ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด.ฉบับวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2558
ถ้าจะบอกว่าไม่ถือว่า ผิดคาด สักเท่าไหร่กับข้อความที่เห็นในรูปภาพก็คงไม่แปลกกันนักกับข่าวสั้นที่นักเขียนนั้นพยายาม ยัดข้อกล่าวหาให้กับอีกฟากอย่างนั้น จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อที่นักข่าวหรือคนเขียนข่าวตามหนังสือพิมพ์ไม่คิดที่จะหาข้อมูลในเชิงลึกบ้างเลย แต่จะว่าไปก็พอเข้าใจครับ ถ้าทีมสุรินทร์ซิตี้นี้ไม่มีชื่อของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด เข้ามาเอี่ยวในหลายๆอย่างเชื่อเถอะครับว่าต่อให้เปลี่ยนมือเปลี่ยนผู้บริหารมันทุกปีก็คงไม่มีข่าวแม้แต่กรอบเล็กๆแบบนี้ แต่เมื่อมันมีขึ้นมาแล้วลองมาดูกันครับว่า นักข่าว คนนี้มองไปในทิศทางไหน
“มนุษย์คีย์บอร์ด” แหม ฟังดูดีนะครับดีกว่า “เกรียน” มากเลย แต่ความหมายก็ส่อไปในทางเดียวกันอยู่ดี แน่นอนครับว่าหลายๆข้อความที่แสดงออกมาตาม เว็บ ตาม เพจ ต่างๆนั้นคือการแสดงออกตามปกติวิสัยของมนุษย์อยู่แล้วครับไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ใดๆเลย ซึ่งข้อความก็มีทั้งสุภาพ เหตุผล หยาบคาย ไปตลอดจนไม่สามารถหาสาระอะไรได้นอกจากคำด่า ในมุมมองของคนสุรินทร์ผมคิดว่าเขาสามารถแยกแยะได้ครับว่าอันใหนมันคือความสำเร็จที่ควรภาคภูมิใจ ไม่ปฏิเสธครับว่าคนสุรินทร์จำนวนมากเชียร์และชื่นชอบทีม บุรีรัมย์ แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ออกนะครับระหว่าง บุรีรัมย์ กับ สุรินทร์ ยิ่งบุรีรัมย์ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คนสุรินทร์ก็ยิ่งถวิลหาถึงความสำเร็จที่จังหวัดนี้ควรจะมีด้วยฝีมือของคนในจังหวัดบ้างเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การปรับทุกข์พูดคุยตามประสาคนรักและชื่นชอบในเรื่องเดียวกันย่อมต้องมีครับ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกลขึ้นการสื่อสารย่อมเกิดขึ้นในหลายๆรูปแบบ การพิมพ์สื่อสารผ่านแป้นคีย์บอร์ดจึงเห็นผลมากกว่าเพราะการแสดงความคิดเห็นไม่จำกัดวงแต่เฉพาะคู่สนทนาเบื้องหน้าเท่านั้น
และหากเรื่องนี้จะไม่มีเสียงสะท้อนในแง่ลบออกมานั่นจะถือว่าแปลกเอามากๆ เพราะอย่างที่ผมพิมพ์มาแล้ว 3 ตอนคงเป็นเหตุผลมารองรับได้ดีว่า เพราะอะไรและทำไม แต่ที่ผมสนใจคือ คุณเนวินน้อยใจกับมนุษย์คีย์บอร์ดอย่างที่สื่อสำนักนี้ว่าไว้จริงหรือ? ตามที่ผมวิเคราะห์ซึ่งจริงๆแล้วหลายคนก็วิเคราะห์ได้แทบจะในทิศทางเดียวกันครับเพราะว่าคุณเนวินไม่ใช่บุคคลลึกลับอะไรเลยและผลงานของคุณเนวินก็มีออกมานำเสนออยู่เป็นระยะๆ ทีนี้ลองมาดูกันครับว่าส่วนตัวผมมองตรงนี้ยังไง
หลายๆความคิดของคุณเนวินออกแนวที่ ล้ำ และ ลึก จนหลายๆคนคิดตามทันลำบาก และที่สำคัญคุณเนวินคงไม่ให้ราคากับข้อความแบบเกรียนๆตามสื่อโซเชี่ยลหรอกครับ และผมอยากจะคิดด้วยว่าคุณเนวินแกไม่มาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยซ้ำไป เพราะวันๆหัวสมองของแกคงไม่มีที่ว่างพอสำหรับให้ราคาเรื่องที่แกต้องคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอ และถ้าคนที่สามารถ “สร้าง” ให้บุรีรัมย์ผงาดขึ้นมาติดปากติดหูและติดตาคนทั้งชาติ ไม่สิ คนทั้งทวีปได้ผมว่าคุณเนวินคงไม่ใช่ คนใจน้อย แน่ๆ ผลงานแต่ล่ะอย่างที่ออกมามันฟ้องไปในตัวครับว่าถ้าไม่ใช่ คนใจใหญ่ คนใจหนัก ทำมันไม่ได้หรอก หรือแม้แต่กระทั่งตอนแกได้สมญาว่า “เฮดของเฮดโค้ช” จำได้ว่าแกโดนสับตามสื่อต่างๆเพียบ แล้วสุดท้ายเป็นไงครับ แกไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้คุณเนวินเลือกที่จะถอยทีมอะคาเดมี่ออกมาส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องผู้ชมและภาพลักษณ์ที่กำลังจะติดตามมา หรือแม้แต่ประเด็นที่ว่ากำลังจะเกิดลีกเยาวชนขึ้นก็ยังดูมีน้ำหนักมากกว่า และเรื่องที่ดูจะซับซ้อนอย่างสิทธิ์ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดูดีมีเหตุผลมีน้ำหนักมากกว่าเรื่องของ มนุษย์คีย์บอร์ด ทั้งสิ้น
และเหนืออื่นใด เจ้ามือปั่นแปะอย่างคุณเนวินยังไม่ได้ยกมือที่ตะครุบเหรียญไว้ออกเลยว่าเหรียญในมือนั้นออกหน้าไหนกันแน่ โป้ ก้อย รึว่า กลาง นั่นจึงเป็นหน้าที่ของลูกวงอย่างเราที่ต้องเสี่ยงเดากันไปว่ามันจะออกหน้าไหน เช่นกันครับ ในเมื่อคุณเนวินยังไม่ได้ออกมาตอบข้อซักถามอย่างหมดเปลือกว่า ทำไม เพราะอะไร เราก็น่าจะวิเคราะห์แบบสมเหตุสมผลมากกว่าจะมาใช้คำว่า “ลุงเนวิน กับ ป้าต่าย ใจเย็นๆอย่าไปใส่ใจมนุษย์คีย์บอร์ด” ผมว่ามันดูจะตั้งใจ เลีย จนเกินไปครับ เพราะไม่งั้นมันก็คงไม่ต่างจาก มนุษย์คีย์บอร์ดที่คุณว่าไว้แน่ๆครับ
สุรินทร์ซิตี้ แอนด์เดอะ ฮิวแมนคีย์บอร์ด
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด.ฉบับวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2558
ถ้าจะบอกว่าไม่ถือว่า ผิดคาด สักเท่าไหร่กับข้อความที่เห็นในรูปภาพก็คงไม่แปลกกันนักกับข่าวสั้นที่นักเขียนนั้นพยายาม ยัดข้อกล่าวหาให้กับอีกฟากอย่างนั้น จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อที่นักข่าวหรือคนเขียนข่าวตามหนังสือพิมพ์ไม่คิดที่จะหาข้อมูลในเชิงลึกบ้างเลย แต่จะว่าไปก็พอเข้าใจครับ ถ้าทีมสุรินทร์ซิตี้นี้ไม่มีชื่อของ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด เข้ามาเอี่ยวในหลายๆอย่างเชื่อเถอะครับว่าต่อให้เปลี่ยนมือเปลี่ยนผู้บริหารมันทุกปีก็คงไม่มีข่าวแม้แต่กรอบเล็กๆแบบนี้ แต่เมื่อมันมีขึ้นมาแล้วลองมาดูกันครับว่า นักข่าว คนนี้มองไปในทิศทางไหน
“มนุษย์คีย์บอร์ด” แหม ฟังดูดีนะครับดีกว่า “เกรียน” มากเลย แต่ความหมายก็ส่อไปในทางเดียวกันอยู่ดี แน่นอนครับว่าหลายๆข้อความที่แสดงออกมาตาม เว็บ ตาม เพจ ต่างๆนั้นคือการแสดงออกตามปกติวิสัยของมนุษย์อยู่แล้วครับไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ใดๆเลย ซึ่งข้อความก็มีทั้งสุภาพ เหตุผล หยาบคาย ไปตลอดจนไม่สามารถหาสาระอะไรได้นอกจากคำด่า ในมุมมองของคนสุรินทร์ผมคิดว่าเขาสามารถแยกแยะได้ครับว่าอันใหนมันคือความสำเร็จที่ควรภาคภูมิใจ ไม่ปฏิเสธครับว่าคนสุรินทร์จำนวนมากเชียร์และชื่นชอบทีม บุรีรัมย์ แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ออกนะครับระหว่าง บุรีรัมย์ กับ สุรินทร์ ยิ่งบุรีรัมย์ประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คนสุรินทร์ก็ยิ่งถวิลหาถึงความสำเร็จที่จังหวัดนี้ควรจะมีด้วยฝีมือของคนในจังหวัดบ้างเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การปรับทุกข์พูดคุยตามประสาคนรักและชื่นชอบในเรื่องเดียวกันย่อมต้องมีครับ และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกลขึ้นการสื่อสารย่อมเกิดขึ้นในหลายๆรูปแบบ การพิมพ์สื่อสารผ่านแป้นคีย์บอร์ดจึงเห็นผลมากกว่าเพราะการแสดงความคิดเห็นไม่จำกัดวงแต่เฉพาะคู่สนทนาเบื้องหน้าเท่านั้น
และหากเรื่องนี้จะไม่มีเสียงสะท้อนในแง่ลบออกมานั่นจะถือว่าแปลกเอามากๆ เพราะอย่างที่ผมพิมพ์มาแล้ว 3 ตอนคงเป็นเหตุผลมารองรับได้ดีว่า เพราะอะไรและทำไม แต่ที่ผมสนใจคือ คุณเนวินน้อยใจกับมนุษย์คีย์บอร์ดอย่างที่สื่อสำนักนี้ว่าไว้จริงหรือ? ตามที่ผมวิเคราะห์ซึ่งจริงๆแล้วหลายคนก็วิเคราะห์ได้แทบจะในทิศทางเดียวกันครับเพราะว่าคุณเนวินไม่ใช่บุคคลลึกลับอะไรเลยและผลงานของคุณเนวินก็มีออกมานำเสนออยู่เป็นระยะๆ ทีนี้ลองมาดูกันครับว่าส่วนตัวผมมองตรงนี้ยังไง
หลายๆความคิดของคุณเนวินออกแนวที่ ล้ำ และ ลึก จนหลายๆคนคิดตามทันลำบาก และที่สำคัญคุณเนวินคงไม่ให้ราคากับข้อความแบบเกรียนๆตามสื่อโซเชี่ยลหรอกครับ และผมอยากจะคิดด้วยว่าคุณเนวินแกไม่มาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยซ้ำไป เพราะวันๆหัวสมองของแกคงไม่มีที่ว่างพอสำหรับให้ราคาเรื่องที่แกต้องคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอ และถ้าคนที่สามารถ “สร้าง” ให้บุรีรัมย์ผงาดขึ้นมาติดปากติดหูและติดตาคนทั้งชาติ ไม่สิ คนทั้งทวีปได้ผมว่าคุณเนวินคงไม่ใช่ คนใจน้อย แน่ๆ ผลงานแต่ล่ะอย่างที่ออกมามันฟ้องไปในตัวครับว่าถ้าไม่ใช่ คนใจใหญ่ คนใจหนัก ทำมันไม่ได้หรอก หรือแม้แต่กระทั่งตอนแกได้สมญาว่า “เฮดของเฮดโค้ช” จำได้ว่าแกโดนสับตามสื่อต่างๆเพียบ แล้วสุดท้ายเป็นไงครับ แกไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้คุณเนวินเลือกที่จะถอยทีมอะคาเดมี่ออกมาส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องผู้ชมและภาพลักษณ์ที่กำลังจะติดตามมา หรือแม้แต่ประเด็นที่ว่ากำลังจะเกิดลีกเยาวชนขึ้นก็ยังดูมีน้ำหนักมากกว่า และเรื่องที่ดูจะซับซ้อนอย่างสิทธิ์ในการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ เรื่องเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ดูดีมีเหตุผลมีน้ำหนักมากกว่าเรื่องของ มนุษย์คีย์บอร์ด ทั้งสิ้น
และเหนืออื่นใด เจ้ามือปั่นแปะอย่างคุณเนวินยังไม่ได้ยกมือที่ตะครุบเหรียญไว้ออกเลยว่าเหรียญในมือนั้นออกหน้าไหนกันแน่ โป้ ก้อย รึว่า กลาง นั่นจึงเป็นหน้าที่ของลูกวงอย่างเราที่ต้องเสี่ยงเดากันไปว่ามันจะออกหน้าไหน เช่นกันครับ ในเมื่อคุณเนวินยังไม่ได้ออกมาตอบข้อซักถามอย่างหมดเปลือกว่า ทำไม เพราะอะไร เราก็น่าจะวิเคราะห์แบบสมเหตุสมผลมากกว่าจะมาใช้คำว่า “ลุงเนวิน กับ ป้าต่าย ใจเย็นๆอย่าไปใส่ใจมนุษย์คีย์บอร์ด” ผมว่ามันดูจะตั้งใจ เลีย จนเกินไปครับ เพราะไม่งั้นมันก็คงไม่ต่างจาก มนุษย์คีย์บอร์ดที่คุณว่าไว้แน่ๆครับ