เรื่องนี้เป็นกระแสดังมากที่สุดในขณะนี้ และทุกคนก็รุมโทรมแบ่งเป็นสองฝ่ายสู้กันอย่างดุเดือด
จะว่าไปแล้ว.... จะว่าฝ่ายดีเจฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงว่าดีเจไม่ผิดดีเจผิดเต็มๆทั้งด้านมนุษยธรรม จรรยาบรรณ หรือกฏหมายแต่เรามาลองคิดมุมกลับอีกด้านนึงว่า เด็กสมัยนี้ออกไปนัดพบกับคนอื่นง่ายขนาดนี้เชียว
แต่ตั้งแต่เล็กจนโตมาเราถูกสอนมาตลอดไม่ว่าจะชายหรือหญิง
ถ้ามีใครชวนไปไหน อย่าไปด้วย อาจจะจริงที่ว่าฝ่ายดีเจมีเครดิตติดหลังพร้อมด้วยแบ๊คกราวด์สวยหรู และดีเจคนนั้นสามารถใช้ฐานะนั้นหลอกล่ออกมาได้ ในเคสนี้เด็กอายุเพียง 11 ขวบแต่ออกไปไหนกับใคร
สองต่อสองได้แบบนี้อย่างแรกที่สุดคือต้องว่าผู้ปกครองว่าทำไมไม่ดูแลลูกให้ดี ตามด้วยตัวเด็กเองที่ออกไปสองต่อสองกับผู้ชาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ไม่ควรทั้งนั้น
ไม่คิดบ้างหรอว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนกัน
วัวหายล้อมคอกพอเกิดเรื่องขึ้นมาถึงได้มาว่ากัน ทั้งๆที่เราควรจะปลูดจิตสำนึกให้เด็กว่าไม่ควรไปไหนกับใครสองต่อสองโดยเฉพาะกับผู้ชาย ถ้าจะว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือดีเจล่อลวงไปแล้วเด็กก็ไปตาม งั้นถามหน่อยว่าทำไมเวลาคุณจะเข้านอนคุณถึงได้ล๊อคประตูบ้าน ไม่ใช่เพื่อป้องกันหรอกหรอ ถ้าเปรียบดีเจเป็นมิจฉาชีพและเด็กเป็นทรัพย์สินแล้วละก็ จิตใต้สำนึกความไม่ประมาณก็เหมือนกลอนประตูดีๆนี่เอง แต่ถ้าเมื่อไหรกลอนประตูนั้นไม่แข็งแรงพอละก็มิจฉาชีพก็จะพังเข้ามาได้
เห็นภาพกันแล้วเราควรจะแก้ปัญหากันอย่างไรดี จะให้กำจัดที่ต้นเหตุคือพวกคนเลวงั้นหรอ แบบนั้นก็ไม่ต่างกับสีซอให้ควายฟังเราควรจะดูแลตัวเองเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาถึงแม้ว่าคนที่กระทำความผิดะโดนลงโทษแต่เราก็เรียกสิ่งที่เสียไปกลับมาไม่ได้อยู่ดี
ถ้าเราได้ศึกษากรณีที่เด็กถูกชักจูงออกไป มีเด็กอเมริกันกว่า 750,000 รายถูกล่อลวงทางโลกออนไลน์ และในคลิปการทดลองนี้

จะพบว่าเด็ก จะคุยกับคนแปลกหน้าผ่านสื่อออนไลน์ ได้ไม่กี่วันดี ก็ออกมาพบปะได้แล้ว ถึงแม้ว่าเทียบมาตราฐานระหว่างไทย-อเมริกาไม่ได้ และคงพูดได้ด้วยว่าคนที่มีเครดิตดีกว่าก็มีความน่าเชื่อถือสูงขึ้นมาระดับนึง แต่
ปัญหา วิกฤตการณ์ ครั้งนี้เป็นปัญหาของทั้งโลกที่ต้องร่วมกันแก้ไข
ในเคสนี้เป็นเพียงแค่เคสตัวอย่างเล็กๆตัวอย่างนึงที่เกิดขึ้น กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะปกป้องดีเจ หรือใส่ร้ายเด็กแต่อย่างใด เพียงแค่อยากเสนออีกความคิดหนึ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปถึงวิกฤตของเด็กไทย
อ้างอิง (
http://www.goviralpost.com/the-dangers-of-social-media-child-predator-social-experiment/)
ขอขอบคุณ
เพจตะเกียง
เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน
เพจDrama-addict
เพจContrast
ปล.จะไม่ใส่ว่า #อย่าด่านู๋นะ ผมกล้าที่จะวิจารณ์และแสดงความคิดเห็น ผมก็กล้าที่จะโดนวิจารณ์จะถูกแสดงความคิดเห็น
ถึงเวลาแล้วหรือยัง กับปัญหาผู้เยาว์วัย
จะว่าไปแล้ว.... จะว่าฝ่ายดีเจฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ไม่ได้หมายถึงว่าดีเจไม่ผิดดีเจผิดเต็มๆทั้งด้านมนุษยธรรม จรรยาบรรณ หรือกฏหมายแต่เรามาลองคิดมุมกลับอีกด้านนึงว่า เด็กสมัยนี้ออกไปนัดพบกับคนอื่นง่ายขนาดนี้เชียว
แต่ตั้งแต่เล็กจนโตมาเราถูกสอนมาตลอดไม่ว่าจะชายหรือหญิง ถ้ามีใครชวนไปไหน อย่าไปด้วย อาจจะจริงที่ว่าฝ่ายดีเจมีเครดิตติดหลังพร้อมด้วยแบ๊คกราวด์สวยหรู และดีเจคนนั้นสามารถใช้ฐานะนั้นหลอกล่ออกมาได้ ในเคสนี้เด็กอายุเพียง 11 ขวบแต่ออกไปไหนกับใครสองต่อสองได้แบบนี้อย่างแรกที่สุดคือต้องว่าผู้ปกครองว่าทำไมไม่ดูแลลูกให้ดี ตามด้วยตัวเด็กเองที่ออกไปสองต่อสองกับผู้ชาย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ไม่ควรทั้งนั้น
ไม่คิดบ้างหรอว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนกันวัวหายล้อมคอกพอเกิดเรื่องขึ้นมาถึงได้มาว่ากัน ทั้งๆที่เราควรจะปลูดจิตสำนึกให้เด็กว่าไม่ควรไปไหนกับใครสองต่อสองโดยเฉพาะกับผู้ชาย ถ้าจะว่าต้นเหตุที่แท้จริงคือดีเจล่อลวงไปแล้วเด็กก็ไปตาม งั้นถามหน่อยว่าทำไมเวลาคุณจะเข้านอนคุณถึงได้ล๊อคประตูบ้าน ไม่ใช่เพื่อป้องกันหรอกหรอ ถ้าเปรียบดีเจเป็นมิจฉาชีพและเด็กเป็นทรัพย์สินแล้วละก็ จิตใต้สำนึกความไม่ประมาณก็เหมือนกลอนประตูดีๆนี่เอง แต่ถ้าเมื่อไหรกลอนประตูนั้นไม่แข็งแรงพอละก็มิจฉาชีพก็จะพังเข้ามาได้
เห็นภาพกันแล้วเราควรจะแก้ปัญหากันอย่างไรดี จะให้กำจัดที่ต้นเหตุคือพวกคนเลวงั้นหรอ แบบนั้นก็ไม่ต่างกับสีซอให้ควายฟังเราควรจะดูแลตัวเองเพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาถึงแม้ว่าคนที่กระทำความผิดะโดนลงโทษแต่เราก็เรียกสิ่งที่เสียไปกลับมาไม่ได้อยู่ดี
ถ้าเราได้ศึกษากรณีที่เด็กถูกชักจูงออกไป มีเด็กอเมริกันกว่า 750,000 รายถูกล่อลวงทางโลกออนไลน์ และในคลิปการทดลองนี้
จะพบว่าเด็ก จะคุยกับคนแปลกหน้าผ่านสื่อออนไลน์ ได้ไม่กี่วันดี ก็ออกมาพบปะได้แล้ว ถึงแม้ว่าเทียบมาตราฐานระหว่างไทย-อเมริกาไม่ได้ และคงพูดได้ด้วยว่าคนที่มีเครดิตดีกว่าก็มีความน่าเชื่อถือสูงขึ้นมาระดับนึง แต่
ปัญหาวิกฤตการณ์ ครั้งนี้เป็นปัญหาของทั้งโลกที่ต้องร่วมกันแก้ไขในเคสนี้เป็นเพียงแค่เคสตัวอย่างเล็กๆตัวอย่างนึงที่เกิดขึ้น กระทู้นี้ที่ตั้งขึ้นไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะปกป้องดีเจ หรือใส่ร้ายเด็กแต่อย่างใด เพียงแค่อยากเสนออีกความคิดหนึ่งที่หลายๆคนมองข้ามไปถึงวิกฤตของเด็กไทย
อ้างอิง (http://www.goviralpost.com/the-dangers-of-social-media-child-predator-social-experiment/)
ขอขอบคุณ
เพจตะเกียง
เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน
เพจDrama-addict
เพจContrast
ปล.จะไม่ใส่ว่า #อย่าด่านู๋นะ ผมกล้าที่จะวิจารณ์และแสดงความคิดเห็น ผมก็กล้าที่จะโดนวิจารณ์จะถูกแสดงความคิดเห็น