[CR] แบกเป้ตะลุยเดี่ยว เฟี้ยวอินคันไซ-Day4 in Osaka

เช้าวันที่4 แล้วเหรอเนี้ย วันนี้ทำใจไว้แล้วว่าต้องเจอฝน และตั้งใจจะเที่ยวในเมืองโอซะกะ ฉะนั้นเตรียมรับมือไว้เรียบร้อย มื้อเช้าวันนี้หรืออาจจะเรียกว่า brunchก็คงได้ ตั้งใจไปฝากท้องกับข้าวแกงกะหรี่หมูทอดที่เดินผ่านเมื่อวันก่อน คือเลอค่ามาก ตั้งแต่อยู่หน้าร้าน มันหอมมากกกกก หน้าตาน่ารับทานมาก รสชาติไม่ต้องพูดถึง อร่อยมากกกกก ราคากามเหตามผล ราวสองร้อยกว่าบาท

อิ่มแล้วก็เริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า วันนี้ต้องซื้อตั๋วรถไฟแบบเที่ยวต่อเที่ยว เพราะใช้ Kansai Thru Passหมดไปแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามแผน เพราะการเที่ยวในเมืองโอซะกะก็ไม่ได้ไกล ค่าตั๋วก็ไม่ได้แพงอะไร อย่างนั่งไปปราสาทโอซะกะก็แค่ 180เยน

พอโผล่จากใต้ดินเท่านั้นแหละ ฝนก็เปาะแปะลงมาเลยจ้า แต่โชคดีที่ซื้อร่มเตรียมไว้แล้ว และไม่ได้แรงอะไร จากสถานีเดินไปแบบไม่รีบก็ 10นาทีเห็นจะได้ แล้วในที่สุดฝนก็หยุด อากาศวันนี้ก็จะดูอึมครึมไปสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าฝนตก ด้วยความใหญ่โตมโหฬารเราจึงเห็นตัวปราสาทแต่ไกล

ปราสาทโอซะกะ เป็นปราสาทที่มีประตูขนาดใหญ่และป้อมปราการที่อยู่ตามคูกำแพงเมืองรอบนอก กำแพงสูงชันที่สูงเกือบถึง 30 เมตรนั้นทำมาจากก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งส่งเข้ามาในโอซะกะจากเหมืองที่อยู่ห่างออกไป มากกว่า 100กิโลเมตร ความสูงของกำแพงและความกว้างของคูกำแพงเมืองที่เห็นนั้นไม่สามารถเทียบได้ กับปราสาทอื่นๆในญี่ปุ่นได้เลย สิ่งที่น่าสนใจยังรวมถึง หลังคารูปปลาโลมาแปดตัวของหอ และหลังคายังประดับไปด้วยกระเบื้องและแกะสลักเป็นรูปทรงของเสือ ซึ่งทั้งหมดจะถูกชุบด้วยทองคำ เราไม่ได้ขึ้นไปบนหอน่ะ เอาจริงๆ ไม่ได้อินกับประวัติศาสตร์ขนาดนั้น แถมถ่ายรูปก็ไม่ได้ เลยเลือกที่จะเดินรอบๆ นั่งชิลๆ รับลมเย็นๆบนกำแพงปราสาท เพลินมาก ใช้เวลาอยู่ที่นี่สามชั่วโมงเห็นจะได้ เสร็จก็เดินชมเมืองเรื่อยๆ ก่อนที่จะนั่งรถไฟไปวัดชิเท็นโนจิ และที่สถานีนี่แหละที่เราลืมร่มไว้ในห้องน้ำ ขากลับแวะเข้าไปดูก็หายไปซะแล้ว โชคดีที่ไม่มีฝนแล้ว

การเดินทางจากสถานีที่ปราสาทโอซะกะไปวัดชิเท็นโนจิแอบทำเรางงเล็กน้อย เพราะที่คิดไว้คือพอกลับจากวัดก็จะมาต่อสายรถไฟที่เดิมก่อนที่จะนั่งไปลงสถานีอุเมดะสำหรับค่ำคืนนี้ แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี และยังได้มีโอกาสดูการเล่นเบสบอลแบบเพลิ้นเพลินอีกด้วย

วัดชิเท็นโนจิ เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และถูกสร้างขึ้นในปี 593 โดยเจ้าชายโชโทคุ ผู้ซึ่งให้การสนับสนุนศาสนาพุทธ แม้ว่าตัวอาคารของวัดจะถูกไฟไหม้หลายต่อหลายครั้ง แต่จะก็มีการซ่อมแซมส่วนต่างๆอย่างละเอียดเพื่อให้คงรูปแบบดั้งเดิมตั้งแต่ สมัยศตวรรษที่ 6 บริเวณวัดด้านนอกสามารถเข้าชมได้ฟรี แต่บริเวณวัดชั้นในสวนโกคุราคุ-โจโด และห้องเก็บสมบัติจะต้องเสียค่าเข้าชม ซึ่งเป็นที่แสดงภาพวาดพระคัมภีร์และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ ของวัด ในส่วนของเจดีย์ 5 ชั้นนั้นสามารถเข้าชมด้านในได้ และนอกจากนั้นยังมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ให้ห้องโถงหลัก เพราะแค่ด้านนอกก็ปาไปเป็นชั่วโมงแล้ว กว่าจะออกจากที่นี่ก็เย็นมากแล้ว และแน่นอนเริ่มหิวละ เลยนั่งรถไฟไปลงอุเมดะ

โอ้โหววววว คนเยอะมาก คงเพราะเลิกงานกันพอดี แอบตื่นคนเล็กน้อย แต่ก็ไม่รอช้าที่จะเปิดตัวช่วยอย่าง google และ google map เพื่อไม่ให้หลงทิศหลงทาง ก็แหมน่ะ กว้างใหญ่อะไรขนาดนั้น คนก็เยอะแยะเต็มไปหมด ไอเราก็ค่อยๆเดิน ค่อยๆดู ที่เห็นเด่นชัดเลยคงจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ชิงช้าสวรรค์สีแดงที่อยู่บน HEP FIVE ศูนย์การค้าใหญ่ใจกลางอุเมดะ ทั้งช็อปทั้งกิน มันเหมาะเหลือเกินอากาศก็ดี

มื้อค่ำนี้ตัดสินใจกินโซบะร้อน ตัวน้ำแกงกะหรี่อร่อยดี แต่เราไม่ชอบเส้นแบบนี้ พนักงานน่ารักมาก เสียดายที่ใช้เวลาที่นี่ไม่นานสักเท่าไหร่ ก็ต้องกลับโรงแรม เพราะตั้งใจว่าจะไปตั้งหลักก่อนที่จะไปเดินเล่นแถวหอคอยซึเท็นกากุ และต่อด้วยไปแช่ออนเซ็นที่ Spa World มันช่างเป็นกิจกรรมที่แสนวิเศษ ก่อนที่จะกลับโรงแรม

https://www.facebook.com/pages/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9Ai-%E0%B8%88%E0%B9%8B%E0%B8%A7%E0%B8%99/686556468128992?ref=hl
ชื่อสินค้า:   Osaka - JAPAN
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่