****[Bayern Munich]***[23.08.2015] **[Hoffenheim 1-2 Bayern Munich เลวานฮีโร่! พี่เสือสิบตัวบุกตะปบฮอฟเฟนไฮม์ท้ายเกม]

****[Bayern Munich]***[23.08.2015] **[Hoffenheim 1-2 Bayern Munich เลวานฮีโร่! พี่เสือสิบตัวบุกตะปบฮอฟเฟนไฮม์ท้ายเกม]




สวัสดีวันอาทิตย์ตอนสายๆนะคะ
นัดเมื่อคืนพี่เสือทำเอาหัวใจจะวาย...นั่งกรี๊ดลั่นบ้าน คนที่บ้านนึกว่ากำลังเชียร์มวย ยังดีนะที่ไม่มีใครเห็นเห็นท่าทางประกอบระหว่างเชียร์ 5555 ....สุดท้ายและท้ายที่สุดพี่เสือก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังเฉือนชนะฮอฟเฟนไฮม์ไปอย่างหวุดหวิด..แถมทำลายสถิติโดนยิงประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาอีกด้วย พูดแล้วนํ้าตาจิไหล..ปลื้มปลิ่มมากกกกๆ .....
ส่วนวันนี้เราก็มีภาพบรรยากาศหลังเกมมาฝากแฟนๆพี่เสือเช่นเคย..พร้อมแล้วก็ตามมาชมกันเลยคะ..ยิ้ม
[]



ดาวยิงชาวโปลิชสวมบทซูเปอร์ซัพฮีโรลงมาซัดประตูชัยในนาทีท้าย ช่วยให้บาเยิร์นที่เหลือ 10 คนพลิกสถานการณ์แซงชนะฮอฟเฟนไฮม์หวุดหวิด ขยับรั้งจ่าฝูงชั่วคราว




การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำสัปดาห์ที่ 2 ที่สนามเวอร์ซอล ไรห์น เน็กคาร์ อารีนา ระหว่าง ฮอฟเฟนไฮม์ ก่อนเกมรั้งอันดับ 13 ของตาราง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค รองจ่าฝูง

มาร์คุส กิลโดล เฮ้ดโค้ชเจ้าถิ่น ยังคงยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงจากเกมนัดแรก ที่บุกพ่าย ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน มาแบบหวุดหวิด 1-2 นำทัพโดย โอลิเวอร์ เบามันน์ (ผู้รักษาประตู), คิม จิน ซู, ฟาเบียน ชาร์, ยูเก้น โปลันสกี้, เพอร์มิน ชเว็กเลอร์, สตีเวน ซูเบอร์, เควิน คูรานี และ เควิน โฟลลันด์

ขณะที่แชมป์เก่าของกุนซือ เป็บ กวาร์ดิโอลา จัดการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียงรายเดียวเท่านั้นจากเกมนัดแรก ที่เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ฮัมบูร์ก เอสเฟา ไปอย่างขาดลอย 5-0 โดยดร็อป โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าทีมชาติโปแลนด์ไว้ที่ซ้ำม้านั่งสำรอง แล้วจัดการส่ง มาริโอ เกิทเซ แนวรุกร่างอวบทีมชาติเยอรมันลงมาทำหน้าที่แทน




เปิดฉากมาได้เพียง 9 วินาที (เน้นว่า 9 วินาที) กลายเป็นเจ้าบ้านที่ทำเซอร์ไพรส์ได้ประตูออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว จากจังหวะเขี่ยเริ่มเกมของ บาเยิร์น มิวนิค และเป็น เดวิด อลาบา จ่ายคืนหลังแบบไม่ดูตาม้าตาเรือไปเข้าทาง เควิน โฟลลันด์ สอดขึ้นมาแปด้วยซ้ายลอดขา มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปตุงตาข่าย ช่วยให้ฮอฟเฟนไฮม์ขึ้นนำ 1-0 พร้อมกับเป็นสถิติประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาอีกด้วย





จากนั้นนาทีที่ 9 บาเยิร์น เริ่มเปิดฉากทักทายบ้าง จากจังหวะที่ ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดตัวใหม่โชว์สปีดต้นอันจัดจ้าน เลี้ยงฝ่าด่านแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปในกรอบเขตโทษดื้อๆ ก่อนกดด้วยซ้ายเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปตรงตัว โอลิเวอร์ เบามันน์ รับเข้าซองเอาไว้ได้สบายมือ

นาทีที่ 32 บาเยิร์น มีโอกาสลุ้นประตูตีเสมออีกครั้ง จากจังหวะที่ ฟิลิปป์ ลาห์ม ตั้งป้อมเปิดโค้งจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ โธมัส มุลเลอร์ ขึ้นโขกเน้นๆเต็มศรีษะ ทิศทางบอลกำลังจะพุ่งเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ว่า โอลิเวอร์ เบามันน์ ยังปฏิกิริยาไวบินปัดมือเดียวออกไปได้อย่างหวุดหวิด

นาทีที่ 36 แชมป์เก่าต้องมาเสียโควต้าเปลี่ยนตัวไปโดยปริยาย เมื่อ เมห์ดี้ เบนาเตีย ปราการหลังทีมชาติโมร็อกโก มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ เป็บ กวาร์ดิโอลา ตัดสินใจส่ง ราฟินญา แนวรับสารพัดประโยชน์ลงมาทำหน้าที่แทน




Goal! นาทีที่ 41 บาเยิร์นมาตามตีเสมอจนได้ จากจังหวะที่ ดั๊กลาส คอสต้า กระชากหนีตัวประกบเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปตรงตัว โอลิเวอร์ เบามันน์ ล้มตัวปัดออกมาได้ แต่ไม่พ้นอันตรายเข้าทาง โธมัส มุลเลอร์ ตีเข่าซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ ช่วยให้แชมป์เก่าตามตีเสมอเป็น 1-1 และก็จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้





กลับมาเล่นในครึ่งหลังยังเป็น บาเยิร์น ที่โหมบุกกระหน่ำตั้งแต่ต้นเกม และในนาทีที่ 65 พวกเขาเกือบพลิกขึ้นนำ จากลูกที่ โธมัส มุลเลอร์ บรรจงไหลถวายพานไปตรงหัวกระโหลกให้ อาร์ตูโร วิดัล วางเท้าปั่นด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งชนคานเสียงดังสนั่น พลาดประตูแซงขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 73 เจ้าบ้านน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ เมื่อ เซบาสเตียน รูดี้ ซัดฟรีคิก 25 หลาไปติดกำแพง แต่ว่าผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษ เนื่องจากบอลไปโดนแขนของ เจโรม บัวเต็ง พร้อมกับควักใบเหลืองที่สองไล่ บัวเต็ง ออกจากสนามทันที






และเป็น ยูเก้น โปลันสกี้ รับหน้าที่สังหาร แต่ว่าดันยิงไปชนเสา ก่อน เดวิด อลาบ้า จะมาเคลียร์ทิ้งออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด





เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมออยู่แล้ว กระทั่งนาทีที่ 90 กลายเป็นทีมเยือนที่มาได้ประตูชัย จากจังหวะที่ ดั๊กลาส คอสต้า เจ้าเก่าโชว์สปีดต้นสุดสะเด่า กระชากหนีแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนปาดเลียดเข้ากลางให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตัวสำรองวางเท้าแปด้วยขวาเข้าไปไม่พลาด





จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ที่เหลือผู้เล่น 10 คนในครึ่งหลัง บุกเฉือนชนะ ฮอฟเฟนไฮม์ ไปแบบหวุดหวิด 2-1 เก็บชัยรวด 2 นัด กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง โดยมีคะแนนเท่ากับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน แต่ประตูได้เสียดีกว่านั่นเอง





สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป บาเยิร์น เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน วันเสาร์หน้า เวลา 23.30 น. ขณะที่ ฮอฟเฟนไฮม์ มีคิวบุกไปเยือนทีมน้องใหม่อย่าง ดาร์มสตัดท์ 98 ในวันเดียวกัน เวลา 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย



Photos and gifs aren’t mine, credit to the owners! หลิ่วตา
ขอบคุณข่าวจาก GOAL.COM
  
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่