กระทู้นี้ ขอแลกเปลี่ยนมุมมองแนวคิด กับ ผู้หญิงทำงาน (ผู้ชายก้อเข้ามาตอบกระทู้ได้นะคะ ยินดีค่ะ) คิดอย่างไรคะ กับคำพูดนี้
เราเองเป็นผู้หญิงทำงาน มีลูกชาย 4 ขวบ และชีวิตคู่ก้อเป็นไปตามธรรมชาติ ดี ร้าย สุข ทุกข์ ปะปนกันไป โดยรวมมีความสุขตามอัตภาพ ช่วง 5 ปีแรกหลังแต่งงาน ทำงานเยอะมาก งานต้องเดินทางบ่อย สนุกกับงาน งานเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตเลยค่ะ โชคดีสามีเข้าใจและสนับสนุน ความก้าวหน้าในงานถือว่าดีค่ะ ไม่เคยคิดย้ายบริษัท แต่มีช่วงที่เบื่อ ก้ออาศัยลาพักร้อนเอา
ต่อมามีลูก ความคิดเปลี่ยน ลาไม่รับเงินเดือน 6 เดือน ขอย้ายแผนก ที่ไม่ต้องเดินทางบ่อย เพื่อใช้เวลากับลูกให้เต็มที่ รู้สึกลึกๆ คือเหมือนถอยหลัง แต่ก้อพยายามมองข้อดี ของการเปลี่ยนแปลง ว่าเราถอยเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าเมื่อเวลาที่เหมาะสม จนตอนนี้ลูกชาย 4 ขวบแล้ว คิดว่าสิ่งที่อยากปูพื้นฐานให้เด็ก ได้ทำอย่างดีแล้ว เช่น ให้นมแม่ 10 เดือน ลูกเป็นเด็ก 2 ภาษา ตอนนี้อยากกลับมาให้เวลากับงานมากขึ้น อยากมีไฟ อยากก้าวหน้า อยากกลับมาวิ่งบนรันเวย์ที่เคยทำได้ แต่ต้องแลกมากับการกลับมาเดินทางอีกครั้ง อาทิตย์นึงคงจะเจอลูกแค่ 3 วัน แต่จะพยายามไม่ห่างลูกเกิน อาทิตย์นึง
เราไม่อยากล้มเหลวอย่างใดอย่างนึง เราอยากทำให้ได้ทั้ง 2 อย่าง ไม่ต้องดีเลิศ อยากได้แนวคิด ของคนที่พยายามทำ หรือคนที่ทำสำเร็จมาแล้ว มีอะไรที่เราต้องจดจำใส่ใจเป็นพิเศษมั๊ยคะ เราคิดถูกมั้ยว่า เราไม่อยากทุ่มเทให้ลูกจนหมด จนเราพลาดสิ่งดีดี ด้านอื่นของชีวิต เราแบ่งชีวิตเป็น 3 ด้าน คือ การงาน (40%) ครอบครัว (50%) และ ส่วนตัว (10%) เราจัดลูก สามี พ่อแม่ ไว้ในหมวดครอบครัวค่ะ เรามีพื้นที่ส่วนตัว 10% ที่อยากทำ เช่นเดินทาง วิ่งมินิมาราธอน ตอนนี้เราอายุ 40 แล้ว เราคิดว่าเรามีเวลา และกำลังที่จะทุ่มเท แค่อีก 10 ปี เราไม่ควรทิ้งเรื่องงานค่ะ งานจะเปิดมุมมอง และนำพาเราไปยังจุดหมายใหม่ๆ เราคิดเลยนะ อย่างจะขอวีซ่าเชงเก้น backpack ไปยุโรป การเป็นผู้หญิงทำงาน มีสลิบเงินเดือน (ที่ดี) ก้อคงจะง่ายขึ้น
ลองมาคุยกันนะคะ เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร กับประโยคนี้ มีใครคิดเหมือนเรา มีใครคิดต่างจากเรา ลองมาแชร์แนวคิดกันดูนะคะ
ขอแท็คเพื่อนๆคุณแม่หลายๆ กลุ่มนะคะ เราทำงานต่างประเทศ, เป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากทราบความเห็นของ Single Mom ผู้เข้มแข็งด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ
Working Mom คะ คิดอย่างไร กับคำพูดที่ว่า "ไม่มีความสำเร็จนอกบ้านใดๆ มาชดเชยความล้มเหลวในบ้านได้"
เราเองเป็นผู้หญิงทำงาน มีลูกชาย 4 ขวบ และชีวิตคู่ก้อเป็นไปตามธรรมชาติ ดี ร้าย สุข ทุกข์ ปะปนกันไป โดยรวมมีความสุขตามอัตภาพ ช่วง 5 ปีแรกหลังแต่งงาน ทำงานเยอะมาก งานต้องเดินทางบ่อย สนุกกับงาน งานเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตเลยค่ะ โชคดีสามีเข้าใจและสนับสนุน ความก้าวหน้าในงานถือว่าดีค่ะ ไม่เคยคิดย้ายบริษัท แต่มีช่วงที่เบื่อ ก้ออาศัยลาพักร้อนเอา
ต่อมามีลูก ความคิดเปลี่ยน ลาไม่รับเงินเดือน 6 เดือน ขอย้ายแผนก ที่ไม่ต้องเดินทางบ่อย เพื่อใช้เวลากับลูกให้เต็มที่ รู้สึกลึกๆ คือเหมือนถอยหลัง แต่ก้อพยายามมองข้อดี ของการเปลี่ยนแปลง ว่าเราถอยเพื่อจะก้าวไปข้างหน้าเมื่อเวลาที่เหมาะสม จนตอนนี้ลูกชาย 4 ขวบแล้ว คิดว่าสิ่งที่อยากปูพื้นฐานให้เด็ก ได้ทำอย่างดีแล้ว เช่น ให้นมแม่ 10 เดือน ลูกเป็นเด็ก 2 ภาษา ตอนนี้อยากกลับมาให้เวลากับงานมากขึ้น อยากมีไฟ อยากก้าวหน้า อยากกลับมาวิ่งบนรันเวย์ที่เคยทำได้ แต่ต้องแลกมากับการกลับมาเดินทางอีกครั้ง อาทิตย์นึงคงจะเจอลูกแค่ 3 วัน แต่จะพยายามไม่ห่างลูกเกิน อาทิตย์นึง
เราไม่อยากล้มเหลวอย่างใดอย่างนึง เราอยากทำให้ได้ทั้ง 2 อย่าง ไม่ต้องดีเลิศ อยากได้แนวคิด ของคนที่พยายามทำ หรือคนที่ทำสำเร็จมาแล้ว มีอะไรที่เราต้องจดจำใส่ใจเป็นพิเศษมั๊ยคะ เราคิดถูกมั้ยว่า เราไม่อยากทุ่มเทให้ลูกจนหมด จนเราพลาดสิ่งดีดี ด้านอื่นของชีวิต เราแบ่งชีวิตเป็น 3 ด้าน คือ การงาน (40%) ครอบครัว (50%) และ ส่วนตัว (10%) เราจัดลูก สามี พ่อแม่ ไว้ในหมวดครอบครัวค่ะ เรามีพื้นที่ส่วนตัว 10% ที่อยากทำ เช่นเดินทาง วิ่งมินิมาราธอน ตอนนี้เราอายุ 40 แล้ว เราคิดว่าเรามีเวลา และกำลังที่จะทุ่มเท แค่อีก 10 ปี เราไม่ควรทิ้งเรื่องงานค่ะ งานจะเปิดมุมมอง และนำพาเราไปยังจุดหมายใหม่ๆ เราคิดเลยนะ อย่างจะขอวีซ่าเชงเก้น backpack ไปยุโรป การเป็นผู้หญิงทำงาน มีสลิบเงินเดือน (ที่ดี) ก้อคงจะง่ายขึ้น
ลองมาคุยกันนะคะ เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไร กับประโยคนี้ มีใครคิดเหมือนเรา มีใครคิดต่างจากเรา ลองมาแชร์แนวคิดกันดูนะคะ
ขอแท็คเพื่อนๆคุณแม่หลายๆ กลุ่มนะคะ เราทำงานต่างประเทศ, เป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากทราบความเห็นของ Single Mom ผู้เข้มแข็งด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ