▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เกษตรกรรม
เกษตรอินทรีย์
ครั้งแรกกับการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น บนทาวน์เฮ้า V.2
เจอกันอีกแล้วนะครับ กับรอบแรก ยังไม่เข็ด กับการปลูกเมล่อนบนทาวน์เฮ้า มารอบนี้ จขกท ไฉไลกว่าเดิม ครับเพราะจะมาแชร์ประสบการณ์การปลูกเมล่อนรอบที่ 2
ครอบแรก http://pantip.com/topic/34117932
ครอบนี้ จขกท ได้ทดลองปลูกเมล่อนสายพันธ์ุราคาแพง คือ Kimoji Melon (คิโมจิ เมล่อน) ซึ่งเมล็ดพันธ์ุแพงมากเพราะนำเข้าจาก ประเทศ ญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว และอีกทั้งรอบนี้ ผมได้รับความอนุเคราะห์จาก คุณกอลฟ ที่ได้แบ่งปัน เมล็ดพันธ์ุ Yubari King (ยูบาริคิง) ซึ่งเป็นสายพันธ์ุเนื้อส้ม และหอมวาน ชุ่มช่ำ ถ้าหากพูดถึงสายพันธ์ุนี้ คอเมล่อนคงกลืนน้ำลายกันแน่ๆ 5555 แต่ก็ต้องทำใจไว้ก่อนนะครับเพราะเมล็ดที่ผมได้มานั้นเป็น F2 นั่นคือเมล็ดที่ได้จากการกินผลที่เราซื้อมา ซึ่งปกติแล้วจะไม่สามารถนำมาปลูกซ้ำได้เพาะบริษัทที่ขายเมล็ดพันธ์ุจะตัดแต่งพันธุกรรมให้ไม่ติดผลในรุ่นที่ 2 หรือ F2 นั่นเอง ชาวบ้านเราๆมักจะเรียกว่า มันเป็นหมั่นนั่นเองครับ
รอบนี้ผมเอาจริงเอาจังมากทีเดียว เพราะจัดเต็มระบบเลยครับ เริ่มแรกก็แช่เมล็ดเหมือนเช่นเคยครับ ในน้ำอุ่น 1 คืน
ผ่านไป 1 คืน รากเริ่มงอกก็ดำเนินการปักลงหลุมเพาะเมล็ด รอบนี้ผมปลูกคิโมจิ 6 ต้น เพื่อเนื่องจากกระถางไม่พอ และ ยูบาริคิง 4 ต้น
วันที่ 7 นับจากวันเพาะ ใบจริงก็เริ่มงอกออกมาให้เห็นแล้วครับ จึงจัดการนำลงกระถางทันที รอบนี้ผมไม่ได้ใช้ดินเหมือนครั้งก่อนแล้วครับ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำได้ไม่ค่อยดี ส่งผลให้รากเน่า รอบนี้จึงใช้ ขลุยมะพร้าวและกาบมะพร้าว แกลบ ดินทรายลองก้นกระถาง
หลังจากนั้นก็จัดชุด ให้น้ำหยดไปซะเลย หมดไป 1000 กว่าบาท
หลังจากระบบน้ำเสร็จเรียบร้อยผมก็นึกขึ้นได้ว่ารอบนี้จะทำฐาวรเลย คือ ผมตั้งใจไว้ว่าจะทำชานยื่นออกไปบนหลังคาโรงรถ ซึ่งเดิมเป็นกระเบื้องแผ่นเล็กๆเนื่องจากถ้าหากผมตั้งกระถางได้เมล่อนก็ได้ได้แสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งวัน เพราะตรงนั้นเป็นทางผ่านแสงแดดพอดีครับ
เพราะงั้นรอบนี้ผมมีไม้ไผ่ ซึ่งต้องขอขอบคุณคุณพ่อแสนใจดี ที่ตัดจากสวนที่เพชรบูรณ์ใส่รถกระบะมาให้ถึง กทม เลย 20 ลำ
ผมก็เลยจัดแจงวัดขนาดและตัดเพื่อทำเป็นฐานและคานไว้สำหรับตั้งกระถางเมล่อน และพืชผักบางชนิด(รอบนี้ผมปลูกผักไว้กินด้วยนะครับอิอิ)ขึ้นโครงประกอบเสร็จก็นำกระถางไปวางเรียบร้อยครับ
อายุ 20 วันนับจากวันเพาะเมล็ด
อายุ 25 วัน เริ่มติดดอกตัวผู้ ต้นแรกจะโตเร็วมากกว่าต้นอื่นเลยครับ เหมือนแข่งกันโตทั้งๆที่ปลูกพร้อมกัน นั่นเป็นเพราะว่าการดูดซึมปุ๋ยดีไม่เท่ากันครับรอบนี้ผมใช้ปุ๋ย ไฮโดรโปรนิก AB เป็นหลักครับ ผสมทีเดียวให้ยาวเลยครับ
ดอกตัวผู้ออกเยอะมากครับพันธ์ุนี้ เยอะจนผมต้องเก็บออก เพื่อให้แขนงออกไม่งั้นดอกตัวเมียจะไม่เกิดซะทีเพราะโดนแย่งอาหารไปหมด
อายุ32 วัน เริ่มผสมเกสร รุ่นนี้ครับ แต่ตอนผสมนี้ดีครับ ดอกตัวเมียแต่ละต้นออกไล่ๆกันเลยครับ เลยผสม แค่ 3 วันเสร็จ เฉพาะ คิโมจินะ ยูบาริยังไม่ได้ทำอะไร เพราะมันไม่ออกดอกออกอะไรเลยต้นสูงแตกแขนงอย่างเดียว ดูเหมือนจะเป็นหมันจริงๆซะมั่ง
*เทคนิครอบนี้ เวลาผสมให้เอาเกสรตัวผู้จากต้นอื่นมาผสมอย่าใช้ต้นเดียวกันครับ กูรูเข้าบอกมา
ภาพมุมสูงครับ เริ่มเลื้อยกันใหญ่เลย
ยูบาริคิง ติดไวรัสเรียบร้อยละครับ ฮือๆ F2 ไม่แข็งแรงจริงๆด้วย
40 วัน นับจากวันเพาะเมล็ด ลูกโตขึ้นมากเลยครับ
47 วัน แล้วสินะครึ่งทางละ ช่วงนี้คือช่วงทำลาย เอ้ย ช่วงสร้างลาย สายพันธ์ุคิโมจิเป็นสายพันธ์ุที่ขึ้นชื่อเรื่อง ลายนูนสวยที่สุดและเด่นชัดที่สุดในบรรดาเมล่อนทุกสายพันธ์ุ รอดูต่อไปครับ อิอิ
แถมภาพแขกไม่ได้รับเชิญ ตัวอ้วนๆ 1 ภาพครับ