เคยไม๊ค่ะ สาวๆวัยเข้าเลข3 (หรืออายุเลย30ไปแล้ว) ที่รูปร่างหน้าตาไม่ได้ขี้เหร่ โปรไฟล์ก็อยู่ในเกณฑ์ดี แต่โสด ไม่มีแฟน และเตรียมจะขึ้นคาน มักจะถูกคนรอบข้างมองและเหน็บแนมว่า “เพราะเลือกมากอย่างนี้นี่ล่ะ ถึงได้ขายไม่ออกซักที”
เราก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่อายุก็ย่างเข้าสามสิบต้นๆ แต่ก็ยังไม่มีแฟน เวลาไปไหนมาไหน พอใครถามเราเรื่องทำนองนี้ก็ตอบไปตามตรงว่าไม่มียังไม่ได้แต่งงาน แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และตามด้วยคำพูดบาดหูว่า “เลือกมากเกินไปละมั้ง” เรานี่เงิบไป2วิ แต่พักหลังๆ เริ่มปรับตัวได้ จึงตอบกลับไปแบบไม่ให้คนหมั่นไส้ว่า “หนูแก่แล้วค่ะ คุณพี่/คุณ(เพื่อน)แม่/คุณน้า/คุณลุง/คุณป้า/คุณตา/คุณยาย เลยไม่มีหนุ่มๆที่ๆไหนเอา ความสาวความสวยสู้ สาวน้อยแรกแย้มไม่ได้หรอกค่ะ ” และถ้าคนไหนสนิทๆหน่อย เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นน้อง ก็จะได้รับคำตอบที่ตรงยิ่งกว่าคือ ----> ” ผัวทั้งคน จะให้กุหลับหูหลับตาเอารึไงวะ ”
////เหตุเพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ จึงไม่ขอกล่าวเรื่องนิสัย ความเป็นคนดี คนเลว ณ ที่นี้นะ ...มันต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ในการพิสูจน์ /////
คือไม่ได้เป็นผู้หญิงใจง่ายขนาดนั้น ไม่ได้ขี้เหงาขนาดว่าใครหน้าไหนมาจีบก็เซย์เยสไปหมด ผู้ชายดีๆ ไม่ได้มีทั่วไปตาม เซเว่นฯ นะคะ จะได้หาเจอได้ง่ายๆ
เคยมีคนถามเรานะว่า ไม่คิดจะสร้างครอบครัวมีลูกมีผัวเหมือนกับคนอื่นเขาเหรอ เราก็ตอบไปแบบจากใจเลยว่า อยากมีค่ะ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานสายโรงงาน เลยทำให้ไม่เจอใคร หรือเจอ ผู้ชายที่ยังโสดเหล่านั้นก็ไม่น่าฝากชีวิตให้ดูแล สำหรับคนอื่นไม่รู้นะ แต่เราไม่ชอบผู้ชายที่ด้อยกว่าเราทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา พื้นฐานทางบ้าน เลยเถิดไปจนถึงการศึกษา(เรื่องนิสัย ไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ เพราะรู้ดีแก่ใจ ว่า ใครๆ ก็ต้องชอบคนนิสัยดี) โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและหน้าที่การงาน นี่คือสำคัญมากนะสำหรับเรา อย่างเราเรียนจบปริญญาตรี เราก็ต้องอยากคบกับผู้ชายที่จบปริญญาตรีด้วยกัน ถ้ารูปร่างหน้าตาไม่ดีเท่าเรา ฐานะทางบ้านไม่ดีสู้เรา เราก็ยังพอทำใจยอมรับได้นะ แต่ถ้าไม่มีการศึกษารวมไปถึงหน้าที่การงานไม่ดีเท่าเรานี่คือจบเลย รับไม่ได้
ทนทำงานเป็นสาวโรงงานอยู่ กทม 1ปี ก็ลาออกมาทำงานกับญาติที่ต่างจังหวัด โดยมีเหตุผลหลักคืออยากอยู่กับพ่อกับแม่จะได้ดูแลท่าน ที่นี้ล่ะคุณเอ๋ย บริษัทของญาติมันเป็นบริษัทเล็กๆ พนักงานก็มีห้าสิบกว่าคน เป็นผู้หญิงซะ 80% อีก 20% เป็นผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นกรรมกร และคนขับรถคร่า...แหม น่าจับมาทำสามีซะไม่มี(ประชด) นี่ยังไม่รวมบรรดาหนุ่มๆ ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกับเรานะ แต่ล่ะคน ขี้เหล้าเมายากันสุดเหวี่ยง ไม่น่าฝากอนาคตอย่างแรง
- ผู้ชาย คือคนเป็นสามีหน้าที่มันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องดูแลเลี้ยงดูลูกเมีย ส่วนคนเป็นภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้สามี แต่ยุคนี้สมัยนี้ ให้สามีหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวคนเดียวมันก็คงจะไม่พอ คนเป็นภรรยาก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวช่วยสามี แต่ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่สามีก็ต้องเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ดี ไม่ใช่พอเห็นว่าเมียมีรายได้ก็โอนภาระหน้าที่ของตัวเองให้เมียแบกรับ
ก็นะ เราเป็นผู้หญิง ลึกๆ ในใจ เราก็อยากจะมีใครซักคนมาดูแลเอาใจใส่ มาอยู่เคียงข้าง มาปกป้องคุ้มครองเราอ่ะนะ ประมาณว่า ถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่ใกล้ๆแล้วมันรู้สึกอุ่นใจ อะไรเทือกนั้น
แต่ถ้าชีวิตนี้ ยังหาผู้ชายดีๆ ที่รักแท้ จริงใจ ไม่ได้ เราว่าก็อยู่เป็นโสดมันต่อไปดีกว่าค่ะ ไม่ได้เกิดมาใช้เวรใช้กรรมขนาดนั้นนี่คะ(เห็นชีวิต คนใกล้ตัวหลายๆคนแล้ว เพลีย)
ทุกวันนี้ก็ปลงกับการต้องมีคู่ บางทีไม่มีแฟนก็ดีไปอีกแบบนะ มันมีอิสระเสรีดี อยากไปไหนกับใครก็ไป อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ค้างคืนที่ไหนก็ไป แต่พักหลังๆ นี่เริ่มขาดอิสระภาพเพราะหลานสาวงอแงอยากให้ป้ากลับมานอนบ้าน ชีวิตถึงโสดแต่ก็เหมือนคนมีลูกมีผัวเลยคะคุณ(อดแร่ดเพราะหลานคุม) อีกสองเดือนน้องสาวเราก็ต้องกลับไปอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนว่าหลานสาวคนนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลเลี้ยงดู
ชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดีค่ะ แม้จะหาเงินได้ไม่เยอะเหมือนตอนอยู่ กรุงเทพ(แต่หักค่ากินค่าอยู่ก็แทบจะไม่เหลือเก็บ) แต่เราก็มีความสุขไปตามประสา ทะเลาะกับยายบ้างทะเลาะกับหลานบ้าง ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือสองคนนี้ช่างถาม ถามจุกจิก จุ๊กๆจี๊กๆ น่าราค๊าญน่ารำคาญ หลานสาวก็โตวันโตคืน ช่างพูดช่างเจรจา พาไปไหนก็มีแต่คนเอ็นดู #ภูมิใจแต่ไม่แสดงออก
แต่ แต่ แต่.....แต่ ถ้ามีคนถาม ว่าอยากแต่งงานมีครอบครัวไม๊ เราก็ยังยืนยันคำเดิมนะ ก็อยากสิ แหม....ใครอยากจะอยู่คนเดียวไปจนวันตายกันล่ะ ถ้าเมื่อไหร่ ที่มีผู้ชายดีๆ หลงเข้ามา ถูกตาต้องใจ เห็นแล้วใช่ ได้คุยแล้วโดน เราก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆหรอก
ป.ล. ผู้ชายที่มีดีแค่นิสัยดี ไม่นับว่า เป็นผู้ชายดีๆ นะคะ ผู้ชายดีๆ คือผู้ชายที่มีดีหลายอย่าง มีคุณสมบัติครบถ้วน สามาถเป็นสามีและพ่อที่ดีของลูกได้
ผู้ชายดีๆ = ผู้ชายที่นิสัยดี รูปร่างหน้าตาอยู่ในเกณฑ์ดี (คิดว่าคงไม่มีใครอยากเอาผีมาทำผัวอ่ะนะ) พื้นเพดี กิริยามารยาทดี การศึกษาดี หน้าที่การงานดี
ป.ล.2 สิ่งที่เราต้องการจะสื่อ คือ ผู้ชายจะต้องดูแลหญิงคนรักให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เราไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะต้องออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างคนเดียวนะคะ และสำหรับเนื้อหาข้างต้นทั้งหมด เราขอสรุปสั้นๆ ว่า ....จขกท ก็แค่ ไม่ชอบผู้ชายบางประเภทที่ชอบเอา นิยาม+ ทฤษฎี+หลักการ ที่ถูกต้องดีงามของความรัก มาโน้มน้าวให้ผู้หญิงตายใจ และท้ายที่สุดก็ หลอกใช้ความรักของเธอคนนั้นมาเป็นเครื่องมือ เพื่อความสุขและผลประโยชน์ของตัวเอง ก็เท่านั้นเอง กับคำพูดของคน จะพูดให้มัน สวยหรู ดูดี แค่ไหนก็ย่อมทำได้ แต่ในแง่ของการกระทำ และโลกแห่งความเป็นจริง มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ อะไรเป็นอะไรคาดว่าทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
แค่อยากได้ผู้ชายดีๆเป็นคู่ชีวิต แต่ถูกเหน็บว่า 'เลือกมาก'
เราก็เป็นอีกคนหนึ่ง ที่อายุก็ย่างเข้าสามสิบต้นๆ แต่ก็ยังไม่มีแฟน เวลาไปไหนมาไหน พอใครถามเราเรื่องทำนองนี้ก็ตอบไปตามตรงว่าไม่มียังไม่ได้แต่งงาน แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และตามด้วยคำพูดบาดหูว่า “เลือกมากเกินไปละมั้ง” เรานี่เงิบไป2วิ แต่พักหลังๆ เริ่มปรับตัวได้ จึงตอบกลับไปแบบไม่ให้คนหมั่นไส้ว่า “หนูแก่แล้วค่ะ คุณพี่/คุณ(เพื่อน)แม่/คุณน้า/คุณลุง/คุณป้า/คุณตา/คุณยาย เลยไม่มีหนุ่มๆที่ๆไหนเอา ความสาวความสวยสู้ สาวน้อยแรกแย้มไม่ได้หรอกค่ะ ” และถ้าคนไหนสนิทๆหน่อย เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือรุ่นน้อง ก็จะได้รับคำตอบที่ตรงยิ่งกว่าคือ ----> ” ผัวทั้งคน จะให้กุหลับหูหลับตาเอารึไงวะ ”
////เหตุเพราะดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ จึงไม่ขอกล่าวเรื่องนิสัย ความเป็นคนดี คนเลว ณ ที่นี้นะ ...มันต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ในการพิสูจน์ /////
คือไม่ได้เป็นผู้หญิงใจง่ายขนาดนั้น ไม่ได้ขี้เหงาขนาดว่าใครหน้าไหนมาจีบก็เซย์เยสไปหมด ผู้ชายดีๆ ไม่ได้มีทั่วไปตาม เซเว่นฯ นะคะ จะได้หาเจอได้ง่ายๆ
เคยมีคนถามเรานะว่า ไม่คิดจะสร้างครอบครัวมีลูกมีผัวเหมือนกับคนอื่นเขาเหรอ เราก็ตอบไปแบบจากใจเลยว่า อยากมีค่ะ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่ต้องทำงานสายโรงงาน เลยทำให้ไม่เจอใคร หรือเจอ ผู้ชายที่ยังโสดเหล่านั้นก็ไม่น่าฝากชีวิตให้ดูแล สำหรับคนอื่นไม่รู้นะ แต่เราไม่ชอบผู้ชายที่ด้อยกว่าเราทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา พื้นฐานทางบ้าน เลยเถิดไปจนถึงการศึกษา(เรื่องนิสัย ไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ เพราะรู้ดีแก่ใจ ว่า ใครๆ ก็ต้องชอบคนนิสัยดี) โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและหน้าที่การงาน นี่คือสำคัญมากนะสำหรับเรา อย่างเราเรียนจบปริญญาตรี เราก็ต้องอยากคบกับผู้ชายที่จบปริญญาตรีด้วยกัน ถ้ารูปร่างหน้าตาไม่ดีเท่าเรา ฐานะทางบ้านไม่ดีสู้เรา เราก็ยังพอทำใจยอมรับได้นะ แต่ถ้าไม่มีการศึกษารวมไปถึงหน้าที่การงานไม่ดีเท่าเรานี่คือจบเลย รับไม่ได้
ทนทำงานเป็นสาวโรงงานอยู่ กทม 1ปี ก็ลาออกมาทำงานกับญาติที่ต่างจังหวัด โดยมีเหตุผลหลักคืออยากอยู่กับพ่อกับแม่จะได้ดูแลท่าน ที่นี้ล่ะคุณเอ๋ย บริษัทของญาติมันเป็นบริษัทเล็กๆ พนักงานก็มีห้าสิบกว่าคน เป็นผู้หญิงซะ 80% อีก 20% เป็นผู้ชายที่มีตำแหน่งเป็นกรรมกร และคนขับรถคร่า...แหม น่าจับมาทำสามีซะไม่มี(ประชด) นี่ยังไม่รวมบรรดาหนุ่มๆ ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกับเรานะ แต่ล่ะคน ขี้เหล้าเมายากันสุดเหวี่ยง ไม่น่าฝากอนาคตอย่างแรง
- ผู้ชาย คือคนเป็นสามีหน้าที่มันก็บอกชัดเจนอยู่แล้วว่าจะต้องดูแลเลี้ยงดูลูกเมีย ส่วนคนเป็นภรรยามีหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้สามี แต่ยุคนี้สมัยนี้ ให้สามีหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวคนเดียวมันก็คงจะไม่พอ คนเป็นภรรยาก็ต้องออกไปทำงานนอกบ้านหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวช่วยสามี แต่ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่สามีก็ต้องเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ดี ไม่ใช่พอเห็นว่าเมียมีรายได้ก็โอนภาระหน้าที่ของตัวเองให้เมียแบกรับ
ก็นะ เราเป็นผู้หญิง ลึกๆ ในใจ เราก็อยากจะมีใครซักคนมาดูแลเอาใจใส่ มาอยู่เคียงข้าง มาปกป้องคุ้มครองเราอ่ะนะ ประมาณว่า ถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่ใกล้ๆแล้วมันรู้สึกอุ่นใจ อะไรเทือกนั้น แต่ถ้าชีวิตนี้ ยังหาผู้ชายดีๆ ที่รักแท้ จริงใจ ไม่ได้ เราว่าก็อยู่เป็นโสดมันต่อไปดีกว่าค่ะ ไม่ได้เกิดมาใช้เวรใช้กรรมขนาดนั้นนี่คะ(เห็นชีวิต คนใกล้ตัวหลายๆคนแล้ว เพลีย)
ทุกวันนี้ก็ปลงกับการต้องมีคู่ บางทีไม่มีแฟนก็ดีไปอีกแบบนะ มันมีอิสระเสรีดี อยากไปไหนกับใครก็ไป อยากไปเที่ยวต่างจังหวัด ค้างคืนที่ไหนก็ไป แต่พักหลังๆ นี่เริ่มขาดอิสระภาพเพราะหลานสาวงอแงอยากให้ป้ากลับมานอนบ้าน ชีวิตถึงโสดแต่ก็เหมือนคนมีลูกมีผัวเลยคะคุณ(อดแร่ดเพราะหลานคุม) อีกสองเดือนน้องสาวเราก็ต้องกลับไปอยู่กับสามีที่ต่างจังหวัด ซึ่งแน่นอนว่าหลานสาวคนนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลเลี้ยงดู
ชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดีค่ะ แม้จะหาเงินได้ไม่เยอะเหมือนตอนอยู่ กรุงเทพ(แต่หักค่ากินค่าอยู่ก็แทบจะไม่เหลือเก็บ) แต่เราก็มีความสุขไปตามประสา ทะเลาะกับยายบ้างทะเลาะกับหลานบ้าง ด้วยเหตุผลเดียวกัน คือสองคนนี้ช่างถาม ถามจุกจิก จุ๊กๆจี๊กๆ น่าราค๊าญน่ารำคาญ หลานสาวก็โตวันโตคืน ช่างพูดช่างเจรจา พาไปไหนก็มีแต่คนเอ็นดู #ภูมิใจแต่ไม่แสดงออก
แต่ แต่ แต่.....แต่ ถ้ามีคนถาม ว่าอยากแต่งงานมีครอบครัวไม๊ เราก็ยังยืนยันคำเดิมนะ ก็อยากสิ แหม....ใครอยากจะอยู่คนเดียวไปจนวันตายกันล่ะ ถ้าเมื่อไหร่ ที่มีผู้ชายดีๆ หลงเข้ามา ถูกตาต้องใจ เห็นแล้วใช่ ได้คุยแล้วโดน เราก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆหรอก
ป.ล. ผู้ชายที่มีดีแค่นิสัยดี ไม่นับว่า เป็นผู้ชายดีๆ นะคะ ผู้ชายดีๆ คือผู้ชายที่มีดีหลายอย่าง มีคุณสมบัติครบถ้วน สามาถเป็นสามีและพ่อที่ดีของลูกได้
ผู้ชายดีๆ = ผู้ชายที่นิสัยดี รูปร่างหน้าตาอยู่ในเกณฑ์ดี (คิดว่าคงไม่มีใครอยากเอาผีมาทำผัวอ่ะนะ) พื้นเพดี กิริยามารยาทดี การศึกษาดี หน้าที่การงานดี
ป.ล.2 สิ่งที่เราต้องการจะสื่อ คือ ผู้ชายจะต้องดูแลหญิงคนรักให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ เราไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะต้องออกค่าใช้จ่ายทุกอย่างคนเดียวนะคะ และสำหรับเนื้อหาข้างต้นทั้งหมด เราขอสรุปสั้นๆ ว่า ....จขกท ก็แค่ ไม่ชอบผู้ชายบางประเภทที่ชอบเอา นิยาม+ ทฤษฎี+หลักการ ที่ถูกต้องดีงามของความรัก มาโน้มน้าวให้ผู้หญิงตายใจ และท้ายที่สุดก็ หลอกใช้ความรักของเธอคนนั้นมาเป็นเครื่องมือ เพื่อความสุขและผลประโยชน์ของตัวเอง ก็เท่านั้นเอง กับคำพูดของคน จะพูดให้มัน สวยหรู ดูดี แค่ไหนก็ย่อมทำได้ แต่ในแง่ของการกระทำ และโลกแห่งความเป็นจริง มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ อะไรเป็นอะไรคาดว่าทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ