NGO ครับความต้องการของคุณจริงๆ คือไม่อยากให้ชาติไทยพัฒนา ใช่ไหมครับ

กระทู้สนทนา
เห็นช่วงนี้มีการประท้วงกันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ในหลายเเรื่องๆ ที่เกี่ยวกับพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงอดข้าวที่คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้า
ที่หน้ากระทรวงการท่องเที่ยวเอย หรือการกล่าวถึงความไม่โปร่งใสของการประมูลการสร้างโรงไฟฟ้า
เรื่องพวกนี้ดูจะหนักหนาในเรื่องดราม่ามากมาย ผมจึงอยากมาบอกว่าปัญหาหลักที่เราทะเลาะกันอยู่นี้อาจจะมาจากคนที่เผยแพร่ข้อมูลผิดๆ
อยู่รึเปล่า..... อ้าวแล้วใครละที่ทำแบบนั้น เปิด Google หาข้อมูลเรื่อง โรงไฟฟ้า กระบี่ อ๋อคุณ NGO เอง

ก่อนไปดูที่มารายได้ของ Ngo  มาดูสิ่งที่พวกเค้าพยามบิดเบือน ก่อนครับ เห็นและเหนื่อยใจจริงๆ




จากข้อมูลที่ผมมีนะครับ กลุ่ม NGO ในประเทศไทย มีมากจริงๆกระจายตัวอยู่คิดเป็น 48.29% ในกรุงเทพ ที่เหลือจะกระจายอยู่ภาคเหนือและอีสาน
และภาคใต้ซึ่งผมได้ไปพบรายงานนึงว่าเอ็นจีโอที่ไม่จดทะเบียน ส่วนใหญ่จะมีค่าใช้จ่ายต่อปีต่อองค์กร 1,239,736 บาท
ขณะที่เอ็นจีโอที่จดทะเบียนในรูปมูลนิธิและสมาคม ที่ส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่ไม่ได้ตื่นตัวและมักเป็นองค์กรที่เหมือนตายแล้ว
พบว่ามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยองค์กรละ 347,164 บาทต่อปี เมื่อรวมทั้งองค์กรที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนเข้าด้วยกัน
จะได้ค่าเฉลี่ยต่อปีต่อองค์กร 382,698 บาท จะพบว่าเอ็นจีโอของไทยมีรายจ่าย 364 ล้านบาท/ปี
แต่ถ้านับเอาเอ็นจีโอทั้งหมด 18,000 องค์กรมาคำนวณจะพบว่า เอ็นจีโอทั้งหมดมีรายจ่าย 6,888 ล้านบาท/ปี
ซึ่งรายงานระบุว่าความน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดและใกล้เคียงข้อเท็จจริงมากที่สุดน่าจะเป็นค่าใช้จ่ายของเอ็นจีโอที่ขจัดความซ้ำซ้อนแล้ว 953 องค์กร

ซึ่งพบว่ารายได้และรายจ่ายนั้นแตกต่างกันมากครับโดยเป็น

-ค่าใช้จ่ายเอ็นจีโอ 364 ล้านบาทต่อปี

-รายได้เอ็นจีโอ 1,835 ล้านบาทต่อปี

ซึ่งความแตกต่างนะครับ ระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา คือ ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีความโปร่งใสมากกว่ามีระบบการบริหารจัดการที่ดี ขณะที่กลุ่มที่กำลังพัฒนายังไม่ค่อยได้มาตรฐานสากล มีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ขาดการบริหารจัดการที่ดี
เปรียบเทียบง่ายๆนะครับอย่างในไทยจะเห็นเลยว่าองค์กรพวกนี้ไม่ค่อยตื่นตัว ไม่ถาวรยั่งยืนและยังขาดแสดงบทบาทของตนไม่ชัดเจน
และยังดูไม่ค่อยน่าเชื่อถืออีกด้วยครับ

รายได้มากมายขนาดนี้ได้มาจากไหน?
ง่ายๆ ครับ ในรายงานสรุปถึงแหล่งที่มาของรายได้ของเอ็นจีโอในประเทศไทย

ในอดีต
มาจากการ บริจาคทั้งในและต่างประเทศประมาณ 90% โดยแบ่งเป็นกว่า 60% มาจากเงินบริจาคจากต่างประเทศ
และน้อยกว่า 40% มาจากเงินบริจาคในประเทศ

ในปัจจุบัน
แหล่งรายได้ของเอ็นจีโอมาจากเงินบริจาคจากในประเทศและต่างประเทศลดลงเหลือ 70% แบ่งเป็นมาจากต่างประเทศและในประเทศในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ส่วนที่เหลือมาจากภาครัฐบาล 20% ส่วนอีก 10% มาจากการคิดค่าธรรมเนียมที่บริการให้แก่เอกชน

อันนี้เป็นรายงานการได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศนะครับ
ความช่วยเหลือที่ประเทศไทยได้รับจากต่างประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1-8 ว่า
ในแผนฯที่ 1 จำนวน 155 ล้านเหรียญหรือประมาณ 3,100 ล้านบาท (20 บาท/เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 2 จำนวน 280 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 5,611 ล้านบาท (20 บาท/เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 3 จำนวน 173 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 3,468 ล้านบาท (20 บาท/ เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 4 จำนวน 504 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 10,087 ล้านบาท (20 บาท/เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 5 จำนวน 842 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 22,085 ล้านบาท (26.2 บาท/เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 6 จำนวน 1,904 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 27,913 ล้านบาท (25.5 บาท/เหรียญสหรัฐ)
แผนฯที่ 7 จำนวน 715 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 18,235 ล้านบาท (25.5 บาท/เหรียญสหรัฐ)
และแผนฯที่ 8 (ช่วงปี 2540-41) จำนวน 218 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 7,822 ล้านบาท (36 บาท/ เหรียญสหรัฐ)
เป็นจำนวนเงินที่มากโขทีเดียว

ใกล้จบแล้วครับ ขอปิดท้ายด้วยเรื่องเอ็นจีโอ ทำงานเกี่ยวข้องกับกลุ่มหลักๆ 10 กลุ่มด้วยกัน คือ
1.กลุ่มวัฒนธรรมและสันทนาการ (15 องค์กร)
2.กลุ่มการศึกษาและวิจัย 52 องค์กร)
3.กลุ่มสาธารณสุข (529 องค์กร)
4.กลุ่มบริการสังคม (182 องค์กร)
5.กลุ่มสิ่งแวดล้อม (168 องค์กร)
6.กลุ่มการพัฒนาและการเคหะ (174 องค์กร)
7.กลุ่มกฎหมายและการเรียกร้องและการเมือง (95 องค์กร)
8.กลุ่มการกุศลและอาสาสมัคร (44 องค์กร)
9.กลุ่มกิจกรรมระหว่างประเทศ (119 องค์กร)
10. กลุ่มศาสนา (34 องค์กร)

ซึ่งจากข้างบนนี้ผมถือว่ากลุ่ม NGO ที่ออกเกี่ยวข้องมาต่อต้านถือว่ามีสัดส่วนจำนวนมากและพบได้ว่าเอ็นจีโอนั้นมีการรับผลประโยชน์เยอะมากนะครับ

ผมอยากใช้พื้นที่นี้เพื่อถามและอยากทราบว่าคุณรับเงินทุนจากประเทศไหนมาขับเคลื่อนในประเทศไทยบ้างครับ?
ทำไมต้องคอยขัดค้านโครงการพัฒนาของรัฐ รวมไปถึงบิดเบือนข้อมูลให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัว เพื่อเป็นเครื่องมือในการต่อรองด้วยครับ?
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่