จะเรียกว่าผีเข้าก็คงใช่

กระทู้สนทนา
ครั้งแรก ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วย ปกติอ่านอย่างเดียว
               ขอเริ่มเลยแล้วกันนะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับ ว่าเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ในช่วง 3- 4 ปืที่ผ่านมา จนเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ในช่วงนั้น และเป็นเรื่องที่หน่วยงานต่างๆให้ความสนใจ และตัวผมเองก็ทำงานในหน่วยงานที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อเรื่องพวกนี้ คนในที่งานก็ยังไม่มีใครเชื่อ
                ผม ภรรยาและลูก 1 คน ได้ย้ายมา อยู่ในหมู่บ้านหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านในชนบทของภาคอีสาน เป็นบ้านเช่าชั้นเดียวไม่มีห้องเป็นห้องโถงโล่งๆ ห้องนํ้าอยู่ข้างนอกตามแบบบ้านชนบท ส่วนในบ้านก็กั้นเป็นห้อง โดยมีเสากลางบ้านเป็นศูนย์กลาง แบ่งเป็นตั้งแต่เสาจนถึงประตูบ้านเป็นร้านขายของจำพวกยาทั่วๆไปให้ภรรยาดูแล เลิกงานผมก็จะมานั่งประจำที่ดูแลคนที่มาหา มาปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ ส่วนหน้าบ้านก็ได้เปิดเป็นร้าน Internet โดยต่อห้องเพิ่มข้างหน้าบ้าน และอีกครึ่งหลังก็เป็นห้องนอน ผมย้ายมาอยู่นี่ก็จะเข้า 3 ปีแล้ว ก็อยู่กันมาอย่างมีความสุขดี เพราะที่ย้ายมาอยู่ คือใกล้ที่ทำงาน ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คิดไม่ฝันก็ได้ขึ้น  ในคืนนั้นหลังจากเก็บร้าน แฟนก็ไปอาบน้ำที่หลังบ้านเป็นห้องน้ำติดกัน 3 ห้อง พออาบเสร็จแฟนเดินเข้ามาในบ้านแล้วบอกว่า ไม่รู้มีอะไรบินเข้ามาในปากเหมือนมันบินลงคอไปเลย สงสัยเป็นแมงนั้นแหละผมพูดขึ้น ผมก็ไปอาบต่อ จนเวลาเกือบจะ 4 ทุ่มแล้ว ก็เตรียมตัวเข้านอนแต่ก็มีการยอกล้อเล่นกันกับลูกและแฟนบนเตียงนอน (ลูกขณะนั้น 4 ขวบ) กำลังสนุกทีเดียว แต่เจ้าตัวเล็กก็ชี้ไปยังเสากลางบ้านในระหว่างยอกล้อกันถึง 3 ครั้ง เสาเป็นเสาปูนนะครับ พ่อกับแม่ก็ไม่ได้สนอะไร เล่นกันต่อไป (ก่อนจะเกิดเรื่อง  1 สัปดาห์ ไอ้ตัวเล็กก็เคยชี้ไปตรงเสาอยู่บ่อยครั้งแฟนเป็นคนเล่าให้ฟังเพราะคิดว่าเด็กคงอยากได้อะไรเพราะว่ามันมีสิ่งของวางอยู่หลังตู้) จนเวลาผ่าไป 10 นาที อยู่ๆแฟนก็หันหลังให้แล้ว พูดว่า อย่ามายุ่งกับกู "อ้าวพูดไม่เพราะซะงั้น" ไอ้เราก็ยอกต่อไปลูกก็เอาด้วย แฟนก็พูดขึ้นมาอีกว่า อย่ามายุ่งกับกู "ไรเนี่ย งงสิครับ” ก็เลยจับตัวแฟนพลิกมาเป็นนอนหงาย  
ผม:ถามว่าเป็นไร  
แฟน:กูจะกินเมีย
ผม: เล่นไรไม่ตลกนะ
แฟน:กูจะกินเมีย
เอาแล้วไง สังเกตุเห็นว่าหน้าไม่ใช่แฟนเราแหละ หน้าซูบๆขอบตาดำ ตัวเกร็ง
ตอนนั้นเลยถามกับไปว่าเป็นใคร
แฟน:กูจะกินเมีย คำเดิมๆ
ผมก็เลยพูดไปว่าจะออกไม่ออก เงียบ โดยที่ตัวแฟนเองเกร็งในท่านอนหงาย ไอ้เราก็กลัวว่าลูกจะเป็นไรไป ก็อุ้มลูกออกมาจากเตียงมาไว้กลางบ้านแล้ว ไปเปิดประตูหลังบ้านออก คือขณะนั้นมัน 4 ทุ่มแล้วและเงียบมาก  เปิดออกมาได้ก็ร้องสิครับ ช่วยด้วยๆ แฟนผมเป็นไรไม่รู้ แล้วผมก็วิ่งกลับเข้าไปอุ้มแฟนออกมาที่หลังบ้านมานอนในเปล กลัวก็กลัวครับ แต่กลัวแฟนเป็นไรไปมากกว่า แล้วเจ้าของบ้านเช่าก็ออกมา ผมเรียกว่าแม่แล้วกันครับ ตาหลังบ้านก็เดินออกมา พร้อมกับคนอื่นๆ อีก 4 -5 คน ผมก็บอกแม่ว่าดูลูกให้ผมหน่อยพร้อมกับอุ้มไปให้เลย แล้วพูดขึ้นว่าไม่รู้แฟนเป็นไรอยู่ดีๆก็พูดจาไม่รู้เรื่อง แล้วถามตาว่ามีพระไหม ผมไม่รอคำตอบวิ่งอ้อมข้างบ้านไปหน้าบ้านเอาพระที่ห้อยอยู่หน้ารถมาคล้องคอแฟน จนแฟนร้องเหมือนเจ็บปวด แล้วผมก็พูดว่าจะออกไม่ออก 3-4 ครั้งได้โดยไม่มีเสียงตอบกลับจากแฟน มีเพียงท่าทางที่ดิ้นไปมา ในตอนนี้ผมคิดว่าผีเข้าหรือป่าวเคยเห็นแต่ในละคร ในทีวี ทั้งๆทีเกิดมายังไม่เคยเจอเลยสักครั้ง เอาไงดีผมพูดขึ้น เอาไปวัดดีไหม ในตอนนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นอกจากผม แต่ไอ้เราจะอุ้มไปขึ้นรถคนเดียวก็ไม่ไหวก็เลยขอแรงอีก 2 คนช่วยอุ้มจากหลังบ้านไปขึ้นรถหน้าบ้าน ช่วงนั้นก็โทรบอกทางบ้าน พ่อกับแม่ ว่าไม่รู้แฟนเป็นอะไรเหมือนผีเข้ามาดูหน่อยตอนนั้นก็ปาเข้าไป5 ทุ่มแล้วกว่าจะมาถึงก็เที่ยงคืนเนื่องจากระยะทางห่างกันทั้ง 50 กม. ระหว่างที่รอผมก็พาแฟนไปวัดที่อยู่ห่างกันแค่ 100 ม.แต่ก็ต้องเอาขึ้นรถไปเพราะตัวแฟนดิ้นตลอดเวลา พอจะเข้าประตูวัด แฟนก็พูดขึ้นมาว่า กูไม่ไป กูจะลง ปล่อยกู และก็ร้องอย่างนั้นจนลงรถแล้วพาเข้าไปในโบสถ์ของวัด แฟนก็มีอาการดิ้นแล้วก็ร้องตลอดเวลา พอหลวงพ่อมาก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง หลวงพ่อก็เลยถาม แฟนว่าเป็นใคร มาจากไหนทำไมเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
แฟนตอนไปว่า กูอยู่แถวนี้ กูดูมันมานานแล้ว กูจะกินมัน กูจะเอามันไป
ไอ้ผมได้ยินก็ขึ้นสิครับ คนทั้งคน เลยพูดออกไปว่าถ้าไม่ออกโดนแน่ ไอ้เ_ย เอ้ย ออกสิว่ะ เหมือนจะร้องไห้ แล้วหลวงพ่อก็ท่องคาถา รดน้ำมนต์ใส่ตัวแฟนผมไปจนแฟนร้องเหมือนเจ็บปวดแล้วนานมากและผมคิดว่าคงได้ยินกันทั้งหมู่บ้านแล้วมั้งเพราะคนเริ่มเยอะขึ้น แต่ยังไงก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม พ่อกับแม่เดินทางมาถึง ก็เวลาล่วงไปเที่ยงคืนแล้ว มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานเหลือเกิน ผมจึงบอกพ่อกับแม่ว่าไปดูลูกให้หน่อยอยู่กับแม่เจ้าของบ้าน อดเป็นห่วงไม่ได้ผ่านไปไม่นานก็กลับมาพร้อมหลาน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ดีขึ้น หลวงพ่อท่านก็ทำไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว มันสู้ เลยปรึกษากันได้ข้อสรุปว่าเอาไปวัดในตัวจังหวัดดีกว่า หาพระอาจารย์ที่เก่งวิชาอาคมในเรื่องนี้แล้วกัน ว่าแล้วผมก็อุ้มแฟนขึ้นไปนั่งเบาะหน้ารถ ข้างคนขับตัวผมขับเอง ข้างหลังเป็นตาที่อยู่บ้านใกล้ๆกันไปด้วยอีก 2 คน ส่วนอีกคนก็เป็นพ่อแม่และลูกผม หรือคนแถวๆบ้านอีก 5-6 คน ระหว่างทางผมเรียกชื่อแฟนตลอดแต่ก็มีเสียงตอบกลับเพียงว่า กูไม่ไป ๆๆกูจะลง คือระยะทางไปที่วัดอีกที่ก็ราวๆ10กว่ากิโล จนใกล้จะถึงเขตวัด แฟนก็พูดขึ้นมาว่า กูปวดเยี่ยวกูจะเยี่ยวปล่อยกูลงๆ ผมเลยบอกไปว่าเยี่ยวก็เยี่ยวในรถเลยแต่ไม่จอดให้ลงแน่ๆ มันก็ไม่เยี่ยวจนเข้าตัววัดร้องดังมากๆพร้อมกับดิ้นจนตาข้างหลังต้องช่วยกันจับไว้ และถือว่าผมโชคดีมากที่พระอาจารย์ท่านอยู่วัดด้วย ใจผมจะขาดอยู่แล้วครับก็แฟนจะเป็นไรไปกว่าว่าแฟนจะตายหรือป่าว พระอาจารย์ช่วยด้วยครับ ผมก็เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงวัดนี้ พระอาจารย์ท่านท่องคาถา เสกน้ำมนต์ และทำไรอีกผมก็จำไม่ค่อยได้ครับ แต่ช่วงที่ทำพิธีนั้น แฟนผมก็สู้กับพระอาจารย์ตลอดไม่ยอมออก จนสู้ไม่ไหว แฟนเอ่ยขึ้นว่า ปวดเยี่ยวกูจะไปเยี่ยว พระอาจารย์บอกพามันไป ก็พาไปนั่งข้างๆกุฎินั้นแหละครับพอเยี่ยวเสร็จเท่านั้นแหละ แฟนสลบไปสัก 1นาทีได้พอรู้สึกตัว ก็ถามผมว่ามาทำอะไรกันแล้วมาอยู่ที่นี้ได้ไง ผมก็ถามไปว่าจำอะไรไม่ได้เลยหรอ แฟนว่าจำไม่ได้จำได้ตั้งแต่ยอกกันแล้วก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย วันนั้นก็ต้องกลับมานอนกันที่บ้านเช่าเหมือนเดิม 3 คน พ่อแม่ลูก ใครจะไปหลับละครับ แต่ทั้งหมดมันก็ได้เกิดเรื่องราวต่างๆในหมู่บ้านตามมาอีก
ถ้ามีเวลาผมจะมาต่อนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่