ผมไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปแล้วครับ ท้อเหลือเกิน แต่ก็ต้องเก็บความอ่อนแอไว้ข้างใน เพราะผมอายครับ บอกก่อนนะครับบ้านผมเคยมีฐานะปานกลางมาก่อนแต่ตอนนี้เข้าขั้นจนสุดๆ มีทั้งหมด 4 คน ที่ผมเคลียดมากขนาดนี้เพราะมันไม่ใช่ปัญหาของผมคนเดียวแต่ผมต้องมาเคลียดกับปัญหาของทุกคนในครอบครับเดี๋ยวผมจะเล่าปัญหาของแต่ละคนให้ฟังทีละคนนะครับ
1.พ่อ = พ่อเคยเป็นผู้ชายที่ขยัน แข็งแรง ทำงานหนักและได้เงินมาเยอะพอสมควร แต่พอพ่ออายุมากขึ้นอาการอัลไซเมอร์เริ่มแทรกเข้ามา ทุกอย่างเปลี่ยนพ่อทำงานไม่ได้แล้วพ่อลืมทุกอย่างลืมจนโดนโกง เป็นหนี้มหาศาลมากมาย จนต้องขายบ้านมาใช้หนี้แต่ก็ไม่หมด ต้องกู้เงินมากินมาใช้อีกเพราะไม่มีเงินกิน
2.แม่ = แม่เป็นคนชอบใช้เงินในอนาคตชอบกู้มาเยอะมากแล้วตอนมีเงินก็ใช้แหลก กู้จนหมดเครดิด ญาติสนิทมิตรสหายแม่กู้มาหมดทุกคน จนมาบรรจบกับพ่อทำงานไม่ได้หนี้ถึงเวลาออกฤทธิ์ ถาโถมเข้ามาทีเดียว เละเลยครับ ทุกอย่างพังหมด อาชีพแม่จะเชื่อมโยงกับอาชีพพ่อ พอพ่อทำอาชีพไม่ได้ก็ส่งผลต่ออาชีพแม่ด้วยตอนนี้ก็เลยกลายเป็นคนไม่มีอาชีพทั้ง 2 คน
3. น้องสาว = เข้าเรียน บางมด ใช้เงินเยอะมาก แม่เห็นลูกได้โคต้าวิทยาลัยดีๆ แม่ก็จะให้เรียนให้ได้โดยไม่ดูฐานะตัวเอง แม่บอกแม่ส่งน้องได้ แค่"ได้เรียนบางมด" แม่ยอมกู้หนี้สินมหาศาลเพื่อมาให้น้องเรียน น้องก็เป็นพวกไม่มีประสบการณ์ชีวิต อ่อนแอเหลือเกิน แถมไปเรียนได้3-4เดือน Line มาหาผมว่า เคลียดอะพี่ ไม่มีคนเข้าใจหนูเลย ผมเลยเคลียดไปใหญ่
4.ตัวเอง = ทุกคนที่เคยอกหักคนเข้าใจนะครับ ว่าช่วงเวลานั้นมันเลวร้ายและโหดร้ายแค่ไหน แล้วมันดันมาอกหักบรรจวบเหมาะกับเวลาที่ทางบ้านผมมีปัญหาพอดี บอกตรงๆครับ แทบจะกลายเป็นคนบ้า อยากฆ่าตัวตายหลายครั้งมาก แค่อกหักนี่ก็สุดยอดละครับ ต้องมาเจอปัญหาครอบครัวอีก นั่งร้องให้ทุกวันครับ น้ำตามันไหลอัติโนมัติ แม้จะโตอายุ20แล้วก็ตาม ทุกกายไม่เท่าไรครับแต่จิตใจผมมันแย่เหลือเกินตอนนี้ แต่ผมเลือกที่จะไม่แสดงออกให้เพื่อนรับรู้นะครับเพราะผมอายครับ ผมเป็นลูกผู้ชายครับ แล้วปัญหาอีกอย่างของผมที่ใหญ่กว่านั้นคือ อีกไม่กี่เดือนผมจะเรียนจบและมีงานรองรับ100เปอเซ็น แต่อาการอัลไซเมอร์ผมมันเริ่มออกอาการแบบพ่อแล้วครับ เคลียดมาก ไวเกินไปอายุ20หลงๆลืมๆ จนพนักงานที่ไปฝึกงาน สงสัย เพื่อนผมก็สงสัยว่าทำไมลืมง่ายมาก เคลียดมากเลยจะทำงานดูแลครอบครัวโรคนี้ก็มาไวเหลือเกิน แล้วผมนอนหอรวม80คน เพื่อนผมบอกตลอดครับว่า ผมนั้นนอนละเมอเกือบทุกคืน ทั้งๆที่ไม่มีใครละเมอบ่อย ขนาดนี้ แปลกมากครับถ้านอนหัวค่ำจะละเมอ ถ้านอนดึกจะไม่ค่อยละเมอ กลัวเป็นโรคสมองเสื่อมจังครับ ช่วยวิเคราะห์อาการผมทีครับ เคลียดมาก
สรุป = ทั้งครอบครัวมีผมที่มีรายได้คนเดียว คือ ฝึกงานได้วันละ300 แล้วทำงานระหว่างเรียนได้วันละ100 คิดไปข้างหน้าถ้าได้ทำงานก็พอประทังครอบครัวได้แต่เคลียดที่สุดคือ โรคสมองเสื่อมของผมเนี่ยแหละครับ ผมกลัวมันเป็นกรรมพันธ์
นี่แหละครับชีวิตผมที่ตอนนี้ หาทางออกไม่เจอเลย จนต้องมาระบายกับ pantip นี่แหละครับ บางทีก็เสียใจนะครับที่เกิดมาจน อิจฉาคนรวย ที่เค้ามีทุกสิ่งทุกอย่าง ผมอยากทำสิ่งที่ผมรัก ผมไม่เคยได้รับโอกาสตรงนั้นเลย ผมคิดเสมอครับว่ายังไงผมก็ต้องเป็นเสาหลักครอบครัวต่อไปแน่ๆ ซึ่งตอนนี้ก็รับหน้าที่นั้นแล้ว เพราะพ่อทำอะไรไม่ได้เลย แม่ก็ตกงานทำงานอะไรไม่ได้เลยอายุมากแล้ว น้องก็เรียนมหาลัยอีก มันเกินที่เด็กอายุ20จะแบกรับไว้นะบางทีผมคิดแบบนั้น
ตอนนี้ผมคิดว่าชีวิตผมได้ตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปีแล้วแหละ
บอกตรงๆ เคลียดมากครับ
1.พ่อ = พ่อเคยเป็นผู้ชายที่ขยัน แข็งแรง ทำงานหนักและได้เงินมาเยอะพอสมควร แต่พอพ่ออายุมากขึ้นอาการอัลไซเมอร์เริ่มแทรกเข้ามา ทุกอย่างเปลี่ยนพ่อทำงานไม่ได้แล้วพ่อลืมทุกอย่างลืมจนโดนโกง เป็นหนี้มหาศาลมากมาย จนต้องขายบ้านมาใช้หนี้แต่ก็ไม่หมด ต้องกู้เงินมากินมาใช้อีกเพราะไม่มีเงินกิน
2.แม่ = แม่เป็นคนชอบใช้เงินในอนาคตชอบกู้มาเยอะมากแล้วตอนมีเงินก็ใช้แหลก กู้จนหมดเครดิด ญาติสนิทมิตรสหายแม่กู้มาหมดทุกคน จนมาบรรจบกับพ่อทำงานไม่ได้หนี้ถึงเวลาออกฤทธิ์ ถาโถมเข้ามาทีเดียว เละเลยครับ ทุกอย่างพังหมด อาชีพแม่จะเชื่อมโยงกับอาชีพพ่อ พอพ่อทำอาชีพไม่ได้ก็ส่งผลต่ออาชีพแม่ด้วยตอนนี้ก็เลยกลายเป็นคนไม่มีอาชีพทั้ง 2 คน
3. น้องสาว = เข้าเรียน บางมด ใช้เงินเยอะมาก แม่เห็นลูกได้โคต้าวิทยาลัยดีๆ แม่ก็จะให้เรียนให้ได้โดยไม่ดูฐานะตัวเอง แม่บอกแม่ส่งน้องได้ แค่"ได้เรียนบางมด" แม่ยอมกู้หนี้สินมหาศาลเพื่อมาให้น้องเรียน น้องก็เป็นพวกไม่มีประสบการณ์ชีวิต อ่อนแอเหลือเกิน แถมไปเรียนได้3-4เดือน Line มาหาผมว่า เคลียดอะพี่ ไม่มีคนเข้าใจหนูเลย ผมเลยเคลียดไปใหญ่
4.ตัวเอง = ทุกคนที่เคยอกหักคนเข้าใจนะครับ ว่าช่วงเวลานั้นมันเลวร้ายและโหดร้ายแค่ไหน แล้วมันดันมาอกหักบรรจวบเหมาะกับเวลาที่ทางบ้านผมมีปัญหาพอดี บอกตรงๆครับ แทบจะกลายเป็นคนบ้า อยากฆ่าตัวตายหลายครั้งมาก แค่อกหักนี่ก็สุดยอดละครับ ต้องมาเจอปัญหาครอบครัวอีก นั่งร้องให้ทุกวันครับ น้ำตามันไหลอัติโนมัติ แม้จะโตอายุ20แล้วก็ตาม ทุกกายไม่เท่าไรครับแต่จิตใจผมมันแย่เหลือเกินตอนนี้ แต่ผมเลือกที่จะไม่แสดงออกให้เพื่อนรับรู้นะครับเพราะผมอายครับ ผมเป็นลูกผู้ชายครับ แล้วปัญหาอีกอย่างของผมที่ใหญ่กว่านั้นคือ อีกไม่กี่เดือนผมจะเรียนจบและมีงานรองรับ100เปอเซ็น แต่อาการอัลไซเมอร์ผมมันเริ่มออกอาการแบบพ่อแล้วครับ เคลียดมาก ไวเกินไปอายุ20หลงๆลืมๆ จนพนักงานที่ไปฝึกงาน สงสัย เพื่อนผมก็สงสัยว่าทำไมลืมง่ายมาก เคลียดมากเลยจะทำงานดูแลครอบครัวโรคนี้ก็มาไวเหลือเกิน แล้วผมนอนหอรวม80คน เพื่อนผมบอกตลอดครับว่า ผมนั้นนอนละเมอเกือบทุกคืน ทั้งๆที่ไม่มีใครละเมอบ่อย ขนาดนี้ แปลกมากครับถ้านอนหัวค่ำจะละเมอ ถ้านอนดึกจะไม่ค่อยละเมอ กลัวเป็นโรคสมองเสื่อมจังครับ ช่วยวิเคราะห์อาการผมทีครับ เคลียดมาก
สรุป = ทั้งครอบครัวมีผมที่มีรายได้คนเดียว คือ ฝึกงานได้วันละ300 แล้วทำงานระหว่างเรียนได้วันละ100 คิดไปข้างหน้าถ้าได้ทำงานก็พอประทังครอบครัวได้แต่เคลียดที่สุดคือ โรคสมองเสื่อมของผมเนี่ยแหละครับ ผมกลัวมันเป็นกรรมพันธ์
นี่แหละครับชีวิตผมที่ตอนนี้ หาทางออกไม่เจอเลย จนต้องมาระบายกับ pantip นี่แหละครับ บางทีก็เสียใจนะครับที่เกิดมาจน อิจฉาคนรวย ที่เค้ามีทุกสิ่งทุกอย่าง ผมอยากทำสิ่งที่ผมรัก ผมไม่เคยได้รับโอกาสตรงนั้นเลย ผมคิดเสมอครับว่ายังไงผมก็ต้องเป็นเสาหลักครอบครัวต่อไปแน่ๆ ซึ่งตอนนี้ก็รับหน้าที่นั้นแล้ว เพราะพ่อทำอะไรไม่ได้เลย แม่ก็ตกงานทำงานอะไรไม่ได้เลยอายุมากแล้ว น้องก็เรียนมหาลัยอีก มันเกินที่เด็กอายุ20จะแบกรับไว้นะบางทีผมคิดแบบนั้น
ตอนนี้ผมคิดว่าชีวิตผมได้ตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปีแล้วแหละ