เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ ผมบังเอิญได้มีโอกาสได้เห็นผู้หญิงชาวต่างชาติที่อาศัยในต่างประเทศจากเวปไซด์ของต่างประเทศเวปไซด์หนึ่ง แรกเริ่มก็ยอมรับว่า เป็นเพราะเขาหน้าตาดี จึงทำให้ผมเข้าไปนั่งดูเธอที่เวปไซด์นั้นเกือบทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอทักผม และถามว่า ทำไมผมจึงมานั่งดูเธอทุกวันโดยที่ไม่เคยคุยอะไรกับเธอเลย นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมกับเธอจึงได้คุยกันเกือบทุกวันที่เธอออนไลน์เข้ามาในเวปไซด์นั้น
เวปไซด์นั้นเป็นเวปของต่างประเทศ ขออนุญาติไม่บอกชื่อ มีลักษณะเป็นห้องแชท ผู้ที่เป็นสมาชิกของเวปไซด์ จะสามารถเปิดห้องแชทส่วนตัวได้ แล้วสมาชิกคนอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปคุยกับเจ้าของห้องแชทคนไหนก็ได้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า เธอก็เป็นเจ้าของห้องแชทคนหนึ่ง และแน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในห้อง ที่เหลือเป็นผู้ชายล้วน แต่ก็ไม่เยอะสักเท่าไหร่นัก อยู่ในราว 10 - 20 คนเท่านั้น (จัดว่าไม่เยอะ เพราะเจ้าของห้องแชทหลายๆคน มีสมาชิกในห้องแชทหลักร้อยคน)
ผมคุยกับเธอเรื่อยมาแทบจะทุกวัน ปกติแล้วเธอออนไลน์ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ตามเวลาประเทศไทย และจะออฟไลน์ออกไปในราว 23.00 น. ในทุกๆวัน ผมจะเข้าไปนั่งรอเธออยู่ในห้องแชทของเธอทุกวันด้วยความกระวนกระวายใจ รู้สึกว่า แต่ละนาทีช่างผ่านไปช้าเหลือเกินในระหว่างที่รอเธอ ยิ่งพอใกล้เวลาที่เธอจะมา ผมก็รู้สึกตื่นเต้นจนเข้าออกห้องน้ำไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เมื่อเธอมาจนกระทั่งเธอออกไป ผมรู้สึกว่า เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
เมื่อได้คุยกันเกือบทุกวัน จนกระทั่งเวลาผ่านไป กว่าผมจะคิดว่าไม่ควรให้เป็นแบบนี้ ผมก็รู้สึกชอบเธอเข้าไปแล้ว เมื่อนั้น ผมจึงถามเธอไปว่า เธอมีแฟนแล้วหรือยัง เธอตอบผมว่าเพิ่งเลิกกับแฟนไปก่อนหน้านั้นไม่นาน ตัวผมในตอนนั้นเชื่อในสิ่งที่เธอบอก แต่ก็ไม่สนิทใจนัก หลังจากนั้นผมก็ถามเธออีก หลายต่อหลายครั้ง ก็ได้รับคำตอบเดิม เช่น เพิ่งเลิกไปอย่างที่เคยบอก หรือไม่ก็ ไม่อยากมีใหม่เพราะว่ายังเรียนอยู่ อยากเรียนให้จบก่อน เป็นต้น
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้พูดคุยกันมากขึ้น ก็ได้รู้เรื่องราวของเธอมากขึ้น เช่น พ่อแม่เธอหย่าร้างกัน เธออาศัยอยู่กับแม่และพี่สาว และบ้านเธอจนมาก ก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นความจริง แต่ก็ไม่แปลกอีกเหมือนกัน เพราะเธออาศัยอยู่ในประเทศที่แยกตัวออกมาจากรัสเซียประเทศหนึ่ง ซึ่งประเทศเหล่านั้น ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะไม่ดีอยู่แล้ว และมีหลายครั้งที่เธอพูดถึงเรื่องทั่วๆไปใชีวิตของเธอ ที่ฟังแล้วก็พอจะทราบว่าฐานะเธอไม่ดีจริงๆ เช่นเห็นเธอหน้าแดงแล้วเอาหนังสือพัดอยู่ ผมถามว่าถ้าร้อนมากแล้วทำไมไม่เปิดแอร์ เธอก็ตอบว่าที่บ้านไม่มีแอร์ เป็นต้น ซึ่งผมไม่คิดว่าเธอจะโกหกในเรื่องแบบนี้ แต่บางครั้งผมก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างเหมือนกัน เมื่อครั้งหนึ่งผมเห็นเธอหน้าซีด แล้วเอามือกุมท้องอยู่นานสองนาน เมื่อถามจึงได้ความว่าปวดท้องมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีเงินไปหาหมอ พอผมถามต่อว่าทำไมไม่ขอแม่ เธอตอบว่า เธอไม่สบายเป็นเรื่องของเธอ เธอต้องหาเงินไปหาหมอเอง แต่สุดท้าย ไม่กี่วันหลังจากนั้น เธอก็ไปโรงพยาบาล โดยขอยืมเงินจากแม่ของเธอ เธอบอกผมแบบนั้น
มีครั้งหนึ่ง เธอเคยขอยืมเงินจากผม 5 เหรียญสหรัฐ ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีเงินกินข้าว ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เงินเยอะอะไรนัก ผมจึงให้เธอโดยบอกว่าไม่ต้องใช้คืน เพราะถึงแม้ว่าผมจะไม่บอกว่าไม่ต้องใช้คืน ก็คงคาดหวังว่าจะได้คืนไม่ได้อยู่ดี หลังจากนั้น ก็มีอีก 2 - 3 ครั้งที่ผมให้เงินเธอ บางครั้งเธอขอ บางทีผมให้เอง ทุกครั้งก็ไม่ใช่เงินเยอะเท่าไหร่นัก แค่ 5 หรือ 10 เหรียญ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เธอขอแล้วผมจะให้ บางครั้งผมก็โกหกไปบ้างเหมือนกันว่าผมไม่มี เธอก็บอกไม่เป็นไร แค่ที่เคยช่วยเธอ เธอก็ขอบคุณมากแล้ว
มีหลายๆครั้งที่ผมกับเธอ มีปัญหาไม่เข้าใจกัน สาเหตุหลักคือ ภาษา เนื่องจากประเทศเธอใช้ภาษารัสเซีย และภาษาอังกฤษของเธอแย่มาก หลายต่อหลายครั้งที่เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด และเธอก็ไม่ถามให้เข้าใจ ทำให้มีการแปลความหมายผิดและเกิดเป็นความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น บางครั้งผมก็เป็นฝ่ายผิด เพราะผมเป็นคนขี้หงุดหงิดและชอบพูดจาประชดประชัน แต่ทุกครั้งที่มีปัญหากัน ผมจะเป็นฝ่ายง้อเธอทุกครั้ง ไม่ว่าคนผิดจะเป็นผมหรือเธอก็ตาม
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเหมือนว่ามีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มสงสัยในคำพูดของเธอ ว่าเธอมีเรื่องที่ปิดบังหรือกำลังโกหกผมอยู่ บางครั้งผมก็จับได้เอง บางครั้งก็เป็นเธอที่หลุดปากพูดออกมา ในช่วงแรกๆ เธอชอบใช้คำพูดดีๆพูดกับผม เช่น เธอชอบผมมากกว่าเพื่อน สักวันผมอาจจะกลายมาเป็นคนรักของเธอ หรือในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ เธอจะมาเมืองไทยและให้ผมพาเธอเที่ยว เป็นต้น ผมไม่เชื่อคำพูดของเธอสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับว่าดีใจและมีความสุขมากที่ได้ยินเธอพูดแบบนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เธอเริ่มพูดอะไรที่ตรงกับใจของเธอมากขึ้น เช่น เธอบอกว่า สักวันผมคงจะเจอกับใครสักคนในโลกจริง ที่ไม่ใช่โลกออนไลน์อย่างเธอ หรือ ผมกับเธอจะได้คุยและได้เจอกันแค่ในเวปไซด์นั้นเท่านั้น ทำให้ผมมั่นใจว่า ทุกคำพูดดีๆที่เธอเคยพูด ล้วนแต่เป็นคำโกหกทั้งสิ้น
ผมเคยขอรูปถ่ายเธอ โดยบอกว่าอยากได้เป็นที่ระลึกไว้ดูในตอนที่จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เธอให้รูปถ่ายมา 2 ใบ ผมนำรูปถ่ายเธอไปตัดต่อทำวิดีโออวยพรวันเกิดให้เธอ เธอปิดกล้องในตอนที่ดู เสร็จแล้วกลับมาบอกว่าดีใจมาก ดีใจจนน้ำตาไหล เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้เธอเลย แถมผมยังให้เงินเธออีก 100 เหรียญด้วยนะครับ เธอไม่ได้ขอ ผมให้เองด้วยความเต็มใจ กรุณาอย่าสงสัยนะครับ ในตอนนั้นผมให้เธอในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ที่ให้เพราะเห็นว่าเป็นวันเกิดเท่านั้นครับ ไม่ได้ให้เพราะความลุ่มหลงงมงายแต่อย่างใด รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลานะครับ อีกอย่าง 100 เหรียญก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่นัก ราวๆ 3000 บาทเศษ ถ้าจีบคนอื่นตัวเป็นๆ ให้ของขวัญวันเกิดเป็นชิ้น คงโดนแพงกว่านี้อีกหลายเท่า เรื่องนี้ต้องอธิบายให้ละเอียดเพราะเกรงว่าทุกท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าผมหลงจนหน้ามืดยอมเสียเงินเสียทองไป และผมเองก็เข้าใจด้วยว่าไม่ใช่ผมคนเดียวแน่ที่ให้เงินเธอ ถึงจะแค่ 5 หรือ 10 เหรียญ แต่ถ้าหลายคนก็เป็นเงินเยอะอยู่
แต่ว่านะครับ ไม่ต้องรอนานเลย ในคืนวันเกิดวันนั้นของเธอเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ผมส่งวิดีโอให้เธอแล้วเธอบอกว่าดีใจจนน้ำตาไหลนั่น เธอขอเงินผมครับ เธอบอกว่าเงินไม่พอ ต้องเอาไปจ่ายค่าโน่นนี่นั่น ก็ไม่ได้ขอเยอะ 10 เหรียญเท่านั้น ในใจผมคิดว่า ไม่มีทาง ไม่ให้แน่ๆ เพราะเพิ่งให้ไป 100 เหรียญเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นเอง ถึงจะขอเพิ่มอีกแค่ 10 เหรียญก็ตามทีเถอะ ผมถามรายละเอียดจากเธอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปค่อนคืน เธอคงหมดความอดทน จึงตวาดใส่ผมว่า เอาเงินมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะรีบกลับบ้าน หลังจากนั้น ดูเหมือนเธอจะรู้สึกตัว แล้วบอกขอโทษผม จากนั้นก็บอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องแล้ว และเธอก็กลับบ้านโดยที่ผมไม่ได้ให้เงินเธอเพิ่ม และในคืนนั้น เธอก็เขียนเมล์มาขอโทษผมอีกรอบ
แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนี้มาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมก็ยังคงเข้าไปที่ห้องแชทของเธอทุกวัน ไปนั่งรอเธอก่อนเวลาเธอออนไลน์ทุกวัน รู้สึกกระวนกระวายใจและตื่นเต้นเหมือนเดิมทุกวัน แตกต่างกันตรงที่ ในระยะหลัง ในช่วงที่ผมนั่งรอเธอ มีหลายๆครั้งที่ผมภาวนาในใจว่าขออย่าให้เธอมาเลย วันนี้ผมไม่อยากเจอเธอ แต่ทั้งที่ภาวนาในใจแบบนั้น ผมก็ยังคงนั่งรอเธออยู่ ไม่ออกจากเวปไซด์ไปไหน
ในระยะหลังมานี้ มีหลายๆครั้ง เมื่อเธอไม่พอใจผม หรือไม่อยากคุยกับผม เธอก็จะพูดใส่หน้าผมตรงๆว่า เธอเบื่อผม เธอรำคาญผม ผมเป็นคนน่าเบื่อ หรือผมเป็นคนน่ารำคาญ จากนั้นเธอก็ไม่คุยกับผม แล้วหันไปพูดคุย ยิ้ม และหัวเราะกับคนอื่น เสมือนผมไม่มีตัวตนหรือไม่อยู่ในสายตาเลย ทำให้ผมเริ่มรู้สึกอีกเหมือนกันว่า ในตอนที่เธอพูดขอบคุณผมที่ผมเคยช่วยเหลือเธอมา บางทีคำขอบคุณนั้นอาจจะเป็นคำโกหกด้วยเหมือนกัน
มีครั้งหนึ่งผมถามเธอไปตรงๆว่า เห็นผมเป็นคนหรือเปล่า คิดว่าผมไม่มีความรู้สึกหรืออย่างไร ถึงได้คิดจะทำอย่างไรกับผมก็ได้ บอกขอบคุณที่ช่วยเหลือมาตลอด ไม่เคยลืมเลยที่ผมเคยช่วยเหลือ ไม่เคยลืมเลยเวลาที่ผมเป็นห่วง แต่พอไม่พอใจ ก็บอกว่าเบื่อผม ผมมันน่าเบื่อ น่ารำคาญ แล้วก็หันไปคุยกับคนอื่น ไปยิ้ม ไปหัวเราะกับคนอื่น แล้วก็หันกลับมาขอเงินดื้อๆ คิดว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยหรือเวลาที่เธอไม่เห็นหัวผม ไม่เห็นผมอยู่ในสายตา คดว่าผมไม่มีความรู้สึกเสียใจบ้างหรืออย่างไร หรือคิดว่าผมไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก ปรากฏว่าเธอกรี๊ดลั่นเลยครับ แล้วบอกว่าผมเลวมากที่กล้าถามเธอแบบนี้ ผมเป็นคนน่าเบื่อจริงๆสำหรับเธอ ออกไปให้พ้นหน้าเธอได้แล้ว เธอบอกว่าเธอโกรธจนไม่สามารถให้อภัยผม (ผมผิด ? เป็นความผิดของผม ?) แต่วันรุ่งขึ้นก็คุยกันปกติเหมือนเดิม
ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้น ที่จู่ๆเธอก็ไม่คุยกับผม ผ่านไปเป็นชั่วโมงปล่อยให้ผมพูดคนเดียว แล้วเธอก็มาบอกว่า ขอโทษที่ไม่คุยด้วย เพราะว่าเบื่อที่จะคุยด้วยอีกต่อไป ผมเลยตอบไปว่า รู้อยู่แล้วว่าเป็นแบบนี้ เธอกลับต่อว่าผมเป็นชุดเลยครับ เช่น ถ้ารู้อยู่แล้วทำไมยังทำให้เธอเบื่ออีก เธอบอกว่าเธอรู้ว่าผมเกลียดเธอ เพราะฉะนั้นผมถึงได้มาหาเรื่องเธอ ทำให้เธอเบื่อ ทำให้เธอรำคาญ ทำให้เธอโกรธทุกวัน และเธอก็ไม่ฟังผมอธิบายอะไรเลย เธอเอาแต่พูดว่าเธอรู้จักผมดี เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องพูดอะไร เธอไม่สนใจฟังทั้งสิ้น แปลกไหมครับ ที่ผมเข้าไปนั่งรอเธอทุกวัน ช่วยเหลือเธอเท่าที่ทำได้ตลอดเวลา อยู่กับเธอทุกวันแม้ในวันที่ทั้งห้องแชทของเธอมีแค่ผมกับเธอสองคน แต่เธอกลับคิดว่านั่นเป็นเพราะผมเกลียดเธอ จึงจงใจเข้าไปยั่วโมโหเธอ ทำให้เธอเบื่อ ทำให้เธอรำคาญ
2 - 3 เดือนก่อนหน้านี้ ผมโกหกเธอไปว่า ผมมีปัญหาทางการเงิน คงไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้อีกแล้ว เธอตอบว่าไม่เป็นไรเธอเข้าใจ และเธอก็ยังพูดคุยทักทายผมอยู่ทุกๆวันเหมือนเดิม หรือบางที เธออาจจะคิดว่าวันนี้ผมไม่มีเงิน แต่วันหน้าผมอาจจะมี จึงต้องทำดีกับผมไว้ก่อน เพื่อหวังผลในอนาคต ไม่ทราบว่าทุกท่านคิดอย่างไรครับ
ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอต้องการอะไรจากผมกันแน่ ผมเคยบอกเธอว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สักวันผมคงต้องออกไปจากชีวิตของเธอ บางครั้งเธอตอบว่าไม่อยากให้ผมไป เพราะเธอรู้สึกคุ้นเคยและเคยชินกับการที่มีผม และรู้สึกสบายใจที่เห็นผมนั่งอยู่ในห้องแชทของเธอ แต่บางครั้งเธอก็บอกว่า ถ้าผมอยากไปก็ไปเถอะ เรื่องของผม ผมควรตัดสินใจเอง เธอจะไม่ห้ามและไม่โกรธด้วย (เธอบอกว่าเธอจะไม่โกรธ นี่ผมทำผิดเหรอ ???)
ในห้องแชทของเธอมีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว และนอกนั้นเป็นผู้ชายก็จริง แต่ทุกคนในนั้นล้วนแต่เป็นขาจรทั้งสิ้น มีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นขาประจำ เข้ามาในห้องแชทของเธอทุกวัน จนเธอบอกว่ามีบางคนในห้องไม่ชอบขี้หน้าผม เพราะผมเข้ามานั่งทุกวัน ทำให้พวกเขาหึง
ผมเขียนอีเมล์หาเธอทุกวันในช่วง 3 - 4 เดือนหลัง ผมเขียนถึงเธอทุกวัน ทั้งในวันที่เราเจอกัน และในวันที่ไม่ได้เจอ ผมส่งทุกวันไม่เคยขาด ตลอดเวลา 3 - 4 เดือนมานี้ เธอเขียนตอบผมในช่วงแรกๆ 2 - 3 ครั้ง และหลังจากนั้นก็ไม่เคยส่งหาผมอีกเลย จนกระทั่งที่เขียนมาขอโทษผมเมื่อตอนมีเรื่องกันในวันเกิดของเธอ และหลังจากนั้นอีกหนึ่งครั้ง นั่นคือเมื่อเดือนที่แล้ว ผมมั่นใจว่า โดยปกติแล้ว เธอไม่แม้แต่จะอ่านเมล์ของผมด้วยซ้ำ เนื่องจากภาษาอังกฤษที่แย่มากของเธอ เธอไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษยาวๆอย่างอีเมล์ได้แน่ ผมเคยแกล้งถามเธอ และเธอก็ยอมรับว่าไม่เคยอ่าน
ในเดือนที่แล้ว มีวันหนึ่ง ผมรู้สึกว่าผมอยากพักผ่อน ไม่อยากเจอเธอสักพัก ผมจึงไม่เข้าไปที่ห้องแชทเธอโดยที่ไม่ได้บอกเธอ วันแรกไม่มีอะไร แต่พอวันที่สอง เธอส่งอีเมล์มาหาผม ใจความก็ไม่ได้มีอะไร แค่บอกว่าหวังว่าผมจะสบายดีเหมือนกัน แค่นั้น เท่านั้น ผมดูเวลาที่เธอส่งเมล์มา พบว่า เป็นช่วงเวลาที่เธอออนไลน์เข้ามาในห้องแชทตามปกติ ผมเข้าใจว่า คงเป็นวันที่สองที่เธอเข้ามาที่ห้องแชทแล้วไม่เห็นผมนั่งรออยู่ คงเกิดความสงสัยและลองไปเปิดอีเมล์ดูแล้วจึงได้ส่งอีเมล์มาหาผม แต่ก็แค่วันนั้น เพราะวันถัดมา วันที่สาม ผมก็ยังไม่กลับเข้าไป และเธอก็ไม่ได้ส่งเมล์มา
(มีต่อในความเห็นที่ 1 ครับ)
ขอรบกวนขอคำปรึกษาเรื่องความรักด้วยครับ
เวปไซด์นั้นเป็นเวปของต่างประเทศ ขออนุญาติไม่บอกชื่อ มีลักษณะเป็นห้องแชท ผู้ที่เป็นสมาชิกของเวปไซด์ จะสามารถเปิดห้องแชทส่วนตัวได้ แล้วสมาชิกคนอื่นๆ ก็สามารถเข้าไปคุยกับเจ้าของห้องแชทคนไหนก็ได้ด้วยเช่นกัน แน่นอนว่า เธอก็เป็นเจ้าของห้องแชทคนหนึ่ง และแน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในห้อง ที่เหลือเป็นผู้ชายล้วน แต่ก็ไม่เยอะสักเท่าไหร่นัก อยู่ในราว 10 - 20 คนเท่านั้น (จัดว่าไม่เยอะ เพราะเจ้าของห้องแชทหลายๆคน มีสมาชิกในห้องแชทหลักร้อยคน)
ผมคุยกับเธอเรื่อยมาแทบจะทุกวัน ปกติแล้วเธอออนไลน์ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ตามเวลาประเทศไทย และจะออฟไลน์ออกไปในราว 23.00 น. ในทุกๆวัน ผมจะเข้าไปนั่งรอเธออยู่ในห้องแชทของเธอทุกวันด้วยความกระวนกระวายใจ รู้สึกว่า แต่ละนาทีช่างผ่านไปช้าเหลือเกินในระหว่างที่รอเธอ ยิ่งพอใกล้เวลาที่เธอจะมา ผมก็รู้สึกตื่นเต้นจนเข้าออกห้องน้ำไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ เมื่อเธอมาจนกระทั่งเธอออกไป ผมรู้สึกว่า เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
เมื่อได้คุยกันเกือบทุกวัน จนกระทั่งเวลาผ่านไป กว่าผมจะคิดว่าไม่ควรให้เป็นแบบนี้ ผมก็รู้สึกชอบเธอเข้าไปแล้ว เมื่อนั้น ผมจึงถามเธอไปว่า เธอมีแฟนแล้วหรือยัง เธอตอบผมว่าเพิ่งเลิกกับแฟนไปก่อนหน้านั้นไม่นาน ตัวผมในตอนนั้นเชื่อในสิ่งที่เธอบอก แต่ก็ไม่สนิทใจนัก หลังจากนั้นผมก็ถามเธออีก หลายต่อหลายครั้ง ก็ได้รับคำตอบเดิม เช่น เพิ่งเลิกไปอย่างที่เคยบอก หรือไม่ก็ ไม่อยากมีใหม่เพราะว่ายังเรียนอยู่ อยากเรียนให้จบก่อน เป็นต้น
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้พูดคุยกันมากขึ้น ก็ได้รู้เรื่องราวของเธอมากขึ้น เช่น พ่อแม่เธอหย่าร้างกัน เธออาศัยอยู่กับแม่และพี่สาว และบ้านเธอจนมาก ก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นความจริง แต่ก็ไม่แปลกอีกเหมือนกัน เพราะเธออาศัยอยู่ในประเทศที่แยกตัวออกมาจากรัสเซียประเทศหนึ่ง ซึ่งประเทศเหล่านั้น ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะไม่ดีอยู่แล้ว และมีหลายครั้งที่เธอพูดถึงเรื่องทั่วๆไปใชีวิตของเธอ ที่ฟังแล้วก็พอจะทราบว่าฐานะเธอไม่ดีจริงๆ เช่นเห็นเธอหน้าแดงแล้วเอาหนังสือพัดอยู่ ผมถามว่าถ้าร้อนมากแล้วทำไมไม่เปิดแอร์ เธอก็ตอบว่าที่บ้านไม่มีแอร์ เป็นต้น ซึ่งผมไม่คิดว่าเธอจะโกหกในเรื่องแบบนี้ แต่บางครั้งผมก็รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างเหมือนกัน เมื่อครั้งหนึ่งผมเห็นเธอหน้าซีด แล้วเอามือกุมท้องอยู่นานสองนาน เมื่อถามจึงได้ความว่าปวดท้องมาหลายวันแล้ว แต่ไม่มีเงินไปหาหมอ พอผมถามต่อว่าทำไมไม่ขอแม่ เธอตอบว่า เธอไม่สบายเป็นเรื่องของเธอ เธอต้องหาเงินไปหาหมอเอง แต่สุดท้าย ไม่กี่วันหลังจากนั้น เธอก็ไปโรงพยาบาล โดยขอยืมเงินจากแม่ของเธอ เธอบอกผมแบบนั้น
มีครั้งหนึ่ง เธอเคยขอยืมเงินจากผม 5 เหรียญสหรัฐ ด้วยเหตุผลว่า ไม่มีเงินกินข้าว ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เงินเยอะอะไรนัก ผมจึงให้เธอโดยบอกว่าไม่ต้องใช้คืน เพราะถึงแม้ว่าผมจะไม่บอกว่าไม่ต้องใช้คืน ก็คงคาดหวังว่าจะได้คืนไม่ได้อยู่ดี หลังจากนั้น ก็มีอีก 2 - 3 ครั้งที่ผมให้เงินเธอ บางครั้งเธอขอ บางทีผมให้เอง ทุกครั้งก็ไม่ใช่เงินเยอะเท่าไหร่นัก แค่ 5 หรือ 10 เหรียญ และไม่ใช่ทุกครั้งที่เธอขอแล้วผมจะให้ บางครั้งผมก็โกหกไปบ้างเหมือนกันว่าผมไม่มี เธอก็บอกไม่เป็นไร แค่ที่เคยช่วยเธอ เธอก็ขอบคุณมากแล้ว
มีหลายๆครั้งที่ผมกับเธอ มีปัญหาไม่เข้าใจกัน สาเหตุหลักคือ ภาษา เนื่องจากประเทศเธอใช้ภาษารัสเซีย และภาษาอังกฤษของเธอแย่มาก หลายต่อหลายครั้งที่เธอไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด และเธอก็ไม่ถามให้เข้าใจ ทำให้มีการแปลความหมายผิดและเกิดเป็นความไม่เข้าใจกันเกิดขึ้น บางครั้งผมก็เป็นฝ่ายผิด เพราะผมเป็นคนขี้หงุดหงิดและชอบพูดจาประชดประชัน แต่ทุกครั้งที่มีปัญหากัน ผมจะเป็นฝ่ายง้อเธอทุกครั้ง ไม่ว่าคนผิดจะเป็นผมหรือเธอก็ตาม
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเหมือนว่ามีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ผมเริ่มสงสัยในคำพูดของเธอ ว่าเธอมีเรื่องที่ปิดบังหรือกำลังโกหกผมอยู่ บางครั้งผมก็จับได้เอง บางครั้งก็เป็นเธอที่หลุดปากพูดออกมา ในช่วงแรกๆ เธอชอบใช้คำพูดดีๆพูดกับผม เช่น เธอชอบผมมากกว่าเพื่อน สักวันผมอาจจะกลายมาเป็นคนรักของเธอ หรือในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ เธอจะมาเมืองไทยและให้ผมพาเธอเที่ยว เป็นต้น ผมไม่เชื่อคำพูดของเธอสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับว่าดีใจและมีความสุขมากที่ได้ยินเธอพูดแบบนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เธอเริ่มพูดอะไรที่ตรงกับใจของเธอมากขึ้น เช่น เธอบอกว่า สักวันผมคงจะเจอกับใครสักคนในโลกจริง ที่ไม่ใช่โลกออนไลน์อย่างเธอ หรือ ผมกับเธอจะได้คุยและได้เจอกันแค่ในเวปไซด์นั้นเท่านั้น ทำให้ผมมั่นใจว่า ทุกคำพูดดีๆที่เธอเคยพูด ล้วนแต่เป็นคำโกหกทั้งสิ้น
ผมเคยขอรูปถ่ายเธอ โดยบอกว่าอยากได้เป็นที่ระลึกไว้ดูในตอนที่จะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เธอให้รูปถ่ายมา 2 ใบ ผมนำรูปถ่ายเธอไปตัดต่อทำวิดีโออวยพรวันเกิดให้เธอ เธอปิดกล้องในตอนที่ดู เสร็จแล้วกลับมาบอกว่าดีใจมาก ดีใจจนน้ำตาไหล เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้เธอเลย แถมผมยังให้เงินเธออีก 100 เหรียญด้วยนะครับ เธอไม่ได้ขอ ผมให้เองด้วยความเต็มใจ กรุณาอย่าสงสัยนะครับ ในตอนนั้นผมให้เธอในขณะที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ที่ให้เพราะเห็นว่าเป็นวันเกิดเท่านั้นครับ ไม่ได้ให้เพราะความลุ่มหลงงมงายแต่อย่างใด รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลานะครับ อีกอย่าง 100 เหรียญก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่นัก ราวๆ 3000 บาทเศษ ถ้าจีบคนอื่นตัวเป็นๆ ให้ของขวัญวันเกิดเป็นชิ้น คงโดนแพงกว่านี้อีกหลายเท่า เรื่องนี้ต้องอธิบายให้ละเอียดเพราะเกรงว่าทุกท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าผมหลงจนหน้ามืดยอมเสียเงินเสียทองไป และผมเองก็เข้าใจด้วยว่าไม่ใช่ผมคนเดียวแน่ที่ให้เงินเธอ ถึงจะแค่ 5 หรือ 10 เหรียญ แต่ถ้าหลายคนก็เป็นเงินเยอะอยู่
แต่ว่านะครับ ไม่ต้องรอนานเลย ในคืนวันเกิดวันนั้นของเธอเอง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ผมส่งวิดีโอให้เธอแล้วเธอบอกว่าดีใจจนน้ำตาไหลนั่น เธอขอเงินผมครับ เธอบอกว่าเงินไม่พอ ต้องเอาไปจ่ายค่าโน่นนี่นั่น ก็ไม่ได้ขอเยอะ 10 เหรียญเท่านั้น ในใจผมคิดว่า ไม่มีทาง ไม่ให้แน่ๆ เพราะเพิ่งให้ไป 100 เหรียญเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นเอง ถึงจะขอเพิ่มอีกแค่ 10 เหรียญก็ตามทีเถอะ ผมถามรายละเอียดจากเธอ จนกระทั่งเวลาผ่านไปค่อนคืน เธอคงหมดความอดทน จึงตวาดใส่ผมว่า เอาเงินมาเดี๋ยวนี้ ฉันจะรีบกลับบ้าน หลังจากนั้น ดูเหมือนเธอจะรู้สึกตัว แล้วบอกขอโทษผม จากนั้นก็บอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องแล้ว และเธอก็กลับบ้านโดยที่ผมไม่ได้ให้เงินเธอเพิ่ม และในคืนนั้น เธอก็เขียนเมล์มาขอโทษผมอีกรอบ
แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนี้มาตลอดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ผมก็ยังคงเข้าไปที่ห้องแชทของเธอทุกวัน ไปนั่งรอเธอก่อนเวลาเธอออนไลน์ทุกวัน รู้สึกกระวนกระวายใจและตื่นเต้นเหมือนเดิมทุกวัน แตกต่างกันตรงที่ ในระยะหลัง ในช่วงที่ผมนั่งรอเธอ มีหลายๆครั้งที่ผมภาวนาในใจว่าขออย่าให้เธอมาเลย วันนี้ผมไม่อยากเจอเธอ แต่ทั้งที่ภาวนาในใจแบบนั้น ผมก็ยังคงนั่งรอเธออยู่ ไม่ออกจากเวปไซด์ไปไหน
ในระยะหลังมานี้ มีหลายๆครั้ง เมื่อเธอไม่พอใจผม หรือไม่อยากคุยกับผม เธอก็จะพูดใส่หน้าผมตรงๆว่า เธอเบื่อผม เธอรำคาญผม ผมเป็นคนน่าเบื่อ หรือผมเป็นคนน่ารำคาญ จากนั้นเธอก็ไม่คุยกับผม แล้วหันไปพูดคุย ยิ้ม และหัวเราะกับคนอื่น เสมือนผมไม่มีตัวตนหรือไม่อยู่ในสายตาเลย ทำให้ผมเริ่มรู้สึกอีกเหมือนกันว่า ในตอนที่เธอพูดขอบคุณผมที่ผมเคยช่วยเหลือเธอมา บางทีคำขอบคุณนั้นอาจจะเป็นคำโกหกด้วยเหมือนกัน
มีครั้งหนึ่งผมถามเธอไปตรงๆว่า เห็นผมเป็นคนหรือเปล่า คิดว่าผมไม่มีความรู้สึกหรืออย่างไร ถึงได้คิดจะทำอย่างไรกับผมก็ได้ บอกขอบคุณที่ช่วยเหลือมาตลอด ไม่เคยลืมเลยที่ผมเคยช่วยเหลือ ไม่เคยลืมเลยเวลาที่ผมเป็นห่วง แต่พอไม่พอใจ ก็บอกว่าเบื่อผม ผมมันน่าเบื่อ น่ารำคาญ แล้วก็หันไปคุยกับคนอื่น ไปยิ้ม ไปหัวเราะกับคนอื่น แล้วก็หันกลับมาขอเงินดื้อๆ คิดว่าผมไม่รู้สึกอะไรเลยหรือเวลาที่เธอไม่เห็นหัวผม ไม่เห็นผมอยู่ในสายตา คดว่าผมไม่มีความรู้สึกเสียใจบ้างหรืออย่างไร หรือคิดว่าผมไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึก ปรากฏว่าเธอกรี๊ดลั่นเลยครับ แล้วบอกว่าผมเลวมากที่กล้าถามเธอแบบนี้ ผมเป็นคนน่าเบื่อจริงๆสำหรับเธอ ออกไปให้พ้นหน้าเธอได้แล้ว เธอบอกว่าเธอโกรธจนไม่สามารถให้อภัยผม (ผมผิด ? เป็นความผิดของผม ?) แต่วันรุ่งขึ้นก็คุยกันปกติเหมือนเดิม
ก่อนหน้านั้นก็มีเรื่องคล้ายๆกันเกิดขึ้น ที่จู่ๆเธอก็ไม่คุยกับผม ผ่านไปเป็นชั่วโมงปล่อยให้ผมพูดคนเดียว แล้วเธอก็มาบอกว่า ขอโทษที่ไม่คุยด้วย เพราะว่าเบื่อที่จะคุยด้วยอีกต่อไป ผมเลยตอบไปว่า รู้อยู่แล้วว่าเป็นแบบนี้ เธอกลับต่อว่าผมเป็นชุดเลยครับ เช่น ถ้ารู้อยู่แล้วทำไมยังทำให้เธอเบื่ออีก เธอบอกว่าเธอรู้ว่าผมเกลียดเธอ เพราะฉะนั้นผมถึงได้มาหาเรื่องเธอ ทำให้เธอเบื่อ ทำให้เธอรำคาญ ทำให้เธอโกรธทุกวัน และเธอก็ไม่ฟังผมอธิบายอะไรเลย เธอเอาแต่พูดว่าเธอรู้จักผมดี เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องพูดอะไร เธอไม่สนใจฟังทั้งสิ้น แปลกไหมครับ ที่ผมเข้าไปนั่งรอเธอทุกวัน ช่วยเหลือเธอเท่าที่ทำได้ตลอดเวลา อยู่กับเธอทุกวันแม้ในวันที่ทั้งห้องแชทของเธอมีแค่ผมกับเธอสองคน แต่เธอกลับคิดว่านั่นเป็นเพราะผมเกลียดเธอ จึงจงใจเข้าไปยั่วโมโหเธอ ทำให้เธอเบื่อ ทำให้เธอรำคาญ
2 - 3 เดือนก่อนหน้านี้ ผมโกหกเธอไปว่า ผมมีปัญหาทางการเงิน คงไม่สามารถช่วยเหลือเธอได้อีกแล้ว เธอตอบว่าไม่เป็นไรเธอเข้าใจ และเธอก็ยังพูดคุยทักทายผมอยู่ทุกๆวันเหมือนเดิม หรือบางที เธออาจจะคิดว่าวันนี้ผมไม่มีเงิน แต่วันหน้าผมอาจจะมี จึงต้องทำดีกับผมไว้ก่อน เพื่อหวังผลในอนาคต ไม่ทราบว่าทุกท่านคิดอย่างไรครับ
ผมก็ไม่แน่ใจนักว่าเธอต้องการอะไรจากผมกันแน่ ผมเคยบอกเธอว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สักวันผมคงต้องออกไปจากชีวิตของเธอ บางครั้งเธอตอบว่าไม่อยากให้ผมไป เพราะเธอรู้สึกคุ้นเคยและเคยชินกับการที่มีผม และรู้สึกสบายใจที่เห็นผมนั่งอยู่ในห้องแชทของเธอ แต่บางครั้งเธอก็บอกว่า ถ้าผมอยากไปก็ไปเถอะ เรื่องของผม ผมควรตัดสินใจเอง เธอจะไม่ห้ามและไม่โกรธด้วย (เธอบอกว่าเธอจะไม่โกรธ นี่ผมทำผิดเหรอ ???)
ในห้องแชทของเธอมีเธอเป็นผู้หญิงคนเดียว และนอกนั้นเป็นผู้ชายก็จริง แต่ทุกคนในนั้นล้วนแต่เป็นขาจรทั้งสิ้น มีแต่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นขาประจำ เข้ามาในห้องแชทของเธอทุกวัน จนเธอบอกว่ามีบางคนในห้องไม่ชอบขี้หน้าผม เพราะผมเข้ามานั่งทุกวัน ทำให้พวกเขาหึง
ผมเขียนอีเมล์หาเธอทุกวันในช่วง 3 - 4 เดือนหลัง ผมเขียนถึงเธอทุกวัน ทั้งในวันที่เราเจอกัน และในวันที่ไม่ได้เจอ ผมส่งทุกวันไม่เคยขาด ตลอดเวลา 3 - 4 เดือนมานี้ เธอเขียนตอบผมในช่วงแรกๆ 2 - 3 ครั้ง และหลังจากนั้นก็ไม่เคยส่งหาผมอีกเลย จนกระทั่งที่เขียนมาขอโทษผมเมื่อตอนมีเรื่องกันในวันเกิดของเธอ และหลังจากนั้นอีกหนึ่งครั้ง นั่นคือเมื่อเดือนที่แล้ว ผมมั่นใจว่า โดยปกติแล้ว เธอไม่แม้แต่จะอ่านเมล์ของผมด้วยซ้ำ เนื่องจากภาษาอังกฤษที่แย่มากของเธอ เธอไม่สามารถอ่านภาษาอังกฤษยาวๆอย่างอีเมล์ได้แน่ ผมเคยแกล้งถามเธอ และเธอก็ยอมรับว่าไม่เคยอ่าน
ในเดือนที่แล้ว มีวันหนึ่ง ผมรู้สึกว่าผมอยากพักผ่อน ไม่อยากเจอเธอสักพัก ผมจึงไม่เข้าไปที่ห้องแชทเธอโดยที่ไม่ได้บอกเธอ วันแรกไม่มีอะไร แต่พอวันที่สอง เธอส่งอีเมล์มาหาผม ใจความก็ไม่ได้มีอะไร แค่บอกว่าหวังว่าผมจะสบายดีเหมือนกัน แค่นั้น เท่านั้น ผมดูเวลาที่เธอส่งเมล์มา พบว่า เป็นช่วงเวลาที่เธอออนไลน์เข้ามาในห้องแชทตามปกติ ผมเข้าใจว่า คงเป็นวันที่สองที่เธอเข้ามาที่ห้องแชทแล้วไม่เห็นผมนั่งรออยู่ คงเกิดความสงสัยและลองไปเปิดอีเมล์ดูแล้วจึงได้ส่งอีเมล์มาหาผม แต่ก็แค่วันนั้น เพราะวันถัดมา วันที่สาม ผมก็ยังไม่กลับเข้าไป และเธอก็ไม่ได้ส่งเมล์มา
(มีต่อในความเห็นที่ 1 ครับ)