เราเรียนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีแต่แต่ผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะว่าแบบนี้ก็ได้ทำให้เราโลเลหันมาชอบผู้ชาย แต่ถ้าดูจากท่าทางคนอื่นก็ดูไม่ออกหรอก เพราะเราเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบผู้ชายด้วยกันเท่านั้นเอง ........
เเละเรื่องมันมีอยู่ว่า เรารู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งที่ย้ายเข้ามาเรียนด้วยกัน ตอน ม.4 และสนิทกันมากๆ เพราะเป็นเพื่อนคนแรกที่เรารู้จักด้วย ไม่ว่าจะไปไหนเราสองคนมักจะไปด้วยกันเสมอ ทานข้าวก็ทานด้วยกัน เที่ยวก็เที่ยวด้วยกัน ในบางครั้งเราก็มักจะไปนอนค้างด้วยกันบ่อยๆ จนความสนิทนี้ มันเกินเพื่อนขึ้นมา เราเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่เราเป็นอยู่นี่มันหมายความว่าไง แต่ที่เราพยายามจะให้มันเป็น นั่นคือ ระหว่างเราสองคนให้มันเป็นเพื่อนจะดีกว่า เราพยายามที่จะไม่คิดอะไรให้มันเกินเลยไป เพราะว่าตอนนั้นเองจะยังไม่เเน่ใจตัวเอง และก็ยังไม่แน่ใจในตัวเขาด้วย แต่วันหนึ่ง ตอนที่เราได้ไปเข้าค่ายกิจกรรมด้วยกัน เราเข้ากิจกรรมที่พี่ๆเขาจัด และเราก็เกิดหกล้มเข่าถลอก + กับร่างกายที่เปียกน้ำ เพราะเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งตอนนั้นเองก็รู้สึกปวดๆที่เข่าและปวดหัวด้วย เขาจึงมาแบกเราขึ้นหลังละพาไปทำแผล เราเริ่มไม่เข้าใจการกระทำของเขา เพราะสิ่งที่เราพยายามหักห้างใจตัวเองไว้ เราจะทำมันไม่ได้ และในคืนนั้น ไข้เราสูงมาก เขาก็ดูเเลเราเช็ดตัวให้เรา แถมยังเฝ้าทั้งคืน เมื่อเรารู้ก็ทำให้เราใจอ่อนเลย เราหลงรักเขาไปแล้ว เราพยายมรวบรวมความกล้าพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาโดยตลอด "ชอบกูใช่มั๊ย" คำถามแรกที่เราพ่นออกไป ทำให้เจ้าตัวผงะครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออก แล้วเอื้อมมือมากอดเรา เขาไม่ตอบคำถามเราเลย แต่เขากลับถามคำถามกลับมา "เรามาคบกันมั๊ย" สิ่งแรกที่ผมรู้คือ ผมรู้สึกร้อนผ่าวๆ แปลกๆ อาจเพราะเขิลหรือว่าเพราะไข้ก็ไม่รู้ ซึ่งหลังจากออกค่าย เพื่อนทั้งห้องก็รู้ว่าเราสองคนคบกันในฐานะแฟน แต่...........ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปทุกอย่าง จากที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข กลับกลายเป็นการที่เราสองคนต้องมาทะเลาะกัน หึงกัน หวงกัน ทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมดเลย ถึงแม้จะไม่หนักเท่าไหร่ แต่ก็รู้ได้ ว่ามันเปลี่ยนไป แต่ถึงจะอย่างนั้นเราก็มีความสุขที่เป็นแบบนี้ รู้ว่าเขาหวง รู้ว่าเขายังสนใจเราในทุกๆครั้งที่มีคนมาจีบ มันก็ทำให้เรามีความสุขมากๆ จนเวลาผ่านไป......... เวลาเปลี่ยน... คนก็เปลี่ยน... ผ่านมา ตอนนี้ เราเรียนอยู่ ม.6 ด้วยกันทั้งคู่ และแล้วเขาก็เปลี่ยนไป จากที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตอนนี้กลับอยู่ห่างกัน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน กลับคุยกันน้อยลง มันเปลี่ยนไป จนเริ่มแปลก เราพยายามเข้าหาเขาถามเขา ว่าเป็นอะไร แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเงียบเท่านั้น
ในบางครั้งก็ชวนทะเลาะกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง จนเราเริ่มเหนื่อยที่มันเป็นแบบนี้แล้ว
"เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม กลับมาเป็นเหมือนวันเก่าๆ ที่ผ่านมา ที่เรามีเวลาดีๆให้กัน" คำพูดที่เราบอกเขาไป ในใจก็อยากรู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาจะตอบกลับมาว่ายังไง แต่..... คำตอยของเขากลับทำให้เราแทบจะล้ม "เราเลิกกันเถอะ" ประโยคเดียวสั้นๆ เเต่โคตรเจ็บ ในตอนนั้นมันเป็นอะไรที่แบบเจ็บมาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไอ้เราอยากรู้เราทำอะไรผิด ถามเขาไปเขาก็หนี ไม่ยอมตอบ แค่อยากรู้ว่า เวลาที่ผ่านมาของเรามันไม่มีค่าเลยเหรอ? สองปีที่ผ่านมา มันคงไม่มีค่าอะไรเลย ที่เราทำได้เพียงแค่บอกกับเขากลับไป "ถ้าเราเลิกกันแล้ว ก็อย่ามายุ่งกันอีก" เราไม่รู้ว่าพูดออกไปได้ยังไง ทั้งที่น้ำตามันยังไหลเต็มใบหน้า เราเกลียดที่สุด ที่พยายามทำในสิ่งที่คิดว่ามันดีที่สุด กลับกลายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด การที่เราทุ่มเทเพื่อใคร กลับกลายต้องสูญปล่าว เวลาผ่านมา 4 เดือนแล้ว เรายังทำใจไม่ได้เลย เจ็บทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา น้ำตามันจะไหลทุกครั้งเมื่อเจอหน้า เมื่อได้ยินเสียง เราโคตรทรมาณแบบที่สุด
ถึงแม้เวลามันจะผ่านมาช่วงหนึ่ง ทั้งที่อยากจะห่างแต่กลับต้องใกล้กันกว่าเดิม เพราะงานกลุ่มก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ห้องเรียนก็ต้องเรียนด้วยกัน โต๊ะก็อยู่ติดกัน จนเราต้องสลับกับเพื่อน เราทำทุกทางเพื่อที่จะเจ็บน้อยลงและลืมเขาไปซะ เพราะยังไงความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายเหมือนกันมันคงเป็นจริงไม่ได้....เราคิดแบบนั้นมาโดยตลอด จนวันหนึ่งไปเที่ยวน้ำตกกันในกลุ่มเพื่อน เราโดนหินบาดเท้า เลือดไหลเป็นทาง และเดินแทบจะไม่ไกว เขากลับมาช่วยเรา แบกเรากลับไปจนถึงบ้านพัก ตอนที่เรามองไปยังแผ่นหลังของเขา มันทำให้เราเผลอร้องไห้กลับมาอีกครั้ง ทั้งที่พยายามเเข็งใจมาโดยตลอด พอมาถึงห้อง เราก็หยิบอัลบั้มรูปมานั่งดู ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน น้ำตาทำไมมันไหลไม่หยุดกันนะ ตอนนี้เราไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆแล้ว ตลอดเวลาสองปี มันทำให้เราจำเกินกว่าที่จะลืม เราควรทำไงดี?
อยากลืมเขา แต่กลับยิ่งจำ?
เเละเรื่องมันมีอยู่ว่า เรารู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งที่ย้ายเข้ามาเรียนด้วยกัน ตอน ม.4 และสนิทกันมากๆ เพราะเป็นเพื่อนคนแรกที่เรารู้จักด้วย ไม่ว่าจะไปไหนเราสองคนมักจะไปด้วยกันเสมอ ทานข้าวก็ทานด้วยกัน เที่ยวก็เที่ยวด้วยกัน ในบางครั้งเราก็มักจะไปนอนค้างด้วยกันบ่อยๆ จนความสนิทนี้ มันเกินเพื่อนขึ้นมา เราเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่เราเป็นอยู่นี่มันหมายความว่าไง แต่ที่เราพยายามจะให้มันเป็น นั่นคือ ระหว่างเราสองคนให้มันเป็นเพื่อนจะดีกว่า เราพยายามที่จะไม่คิดอะไรให้มันเกินเลยไป เพราะว่าตอนนั้นเองจะยังไม่เเน่ใจตัวเอง และก็ยังไม่แน่ใจในตัวเขาด้วย แต่วันหนึ่ง ตอนที่เราได้ไปเข้าค่ายกิจกรรมด้วยกัน เราเข้ากิจกรรมที่พี่ๆเขาจัด และเราก็เกิดหกล้มเข่าถลอก + กับร่างกายที่เปียกน้ำ เพราะเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งตอนนั้นเองก็รู้สึกปวดๆที่เข่าและปวดหัวด้วย เขาจึงมาแบกเราขึ้นหลังละพาไปทำแผล เราเริ่มไม่เข้าใจการกระทำของเขา เพราะสิ่งที่เราพยายามหักห้างใจตัวเองไว้ เราจะทำมันไม่ได้ และในคืนนั้น ไข้เราสูงมาก เขาก็ดูเเลเราเช็ดตัวให้เรา แถมยังเฝ้าทั้งคืน เมื่อเรารู้ก็ทำให้เราใจอ่อนเลย เราหลงรักเขาไปแล้ว เราพยายมรวบรวมความกล้าพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาโดยตลอด "ชอบกูใช่มั๊ย" คำถามแรกที่เราพ่นออกไป ทำให้เจ้าตัวผงะครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะคลี่ยิ้มออก แล้วเอื้อมมือมากอดเรา เขาไม่ตอบคำถามเราเลย แต่เขากลับถามคำถามกลับมา "เรามาคบกันมั๊ย" สิ่งแรกที่ผมรู้คือ ผมรู้สึกร้อนผ่าวๆ แปลกๆ อาจเพราะเขิลหรือว่าเพราะไข้ก็ไม่รู้ ซึ่งหลังจากออกค่าย เพื่อนทั้งห้องก็รู้ว่าเราสองคนคบกันในฐานะแฟน แต่...........ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปทุกอย่าง จากที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข กลับกลายเป็นการที่เราสองคนต้องมาทะเลาะกัน หึงกัน หวงกัน ทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมดเลย ถึงแม้จะไม่หนักเท่าไหร่ แต่ก็รู้ได้ ว่ามันเปลี่ยนไป แต่ถึงจะอย่างนั้นเราก็มีความสุขที่เป็นแบบนี้ รู้ว่าเขาหวง รู้ว่าเขายังสนใจเราในทุกๆครั้งที่มีคนมาจีบ มันก็ทำให้เรามีความสุขมากๆ จนเวลาผ่านไป......... เวลาเปลี่ยน... คนก็เปลี่ยน... ผ่านมา ตอนนี้ เราเรียนอยู่ ม.6 ด้วยกันทั้งคู่ และแล้วเขาก็เปลี่ยนไป จากที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ตอนนี้กลับอยู่ห่างกัน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน กลับคุยกันน้อยลง มันเปลี่ยนไป จนเริ่มแปลก เราพยายามเข้าหาเขาถามเขา ว่าเป็นอะไร แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเงียบเท่านั้น
ในบางครั้งก็ชวนทะเลาะกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง จนเราเริ่มเหนื่อยที่มันเป็นแบบนี้แล้ว
"เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไหม กลับมาเป็นเหมือนวันเก่าๆ ที่ผ่านมา ที่เรามีเวลาดีๆให้กัน" คำพูดที่เราบอกเขาไป ในใจก็อยากรู้เพียงอย่างเดียวว่าเขาจะตอบกลับมาว่ายังไง แต่..... คำตอยของเขากลับทำให้เราแทบจะล้ม "เราเลิกกันเถอะ" ประโยคเดียวสั้นๆ เเต่โคตรเจ็บ ในตอนนั้นมันเป็นอะไรที่แบบเจ็บมาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไอ้เราอยากรู้เราทำอะไรผิด ถามเขาไปเขาก็หนี ไม่ยอมตอบ แค่อยากรู้ว่า เวลาที่ผ่านมาของเรามันไม่มีค่าเลยเหรอ? สองปีที่ผ่านมา มันคงไม่มีค่าอะไรเลย ที่เราทำได้เพียงแค่บอกกับเขากลับไป "ถ้าเราเลิกกันแล้ว ก็อย่ามายุ่งกันอีก" เราไม่รู้ว่าพูดออกไปได้ยังไง ทั้งที่น้ำตามันยังไหลเต็มใบหน้า เราเกลียดที่สุด ที่พยายามทำในสิ่งที่คิดว่ามันดีที่สุด กลับกลายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด การที่เราทุ่มเทเพื่อใคร กลับกลายต้องสูญปล่าว เวลาผ่านมา 4 เดือนแล้ว เรายังทำใจไม่ได้เลย เจ็บทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา น้ำตามันจะไหลทุกครั้งเมื่อเจอหน้า เมื่อได้ยินเสียง เราโคตรทรมาณแบบที่สุด
ถึงแม้เวลามันจะผ่านมาช่วงหนึ่ง ทั้งที่อยากจะห่างแต่กลับต้องใกล้กันกว่าเดิม เพราะงานกลุ่มก็ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ห้องเรียนก็ต้องเรียนด้วยกัน โต๊ะก็อยู่ติดกัน จนเราต้องสลับกับเพื่อน เราทำทุกทางเพื่อที่จะเจ็บน้อยลงและลืมเขาไปซะ เพราะยังไงความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายเหมือนกันมันคงเป็นจริงไม่ได้....เราคิดแบบนั้นมาโดยตลอด จนวันหนึ่งไปเที่ยวน้ำตกกันในกลุ่มเพื่อน เราโดนหินบาดเท้า เลือดไหลเป็นทาง และเดินแทบจะไม่ไกว เขากลับมาช่วยเรา แบกเรากลับไปจนถึงบ้านพัก ตอนที่เรามองไปยังแผ่นหลังของเขา มันทำให้เราเผลอร้องไห้กลับมาอีกครั้ง ทั้งที่พยายามเเข็งใจมาโดยตลอด พอมาถึงห้อง เราก็หยิบอัลบั้มรูปมานั่งดู ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน น้ำตาทำไมมันไหลไม่หยุดกันนะ ตอนนี้เราไม่รู้จะทำอย่างไรจริงๆแล้ว ตลอดเวลาสองปี มันทำให้เราจำเกินกว่าที่จะลืม เราควรทำไงดี?