…ผมไม่ใช่ลูกทักษิณ ทักษิณไม่ใช่พ่อผม แต่จะบอกอะไรให้นะ???...

กระทู้คำถาม
เห็นพวกสลิ่มหลายคน พูดจาด่าว่า ดูถูกดูแคลนทักษิณ ทำอย่างกับว่าตนเองดีกว่า เก่งกว่า เหนือกว่าทักษิณไปซะทุกด้าน ทำราวกับว่าทักษิณนี่ กระจอก งอกง่อย ไร้การศึกษา โง่ ..ว่างั้น

ผมไม่ใช่ลูกทักษิณหรอกครับ แต่จะเอาข้อมูลมาบอกให้ว่าทักษิณน่ะ ไม่เป็นรองใครในทุกด้าน ทั้งการศึกษา หน้าที่การงาน ประสบการณ์ บทบาททางสังคม เกียรติยศ ชื่อเสียง วิสัยทัศน์ ตั้งแต่ก่อนจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เขาเป็นมาอย่างไร..นี่ไง อย่างย่อ !

หัดอ่านซะบ้าง จะได้รู้จักทักษิณ แต่มันยาวนะ..พยายามหน่อย !

การศึกษา
-    เป็นเด็กวัดอยู่พระ
-    จบประถมจากโรงเรียนวัด  
-    จบมัธยมจากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย  
-    จบอุดมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 10 (พ.ศ. 2512)
-    จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 26 (พ.ศ. 2516) (สอบได้คะแนนเป็นที่หนึ่งของรุ่น)
-    จบปริญญาโท สาขากระบวนการยุติธรรม ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเคนทักกี สำเร็จการศึกษาใน พ.ศ. 2518 (ทุน ก.พ.)
-    จบปริญญาเอก ในสาขาเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยแซมฮุสตัน มลรัฐเท็กซัส อเมริกา  เมื่อ พ.ศ. 2521
-    ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2537
-    ได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ แห่งมหาวิทยาลัยทากุโชกุ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2550

หน้าที่การงาน
-    อาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2519
-    รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง (พ.ศ. 2519)
-    หัวหน้าแผนก 6 กองวิจัย และวางแผนกรมตำรวจ (พ.ศ. 2522)
-    อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล (พ.ศ. 2522)
-    รองผู้อำนวยการศูนย์ประมวลข่าวสารกรมตำรวจ (พ.ศ. 2523)
-    รองผู้กำกับการศูนย์ประมวลข่าวสารกรมตำรวจ (พ.ศ. 2524)
-    ยศสุดท้าย “พันตำรวจโท” และลาออกจากราชการเมื่อ 2530

ประสบการณ์การทำงานตั้งแต่เด็ก-ก่อนเข้าสู่การเมือง
-    ขายกาแฟและขายโอเลี้ยง
-    เด็กตัดส้ม แพ็คลงเข่ง
-    เด็กขายกล้วยไม้
-    ผู้จัดการโรงภาพยนตร์
-    หาเสียงนอกเวลาเรียนและแจกใบปลิวหาเสียง(ให้พ่อ)
-    ไปรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน(แทนพ่อ)
-    เด็กส่งหนังสือพิมพ์
-    เด็กเสิร์ฟ และแคชเชียร์
-    พนักงานร้านเคนตั๊กกี้
-    ผู้ช่วยบริกรในภัตตาคารหรู(อเมริกา)
-    เจ้าของร้านค้าผ้าไหม พ.ชินวัตร (เจ๊ง)
-    ??? (เจ๊ง)
-    ??? (เจ๊ง)
-    ??? (เจ๊ง)
-    เจ้าของกิจการภาพยนตร์(ซื้อลิขสิทธิ์หนัง-เดินสายฉายหนังทั่วประเทศ) (เจ๊ง)
-    เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียม(เจ๊ง)
-    เจ้าของบริษัทให้เช่าเครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อ ICSI
-    เจ้าของบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์และชินคอร์ปอเรชั่น
-    บริษัทชินวัตร
-    บริษัทชินวัตรเทเลคอม
-    บริษัทชินวัตรเพเจอร์/ PHONELINK
-    บริษัท IBC (ทำโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวีแห่งแรก)
-    เจ้าของบริษัทแปซิฟิคเทเลคอม
-    บริษัทชินวัตรเทเลคอมกรุ๊ป
-    บริษัทชินวัตรดิจิตอลเทเลคอม(โทรศัพท์เคลื่อนที่ CELLULAR 900)
-    ประธานกรรมการ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
-    ประธานกรรมการ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (พ.ศ. 2533)

บทบาททางสังคม
-    ริเริ่มแนวความคิดพัฒนาการสื่อสารไทยในยุคแรก โดยการส่งดาวเทียมสื่อสาร ให้กำเนิดดาวเทียม “ไทยคม”
-    ก่อตั้งมูลนิธิไทยคม เพื่อสนับสนุนการศึกษาผ่านดาวเทียม ปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบมาเป็น สนับสนุนการศึกษาของเยาวชนในหลายรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กชนบทผู้ยากไร้ มีโอกาสเรียนต่อในท้องถิ่น
-    เป็นกรรมการอำนวยการ สถาบันเอเชียศึกษา ปี พ.ศ. 2538 - ปัจจุบัน
-    เป็นกรรมการสภาที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
-    เป็นกรรมการอำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร SIIT มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (พ.ศ. 2543)
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
-    กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-    ประธานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
-    ประธานกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (พ.ศ. 2545)
-    ประธานมูลนิธิไทยคม (พ.ศ. 2536) - ปัจจุบัน
-    นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 - 19 กันยายน พ.ศ. 2549)
-    นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย
-    ประธานสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี ปี ค.ศ. 2008

เกียรติยศและรางวัลที่ได้รับ
-    รางวัลเกียรติยศจักรดาว ด้านพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งได้รับเป็นคนแรก จากคณะกรรมการมูลนิธิโรงเรียนเตรียมทหาร (พ.ศ. 2534)  
-    ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ในบุคคล 50 คน ซึ่งมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก ของ นิตยสารไทม์ (พ.ศ. 2538)
-    รางวัล 1992 Asean Business Man of the Year โดย Asean Institute ประเทศ อินโดนีเซีย (พ.ศ. 2535)
-    1 ใน 3 คนไทยดีเด่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างประเทศไทย และฟิลิปปินส์ จากสถานทูตฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย (พ.ศ. 2538)
-    บุคคลดีเด่นผู้พัฒนาโทรคมนาคม เพื่อสังคมของประเทศไทย ประจำปี 2536 จากสมาคมโทรคมนาคม แห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2537)
-    1 ใน 12 นักธุรกิจผู้นำของเอเชีย ได้รับยกย่องจากหนังสือพิมพ์ Singapore Business Times (พ.ศ. 2537)
-    รางวัล Outstanding Criminal Justice Alumnus Awards จาก Criminal Justice Center, มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท สหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2539)
-    รางวัล Distinguished Alumni Award จากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตท (5 ตุลาคม พ.ศ. 2539)
-    Asian CEO of the Year จาก นิตยสาร Financial World (พ.ศ. 2537)
-    รับพระราชทาน ปริญญาวารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2537)
-    ทุน Lee Kuan Yew Exchange Fellowship จากประเทศสิงคโปร์ คนไทยคนแรก และเป็นบุคคลที่ 3 ในเอเชีย ที่ได้รับทุน (พ.ศ. 2537)
-    1992 Asean Business Man of the Year" จาก Asean Institute ประเทศอินโดนีเซีย (พ.ศ. 2535)
-    รางวัล โลซินเซีย แอปพลิเคชัน อวอร์ด จากองค์การภาพยนตร์ โมชั่น พิคเจอร์แอปพลิเคชัน (พ.ศ. 2546)
-    รางวัล International Forgiveness Award 2004 ซึ่งมอบให้แก่บุคคลที่มีความพยายามมุ่งไปสู่สันติภาพ และสร้างความเป็นเอกภาพ ซึ่งมีบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้มาแล้ว ได้แก่สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2, พระคาร์ดินัล Vinko Puljic และนาย Sergio Vieira De Mello ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

อิสริยาภรณ์
ประเทศไทย
-    พ.ศ. 2538-  เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)  
-    พ.ศ. 2539-  เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก  
-    พ.ศ. 2544-  เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.)  
-    พ.ศ. 2545-  เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ฝ่ายหน้า (ท.จ.ว.) กรณีพิเศษ
ต่างประเทศ
-    ค.ศ. 2001 -  เครื่องราชอิสริยาภรณ์สหไมตรี ชั้นมหาสิริวุธา (ชั้นสูงสุด) จากกัมพูชา
-    ค.ศ. 2002 - เครื่องราชอิสริยาภรณ์อะหมัด อัล ฟาติห์ สูงสุดลำดับที่ 2 จากบาห์เรน
-    ค.ศ. 2002 -  เครื่องราชอิสริยาภรณ์เนการา บรูไน ยัง อมัต บาฮาเจีย ชั้นสูงสุด จากบรูไน
-    ค.ศ. 2003 -  เครื่องราชอิสริยาภรณ์นอร์ดสท์ยาร์นีออร์เด็น ชั้นสูงสุด จากสวีเดน
-    ค.ศ. 2004 -  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ออเรนจ์-นัสเซา ชั้นสูงสุด จากเนเธอร์แลนด์

นี่คือประวัติอย่างย่อของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกพวกสลิ่มโลว์คลาสทั้งหลาย ดูถูกดูแคลน กล่าวหาว่าโกงชาติ ทำร้ายชาติ ใส่ร้ายเขาต่างๆนานา โดยไม่ได้ดูภูมิหลังความเป็นมาของเขาว่าทักษิณนั้นสุดยอดแค่ไหน..ไม่เจียมบอดี้

ช่างดูถูก ชนิดไม่ดูสาระรูปตัวเองว่าอยู่ในไฟรั่มไหน ถ้าทักษิณไม่ได้เป็นนายกฯ ป่านนี้เขาก็นอนตีพุงกระดิกเท้าสบายๆ เหมือนเจ้าสัวธนินทร์แห่งเครือซีพี วันเกิดเขาก็คงมีคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองเอากระเช้าไปมอบกันไม่วาดไม่ไหว..ไม่มีที่เก็บ

แต่เขาสละความสุขและชีวิตส่วนตัว อาสามาพัฒนาประเทศ หวังให้เจริญก้าวหน้า อยากจะทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปาก เพราะเขารู้สึกได้ถึงยากแค้นของคนจน ที่เขาเองก็ได้รับความยากแค้นนั้นมาตั้งแต่เล็กๆ การเข้าไม่ถึงโอกาส ..จึงอยากช่วย

ถ้าเปรียบเป็นนักมวย ทักษิณผ่านศึกเหนือเสือใต้มามากมาย  เพราะชกมวยมาตั้งแต่เล็ก ๆ บาดเจ็บ บอบช้ำ หน้าบวม ปากเจ่อ กรามหัก ซี่โครงเดาะ จนทำให้แข็งแกร่ง เพราะสั่งสมประสบการณ์ความพ่ายแพ้มามาก จนวันหนึ่ง สามารถพลิกความพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะ..อย่างสง่างาม

เล่าให้ฟังนะ ตอนทักษิณลงการเมือง  มีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้) คอยเที่ยวตำหนิ ติเตียน ดูถูกดูหมิ่นทักษิณสารพัด ด่าทุกอย่างที่ทักษิณทำ ด่าทักษิณในสิ่งที่ตัวพวกมันเองก็ไม่เคยทำได้  แต่มันก็เลียนแบบ เอาทุกอย่างที่ด่าทักษิณไปทำทั้งหมดเมื่อเป็นรัฐบาล   มันด่ามาตลอด ด่าเช้าด่าเย็น ด่าแล้วด่าอีก ด่าจนชาวบ้านไม่เลือก ด่าจนแพ้เลือกตั้ง..ไม่รู้พรรคไหน ???
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่