ขออธิบายหัวข้อก่อนนะครับ ไม่ได้ต้องการดิสเครดิตรุ่นรถอย่างที่ท่านอ่านแล้วรู้สึกนะ แต่มันรู้สึกว่า
อยากได้รถใหญ่มากกว่าจริงๆ จะได้ทนให้รถอีกคันมาอัดมาบี้ได้
เข้าเรื่องครับ ผมจะไม่อ้างอิงถึงใคร บ.ประกันใดๆ เพราะไม่ต้องการให้เป็นกระทู้จู่โจม กดดัน บีบใคร
ต้องการแค่เล่าเรื่อง ซึ่งผมยังไม่เล่าให้คนแถวบ้านฟังเลย เพราะขี้เกียจเหนื่อยที่จะต้องเล่าด้วยปาก
ผมชอบพิมพิ์มากกว่า ผมอยากจะเล่าเพราะว่า อุบัติเหตุคราวนี้ทำให้ผมรู้สึกเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาเป็น
ขับรถบนท้องถนนต่างจังหวัด (เมืองไทย) คงต้องใช้รถถึกๆ แบบ SUV อย่าง Fortuner Pajero Sport Everest Mu-X Trailblazer
เป็นต้น เพราะมันมีกระดูกเป็นเฟรมท่อนเหล็กข้างล่างแชสซี ซึ่งรถ SUV ในเมืองแบบ Crossover เช่น X-Trail, CX-5, CR-V ผม
คิดว่าก็ยังไม่น่าจะเอาอยู่ ถ้าเจอรถอย่าง กระบะ SUV (แบบ PPV) หรือแม้กระทั่งแค่รถตู้ (ที่ใช้เฟรมท่อนเหล็กของรถกระบะเช่นกัน) อัดชน
ทำไมผมจึงใส่วงเล็บ (เมืองไทย) เพราะผมไม่อยากเน้นว่า แอนตี้เมืองไทย มากนัก แต่เหตุมันก็คือเมืองไทย
และทำไมผมจึงเอาชื่อเมืองไทยมาเกี่ยว เพราะ บริษัทประกันที่ต้องชดใช้ตามกฎหมายไทย สามารถชดใช้ในวงเงิน
ที่น้อยกว่ามูลค่าของชีวิตคนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในความคิดของผม ย้ำว่าในความคิดของผมเองนะครับ
เนื่องจากผมคิดเอาเองว่า การที่ลูกผม ภรรยา และตัวผม ต้องเข้าไอซียู และมีบาดแผลฉกรรจ์ แม้จะไม่พิการ ไม่ตาย
แต่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลไปตลอดสำหรับลูกสาวที่ยังเป็นทารก ภรรยาที่เจ็บท้องหนัก และผมที่สมองกระทบกระเทือน
ต้องคอยระวังท่าออกแรงต่างๆ โดยที่กำลังจอดรถอยู่ที่ด่านเฉยๆ แล้วถูกชนจากรถตู้ด้วยความประมาทของเค้าล้วนๆ
ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เพราะผมคำนวณดู หากลูกสาว หรือตัวผมที่สมองกระทบกระเทือนทั้งคู่โชคร้าย กลายเป็นคนพิการ
หรือสูญเสียสมรรถภาพ IQ ลูกสาวด้อย พัฒนาการเสียหายในภายหลัง ครอบครัวคงแทบจะจบสิ้นในการต้องหาเงินรักษา
คอยดูแลคนพิการ ซึ่งหมอบอกว่า สมองกระทบกระเทือน เราไม่รู้ว่า ต่อไปจะมีอะไรตามมา ต้องรักษาตามอาการที่เกิดเท่านั้น!
คราวนี้ถ้าจะเอาค่าทำขวัญที่เราคิดว่ามันเหมาะสม 10 ล้าน ในเคสที่ว่าอนาคตหากลูกผมตัวผม ทำงานหาเงินไม่ได้ ซ้ำต้องเอาเงินมารักษา
แต่จำนวนเงินเท่านี้สำหรับเมืองไทย มันคงทำไม่ได้ ผมเช็คๆ ดู เค้าเอาแต่เรื่อง การขาดงาน แขนหักขาหักรึเปล่า ตายมั้ย ตายก็อาจจะได้
ล้าน สองล้านมั้ง
พอจะเห็นภาพมั้ยครับ?
ชีวิตคนเราช่างมีค่าน้อยนิดนัก
นี่ยังไม่นับซากรถ ที่เค้าจะตีให้เราสักเท่าไหร่ ผมเพิ่งถอยรถมือสองมาด้วยเงินสดไม่ถึงเดือน
แค่มีรถตู้มาชน ก็กลายเป็นซาก ถ้าเค้าจะจ่ายแค่ค่าซาก เงินสดผมก็เท่ากับจมหายไป แล้วถ้าจะเอาเพิ่มต้องไปฟ้องอีกอะไรอีก
กฎหมายประเทศอื่นก็อาจจะไม่ได้แตกต่างจากเรา ผมก็ไม่ได้ศึกษา ดังนั้นผมต้องใช้วงเล็บ (เมืองไทย) เอาไว้ก่อน
ไม่อยากให้เอะอะๆ ก็ใช้คำว่า คนไทย เมืองไทย แบบพร่ำเพรื่อนักครับ
สรุปว่าถ้าจะเอาค่าเสียหายให้ครบ กับคำนวณสิ่งที่อาจจะต้องสูญเสีย และควรเรียกร้องค่าชดเชย ทดแทน ค่าทำขวัญหรือสินไหม
คงต้องไปสู้กันยาว แต่ครอบครัวผมทุนคนไม่ได้มีแรงจะไปสู้ใครขนาดนั้น แค่อยู่โรงพยายามกันมาเกือบเดือน ประคบประหงมกัน
ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วครับ ผมอยากให้ รถที่ผมขับอยู่เป็น SUV จริงๆ พอเค้าชนมา มันก็พอจะต้านกันได้ เพราะรถที่ผมขับอยู่
บอกรุ่นนะครับ Mitsubishi Attrage รุ่นท๊อป ท้ายยุบไปค่อนคัน ส่วนรถตู้ Toyota ที่มาชน แค่ยุบไปแบบไม่เยอะเลยครับ ตามภาพนี้
ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่ามันจะเละขนาดนี้ รถผมแม้จะเป็นมือสอง แต่เช็คมาแล้วยังไม่เคยมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนใดๆ ทั้งสิ้นครับ
เป็นรถมือสองสภาพดีมาก เหมือนมือหนึ่งเลย (ซึ่งช่วงนี้มีรถแบบนี้เยอะครับ คงเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี รถโดนยึดมาบ้างอะไรบ้าง)
แล้วใครจะนึกครับ ว่า คนที่น่าจะปลอดภัยที่สุดที่นั่งด้านหลัง ซึ่งมีภรรยาผม ลูกสาว 4 เดือน นั่งอยู่มุมนั้น จะโดนชนเข้าที่มุมนั้นเต็มๆ
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียง eco car แต่ผมเชื่อว่า รถเก๋งที่ระดับสูงขึ้นมาอีกนิดแบบ B car 1500cc ก็คงมีผลแทบไม่ต่างกัน
C car แบบ Altis อาจจะดีขึ้นมาอีกหน่อย แต่สำหรับรถเก๋งทั้งหมดกับความรู้สึกผมในตอนนี้ แม้จะเป็นรถแบบ Camry Teana Accord
ผมก็รู้สึกว่า องศาที่ชนมันไม่ได้เจอคาน ดังนั้น โครงสร้างของตัวรถมันต้องแข็งจริงๆ ผมคิดว่า รถเก๋ง ไม่ว่าขนาดไหนคงจะรับไม่ไหว
ถ้าเจอรถที่อาศัยช่วงล่างเป็นเฟรมท่อนเล็กแข็งๆ แบบกระบะ เพราะมันทั้งแข็ง ทั้งสูง ที่เข้ามาชนในจุดที่ไม่ใช่จุดรับแรงกระแทกตรงๆ
อย่างด้านหน้าตรง หลังตรง ข้างตรง (อันนี้ก็เละได้ แต่โอกาศจะเกิด ต้องเฉพาะจริงๆ)
จะว่าไปการชนท้ายแบบเฉียงๆ หน่อย มันก็เกิดขึ้นได้ง่ายมากเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะกับรถที่ชอบมุดแล้วไม่ทันมองว่า
ข้างหน้ามีรถอยู่ และยิ่งเป็นรถที่จอดนิ่งสนิทอยู่แบบผม เท่ากับผมต้องรับเอาแรงชนเข้าไปเต็มๆ
ซึ่งรถผมถูกชนอย่างแรง แล้วก็กระเด้งหมุนลอยไปชนกับรถตู้กันหน้าเล็กน้อยครับ
ก่อนที่จะไปสู่รูปครอบครัวผมที่บาดเจ็บ ผมขอสรุปอีกทีนะครับ สำหรับตัวผม ไม่ใช่สำหรับคนอื่นๆ ทุกคนนะครับ
ถ้าผมทำได้ ผมจะพยายามเปลี่ยนรถเป็นรถ SUV พื้นฐานกระบะ หรือรถกระบะ สำหรับออกนอกเมือง และเพราะผมเป็นคน
ขับช้า และขับถูกกฏหมาย ผมจะเตรียมรถไว้สำหรับกรณีถูกชนเป็นหลัก สมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่าแบบรถ Crossover (CX-5, X-Trail)
คงไม่ได้ตัวเลือกหลัก และส่วนตัว ย้ำว่าผมส่วนตัวนะครับ คิดว่า ท้องถนนในเมืองไทย น่ากลัวกว่าที่คุณคิด (โดยเฉพาะท่านที่ยังไม่เคยเจอ)
และ อย่าไปหวังค่าทดแทน ค่าทำขวัญ หรือการช่วยเหลือจากบริษัท องค์กร หน่วยงาน หรือประกันที่คุณทำ อะไรมากมาย
ถ้ามีรถหุ้มเกราะขาย ผมก็อยากจะซื้อ ถ้าเอื้อมถึงครับ จนบัดนี้ยังรู้สึกว่า ยังไงๆ ก็ไม่คุ้มกับชีวิตเลย ตอนแรกที่ออก Attrage มา
ก็เพื่อประหยัดครับ แต่ก่อนความประหยัดคือเรื่องอันดับหนึ่ง แต่พอเกิดเหตุไปทีนึงแบบนี้ ความประหยัดนี่เรื่องท้ายๆ เลยครับ
CT Scan ให้หมอดูผลเล่นๆ ก่อนหนึ่งที นี่เกือบสองหมื่น เลยนะครับ บาง รพ. อาจจะถูกหมื่นกว่าเป็นต้น แต่แฟนผมหมอพูดครับ
ว่า "พอดีหมอให้ตรวจ CT เร็วไปหน่อย ผลยังเหมือนเดิมเลย ค่อยมาตรวจ CT ใหม่นะ..." ผมเข้าใจหมอนะครับ ไม่ได้ว่าท่าน
เพราะของมันต้องส่องดูก่อนก็ต้องส่อง แต่เห็นมั้ยครับว่า การเน้นประหยัดเชื้อเพลิง เทียบไม่ได้กับ การเสียค่ารักษา ซึ่งสามารถ
ทำให้ท่านหมดเนื้อหมดตัวได้ก็แล้วกัน ยังดีที่ครอบครัวผมยังพอไหวครับ แล้วก็ยังมีญาติๆ มาช่วยบ้าง ในกรณีที่ พรบ.เต็ม หรือ
ช้าเพราะประกันต้องคุยกัน โน้นนี่นั่น คุณก็ต้องออกเงินไปก่อน ไม่งั้นคุณออกจาก รพ.ไม่ได้เป็นต้น
รถตู้ชนท้ายรถผมที่จอดรอด่านอยู่เละ อุบัติเหตุที่ไม่อยากให้เกิด...และรถเราน่าจะแข็งทนกว่านี้
อยากได้รถใหญ่มากกว่าจริงๆ จะได้ทนให้รถอีกคันมาอัดมาบี้ได้
เข้าเรื่องครับ ผมจะไม่อ้างอิงถึงใคร บ.ประกันใดๆ เพราะไม่ต้องการให้เป็นกระทู้จู่โจม กดดัน บีบใคร
ต้องการแค่เล่าเรื่อง ซึ่งผมยังไม่เล่าให้คนแถวบ้านฟังเลย เพราะขี้เกียจเหนื่อยที่จะต้องเล่าด้วยปาก
ผมชอบพิมพิ์มากกว่า ผมอยากจะเล่าเพราะว่า อุบัติเหตุคราวนี้ทำให้ผมรู้สึกเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาเป็น
ขับรถบนท้องถนนต่างจังหวัด (เมืองไทย) คงต้องใช้รถถึกๆ แบบ SUV อย่าง Fortuner Pajero Sport Everest Mu-X Trailblazer
เป็นต้น เพราะมันมีกระดูกเป็นเฟรมท่อนเหล็กข้างล่างแชสซี ซึ่งรถ SUV ในเมืองแบบ Crossover เช่น X-Trail, CX-5, CR-V ผม
คิดว่าก็ยังไม่น่าจะเอาอยู่ ถ้าเจอรถอย่าง กระบะ SUV (แบบ PPV) หรือแม้กระทั่งแค่รถตู้ (ที่ใช้เฟรมท่อนเหล็กของรถกระบะเช่นกัน) อัดชน
ทำไมผมจึงใส่วงเล็บ (เมืองไทย) เพราะผมไม่อยากเน้นว่า แอนตี้เมืองไทย มากนัก แต่เหตุมันก็คือเมืองไทย
และทำไมผมจึงเอาชื่อเมืองไทยมาเกี่ยว เพราะ บริษัทประกันที่ต้องชดใช้ตามกฎหมายไทย สามารถชดใช้ในวงเงิน
ที่น้อยกว่ามูลค่าของชีวิตคนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในความคิดของผม ย้ำว่าในความคิดของผมเองนะครับ
เนื่องจากผมคิดเอาเองว่า การที่ลูกผม ภรรยา และตัวผม ต้องเข้าไอซียู และมีบาดแผลฉกรรจ์ แม้จะไม่พิการ ไม่ตาย
แต่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลไปตลอดสำหรับลูกสาวที่ยังเป็นทารก ภรรยาที่เจ็บท้องหนัก และผมที่สมองกระทบกระเทือน
ต้องคอยระวังท่าออกแรงต่างๆ โดยที่กำลังจอดรถอยู่ที่ด่านเฉยๆ แล้วถูกชนจากรถตู้ด้วยความประมาทของเค้าล้วนๆ
ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เพราะผมคำนวณดู หากลูกสาว หรือตัวผมที่สมองกระทบกระเทือนทั้งคู่โชคร้าย กลายเป็นคนพิการ
หรือสูญเสียสมรรถภาพ IQ ลูกสาวด้อย พัฒนาการเสียหายในภายหลัง ครอบครัวคงแทบจะจบสิ้นในการต้องหาเงินรักษา
คอยดูแลคนพิการ ซึ่งหมอบอกว่า สมองกระทบกระเทือน เราไม่รู้ว่า ต่อไปจะมีอะไรตามมา ต้องรักษาตามอาการที่เกิดเท่านั้น!
คราวนี้ถ้าจะเอาค่าทำขวัญที่เราคิดว่ามันเหมาะสม 10 ล้าน ในเคสที่ว่าอนาคตหากลูกผมตัวผม ทำงานหาเงินไม่ได้ ซ้ำต้องเอาเงินมารักษา
แต่จำนวนเงินเท่านี้สำหรับเมืองไทย มันคงทำไม่ได้ ผมเช็คๆ ดู เค้าเอาแต่เรื่อง การขาดงาน แขนหักขาหักรึเปล่า ตายมั้ย ตายก็อาจจะได้
ล้าน สองล้านมั้ง
พอจะเห็นภาพมั้ยครับ?
ชีวิตคนเราช่างมีค่าน้อยนิดนัก
นี่ยังไม่นับซากรถ ที่เค้าจะตีให้เราสักเท่าไหร่ ผมเพิ่งถอยรถมือสองมาด้วยเงินสดไม่ถึงเดือน
แค่มีรถตู้มาชน ก็กลายเป็นซาก ถ้าเค้าจะจ่ายแค่ค่าซาก เงินสดผมก็เท่ากับจมหายไป แล้วถ้าจะเอาเพิ่มต้องไปฟ้องอีกอะไรอีก
กฎหมายประเทศอื่นก็อาจจะไม่ได้แตกต่างจากเรา ผมก็ไม่ได้ศึกษา ดังนั้นผมต้องใช้วงเล็บ (เมืองไทย) เอาไว้ก่อน
ไม่อยากให้เอะอะๆ ก็ใช้คำว่า คนไทย เมืองไทย แบบพร่ำเพรื่อนักครับ
สรุปว่าถ้าจะเอาค่าเสียหายให้ครบ กับคำนวณสิ่งที่อาจจะต้องสูญเสีย และควรเรียกร้องค่าชดเชย ทดแทน ค่าทำขวัญหรือสินไหม
คงต้องไปสู้กันยาว แต่ครอบครัวผมทุนคนไม่ได้มีแรงจะไปสู้ใครขนาดนั้น แค่อยู่โรงพยายามกันมาเกือบเดือน ประคบประหงมกัน
ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วครับ ผมอยากให้ รถที่ผมขับอยู่เป็น SUV จริงๆ พอเค้าชนมา มันก็พอจะต้านกันได้ เพราะรถที่ผมขับอยู่
บอกรุ่นนะครับ Mitsubishi Attrage รุ่นท๊อป ท้ายยุบไปค่อนคัน ส่วนรถตู้ Toyota ที่มาชน แค่ยุบไปแบบไม่เยอะเลยครับ ตามภาพนี้
ไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ว่ามันจะเละขนาดนี้ รถผมแม้จะเป็นมือสอง แต่เช็คมาแล้วยังไม่เคยมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนใดๆ ทั้งสิ้นครับ
เป็นรถมือสองสภาพดีมาก เหมือนมือหนึ่งเลย (ซึ่งช่วงนี้มีรถแบบนี้เยอะครับ คงเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี รถโดนยึดมาบ้างอะไรบ้าง)
แล้วใครจะนึกครับ ว่า คนที่น่าจะปลอดภัยที่สุดที่นั่งด้านหลัง ซึ่งมีภรรยาผม ลูกสาว 4 เดือน นั่งอยู่มุมนั้น จะโดนชนเข้าที่มุมนั้นเต็มๆ
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียง eco car แต่ผมเชื่อว่า รถเก๋งที่ระดับสูงขึ้นมาอีกนิดแบบ B car 1500cc ก็คงมีผลแทบไม่ต่างกัน
C car แบบ Altis อาจจะดีขึ้นมาอีกหน่อย แต่สำหรับรถเก๋งทั้งหมดกับความรู้สึกผมในตอนนี้ แม้จะเป็นรถแบบ Camry Teana Accord
ผมก็รู้สึกว่า องศาที่ชนมันไม่ได้เจอคาน ดังนั้น โครงสร้างของตัวรถมันต้องแข็งจริงๆ ผมคิดว่า รถเก๋ง ไม่ว่าขนาดไหนคงจะรับไม่ไหว
ถ้าเจอรถที่อาศัยช่วงล่างเป็นเฟรมท่อนเล็กแข็งๆ แบบกระบะ เพราะมันทั้งแข็ง ทั้งสูง ที่เข้ามาชนในจุดที่ไม่ใช่จุดรับแรงกระแทกตรงๆ
อย่างด้านหน้าตรง หลังตรง ข้างตรง (อันนี้ก็เละได้ แต่โอกาศจะเกิด ต้องเฉพาะจริงๆ)
จะว่าไปการชนท้ายแบบเฉียงๆ หน่อย มันก็เกิดขึ้นได้ง่ายมากเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะกับรถที่ชอบมุดแล้วไม่ทันมองว่า
ข้างหน้ามีรถอยู่ และยิ่งเป็นรถที่จอดนิ่งสนิทอยู่แบบผม เท่ากับผมต้องรับเอาแรงชนเข้าไปเต็มๆ
ซึ่งรถผมถูกชนอย่างแรง แล้วก็กระเด้งหมุนลอยไปชนกับรถตู้กันหน้าเล็กน้อยครับ
ก่อนที่จะไปสู่รูปครอบครัวผมที่บาดเจ็บ ผมขอสรุปอีกทีนะครับ สำหรับตัวผม ไม่ใช่สำหรับคนอื่นๆ ทุกคนนะครับ
ถ้าผมทำได้ ผมจะพยายามเปลี่ยนรถเป็นรถ SUV พื้นฐานกระบะ หรือรถกระบะ สำหรับออกนอกเมือง และเพราะผมเป็นคน
ขับช้า และขับถูกกฏหมาย ผมจะเตรียมรถไว้สำหรับกรณีถูกชนเป็นหลัก สมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่าแบบรถ Crossover (CX-5, X-Trail)
คงไม่ได้ตัวเลือกหลัก และส่วนตัว ย้ำว่าผมส่วนตัวนะครับ คิดว่า ท้องถนนในเมืองไทย น่ากลัวกว่าที่คุณคิด (โดยเฉพาะท่านที่ยังไม่เคยเจอ)
และ อย่าไปหวังค่าทดแทน ค่าทำขวัญ หรือการช่วยเหลือจากบริษัท องค์กร หน่วยงาน หรือประกันที่คุณทำ อะไรมากมาย
ถ้ามีรถหุ้มเกราะขาย ผมก็อยากจะซื้อ ถ้าเอื้อมถึงครับ จนบัดนี้ยังรู้สึกว่า ยังไงๆ ก็ไม่คุ้มกับชีวิตเลย ตอนแรกที่ออก Attrage มา
ก็เพื่อประหยัดครับ แต่ก่อนความประหยัดคือเรื่องอันดับหนึ่ง แต่พอเกิดเหตุไปทีนึงแบบนี้ ความประหยัดนี่เรื่องท้ายๆ เลยครับ
CT Scan ให้หมอดูผลเล่นๆ ก่อนหนึ่งที นี่เกือบสองหมื่น เลยนะครับ บาง รพ. อาจจะถูกหมื่นกว่าเป็นต้น แต่แฟนผมหมอพูดครับ
ว่า "พอดีหมอให้ตรวจ CT เร็วไปหน่อย ผลยังเหมือนเดิมเลย ค่อยมาตรวจ CT ใหม่นะ..." ผมเข้าใจหมอนะครับ ไม่ได้ว่าท่าน
เพราะของมันต้องส่องดูก่อนก็ต้องส่อง แต่เห็นมั้ยครับว่า การเน้นประหยัดเชื้อเพลิง เทียบไม่ได้กับ การเสียค่ารักษา ซึ่งสามารถ
ทำให้ท่านหมดเนื้อหมดตัวได้ก็แล้วกัน ยังดีที่ครอบครัวผมยังพอไหวครับ แล้วก็ยังมีญาติๆ มาช่วยบ้าง ในกรณีที่ พรบ.เต็ม หรือ
ช้าเพราะประกันต้องคุยกัน โน้นนี่นั่น คุณก็ต้องออกเงินไปก่อน ไม่งั้นคุณออกจาก รพ.ไม่ได้เป็นต้น