อยากได้คำแนะนำครับ

สวัสดีครับ
           ผมได้นำรถยนต์กระบะฟอร์ด ซึ่งปกติเข้า 0 เช็คระยะมาเกือบตลอด
ไม่เคยมีปัญหาดับ ๆ ติด ๆ   แม้แต่ครั้งเดียว
มีแค่ครั้งเดียวที่ไม่นำรถเข้า 0 แต่นำรถไปเข้าอู่คนที่สนิทกันแถวบ้าน
เพื่อเปลี่ยนชุดคลัทและฟรายวีล เนื่องจากประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 0
ซึ่งระยะเวลาก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว

        แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้เดินทางไกลไปช่วยงานต่างจังหวัด หลายวัน ที่อ่างทอง
รถได้วิ่งเกินระยะที่ทาง 0 ติดสติ๊กเกอร์ไว้ ให้ถ่ายน้ำมันเครื่อง ไปหลักพันสองพันกว่ากิโล
คิดว่า ควรจะถ่ายน้ำมันเครื่องก่อนเดินทางกลับ  จึงนำรถเข้าอู่นาย ก.  เพื่อถ่ายน้ำมันเครื่อง  

        ที่ทำงานที่ผมไปช่วยงานอยู่ไม่ไกลจากอู่นาย ก.
ผมจึงได้ พูดคุยเรื่องอาการที่เคยนำ รถไปเปลี่ยนชุดคลัทและฟรายวีลกับอู่ที่สนิทกัน
เมื่อนำมาใช้งาน ออกตัวเกียร์ 1  ปล่อยคลัทรถจะสั่นเป็นบางครั้ง
อู่ที่สนิทกัน ก็บอกว่า ลองใช้ ๆ ก่อนให้มันเข้าที่

        ทางด้านอู่นาย ก. บอกว่าต้องถอดชุดคลัทมาเจีย ถามย้ำ ๆ เขาก็บอกชัวร์
ทำแล้วหายแน่นอนเคยทำมาหลายคัน ผมจึงถามราคาประเมิน
อู่นาย ก. บอกว่า มีค่าแรง 1000 ค่าเจียร์ ไม่กี่ร้อย ผมจึงโอเค
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ รถจะได้หมดปัญหา

         ผ่านไป ไม่กี่ชั่วโมงอู่นาย ก. โทรมาให้ไปหา ผลคือลูกน้อง นาย ก.
ใช้ลิฟท์ยกรถยกขึ้นและแกะชุดคลัทออกมาดู
ช่างบอกทุกอย่างดีหมดไม่มีอะไรเสีย
ไม่รู้จะทำอะไรได้ เลยคิดค่ารื้อรถผม 1000 และประกอบกลับเข้าที่ดังเดิม  
(สมควรไหมที่ผมต้องจ่าย)

         เมื่อนำรถลงจากลิฟท์ รถสตาร์ทไม่ติด ผมคิดในใจว่าคงเรื่องเล็ก   
ช่างเอารถขึ้นลิฟท์ยกขึ้นจับตรงสายไฟ ขยับถอดสักพัก ติดแล้ว
ผมจึงจะขับกลับที่ทำงาน แต่ ออกมาได้แค่ไม่กี่ร้อยเมตร
รถมีอาการวูบจะดับจึงเหยียบคลัทและติดเองในฉับพลันงงมาก
คิดในใจว่า น้ำมันยังไม่ลงหรือเปล่า และอาการก็ปกติดีจนกระทั่ง
เช้าวันที่จะเดินทางกลับ พอเอารถออกจากที่พัก

         รถดับหน้ารีสอร์ท สตาร์ทไม่ติดอีกเลย โทรตามช่างรออยู่เกือบชั่วโมง
ช่างมามุดใต้ท้องรถจับแถว ๆ สายไฟ ผลคือติดแล้ว
พอขับไปกลางถนนดับกลางถนนเลยกำลังจะเปลี่ยนเลน
รีบบีบแตรเรียกช่าง ที่กำลังจะบึ่งจักรยานยนต์กลับอู่ให้รีบมาช่วย
ก็มามุดใต้รถจับสายไฟที่เดิม ติดอีกแล้ว ช่างบอกไปเช็คที่อู่ดีกว่า
สายอาจจะหลวม เลยขับไปเสียวไป พอไปถึง อู่ คราวนี้ติด ๆ ดับ ๆ กันแบบถี่ ๆ

              ช่างถึงกับหน้าถอดสี ตัดสายไฟปะติดปะต่อกันหมดแทบทุกเส้น
ไม่ได้หายไปเลยอาการติด ๆ ดับ ๆ จนสุดท้ายหมดหนทาง
เจ้าของอู่นาย ก. จึงโทรตามช่างไฟ เมื่อมาถึง ไล่สายไฟอย่างชำนิชำนาญ
ช่างไฟบอกไอ้ที่ตัด ๆ ไปน่ะไม่เกี่ยวเลยมันแค่ไปพาดรั้งสายเซนเซอร์จุดระเบิด
ขาดใน หรือแตกตรงขั้ว ก็ไม่ทราบ แต่พอช่างไฟ
จับแล้วติดละแล้วดับเป็นอย่างนี้ได้ทุกครั้งไปจึง ชัวร์ว่าขาดใน
ผมนี่รู้เลยว่าช่างอู่นี้ทำของผมเสียหายแน่นอน เพราะรถผมขับมาไกล ๆ
เป็นสิบปีแล้วไม่เคยมีปัญหาอะไรแบบนี้เลย
ขับมาถึงอู่ก็ยังปกติพอรื้อแล้วเอารถลงจากลิฟท์เท่านั้นแหละ
เป็นเรื่อง มันจะเกิดจากที่ไหน

เนื่องจากผมก็เงินใกล้หมด มีอีกไม่กี่ร้อย ช่างไฟบอกต้องเปลี่ยนสายเส้นนี้
ช่างมี 2 คน คนแรกเงียบ คนที่สองมาบอกผมเบา ๆ ว่า
ผมเคยทำของลูกค้าแตก ราคาราว ๆ 2 พัน  
และเจ้าของอู่ทำหน้าตาแบบไม่รับผิดชอบอะไรเลย ผมเลยต้องขอความเห็นใจ
ว่าตั้งใจจะเดินทางกลับวันนี้แล้ว เงินก็มีแค่พอกินกับเติมน้ำมันรถ
ขอยืมเงินซื้ออุปกรณ์ตัวดังกล่าวก่อนได้ไหม เด็วผมใช้หนี้ให้
และผมก็พยายามจะพูดกับช่างไฟเรื่องนี้แค่สองต่อสองเพราะระหว่างทีช่างไฟมาทำให้นั้น
เจ้าของอู่หายไปนั่งข้างในและช่างคนอื่นไปรุมทำรถอีกคัน

มาที่ช่างไฟทีแรกบอกว่าใช่ครับสายเซนเซอร์ตัวนี้ถ้าเปลี่ยนหายเลย
เพราะสายมันเหมือนขาดในช่างไฟพยายามปอกสายเพื่อจะต่อแต่มันหนาและแข็งมาก
จึงเลิกปอกและผมก็ระบายให้ช่างไฟฟังว่ารถผมไม่เคยมีปัญหาอะไรแบบนี้นะขับมาดี ๆ
เข้า 0 ตลอดมีแค่ครั้งเดียวและครั้งนี้ครั้งที่ 2
ผมว่าทางอู่นี้ทำของผมพังแน่นอน ตอนยกพวกชุดคลัทอะไรขึ้น ๆ ลง ๆ
มันต้องไปกระแทกหรือรั้งจนเซนเซอร์เสียหาย
ขนาดช่าง คนที่ 2 ยังบอกเคยทำของลูกค้าพังเลย  

จากนั้นผมขอยืมเงินจาก เมียเจ้าของอู่ 1000 บาท
เพราะดูท่าคงไม่รับผิดชอบ ผมจึงยืมแทน
และนั่งจักรยานยนต์รับจ้างไปตามหาซื้อสายที่ว่า ทั่วอ่างทองไม่มีขายเลย
จนนั่งมอไซค์รับจ้างคันที่ 2 ไป สุพรรณบุรีจนเจอสายดังกล่าว
ที่ 0 มาสด้า ในราคา 1800 กว่า ยืมเงินจักรยานยนต์รับจ้างจ่ายส่วนที่ไม่พอ
และพอกลับไปที่อู่ เพื่อนำสายนี้ไปใส่ ก็ขอยืมเพิ่มอีก
สองสามร้อยเพื่อจ่ายค่าจักรยานรับจ้างและที่ยืมเขามาซื้อสายเซนเซอร์
ส่วนช่างไฟ กลับเปลี่ยนคำพูดไปว่า สายนี้มันเสื่อมสภาพเสียหายเองได้ตามระยะการใช้งาน

คราวนี้เมียเจ้าของอู่ ก็ออกมาพูด ๆๆๆ อ้างว่ารถผมสิบปีแล้ว
(รถผมวิ่งแค่ 150000 กว่ากิโลเองครับ สิบปี เครื่องแน่นมาก
สภาพภายในภายนอกดีหมดซื้อมาเป็นรถป้ายแดงออก 0 ไม่เคยบรรทุกหนักใช้มือเดียว)  
เมียเจ้าของอู่พยายามให้ผมรับฟังและรับรองคำพูดของช่างไฟ
ว่าได้ยินแล้วนะว่ามันพังเองตามอายุการใช้งาน ส่วนเฮียไม่ออกมาคุยกับผมเลย

ผมทั้งเหนื่อยและรีบจะกลับบ้านเลย อืม ๆ อือ ๆ ครับ
เด็วผมเอาเงินคืนให้ เมียเจ้าของอู่ขอยึด สติ๊กเกอร์ป้ายวงกลม และประกันพรบ ผมไว้

และผมก็กลับมาคิดว่าควรจะโอนเงินไปคืนเขาดีไหม
สรุปทั้งหมด แค่ 2 พันบาท แต่ถ้าผมยอม
ผมรู้สึกเหมือนมันไม่ถูกต้องหรือเปล่าที่จะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
หรือควรจะให้เรื่องจบ  ๆ ไปทั้ง ๆ ที่มันไม่ถูกต้องครับ

ขอคำแนะนำด้วยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่