"สิงคโปร์ 50 ปี" ข้างหน้าที่ท้าทาย
เมืองไทย 25 น
ทวี มีเงิน
ใครไปสิงคโปร์สัปดาห์ที่แล้วคงเห็นว่า คึกคักเป็นพิเศษ คนสิงคโปร์ร่าเริงกับการได้ออกมาช็อปปิ้งเตรียมตัวฉลองวันชาติปีนี้พิเศษตรงที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ในการก่อตั้งประเทศ
ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน วันที่รัฐบาลมาเลเซียไม่ยอมรับสิงคโปร์เป็นส่วนหนึ่ง เป็นวันที่ "ลี กวน ยิว" ต้องเสียน้ำตา เพราะไม่รู้จะนำประเทศไปรอดได้อย่างไร
แต่วันนี้ สิงคโปร์อยู่ระดับ "หัวแถวของโลก" มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
อะไรเป็นปัจจัยที่ผลักให้สิงคโปร์เจริญรุ่งเรืองได้ขนาดนี้
อดีตทูตสหรัฐที่เคยประจำอยู่สิงคโปร์ วิเคราะห์ว่า เป็นเพราะคนสิงคโปร์มีความเป็น "สากล" กล้าแสดงออก กล้าเจรจาต่อรองบนเวทีโลก และให้ความสำคัญเรื่อง "ไอที" รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญมาก
ทุกอย่างต้องดำเนินการด้วยระบบไอที
ตรงนี้ที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีความทันสมัยและก้าวหน้าในเรื่องงานด้านบริการ
แต่อย่าลืมอีกปัจจัยคือ "ระบบการศึกษาเข้มแข็ง" ที่ ลี กวน ยิว วางพื้นฐานไว้โดยเชื่อว่าการศึกษาจะสร้าง "คนเก่ง" เมื่อมีคนเก่งเข้ามาบริหารไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ
ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการศึกษาเข้มแข็งตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย ติดอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับต้นๆ ของโลก
ทั้งหมดคือปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าถามถึงวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์อีก 50 ปีข้างหน้าจะไปทางไหน รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศ
อีก 50 ปีข้างหน้าสิงคโปร์จะเป็น "ผู้นำของโลก" ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน การศึกษา และที่สำคัญจะเป็นผู้นำทางด้าน "จิตวิญญาณ"
ดังที่ "ลี เซียน ลุง" นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เผยกับสื่อฝรั่งว่า "ถ้ามองอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า เรื่องสำคัญที่สุดคือ อัตลักษณ์ความเป็นชาติสิงคโปร์ ก่อนที่เราจะ
ดำเนินนโยบายอะไรหรือให้คนในชาติอยากทำอะไร ประชาชนจะต้องรู้สึกถึง
ความเป็นคนสิงคโปร์ เราต้องอยู่ร่วมกัน และแตกต่างจากคนอื่น เรามีความพิเศษเฉพาะตัวเราเอง สำคัญมากในระยะยาว"
สิงคโปร์มองไปถึง 50 ปีข้างหน้า ...ขณะที่ไทยไม่รู้ตัวเองว่าจะอยู่ตรงไหน
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1439574804
????????????????????????????????????????????????????????????
"....
ความเป็นคนสิงคโปร์ เราต้องอยู่ร่วมกัน และแตกต่างจากคนอื่น...."
อ่านตรงนี้แล้ว
เศร้าใจ.....
ทำไมเราจึงเป็นเช่นนั้นบ้างไม่ได้หนอ ??????????????????????????????????????????????????????
"สิงคโปร์ 50 ปี" ข้างหน้าที่ท้าทาย...สิงคโปร์มองไปถึง 50 ปีข้างหน้า ...ขณะที่ไทยไม่รู้ตัวเองว่าจะอยู่ตรงไหน
"สิงคโปร์ 50 ปี" ข้างหน้าที่ท้าทาย
เมืองไทย 25 น
ทวี มีเงิน
ใครไปสิงคโปร์สัปดาห์ที่แล้วคงเห็นว่า คึกคักเป็นพิเศษ คนสิงคโปร์ร่าเริงกับการได้ออกมาช็อปปิ้งเตรียมตัวฉลองวันชาติปีนี้พิเศษตรงที่ฉลองครบรอบ 50 ปี ในการก่อตั้งประเทศ
ย้อนกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน วันที่รัฐบาลมาเลเซียไม่ยอมรับสิงคโปร์เป็นส่วนหนึ่ง เป็นวันที่ "ลี กวน ยิว" ต้องเสียน้ำตา เพราะไม่รู้จะนำประเทศไปรอดได้อย่างไร
แต่วันนี้ สิงคโปร์อยู่ระดับ "หัวแถวของโลก" มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
อะไรเป็นปัจจัยที่ผลักให้สิงคโปร์เจริญรุ่งเรืองได้ขนาดนี้
อดีตทูตสหรัฐที่เคยประจำอยู่สิงคโปร์ วิเคราะห์ว่า เป็นเพราะคนสิงคโปร์มีความเป็น "สากล" กล้าแสดงออก กล้าเจรจาต่อรองบนเวทีโลก และให้ความสำคัญเรื่อง "ไอที" รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความสำคัญมาก
ทุกอย่างต้องดำเนินการด้วยระบบไอที
ตรงนี้ที่ทำให้ประเทศสิงคโปร์มีความทันสมัยและก้าวหน้าในเรื่องงานด้านบริการ
แต่อย่าลืมอีกปัจจัยคือ "ระบบการศึกษาเข้มแข็ง" ที่ ลี กวน ยิว วางพื้นฐานไว้โดยเชื่อว่าการศึกษาจะสร้าง "คนเก่ง" เมื่อมีคนเก่งเข้ามาบริหารไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ
ประเทศก็จะเจริญก้าวหน้า สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการศึกษาเข้มแข็งตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย ติดอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับต้นๆ ของโลก
ทั้งหมดคือปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ
แต่ถ้าถามถึงวิสัยทัศน์ของสิงคโปร์อีก 50 ปีข้างหน้าจะไปทางไหน รัฐบาลสิงคโปร์ได้ประกาศ อีก 50 ปีข้างหน้าสิงคโปร์จะเป็น "ผู้นำของโลก" ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน การศึกษา และที่สำคัญจะเป็นผู้นำทางด้าน "จิตวิญญาณ"
ดังที่ "ลี เซียน ลุง" นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เผยกับสื่อฝรั่งว่า "ถ้ามองอนาคตอีก 50 ปีข้างหน้า เรื่องสำคัญที่สุดคือ อัตลักษณ์ความเป็นชาติสิงคโปร์ ก่อนที่เราจะ
ดำเนินนโยบายอะไรหรือให้คนในชาติอยากทำอะไร ประชาชนจะต้องรู้สึกถึงความเป็นคนสิงคโปร์ เราต้องอยู่ร่วมกัน และแตกต่างจากคนอื่น เรามีความพิเศษเฉพาะตัวเราเอง สำคัญมากในระยะยาว"
สิงคโปร์มองไปถึง 50 ปีข้างหน้า ...ขณะที่ไทยไม่รู้ตัวเองว่าจะอยู่ตรงไหน
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1439574804
????????????????????????????????????????????????????????????
"....ความเป็นคนสิงคโปร์ เราต้องอยู่ร่วมกัน และแตกต่างจากคนอื่น...."
อ่านตรงนี้แล้ว
เศร้าใจ.....
ทำไมเราจึงเป็นเช่นนั้นบ้างไม่ได้หนอ ??????????????????????????????????????????????????????