http://www.dailynews.co.th/bangkok/345332
กทม.ยัน "แท่งล้มลุก"ทั่วกรุงเกรดเอ โต้กระแสโซเชียล | เดลินิวส์
„กทม. โต้ชาวโซเชียล ยันวัสดุเสาพลาสติกล้มลุกกั้นเส้นแบ่งจราจร ราคาไม่สูงเกินจริง ชี้คุณภาพแตกต่างกัน ทน-ยืดหยุ่นนำเข้าจากต่างประเทศ หน่วยงานรัฐใช้กันแพร่หลาย“
กทม.ยัน "แท่งล้มลุก"ทั่วกรุงเกรดเอ โต้กระแสโซเชียล | เดลินิวส์
„เมื่อเวลา 11.30น.วันที่1ก.ย.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.)นายทวีศักดิ์เลิศประพันธ์ผู้อำนวยการสำนักงานการจราจรและขนส่ง(สจส.)ได้เปิดเผยกล่าวถึงกรณีที่มีภาพเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียถึงการจัดซื้อเสาหลักพลาสติกล้มลุกสะท้อนแสงกั้นเส้นแบ่งจราจรของ กทม.ที่มีราคาสูงกว่าราคาปกติว่า วัสดุราคาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซึ่งภาพในโซเซียลฯเป็นพลาสติกที่การคืนตัวความยืดหยุ่นเคมีส่วนประกอบมีความแตกต่างกันซึ่งพลาสติกดังกล่าวเหมาะสมที่จะใช้งานในบ้านเรือนของประชาชนแต่ในพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่สาธารณะไม่เหมาะสมสำหรับ กทม.ได้นำเครื่องกั้นจราจรชนิดล้มลุก(เสาล้มลุก)มาติดตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯในพื้นที่ที่กำหนด เช่นบริเวณทางสะพาน ทางลงอุโมงค์บริเวณแนวกั้นเส้นแบ่งจราจรบริเวณถนนจตุรทิศและเกาะกลางตามแยกต่างๆเพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่และป้องกันไม่ให้ชนกับแบริเออร์ โดย กทม.ได้ติดตั้งแล้วประมาณ 500อัน และได้จัดซื้อในราคา 3,200บาทต่ออันซึ่งแบ่งเป็นค่าวัสดุค่าติดตั้งและค่าภาษีซึ่งราคาหน้าเว็บไซต์ของราคาขายในประเทศสหรัฐอเมริกา
ประมาณ132ดอลล่าร์สหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ4,600บาท
ทั้งนี้วัสดุที่ กทม.นำมาใช้ ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในทั่วโลกโดยในประเทศไทยหลายหน่วยงานอย่างเช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)และกรมทางหลวงชนบท(ทล.)ก็นำมาใช้เพราะวัสดุโพลียูริทีน(Polyurethane) มีการคืนตัวและความยืดหยุ่นสูงทนต่อความร้อนอีกทั้งผ่านการทดสอบการกระแทกชน300,000ครั้ง เพื่อป้องกันรถยนต์เสียหายด้วยถ้าไม่ใช้วัสดุคุณภาพสูงจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ขณะที่พลาสติก Evaมี ความแข็งไม่มีความยืดหยุ่นทนความร้อนต่ำกว่าจนทำให้สีซีดทำให้มองไม่เห็นโดยเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งอาจเกิดอันตรายและไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจึงไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในบนโซเชียลฯขอให้ประชาชนพิจารณารายละเอียดของคุณภาพวัสดุและมาตรฐานด้วย ด้านนายสุธนอาณากุล รองผู้อำนวยการสำนักจราจรและขนส่งกล่าวว่า วัสดุโพลียูริทีน(Polyurethane)มีลักษณะเป็นเสาที่มีความยืดหยุ่นโดยสามารถยืดหยุ่นและคืนรูปได้อย่างสมบูรณ์เมื่อเมื่อถูกแรงกระทำที่มาจากยานพาหนะโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดใดทั้งสิ้นซึ่งตัวเสาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนสำหรับคุณสมบัติเป็นพลาสติกคุณภาพสูงโดยผู้ผลิต
สามารถรับรองการขึ้นรูปได้ไม่ต่ำกว่า300,000ครั้ง นอกจากนี้ยังทนต่อสภาวะการใช้งานภายนอกได้ดีโดยไม่เปลี่ยนสภาพจากแสงแดดและสภาวะแวดล้อมรวมทั้งมีผลทดสอบแรงดันแรงดึงและการยืดตัวตามมาตรฐานขณะเดียวกันผู้ผลิตสามารถรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุอย่างน้อย3ปี โดยวัสดุจะต้องคืนตัวอยู่ในสภาพแนวตรงทุกครั้งเมื่อเกิดแรงในการติดตั้งบนถนนโดยไม่มีการย้ายตำแหน่งติดตั้งส่วนแผ่นสะท้อนแสงนี้ใช้ต้องเป็นชนิดที่เนื้อฟิล์มมีความยืดหยุ่นโดยมีค่าความส่องสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกำหนด.“
กทม.ยัน "แท่งล้มลุก"ทั่วกรุงเกรดเอ โต้กระแสโซเชียล | เดลินิวส์
กทม.ยัน "แท่งล้มลุก"ทั่วกรุงเกรดเอ โต้กระแสโซเชียล | เดลินิวส์
„กทม. โต้ชาวโซเชียล ยันวัสดุเสาพลาสติกล้มลุกกั้นเส้นแบ่งจราจร ราคาไม่สูงเกินจริง ชี้คุณภาพแตกต่างกัน ทน-ยืดหยุ่นนำเข้าจากต่างประเทศ หน่วยงานรัฐใช้กันแพร่หลาย“
กทม.ยัน "แท่งล้มลุก"ทั่วกรุงเกรดเอ โต้กระแสโซเชียล | เดลินิวส์
„เมื่อเวลา 11.30น.วันที่1ก.ย.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.)นายทวีศักดิ์เลิศประพันธ์ผู้อำนวยการสำนักงานการจราจรและขนส่ง(สจส.)ได้เปิดเผยกล่าวถึงกรณีที่มีภาพเผยแพร่บนโซเชียลมีเดียถึงการจัดซื้อเสาหลักพลาสติกล้มลุกสะท้อนแสงกั้นเส้นแบ่งจราจรของ กทม.ที่มีราคาสูงกว่าราคาปกติว่า วัสดุราคาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซึ่งภาพในโซเซียลฯเป็นพลาสติกที่การคืนตัวความยืดหยุ่นเคมีส่วนประกอบมีความแตกต่างกันซึ่งพลาสติกดังกล่าวเหมาะสมที่จะใช้งานในบ้านเรือนของประชาชนแต่ในพื้นที่ส่วนกลางหรือพื้นที่สาธารณะไม่เหมาะสมสำหรับ กทม.ได้นำเครื่องกั้นจราจรชนิดล้มลุก(เสาล้มลุก)มาติดตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯในพื้นที่ที่กำหนด เช่นบริเวณทางสะพาน ทางลงอุโมงค์บริเวณแนวกั้นเส้นแบ่งจราจรบริเวณถนนจตุรทิศและเกาะกลางตามแยกต่างๆเพื่อเป็นการเตือนผู้ขับขี่และป้องกันไม่ให้ชนกับแบริเออร์ โดย กทม.ได้ติดตั้งแล้วประมาณ 500อัน และได้จัดซื้อในราคา 3,200บาทต่ออันซึ่งแบ่งเป็นค่าวัสดุค่าติดตั้งและค่าภาษีซึ่งราคาหน้าเว็บไซต์ของราคาขายในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ132ดอลล่าร์สหรัฐหรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ4,600บาท
ทั้งนี้วัสดุที่ กทม.นำมาใช้ ได้นำเข้ามาจากต่างประเทศและมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในทั่วโลกโดยในประเทศไทยหลายหน่วยงานอย่างเช่น การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)และกรมทางหลวงชนบท(ทล.)ก็นำมาใช้เพราะวัสดุโพลียูริทีน(Polyurethane) มีการคืนตัวและความยืดหยุ่นสูงทนต่อความร้อนอีกทั้งผ่านการทดสอบการกระแทกชน300,000ครั้ง เพื่อป้องกันรถยนต์เสียหายด้วยถ้าไม่ใช้วัสดุคุณภาพสูงจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ขณะที่พลาสติก Evaมี ความแข็งไม่มีความยืดหยุ่นทนความร้อนต่ำกว่าจนทำให้สีซีดทำให้มองไม่เห็นโดยเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งอาจเกิดอันตรายและไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจึงไม่เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เผยแพร่ในบนโซเชียลฯขอให้ประชาชนพิจารณารายละเอียดของคุณภาพวัสดุและมาตรฐานด้วย ด้านนายสุธนอาณากุล รองผู้อำนวยการสำนักจราจรและขนส่งกล่าวว่า วัสดุโพลียูริทีน(Polyurethane)มีลักษณะเป็นเสาที่มีความยืดหยุ่นโดยสามารถยืดหยุ่นและคืนรูปได้อย่างสมบูรณ์เมื่อเมื่อถูกแรงกระทำที่มาจากยานพาหนะโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดใดทั้งสิ้นซึ่งตัวเสาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนสำหรับคุณสมบัติเป็นพลาสติกคุณภาพสูงโดยผู้ผลิตสามารถรับรองการขึ้นรูปได้ไม่ต่ำกว่า300,000ครั้ง นอกจากนี้ยังทนต่อสภาวะการใช้งานภายนอกได้ดีโดยไม่เปลี่ยนสภาพจากแสงแดดและสภาวะแวดล้อมรวมทั้งมีผลทดสอบแรงดันแรงดึงและการยืดตัวตามมาตรฐานขณะเดียวกันผู้ผลิตสามารถรับประกันอายุการใช้งานของวัสดุอย่างน้อย3ปี โดยวัสดุจะต้องคืนตัวอยู่ในสภาพแนวตรงทุกครั้งเมื่อเกิดแรงในการติดตั้งบนถนนโดยไม่มีการย้ายตำแหน่งติดตั้งส่วนแผ่นสะท้อนแสงนี้ใช้ต้องเป็นชนิดที่เนื้อฟิล์มมีความยืดหยุ่นโดยมีค่าความส่องสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานกำหนด.“