้องรอ 1 เดือนโดยไม่ทราบอนาคตว่าเครื่องจะได้เคลมหรือไม่
ครั้งต่อไปที่จะซื้อโทรศัพท์ iPhone การซื้อกับ DTAC คงไม่ใช่ตัวเลือกแรกอีกต่อไป
และในเมื่อซื้อกับ DTAC ก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าซื้อกับค่ายอื่น
การเป็นลูกค้าระดับ Extra Reward ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
10 ปีที่ใช้บริการมาก็ไม่ได้ทำให้ได้รับการเอาใจใส่จาก พนง.ดีไปกว่าค่ายอื่น (ที่บอกแบบนี้เพราะโดน พนง. DTAC เหวี่ยงใส่มาครั้งสองครั้งแล้ว ซึ่งเป็นผู้ชายทั้ง2ครั้ง ส่วนพนง.ผู้หญิงพูดเพราะตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกัน)
หลังเหตุการณ์นี้คงต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่า ที่เรารัก เราเชียร์ ให้คะแนนประเมิน DTAC สูงพึงพอใจมากมาตลอด DTAC รักเราบ้างหรือเปล่า? หรือเห็นเราเป็นของตาย ใช้งานมานานคงไม่หนีไปไหน...
(ครั้งล่าสุดหลังเหตุการณ์ขอเคลมแล้วเฟล โทรเข้าไปปรึกษา CC แล้วให้คะแนนประเมินความพึงพอใจเป็น 0 ต้องขอโทษน้อง CC คนนั้นด้วย แต่โทรไปแล้วไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยจริงๆ)
ดังที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้แค่ต้องการให้ตนได้รับสิทธิ์พิเศษเหนือลูกค้าคนอื่น แต่อยากให้ DTAC พิจารณาใจเขาใจเรา ในเมื่อลูกค้าไว้ใจให้คุณดูแล ก็ควรดูแลให้สมกับที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการระดับประเทศ ระดับโลก และปรับปรุงเพื่อความเป็นเลิศในด้านการบริการ จะได้ทำให้ลูกค้าได้ภูมิใจว่า "เราเป็นลูกค้า DTAC เชียวนะ"
เคลม iPhone6 กับ DTAC ที่เชียงใหม่ไม่มีของให้เปลี่ยนเลย?
พนง.บอกไม่มีเครื่องต้องส่ง สนง.กทม. ให้ช่างตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากเครื่องจริงรึเปล่า
แล้วก็บอกว่าทั้งเชียงใหม่ สนง.DTAC มีแค่ที่ MAYA นี้กับที่ Central Festival Chiangmai
เลยรบกวนขอให้โทรไปเช็คของที่ Central Festival Chiangmai ให้หน่อย ปรากฎว่าที่ันั่นไม่มีของเช่นกัน
อยากให้ DTAC ช่วยจัดการส่งของมาให้ สนง.ที่เชียงใหม่หน่อยได้หรือไม่?
มีข้อเสนอให้ 2 วิธี
1. สนง.ที่เชียงใหม่จะให้ส่งไป สนง.กทม ก็ไม่ฟันธงว่าได้เปลี่ยนไหม ต้องให้ช่างตรวจสอบก่อน
คำถาม : ช่างที่ สนง.เชียงใหม่ตรวจสอบเองไม่ได้เลยหรือ?
แนะนำ : ให้ พนง.ที่เชียงใหม่ตรวจสอบพร้อมระบุยืนยันว่าให้เปลี่ยนเครื่องให้ลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร แบบนี้ลูกค้าก็สบายใจเปราะนึงว่าได้เปลี่ยนแน่ ไม่ใช่ให้ลูกค้าส่งเครื่องไปไหนไม่รู้แล้วต้องมาลุ้นอีก เกิดผ่านไป 1 เดือน แจ้งกลับมาบอกเคลมไม่ได้ DTAC อาจจะเสียแค่ลูกค้าไป 1 คนซึ่งแน่นอนไม่กระทบรายได้อะไรของ DTAC เลย แต่ลูกค้าเสียเวลา 1 เดือนและความรู้สึก ซึ่งทั้ง 2 อย่างมันเป็นสิ่งที่เสียแล้วเสียเลย เอาคืนมาไม่ได้
2. ลูกค้าจะเคลมต้องส่งเครื่องให้สนง.กทม.ใช้ระยะเวลา 1 เดือน
คำถาม : ทำไมต้องใช้ระยะเวลานานขนาดนั้น ถึง 1เดือน? (ใส่แพล่องน้ำปิงลงมาแล้วช้อนเก็บที่เจ้าพระยา?)
แนะนำ : สนง.เชียงใหม่ ตรวจสอบสภาพผิดปกติของเครื่องลูกค้า > ทำเรื่องเคลมให้ลูกค้า > ระบุสภาพเครื่อง ณ วันที่ตรวจ > ส่งเรื่องขอเปลี่ยนเครื่องให้ สนง.กทม. เพื่อให้ สนง.กทม. ส่งเครื่องมาให้ > เครื่องเก็บไว้ที่ลูกค้าเองเพื่อใช้งานไปก่อน > สนง.กทม.ส่งเครื่องมา > สนง.เชียงใหม่โทรแจ้งลูกค้าให้เอาเครื่องมาเปลี่ยน > ลูกค้าแฮปปี้ = DTAC HAPPY
หมายเหตุ : ถ้าเครื่องมีสภาพผิดไปจากสภาพที่ระบุ ณ วันที่แจ้งเคลม DTAC ก็ยกเลิกใบเคลมซะ เครื่องนั้นถ้าจะเปลี่ยนก็เสียเงิน หรือถ้าไม่เปลี่ยนก็ตีเข้าสต๊อกไว้เปลี่ยนให้ลูกค้ารายอื่น
การต้องทิ้งเครื่องราคาเกือบ 3 หมื่นไว้กับช่าง เป็นเวลา 3 เดือนโดยยังไม่ทราบว่าเครื่องจะได้รับการเคลมหรือไม่นั้น
ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีและน่าไว้วางใจเท่าไหร่นักสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อเคยเกิดเหตุการณ์กรณีตัวอย่าง
เช่นการส่งเครื่องเข้าศูนย์แต่เครื่องกลับมีปัญหาหนักกว่าเดิม หรือการไม่รับเคลมหลังจากเครื่องส่งไปแล้วเป็นเดือน
อีกทั้ง 1 เดือนที่ต้องส่งเครื่องไปซ่อม DTAC ก็ยังคงจัดรายการ"เดินหน้าค่าบริการ"ต่อไปโดยไม่มีเบรคหรือลดหย่อน หรือเครื่องสำรองให้ใช้ใดๆทั้งสิ้น DTAC โปรดจงเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีเงินซื้อมือถือสำรองมาใช้ได้ ถึงราคาขั้นต่ำของโทรศัพท์สมัยนี้จะแค่หลักพันต้นๆ
แต่นั่นก็สมควรแล้วหรือ? ที่จะปัดมาให้เป็นภาระของลูกค้าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นไว้?
ทั้งๆที่ปัญหาที่เกิดขึ้น มันเกิดจากเครื่องที่ผู้ให้บริการนั้นเอามาขายเอง ทั้งๆที่ลูกค้าไว้ใจจึงวางใจที่จะซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่าย
หากสุดท้าย มีเพียงหนทางเดียวคือต้องส่ง สนง.ที่ กทม. แล้วต้องรอ 1 เดือนโดยไม่ทราบอนาคตว่าเครื่องจะได้เคลมหรือไม่
ครั้งต่อไปที่จะซื้อโทรศัพท์ iPhone การซื้อกับ DTAC คงไม่ใช่ตัวเลือกแรกอีกต่อไป
และในเมื่อซื้อกับ DTAC ก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าซื้อกับค่ายอื่น
การเป็นลูกค้าระดับ Extra Reward ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
10 ปีที่ใช้บริการมาก็ไม่ได้ทำให้ได้รับการเอาใจใส่จาก พนง.ดีไปกว่าค่ายอื่น (ที่บอกแบบนี้เพราะโดน พนง. DTAC เหวี่ยงใส่มาครั้งสองครั้งแล้ว ซึ่งเป็นผู้ชายทั้ง2ครั้ง ส่วนพนง.ผู้หญิงพูดเพราะตลอด ไม่เข้าใจเหมือนกัน)
หลังเหตุการณ์นี้คงต้องพิจารณาตัวเองแล้วว่า ที่เรารัก เราเชียร์ ให้คะแนนประเมิน DTAC สูงพึงพอใจมากมาตลอด DTAC รักเราบ้างหรือเปล่า? หรือเห็นเราเป็นของตาย ใช้งานมานานคงไม่หนีไปไหน...
(ครั้งล่าสุดหลังเหตุการณ์ขอเคลมแล้วเฟล โทรเข้าไปปรึกษา CC แล้วให้คะแนนประเมินความพึงพอใจเป็น 0 ต้องขอโทษน้อง CC คนนั้นด้วย แต่โทรไปแล้วไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยจริงๆ)
ดังที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้แค่ต้องการให้ตนได้รับสิทธิ์พิเศษเหนือลูกค้าคนอื่น แต่อยากให้ DTAC พิจารณาใจเขาใจเรา ในเมื่อลูกค้าไว้ใจให้คุณดูแล ก็ควรดูแลให้สมกับที่เป็นบริษัทผู้ให้บริการระดับประเทศ ระดับโลก และปรับปรุงเพื่อความเป็นเลิศในด้านการบริการ จะได้ทำให้ลูกค้าได้ภูมิใจว่า "เราเป็นลูกค้า DTAC เชียวนะ"