แล้วมันจะแปลกมากมั้ย
แปลกมั้ยนะ...กับการที่ผู้หญิงคนนึง ที่ผู้คนรอบข้างและเพื่อนสนิทบอกว่าแสนจะเย็นชา ...จะปิดกั้นตัวเองจาก "ความรัก"
...เรื่องของเรื่องก็คือ... >> เราคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้าที่เราจะคบกัน เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน
เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทเราอีกที >> เขาเป็นพวกนิสัยชอบพูดกวน..(ส้น) มากกกกก ที่ ร.ร. เขาค่อยข้างจะป๊อป เป็นนักกีฬาบาสของ ร.ร. แถมมีทีมเต้นบีบอยด้วยอ่ะ
ที่น่าอิจฉาสุดคือเขาขาวมากกกกก หน้านี่ใสกิ๊ก. ขนาดเราว่าเราขาวแล้วนะ เทียบกันนี่มีหมองๆ 55 >> ใช่ประเด็นป่ะ ?
เอ้า..เข้าเรื่องๆ...อยู่ๆวันนึงก็มีเบอร์แปลกโทรมาหาเรา เราก็ไม่รู้นะว่าเขาเอาเบอร์เรามาจากไหนนะ ?
(รู้มั้ย เขาบอกเราว่าเอามาจากถุงกล้วยแขก....กวนส้นชะมัด) หลังจากวันนั้นเขาก็โทรมาเล่าโน่นเล่านี่ให้เราฟังทุกวัน คุยกันมาเกือบ 2 ปี เราก็คบกัน
ก็มีเจอกันบ้าง ไปเที่ยวกันบ้าง จากนั้นมาเราก็เจอกันบ่อยขึ้น ลืมบอก..เราอยู่คนละโรงเรียนนะ จนขึ้น ม.ปลาย เราเรียน ร.ร. เดียวกัน
แต่เราเรียนคนละสายกันนะ เราเรียนวิทย์ – คณิต ส่วนแฟนเราก็เรียน ศิลป์ – ภาษาญี่ปุ่น นานๆกินข้าวเที่ยงด้วยกันทีนึง แต่ถ้าวันไหนเราเลิกเรียนช้า เขาก็จะไปส่งที่บ้าน
เขาก็ยังมีแฟนคลับพวกรุ่นน้องเยอะเหมือนกัน แข่งบาสทีนี่สาวกรี๊ดเชียว แถมขึ้น ม.ปลายมา เขาก็เป็นคทากร ร.ร. ด้วยนะ
สาวๆ ร.ร. อื่น ก็ตามมาอีกกกกกกก ..... เยอะไปไหน ??? แต่เราก็ไม่ได้อะไรนะ บอกแค่ว่า อย่าให้ผู้หญิงพวกนั้นมายุ่งกับเราแล้วกัน
#นิสัยเราเองค่อยข้างจะโลกส่วนตัวสูง เย็นชา ไม่ค่อยสนใจใคร (มีคนบอกมาว่าอย่างนี้นะ) ซึ่งเราเองก็ยอมรับแหละว่าเราค่อนข้างจะโลกส่วนตัวสูงเอาการอยู่
จนมาถึงวันที่ทุกอย่างต้องจบลง ตอนนั้นเราเรียนมหาลัย กำลังจะขึ้น ปี 2 ก็มีสาวปริศนามาแอดเฟสบุ๊คเรา แล้วนางก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง
ว่านางคบกับแฟนเราอยู่ เอาข้อมูลที่คุยกันกับแฟนเราให้เราอ่าน ซึ่งเนื้อหาที่อ่านดูแล้วเราถึงกับชาไปทั้งใจเลย เค้าบอกกับผู้หญิงคนนั้นว่าเราเป็นแค่ “เพื่อนกัน” แล้วบอกว่ารักผู้หญิงคนนั้น
...เราก็เลยส่งแชทที่คุยกับผู้หญิงคนนั้นให้เขาดู เราถามว่าหมายความว่าไง เขาก็เงียบ....ทำให้เรารู้เลยว่าที่เขาเงียบเพราะมันเป็นเรื่องจริง
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เราร้องไห้
เราก็เลยถามไปว่าทำไมทำแบบนี้ เหตุผลที่เขาบอกเรา คือ
"เราไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลเขา ไม่มีเวลาให้เขาเลย เขาก็เลยต้องหาคนที่ดูแลใส่ใจเขาได้"
จบคำนั้นแหละ น้ำตาที่นี่ไหลไม่หยุดเลย ...สุดท้ายเราก็บอกเขาไปว่า “เราก็ขอให้คนคนนั้นรักและดูแลเอาใจใส่เขาให้มากกว่าที่เรารัก”
จากนั้นเราก็บล็อคช่องทางการติดต่อกับเขาทุกอย่าง จนปิดเทอมมั้ง ตอนนั้นเรากลับบ้าน เขาก็มาหาเราที่บ้าน เขาคุกเข่าลงกับพื้น แล้วก็จับมือเราไว้
พร้อมพูดขอโทษ และขอโอกาสให้เขาอักสักครั้ง เรานี่อึ้งอยู่เลย รีบบอกให้ลุกขึ้น(แต่เขาก็..นั่นแหละ ไม่ได้ลุกหรอก ) ตอนนั้นเราเห็นเขาร้องไห้ด้วย พอเห็นน้ำตาเขาแล้วเราก็รู้สึกไม่ดีนะ(แพ้น้ำตาผู้ชายยยยย) แต่ก็ถามไปแค่คำถามเดียว ว่า
“
ตอนนั้นทำไมไม่คิดก่อนที่จะทำมันลงไป มาขอโอกาสตอนนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา จะเอาอะไรมารับประกันว่าจะไม่ทำมันอีก ....คนเราถ้าหมดรักกัน มันก็ยังมองหน้ากันได้นะ แต่ถ้าหมดศรัทธาเมื่อไหร่ แม้แต่หน้ากันก็ไม่อยากจะมอง”
แล้วเราก็เดินเข้าบ้านเลย พอตอนเช้าวันต่อมาเขาก็มาหาเราที่บ้านอีก ก็มาขอโทษและก็เล่าความผิดให้ฟัง (น่าจะเรียกว่าสารภาพผิดมากกว่า)
ไอ้เราก็ใจอ่อนค่ะ ให้โอกาส (หรือว่าโง่งมงายมากก็ไม่รู้) แรกๆเขาก็ดีนะ
แต่มันก็ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ เกิดแดจาวูอีกแล้วค่ะ เหมือนครั้งแรกเลย ผู้หญิงอีกแล้ววววววววววววว
มาคราวนี่เราไม่ได้ร้องไห้นะ เราก็โทรหาเขาแหละ และก็บอกเขาไปด้วยความรู้สึกที่มีในตอนนั้นเลย ว่า
“เค้าได้โกรธตัวเองนะ เค้าผิดเองที่เป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่อง เค้ารู้ว่าเค้าไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยใส่ใจดูแลเหมือนแฟนคนอื่นๆ แค่เค้าก็ทำได้แค่นี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเขาดูแลตัวเองได้ดีกว่าเค้า ก็ขอให้เขาคนนั้นอย่าเป็นเหมือนเค้านะ ขอให้เขารักตัวเองมากๆ ดูแลตัวเองดีๆ เค้าเดินร่วมทางกับตัวเองได้แค่นี้ เค้าขออโหสิกรรมให้ตัวเองนะ ตัวเองก็อโหสิกรรมให้เค้าด้วย"
พูดจบเราก็ได้ยินเสียงเขาร้องไห้ เราก็วางสายเลย รอบนี้เราไม่บล็อกอะไรเลย ปล่อยทุกสิ่งอย่าง เราหมดศรัทธากับคนคนนี้แล้วจริงๆ
แล้วมันจะแปลกมากมั้ย...กับการที่เราคบกันและผูกพันกันมาเกือบ 7 ปี แล้ววันนึงพอเราเลิกลากันไป เขาเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นได้
แต่ทำไมตัวเราทำไม่ได้สักที ทั้งๆที่เลิกกันมาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากมาก กับการที่เราจะคบกับใครสักคน ไม่รู้จะทำตัวยังไง
จนคนที่เข้ามาจีบ เขาท้อไปตามๆกัน บางทีเราเองรู้สึกอึกอัดใจกับการที่คุยกับใครสักคน ความรู้สึกมันบอกไม่ใช่ บางทีก็เคยคิดอยากจะเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นตั้งหลายครั้ง
แต่ก็ลืมไปเลยว่าถ้าจะจีบ ต้องเริ่มต้นจีบยังไง...หรือว่าเราจะหมดศรัทธากับความรักไปแล้วจริงๆ หรือเรายังไม่เจอคนที่จะมาทะลายกำแพงที่เราสร้างขึ้นมาก็ไม่รู้ หรือเราแปลกประหลาด
#ใครเคยมีประสบการณ์ หรือเป็นแบบเราบ้างไหม ?? เราไม่ได้แปลกประหลาดใช่มั้ย ?? 
หรือว่าเราจะหมดศรัทธากับความรักไปแล้วจริงๆ
แปลกมั้ยนะ...กับการที่ผู้หญิงคนนึง ที่ผู้คนรอบข้างและเพื่อนสนิทบอกว่าแสนจะเย็นชา ...จะปิดกั้นตัวเองจาก "ความรัก"
...เรื่องของเรื่องก็คือ... >> เราคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้าที่เราจะคบกัน เราเป็นเพื่อนกันมาก่อน
เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนสนิทเราอีกที >> เขาเป็นพวกนิสัยชอบพูดกวน..(ส้น) มากกกกก ที่ ร.ร. เขาค่อยข้างจะป๊อป เป็นนักกีฬาบาสของ ร.ร. แถมมีทีมเต้นบีบอยด้วยอ่ะ
ที่น่าอิจฉาสุดคือเขาขาวมากกกกก หน้านี่ใสกิ๊ก. ขนาดเราว่าเราขาวแล้วนะ เทียบกันนี่มีหมองๆ 55 >> ใช่ประเด็นป่ะ ?
เอ้า..เข้าเรื่องๆ...อยู่ๆวันนึงก็มีเบอร์แปลกโทรมาหาเรา เราก็ไม่รู้นะว่าเขาเอาเบอร์เรามาจากไหนนะ ?
(รู้มั้ย เขาบอกเราว่าเอามาจากถุงกล้วยแขก....กวนส้นชะมัด) หลังจากวันนั้นเขาก็โทรมาเล่าโน่นเล่านี่ให้เราฟังทุกวัน คุยกันมาเกือบ 2 ปี เราก็คบกัน
ก็มีเจอกันบ้าง ไปเที่ยวกันบ้าง จากนั้นมาเราก็เจอกันบ่อยขึ้น ลืมบอก..เราอยู่คนละโรงเรียนนะ จนขึ้น ม.ปลาย เราเรียน ร.ร. เดียวกัน
แต่เราเรียนคนละสายกันนะ เราเรียนวิทย์ – คณิต ส่วนแฟนเราก็เรียน ศิลป์ – ภาษาญี่ปุ่น นานๆกินข้าวเที่ยงด้วยกันทีนึง แต่ถ้าวันไหนเราเลิกเรียนช้า เขาก็จะไปส่งที่บ้าน
เขาก็ยังมีแฟนคลับพวกรุ่นน้องเยอะเหมือนกัน แข่งบาสทีนี่สาวกรี๊ดเชียว แถมขึ้น ม.ปลายมา เขาก็เป็นคทากร ร.ร. ด้วยนะ
สาวๆ ร.ร. อื่น ก็ตามมาอีกกกกกกก ..... เยอะไปไหน ??? แต่เราก็ไม่ได้อะไรนะ บอกแค่ว่า อย่าให้ผู้หญิงพวกนั้นมายุ่งกับเราแล้วกัน
#นิสัยเราเองค่อยข้างจะโลกส่วนตัวสูง เย็นชา ไม่ค่อยสนใจใคร (มีคนบอกมาว่าอย่างนี้นะ) ซึ่งเราเองก็ยอมรับแหละว่าเราค่อนข้างจะโลกส่วนตัวสูงเอาการอยู่
จนมาถึงวันที่ทุกอย่างต้องจบลง ตอนนั้นเราเรียนมหาลัย กำลังจะขึ้น ปี 2 ก็มีสาวปริศนามาแอดเฟสบุ๊คเรา แล้วนางก็เล่าเรื่องราวให้ฟัง
ว่านางคบกับแฟนเราอยู่ เอาข้อมูลที่คุยกันกับแฟนเราให้เราอ่าน ซึ่งเนื้อหาที่อ่านดูแล้วเราถึงกับชาไปทั้งใจเลย เค้าบอกกับผู้หญิงคนนั้นว่าเราเป็นแค่ “เพื่อนกัน” แล้วบอกว่ารักผู้หญิงคนนั้น
...เราก็เลยส่งแชทที่คุยกับผู้หญิงคนนั้นให้เขาดู เราถามว่าหมายความว่าไง เขาก็เงียบ....ทำให้เรารู้เลยว่าที่เขาเงียบเพราะมันเป็นเรื่องจริง ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เราร้องไห้
เราก็เลยถามไปว่าทำไมทำแบบนี้ เหตุผลที่เขาบอกเรา คือ "เราไม่ใส่ใจ ไม่ดูแลเขา ไม่มีเวลาให้เขาเลย เขาก็เลยต้องหาคนที่ดูแลใส่ใจเขาได้"
จบคำนั้นแหละ น้ำตาที่นี่ไหลไม่หยุดเลย ...สุดท้ายเราก็บอกเขาไปว่า “เราก็ขอให้คนคนนั้นรักและดูแลเอาใจใส่เขาให้มากกว่าที่เรารัก”
จากนั้นเราก็บล็อคช่องทางการติดต่อกับเขาทุกอย่าง จนปิดเทอมมั้ง ตอนนั้นเรากลับบ้าน เขาก็มาหาเราที่บ้าน เขาคุกเข่าลงกับพื้น แล้วก็จับมือเราไว้
พร้อมพูดขอโทษ และขอโอกาสให้เขาอักสักครั้ง เรานี่อึ้งอยู่เลย รีบบอกให้ลุกขึ้น(แต่เขาก็..นั่นแหละ ไม่ได้ลุกหรอก ) ตอนนั้นเราเห็นเขาร้องไห้ด้วย พอเห็นน้ำตาเขาแล้วเราก็รู้สึกไม่ดีนะ(แพ้น้ำตาผู้ชายยยยย) แต่ก็ถามไปแค่คำถามเดียว ว่า
“ตอนนั้นทำไมไม่คิดก่อนที่จะทำมันลงไป มาขอโอกาสตอนนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา จะเอาอะไรมารับประกันว่าจะไม่ทำมันอีก ....คนเราถ้าหมดรักกัน มันก็ยังมองหน้ากันได้นะ แต่ถ้าหมดศรัทธาเมื่อไหร่ แม้แต่หน้ากันก็ไม่อยากจะมอง”
แล้วเราก็เดินเข้าบ้านเลย พอตอนเช้าวันต่อมาเขาก็มาหาเราที่บ้านอีก ก็มาขอโทษและก็เล่าความผิดให้ฟัง (น่าจะเรียกว่าสารภาพผิดมากกว่า)
ไอ้เราก็ใจอ่อนค่ะ ให้โอกาส (หรือว่าโง่งมงายมากก็ไม่รู้) แรกๆเขาก็ดีนะ แต่มันก็ไม่ถึง 6 เดือนด้วยซ้ำ เกิดแดจาวูอีกแล้วค่ะ เหมือนครั้งแรกเลย ผู้หญิงอีกแล้ววววววววววววว
มาคราวนี่เราไม่ได้ร้องไห้นะ เราก็โทรหาเขาแหละ และก็บอกเขาไปด้วยความรู้สึกที่มีในตอนนั้นเลย ว่า “เค้าได้โกรธตัวเองนะ เค้าผิดเองที่เป็นแฟนที่ไม่ได้เรื่อง เค้ารู้ว่าเค้าไม่ค่อยมีเวลา ไม่ค่อยใส่ใจดูแลเหมือนแฟนคนอื่นๆ แค่เค้าก็ทำได้แค่นี้ ถ้าผู้หญิงคนนั้นเขาดูแลตัวเองได้ดีกว่าเค้า ก็ขอให้เขาคนนั้นอย่าเป็นเหมือนเค้านะ ขอให้เขารักตัวเองมากๆ ดูแลตัวเองดีๆ เค้าเดินร่วมทางกับตัวเองได้แค่นี้ เค้าขออโหสิกรรมให้ตัวเองนะ ตัวเองก็อโหสิกรรมให้เค้าด้วย"
พูดจบเราก็ได้ยินเสียงเขาร้องไห้ เราก็วางสายเลย รอบนี้เราไม่บล็อกอะไรเลย ปล่อยทุกสิ่งอย่าง เราหมดศรัทธากับคนคนนี้แล้วจริงๆ
แล้วมันจะแปลกมากมั้ย...กับการที่เราคบกันและผูกพันกันมาเกือบ 7 ปี แล้ววันนึงพอเราเลิกลากันไป เขาเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นได้
แต่ทำไมตัวเราทำไม่ได้สักที ทั้งๆที่เลิกกันมาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากมาก กับการที่เราจะคบกับใครสักคน ไม่รู้จะทำตัวยังไง
จนคนที่เข้ามาจีบ เขาท้อไปตามๆกัน บางทีเราเองรู้สึกอึกอัดใจกับการที่คุยกับใครสักคน ความรู้สึกมันบอกไม่ใช่ บางทีก็เคยคิดอยากจะเริ่มต้นใหม่กับคนอื่นตั้งหลายครั้ง
แต่ก็ลืมไปเลยว่าถ้าจะจีบ ต้องเริ่มต้นจีบยังไง...หรือว่าเราจะหมดศรัทธากับความรักไปแล้วจริงๆ หรือเรายังไม่เจอคนที่จะมาทะลายกำแพงที่เราสร้างขึ้นมาก็ไม่รู้ หรือเราแปลกประหลาด
#ใครเคยมีประสบการณ์ หรือเป็นแบบเราบ้างไหม ?? เราไม่ได้แปลกประหลาดใช่มั้ย ??