เวลาที่คนสองคนรักกันมากๆ แล้วเลิกรากันไป
เคยสงสัยมั๊ย? ว่าความรักมากมายเหล่านั้น มันหายไปไหน
ผมพบคำตอบของคำถามนี้ ระหว่างที่กำลังนั่งอ่านตำราเรียนของหลานในบ่ายวันหนึ่ง
ในตำราเล่มนั้นพูดถึงเรื่องของสสาร ซึ่งมันมีกฎง่ายๆที่จะจำแนกว่าอะไร
เป็นสสาร หรือไม่เป็นสสารอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นก็คือ
สสารไม่มีวันสลายหายไปจากโลกนี้ แต่มันอาจเปลี่ยนสภาพไปอยู่ในรูปแบบอื่น
ความรัก ก็อาจเหมือนสสาร
เมื่อความรักเกิดขึ้นมาแล้ว มันอาจไม่มีวันสูญสลาย หรือหายไปไหนได้อีก
แต่ที่เรารู้สึกว่าความรักที่เคยมีมันหายไป
บางที มันอาจจะแค่เปลี่ยนสภาพไปอยู่ใน "รูปแบบอื่น" ...ก็เท่านั้น
จากที่แค่หยิบตำราของหลานมาพลิกดูเล่นๆ เพื่อฆ่าเวลา ผมเริ่มตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง
และก็พบว่า "ความรัก" กับ "สสาร" มีคุณสมบัติที่คล้ายกันหลายอย่าง จนผมนึกไม่ถึง
อย่างแรก...
สสารอาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เราสามารถสัมผัสมันได้
เหมือนความรัก ที่เรามองไม่เห็น แต่เรารับรู้ได้ว่ามันมีอยู่
เรารู้ว่าความรักมีอยู่ได้ ผ่านรูป รส กลิ่น และเสียง และสัมผัส
เหมือนกับที่เราสามารถสัมผัสกับสสารได้ผ่านช่องทางเหล่านั้น
เรามองเห็นความรัก ในดวงตาของคนรัก
เราสัมผัสรสชาติของมันเวลาจูบ
บางครั้ง กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เขาใช้ประจำ กลายเป็นกลิ่นที่เราชอบ
และเรารู้ว่าความรักอยู่กับเรา เวลาที่เรากอดกัน หรือเวลาที่เขากระซิบ
บอกคำว่ารักกับเรา...เราสัมผัสความรักได้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรักก็เหมือนกับสสาร
ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามสภาพแวดล้อมทั้งภายนอก และภายใน
วันหนึ่งมันอาจเปลี่ยนรูปไปเป็นอย่างอื่น เหมือนกับน้ำที่ระเหยไปเป็นอากาศ
หรือหรืออิฐ หิน ที่แตกสลายกลายไปเป็นเม็ดทราย
สสาร เปลี่ยนแปลงได้ ความรักก็เช่นกัน
นี่จึงเป็นที่มาของคำตอบ ของคำถามที่ว่า
ความรักที่เราเคยมีให้กัน ในวันที่รักกัน มันหายไปไหน?
จริงๆแล้วผมพบว่ามันไม่ได้หายไป มันแค่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น
บางครั้ง ความรักของคนสองคน เปลี่ยนสภาพมาเป็นความคิดถึงของคนๆเดียว
บางครั้ง ความรัก เปลี่ยนไปเป็นความโกรธแค้น เกลียดชัง
บางครั้ง ความรัก เปลี่ยนไปเป็นความผิดหวัง และวันหนึ่ง มันก็จะค่อยๅเปลี่ยนไปเป็นความเฉยชา
แต่ไม่ว่าความรักจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นอะไร มันก็อาจจะไม่ได้สำคัญ
มากไปกว่าการที่ความรักที่เปลี่ยนไปนั้น มันยังอยู่กับใคร?
สสารต้องการที่อยู่..ความรักก็เช่นกัน
ตอนที่ยังรักกัน ความรัก อาศัยอยู่ร่วมกับคนสองคน
แต่เมื่อใครคนหนึ่งเลือกที่จะเดินจากไป ความรักย่อมเปลี่ยนสภาพตามไปด้วย
ถ้าการจากลานั้นเป็นไปด้วยความเข้าใจ
ความรัก ก็อาจเปลี่ยนสภาพไปเป็นมิตรภาพ และความรู้สึกดีๆ
ที่จะติดตามคนสองคนนั้นไป
แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความรัก ที่กลายสภาพไปเป็นความโศกเศร้า โหยหา
หรือที่แย่กว่านั้น ถ้ามันเปลี่ยนไปเป็นความโกรธเกลียด ชิงชัง
ความรู้สึกเหล่านั้นมันไม่ได้ติดตามคนที่เดินจากไป หรือหายไปอยู่ที่ไหนไกลเลย
แต่มันยังอยู่กับเรา อยู่ในหัวใจของเราเอง
ที่หัวใจของเราเศร้าหมอง เพราะเราปล่อยให้ความเศร้าหมองมาอาศัยอยู่กับเรา
ที่หัวใจของเรารุ่มร้อน เพราะเราปล่อยให้ความเกลียดชัง เคียดแค้นมาสุมอยู่ในใจ
ที่หัวใจของเรายังโหยหาความรัก เพราะเราใส่ความคิดถึง และความหวังเอาไว้ในหัวใจ จนแน่นเกินไป
ถ้าความรักที่เปลี่ยนสภาพไปแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรไปจากสสารที่ต้องการที่อยู่
ถ้าเรายังทำใจปล่อยความรักนั้นไปไม่ได้
ก็จงเปลี่ยนความรักนั้น ให้กลายเป็นความรู้สึกดีๆ
ถ้าความรักนั้นเคยทำให้เรามีความสุข
แม้ว่าวันนี้ความรักไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่เห็นต้องยอมให้มันมาทำให้เรามีความทุกข์เลย
ถ้าความรัก กลายเป็นความทุกข์
เราคงมีสภาพไม่ต่างอะไร ไปจากคนที่ต้องแบก "ความทุกข์" ไปกับเราทุกที่
ความทุกข์ ที่มีสภาพเหมือน “ของแข็ง” ถ้ามันหนักเกินไป
มันก็มีแต่จะทำให้เราอึดอัด และรู้สึกเหมือนต้องแบกรับอะไรอยู่ตลอดเวลา
ถ้าความรักนั้นยังไม่ไปไหน
ทำไมไม่ลองเปลี่ยนให้มันกลายมาเป็น “อากาศ” เบาๆ
ที่แม้ว่ามันจะยังอยู่กับเรา แต่เราก็ยังมีอิสระที่จะใช้ชีวิต
มีความสุขในแบบเดิมๆของเรา โดยที่เรายังพกพาเอาความรัก
ที่กลายเป็นอดีต และความทรงจำดีๆไปกับเราได้ทุกที่
และ “น้ำตา” ก็เหมือนกับของเหลวนั่นแหละ
วันนี้เราอาจจะร้องไห้ เสียน้ำตามากมาย
แต่อย่าคิดว่าน้ำตาจะอยู่กับเราตลอดไป
เพราะวันหนึ่ง น้ำตา จะค่อยๆระเหย หายไปเองพร้อมๆกับความทุกข์
ความรักคือความรู้สึกดีๆ
ถ้าวันหนึ่งมันจะต้องมีอันเปลี่ยนแปลงไป
ก็ขอให้มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรที่ดีๆ
เพราะความรักเหมือนสสาร มันต้องการที่อยู่
และถ้าวันนี้มันยังอยู่กับเรา
ให้มันอยู่กับเรา ในสภาพที่ดี ที่จะทำให้เรา ยังมีความสุข และยิ้มได้เมื่อนึกถึงมัน
ทฤษฏีสสาร...กับความรักที่หายไป
เวลาที่คนสองคนรักกันมากๆ แล้วเลิกรากันไป
เคยสงสัยมั๊ย? ว่าความรักมากมายเหล่านั้น มันหายไปไหน
ผมพบคำตอบของคำถามนี้ ระหว่างที่กำลังนั่งอ่านตำราเรียนของหลานในบ่ายวันหนึ่ง
ในตำราเล่มนั้นพูดถึงเรื่องของสสาร ซึ่งมันมีกฎง่ายๆที่จะจำแนกว่าอะไร
เป็นสสาร หรือไม่เป็นสสารอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นก็คือ
สสารไม่มีวันสลายหายไปจากโลกนี้ แต่มันอาจเปลี่ยนสภาพไปอยู่ในรูปแบบอื่น
ความรัก ก็อาจเหมือนสสาร
เมื่อความรักเกิดขึ้นมาแล้ว มันอาจไม่มีวันสูญสลาย หรือหายไปไหนได้อีก
แต่ที่เรารู้สึกว่าความรักที่เคยมีมันหายไป
บางที มันอาจจะแค่เปลี่ยนสภาพไปอยู่ใน "รูปแบบอื่น" ...ก็เท่านั้น
จากที่แค่หยิบตำราของหลานมาพลิกดูเล่นๆ เพื่อฆ่าเวลา ผมเริ่มตั้งใจอ่านอย่างจริงจัง
และก็พบว่า "ความรัก" กับ "สสาร" มีคุณสมบัติที่คล้ายกันหลายอย่าง จนผมนึกไม่ถึง
อย่างแรก...
สสารอาจมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่เราสามารถสัมผัสมันได้
เหมือนความรัก ที่เรามองไม่เห็น แต่เรารับรู้ได้ว่ามันมีอยู่
เรารู้ว่าความรักมีอยู่ได้ ผ่านรูป รส กลิ่น และเสียง และสัมผัส
เหมือนกับที่เราสามารถสัมผัสกับสสารได้ผ่านช่องทางเหล่านั้น
เรามองเห็นความรัก ในดวงตาของคนรัก
เราสัมผัสรสชาติของมันเวลาจูบ
บางครั้ง กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่เขาใช้ประจำ กลายเป็นกลิ่นที่เราชอบ
และเรารู้ว่าความรักอยู่กับเรา เวลาที่เรากอดกัน หรือเวลาที่เขากระซิบ
บอกคำว่ารักกับเรา...เราสัมผัสความรักได้
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรักก็เหมือนกับสสาร
ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามสภาพแวดล้อมทั้งภายนอก และภายใน
วันหนึ่งมันอาจเปลี่ยนรูปไปเป็นอย่างอื่น เหมือนกับน้ำที่ระเหยไปเป็นอากาศ
หรือหรืออิฐ หิน ที่แตกสลายกลายไปเป็นเม็ดทราย
สสาร เปลี่ยนแปลงได้ ความรักก็เช่นกัน
นี่จึงเป็นที่มาของคำตอบ ของคำถามที่ว่า
ความรักที่เราเคยมีให้กัน ในวันที่รักกัน มันหายไปไหน?
จริงๆแล้วผมพบว่ามันไม่ได้หายไป มันแค่เปลี่ยนรูปไปเท่านั้น
บางครั้ง ความรักของคนสองคน เปลี่ยนสภาพมาเป็นความคิดถึงของคนๆเดียว
บางครั้ง ความรัก เปลี่ยนไปเป็นความโกรธแค้น เกลียดชัง
บางครั้ง ความรัก เปลี่ยนไปเป็นความผิดหวัง และวันหนึ่ง มันก็จะค่อยๅเปลี่ยนไปเป็นความเฉยชา
แต่ไม่ว่าความรักจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นอะไร มันก็อาจจะไม่ได้สำคัญ
มากไปกว่าการที่ความรักที่เปลี่ยนไปนั้น มันยังอยู่กับใคร?
สสารต้องการที่อยู่..ความรักก็เช่นกัน
ตอนที่ยังรักกัน ความรัก อาศัยอยู่ร่วมกับคนสองคน
แต่เมื่อใครคนหนึ่งเลือกที่จะเดินจากไป ความรักย่อมเปลี่ยนสภาพตามไปด้วย
ถ้าการจากลานั้นเป็นไปด้วยความเข้าใจ
ความรัก ก็อาจเปลี่ยนสภาพไปเป็นมิตรภาพ และความรู้สึกดีๆ
ที่จะติดตามคนสองคนนั้นไป
แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความรัก ที่กลายสภาพไปเป็นความโศกเศร้า โหยหา
หรือที่แย่กว่านั้น ถ้ามันเปลี่ยนไปเป็นความโกรธเกลียด ชิงชัง
ความรู้สึกเหล่านั้นมันไม่ได้ติดตามคนที่เดินจากไป หรือหายไปอยู่ที่ไหนไกลเลย
แต่มันยังอยู่กับเรา อยู่ในหัวใจของเราเอง
ที่หัวใจของเราเศร้าหมอง เพราะเราปล่อยให้ความเศร้าหมองมาอาศัยอยู่กับเรา
ที่หัวใจของเรารุ่มร้อน เพราะเราปล่อยให้ความเกลียดชัง เคียดแค้นมาสุมอยู่ในใจ
ที่หัวใจของเรายังโหยหาความรัก เพราะเราใส่ความคิดถึง และความหวังเอาไว้ในหัวใจ จนแน่นเกินไป
ถ้าความรักที่เปลี่ยนสภาพไปแล้ว ไม่ได้ต่างอะไรไปจากสสารที่ต้องการที่อยู่
ถ้าเรายังทำใจปล่อยความรักนั้นไปไม่ได้
ก็จงเปลี่ยนความรักนั้น ให้กลายเป็นความรู้สึกดีๆ
ถ้าความรักนั้นเคยทำให้เรามีความสุข
แม้ว่าวันนี้ความรักไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่เห็นต้องยอมให้มันมาทำให้เรามีความทุกข์เลย
ถ้าความรัก กลายเป็นความทุกข์
เราคงมีสภาพไม่ต่างอะไร ไปจากคนที่ต้องแบก "ความทุกข์" ไปกับเราทุกที่
ความทุกข์ ที่มีสภาพเหมือน “ของแข็ง” ถ้ามันหนักเกินไป
มันก็มีแต่จะทำให้เราอึดอัด และรู้สึกเหมือนต้องแบกรับอะไรอยู่ตลอดเวลา
ถ้าความรักนั้นยังไม่ไปไหน
ทำไมไม่ลองเปลี่ยนให้มันกลายมาเป็น “อากาศ” เบาๆ
ที่แม้ว่ามันจะยังอยู่กับเรา แต่เราก็ยังมีอิสระที่จะใช้ชีวิต
มีความสุขในแบบเดิมๆของเรา โดยที่เรายังพกพาเอาความรัก
ที่กลายเป็นอดีต และความทรงจำดีๆไปกับเราได้ทุกที่
และ “น้ำตา” ก็เหมือนกับของเหลวนั่นแหละ
วันนี้เราอาจจะร้องไห้ เสียน้ำตามากมาย
แต่อย่าคิดว่าน้ำตาจะอยู่กับเราตลอดไป
เพราะวันหนึ่ง น้ำตา จะค่อยๆระเหย หายไปเองพร้อมๆกับความทุกข์
ความรักคือความรู้สึกดีๆ
ถ้าวันหนึ่งมันจะต้องมีอันเปลี่ยนแปลงไป
ก็ขอให้มันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไรที่ดีๆ
เพราะความรักเหมือนสสาร มันต้องการที่อยู่
และถ้าวันนี้มันยังอยู่กับเรา
ให้มันอยู่กับเรา ในสภาพที่ดี ที่จะทำให้เรา ยังมีความสุข และยิ้มได้เมื่อนึกถึงมัน