เด็กจบใหม่ รู้สึกท้อกันบ้างไหม

เราเพิ่งเรียนจบมาได้ไม่นาน จบช้ากว่าเพื่อนด้วยซ้ำ เพิ่งจบเมื่อกรกฎานี่เองเพราะเรียนซัมเมอร์
ไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร แต่ไม่เกเร ถือว่าเอาตัวรอดมาด้วยตัวเองได้ ผลการเรียนกลางๆเพราะภาษาอังกฤษได้ด็อกมาตลอดเคยเอฟด้วยเกรดก็เลยลดฮวบฮาบ ที่จบช้าก็เพราะเรียนภาษาอังกฤษนี่แหละ
เรารู้ตัวว่าเพื่อนทิ้งห่างเราไปไกลแล้ว เพราะทยอยได้งานกันไปหมด ส่วนเรายังคงว่างงาน
ช่วงนี้มีเรากับเพื่อนสนิทที่ยังหางานกันอยู่ แล้วเพื่อนก็ได้งานไปเมื่อวาน ส่วนเรายังหางาน สมัครงาน รอเรียกสัมภาษณ์
วันนี้ก็ไปสัมภาษณ์มาสองที่ ยอมรับว่าไม่ใช่งานที่เราอยากทำมากที่สุด
งานที่เราอยากทำก็ต้องการคนที่มีประสบการณ์ เราก็คิดนะว่าตอนนี้ของานอะไรก็ได้ พี่เราก็บอกนะว่าให้หางานดีๆไม่ต้องรีบ อยากให้เราทำงานที่เราอยากทำจริงๆ
แต่ในความรู้สึกเราคืออยากทำงานหาเงินได้เอง ไม่อยากพึ่งพ่อแม่แล้ว
กว่าเราจะเรียนจบพ่อแม่ลำบากกันมาก ทำนาทำสวนรายได้ก็ไม่แน่นอนแต่ส่งเราเรียนจนจบ เราไม่อยากให้พ่อแม่ลำบากแล้ว
เราให้กำลังใจตัวเองมาตลอด คิดว่าสักวันโอกาสต้องเป็นของเรา แต่วันนี้พอกลับมาห้องมันหน่วงๆยังไงก็ไม่รู้
นอนแบที่เตียง นึกถึงทุกคนที่บ้านแล้วน้ำตามันก็ไหลพรั่งพรูออกมา เราปล่อยให้มันไหลไปอย่างนั้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าร้องไห้เพราะอะไร
เมื่อวันแม่เราเพิ่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ก่อนจะจากมาตายังคงสั่งสอนด้วยความเป็นห่วง ยายยื่นเงินให้บอกว่าเป็นค่ารถ
แม่ร้องไห้บอกว่าแล้วใครจะนึ่งข้าวให้แม่กิน เราหอมแก้มแม่เป็นการปลอบใจ ส่วนพ่อโอบกอดเราแล้วบอกว่ามีเวลาว่างก็กลับมาบ้านบ้างนะ
ภาพเหล่านี้ คำพูดเหล่านี้ที่นึกถึงแล้วทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทั้งที่ปกติเราจะทำตัวเข้มแข็งแต่ตอนนี้รู้สึกไม่ไหวจริงๆ
ขอโทษที่ทุกคนต้องมาอ่านคำพร่ำเพ้อของเรา แต่ตอนนี้ไม่รู้จะไประบายกับใครจริงๆ
และขอบคุณที่อ่านเรื่องของเรานะ เราก็คงต้องปาดน้ำตาแล้วฮึดสู้ใหม่
เป็นกำลังใจให้เด็กจบใหม่ และทุกคนที่กำลังหางานอยู่นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่