สัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสลาพักร้อน เลยอยากไปเติมเต็มสิ่งที่ขาดไปจากทริปเที่ยวเชียงรายคราวที่แล้ว
รีวิวทริปเที่ยวเชียงรายช่วงวันหยุดวิสาขบูชา (30 พ.ค – 1 มิ.ย)
http://pantip.com/topic/33798937
คราวก่อนผมกับภรรยาตั้งใจจะไปนั่งทานกาแฟ ดูวิวริมแม่น้ำโขงที่เชียงของ ปรากฏว่าทำได้แค่ผ่านตัวอำเภอเชียงของ
แวะถ่ายรูปที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 แล้วขับรถวิ่งยาวกลับตัวเมืองเชียงรายเลย เพราะกลัวจะมืดกลางทางเสียก่อน
รอบนี้เลยตั้งใจมาดื่มด่ำกับบรรยากาศริมฝั่งโขงที่เชียงของให้เต็มอิ่ม สัก 2-3 วัน เลยเป็นที่มาของทริปนี้ครับ
วันที่ 1
ออกเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 7.30 น. ใช้เส้นทาง เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด – เวียงป่าเป้า – เชียงราย – เทิง – เชียงของ
ขับรถมาเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน แวะเข้าห้องน้ำบ้าง ทานข้าวบ้าง อากาศแจ่มใสดีครับ
ภาพนี้ถ่ายในรถขณะเดินทางจาก อ.เทิง ไปเชียงของ
ถึงตัวอำเภอเชียงของเวลาประมาณบ่ายโมงแล้วก็ไปหาที่พัก ได้พักที่โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์
ซึ่งอยู่ตรงบริเวณถนนคนเดินวันเสาร์เลยครับ แต่วันที่ผมไปเป็นวันพฤหัสฯ ไม่มีถนนคนเดิน
ภาพด้านหน้าโรงแรมและลานจอดรถของโรงแรม
ผมได้ห้องพักอยู่ชั้นสอง ตรงริมสุดของโรงแรม เมื่อออกมาตรงระเบียงห้องจะเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงตามรูปครับ
ฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเมืองห้วยทราย ของประเทศลาวอยู่ไกล ๆ
เก้าอี้สำหรับนั่งชมวิวตรงระเบียงของโรงแรม
มองเห็นเรือข้ามฟากอยู่ไกล ๆ
อาหารมื้อเย็นของวันแรกนี้ เราไปทานกันที่ เทสโก้โลตัส ที่อยู่ก่อนทางเข้าเมืองเชียงของ
ถ้ามาจาก อ.เทิง จะเห็นอยู่ทางด้านซ้ายมือ ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงของ
ภาพภายในห้างโลตัส จะเห็นป้ายทั้ง 3 ภาษาคือ ไทย อังกฤษ และลาว
เพราะมีชาวลาวข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าที่เชียงของอยู่เป็นประจำ
ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ก็กลับโรงแรมมานั่งชมทิวทัศน์ริมน้ำโขงเหมือนเดิม
ก่อนจะเข้านอนเพื่อเตรียมตัวข้ามไปเที่ยวเมืองห้วยทรายในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2
เตรียมตัวข้ามฟากไปเที่ยวเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว
โดยต้องไปขอทำใบผ่านแดนที่ว่าการอำเภอเชียงของ
ซึ่งจะอยู่บนถนนเส้นเดียวกับหน้าโรงแรมที่พักนั่นแหละครับ
ใช้บัตรประชาชน + เงินค่าธรรมเนียม 35 บาท ก็จะได้ใบผ่านแดนมา
ผมใช้วิธีขับรถไปทำใบผ่านแดน แล้วเอารถมาจอดไว้ที่โรงแรม จากนั้นก็นั่งรถสามล้อโดยสารไปท่าเรือบั๊ค
ค่าโดยสารคนละ 30 บาท ไปประทับตราออกนอกประเทศที่ด่านฝั่งไทย แล้วซื้อตั๋วเรือข้ามฟาก
ราคา 40 บาทต่อคน
ภาพเรือข้ามฟาก
ระหว่างที่รอเรือออก ก็ถ่ายภาพด่านฝั่งไทยไว้ซะหน่อย
ขณะนั่งเรือ เรือข้ามฟากใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ข้ามมาถึงฝั่งลาวแล้ว
พอมาถึงฝั่งลาว ก็นำใบผ่านแดนขึ้นไปประทับตราเข้าประเทศ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ
คนละ 50 บาท (แต่ถ้าเป็นวันหยุด จะเสียคนละ 90 บาท)
ภรรยาผมก็ไปติดต่อเหมารถ ได้รถของพี่คนนี้ ในราคา 600 บาท พาเที่ยว ตลาดจีน,
วัดพระธาตุผาคำ, ตลาดลาว, ร้านเฝอนางมิก, และวัดจอมเขามณีรัตน์
ที่แรกที่ไปถึงคือตลาดจีน ซึ่งขายสินค้าที่นำเข้าจากจีน จำพวกเครื่องปั๊มน้ำ ปั๊มลม แผงโซล่าเซล
ร่ม กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ แต่ตลาดนี้เล็กนิดเดียว เดินรอบเดียวก็ทั่วหมดแล้ว
จุดต่อไปก็คือวัดธาตุผาคำ ก็ไปไหว้พระในวิหาร และสักการะพระธาตุผาคำ
วัดนี้อยู่บนเนินเขา ติดแม่น้ำโขง มีบันไดทอดลงไปข้างล่าง เห็นวิวแม่น้ำโขงได้
มองไปไกล ๆ ก็เห็นอาคารรูปปลาบึกที่อยู่ฝั่งไทย
ลงจากวัดธาตุผาคำ รถก็พาไปส่งยังตลาดลาว ซึ่งตลาดนี้จะขายพวกอาหารทั้งสดและแห้ง
เครื่องปรุงรส เส้นเกี๋ยวเตี๋ยวต่าง ๆ
บริเวณใกล้กันนั้น มีอาคารใหญ่เขียนป้ายว่า “ตลาดวังวิว” เป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก้ต เป็นตึก 3 ชั้น
ชั้นล่างจะขายพวกอาหารแห้ง เส้นก๋วยเตี๋ยว เครื่องปรุงรส ส่วนชั้นสองจะขายพวกเครื่องประดับทอง เงิน
ชั้นสามจะเป็นพวกเสื้อผ้า แต่ร้านค้ายังไม่เต็มพื้นที่ มีคนเดินไม่มากนัก
ภาพชั้นที่ 2 จะเห็นร้านขายทองอยู่ด้านหลัง
ออกจากตลาดลาว ก็ไปทานอาหารกลางวันที่ร้านเฝอ “นางมิก” เป็นร้านมีชื่อของห้วยทราย
มีลูกค้ามาจอดรถเต็มหน้าร้าน
ผมสั่งเฝอเนื้อ 1 ชาม ราคาชามละ 60 บาท ชามใหญ่มาก น้ำซุปรสชาติแตกต่างจากที่เคยทานในไทย
แต่อร่อยดีครับ ทานชามเดียวก็อิ่ม
ออกจากร้านนางมิก ก็ย้อนไปเที่ยววัดจอมเขามณีรัตน์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือห้วยทรายนัก
วัดนี้อยู่บนเนินเขา มองเห็นแม่น้ำโขงและฝั่งไทยได้ชัดเจน
จากนั้นพี่โชเฟอร์และหลานชายชื่อน้องสมปอง ก็พาผมกับภรรยามาส่งยังท่าเรือห้วยทราย
เพื่อจะข้ามฟากกลับฝั่งไทย ภาพป้ายทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ บ่อแก้ว และหลวงน้ำทา ที่จอดอยู่บริเวณท่าเรือ
กลับมาถึงฝั่งไทยก็มาถ่ายรูป บริเวณถนนหน้าโรงแรมด้านที่ติดน้ำโขง แล้วก็อาบน้ำพักผ่อน
[CR] เที่ยวชิลล์ ๆ ชมโขง ที่เชียงของ (27-29 สิงหาคม 2558)
รีวิวทริปเที่ยวเชียงรายช่วงวันหยุดวิสาขบูชา (30 พ.ค – 1 มิ.ย) http://pantip.com/topic/33798937
คราวก่อนผมกับภรรยาตั้งใจจะไปนั่งทานกาแฟ ดูวิวริมแม่น้ำโขงที่เชียงของ ปรากฏว่าทำได้แค่ผ่านตัวอำเภอเชียงของ
แวะถ่ายรูปที่สะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 แล้วขับรถวิ่งยาวกลับตัวเมืองเชียงรายเลย เพราะกลัวจะมืดกลางทางเสียก่อน
รอบนี้เลยตั้งใจมาดื่มด่ำกับบรรยากาศริมฝั่งโขงที่เชียงของให้เต็มอิ่ม สัก 2-3 วัน เลยเป็นที่มาของทริปนี้ครับ
วันที่ 1
ออกเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 7.30 น. ใช้เส้นทาง เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด – เวียงป่าเป้า – เชียงราย – เทิง – เชียงของ
ขับรถมาเรื่อย ๆ ไม่รีบร้อน แวะเข้าห้องน้ำบ้าง ทานข้าวบ้าง อากาศแจ่มใสดีครับ
ภาพนี้ถ่ายในรถขณะเดินทางจาก อ.เทิง ไปเชียงของ
ถึงตัวอำเภอเชียงของเวลาประมาณบ่ายโมงแล้วก็ไปหาที่พัก ได้พักที่โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์
ซึ่งอยู่ตรงบริเวณถนนคนเดินวันเสาร์เลยครับ แต่วันที่ผมไปเป็นวันพฤหัสฯ ไม่มีถนนคนเดิน
ภาพด้านหน้าโรงแรมและลานจอดรถของโรงแรม
ผมได้ห้องพักอยู่ชั้นสอง ตรงริมสุดของโรงแรม เมื่อออกมาตรงระเบียงห้องจะเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงตามรูปครับ
ฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นเมืองห้วยทราย ของประเทศลาวอยู่ไกล ๆ
เก้าอี้สำหรับนั่งชมวิวตรงระเบียงของโรงแรม
มองเห็นเรือข้ามฟากอยู่ไกล ๆ
อาหารมื้อเย็นของวันแรกนี้ เราไปทานกันที่ เทสโก้โลตัส ที่อยู่ก่อนทางเข้าเมืองเชียงของ
ถ้ามาจาก อ.เทิง จะเห็นอยู่ทางด้านซ้ายมือ ก่อนเข้าสู่ตัวเมืองเชียงของ
ภาพภายในห้างโลตัส จะเห็นป้ายทั้ง 3 ภาษาคือ ไทย อังกฤษ และลาว
เพราะมีชาวลาวข้ามฝั่งมาซื้อสินค้าที่เชียงของอยู่เป็นประจำ
ทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ก็กลับโรงแรมมานั่งชมทิวทัศน์ริมน้ำโขงเหมือนเดิม
ก่อนจะเข้านอนเพื่อเตรียมตัวข้ามไปเที่ยวเมืองห้วยทรายในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2
เตรียมตัวข้ามฟากไปเที่ยวเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว
โดยต้องไปขอทำใบผ่านแดนที่ว่าการอำเภอเชียงของ
ซึ่งจะอยู่บนถนนเส้นเดียวกับหน้าโรงแรมที่พักนั่นแหละครับ
ใช้บัตรประชาชน + เงินค่าธรรมเนียม 35 บาท ก็จะได้ใบผ่านแดนมา
ผมใช้วิธีขับรถไปทำใบผ่านแดน แล้วเอารถมาจอดไว้ที่โรงแรม จากนั้นก็นั่งรถสามล้อโดยสารไปท่าเรือบั๊ค
ค่าโดยสารคนละ 30 บาท ไปประทับตราออกนอกประเทศที่ด่านฝั่งไทย แล้วซื้อตั๋วเรือข้ามฟาก
ราคา 40 บาทต่อคน
ภาพเรือข้ามฟาก
ระหว่างที่รอเรือออก ก็ถ่ายภาพด่านฝั่งไทยไว้ซะหน่อย
ขณะนั่งเรือ เรือข้ามฟากใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็ข้ามมาถึงฝั่งลาวแล้ว
พอมาถึงฝั่งลาว ก็นำใบผ่านแดนขึ้นไปประทับตราเข้าประเทศ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ
คนละ 50 บาท (แต่ถ้าเป็นวันหยุด จะเสียคนละ 90 บาท)
ภรรยาผมก็ไปติดต่อเหมารถ ได้รถของพี่คนนี้ ในราคา 600 บาท พาเที่ยว ตลาดจีน,
วัดพระธาตุผาคำ, ตลาดลาว, ร้านเฝอนางมิก, และวัดจอมเขามณีรัตน์
ที่แรกที่ไปถึงคือตลาดจีน ซึ่งขายสินค้าที่นำเข้าจากจีน จำพวกเครื่องปั๊มน้ำ ปั๊มลม แผงโซล่าเซล
ร่ม กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ แต่ตลาดนี้เล็กนิดเดียว เดินรอบเดียวก็ทั่วหมดแล้ว
จุดต่อไปก็คือวัดธาตุผาคำ ก็ไปไหว้พระในวิหาร และสักการะพระธาตุผาคำ
วัดนี้อยู่บนเนินเขา ติดแม่น้ำโขง มีบันไดทอดลงไปข้างล่าง เห็นวิวแม่น้ำโขงได้
มองไปไกล ๆ ก็เห็นอาคารรูปปลาบึกที่อยู่ฝั่งไทย
ลงจากวัดธาตุผาคำ รถก็พาไปส่งยังตลาดลาว ซึ่งตลาดนี้จะขายพวกอาหารทั้งสดและแห้ง
เครื่องปรุงรส เส้นเกี๋ยวเตี๋ยวต่าง ๆ
บริเวณใกล้กันนั้น มีอาคารใหญ่เขียนป้ายว่า “ตลาดวังวิว” เป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก้ต เป็นตึก 3 ชั้น
ชั้นล่างจะขายพวกอาหารแห้ง เส้นก๋วยเตี๋ยว เครื่องปรุงรส ส่วนชั้นสองจะขายพวกเครื่องประดับทอง เงิน
ชั้นสามจะเป็นพวกเสื้อผ้า แต่ร้านค้ายังไม่เต็มพื้นที่ มีคนเดินไม่มากนัก
ภาพชั้นที่ 2 จะเห็นร้านขายทองอยู่ด้านหลัง
ออกจากตลาดลาว ก็ไปทานอาหารกลางวันที่ร้านเฝอ “นางมิก” เป็นร้านมีชื่อของห้วยทราย
มีลูกค้ามาจอดรถเต็มหน้าร้าน
ผมสั่งเฝอเนื้อ 1 ชาม ราคาชามละ 60 บาท ชามใหญ่มาก น้ำซุปรสชาติแตกต่างจากที่เคยทานในไทย
แต่อร่อยดีครับ ทานชามเดียวก็อิ่ม
ออกจากร้านนางมิก ก็ย้อนไปเที่ยววัดจอมเขามณีรัตน์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือห้วยทรายนัก
วัดนี้อยู่บนเนินเขา มองเห็นแม่น้ำโขงและฝั่งไทยได้ชัดเจน
จากนั้นพี่โชเฟอร์และหลานชายชื่อน้องสมปอง ก็พาผมกับภรรยามาส่งยังท่าเรือห้วยทราย
เพื่อจะข้ามฟากกลับฝั่งไทย ภาพป้ายทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ บ่อแก้ว และหลวงน้ำทา ที่จอดอยู่บริเวณท่าเรือ
กลับมาถึงฝั่งไทยก็มาถ่ายรูป บริเวณถนนหน้าโรงแรมด้านที่ติดน้ำโขง แล้วก็อาบน้ำพักผ่อน