คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 28
ขอเสริมจาก คห.18 นายช่างปลูกเรือน นะครับ
ที่ คห.18 กล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว คือเมื่อนักเรียนทหารจบการศึกษาจากโรงเรียนทหาร 3 เหล่าแล้ว
ชั่วชีวิตราชการก็จะต้อง เรียน เรียน และ เรียน อีกมากพอสมควร ขอยกตัวอย่างทหารเรือให้นะครับ
1. จบโรงเรียนนายเรือ 5 ปี มาแล้ว ได้ยศเรือตรี รับราชการไปประมาณ 5 ปีได้ยศเรือเอก
ที่ยศเรือเอก นี้ ก็จะต้องเข้าเรียนที่ โรงเรียนชั้นต้นพรรคนาวิน เพื่อเตรียมทำงานในตำแหน่งประจำกรมฝ่ายอำนวยการได้
2. เมื่อเรียนจบตาม ข้อ 1. แล้ว ก็ทำงานในกรมฝ่ายอำนวยการ หรือ ในเรือรบจนถึงยศนาวาตรี ก็ต้องเข้าเรียน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ
เพื่อเตรียมพร้อมทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกได้ ซึ่งเป็นงานชั้นแรกในระดับ หัวหน้างาน (หากเทียบกับเอกชน)
หรือหากเป็นหน่วยรบก็คือ ผู้บังคับกองพัน
3. ทำงานในตำแหน่งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงยศ นาวาเอก ก็จะต้องเข้าเรียนที่ วิทยาลัยกองทัพเรือ (วทร.)
ซึ่งที่ วทร. นี้ จะเป็นการเตรียมพร้อมให้ทำงานในตำแหน่ง ผู้บริหาร ได้ โดยจะมีครู อาจารย์จากเอกชน
มาสอนมากมายเลยครับ และวิชาเรียนในระดับนี้ก็เทียบเท่าหลักสูตรผู้บริหารชั้นต้น เมื่อจบจาก วทร. แล้ว
ก็สามารถทำงานในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง ได้ครับ
4. ต่อไปก็ทำงานจนได้เลี่อยยศเป็น พลเรือตรี .... ในช่วงชั้นยศนายพล นี้ จะมีหลักสูตรย่อยอีกจำนวนหนึ่ง
ที่มีการเรียนรวมกันของทุกเหล่าทัพ เช่น สถาบันพระปกเกล้า วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ซึ่งเป็นการเปิดกว้างออกจากวิชาการทหารอย่างเต็มที่สุดแล้ว โดยจะมีหัวข้อวิชารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
การปกครอง ..... โดยหลักสูตรเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมตัวรับตำแหน่งสูง ๆ ที่จะต้องใช้ทั้งความรู้ และ Connections
ในการทำงาน เช่น เสนาธิการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ..... ซึ่ง ณ ตำแหน่งนี้จะเทียบได้กับ CEO ครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่ เรือตรี จนถึง พลเรือเอก จะเห็นว่าอย่างไรก็จะต้องเรียนครับ และการเรียนนี่เอง
ที่เป็นตัวเสริมสร้างความรู้ความสามารถ ความกว้างขวาง และประสพการณ์ ดังนั้น ในบางกรณีที่นำทหารระดับพลเอก
พลเรือเอก พลอากาศเอก ไปรับตำแหน่งในบ้านเมืองก็เป็นเรื่องที่ทำได้ครับ เพราะพิจารณาแล้วว่าลุง ๆ เหล่านั้น
ได้ผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งหากจะพูดเข้าข้างตัวเองก็อาจพูดได้ว่าทหาร เนี่ย มีโอกาสได้เรียน ได้ทำงาน ได้มีประสพการณ์
แบบพิเศษมากกว่าพลเรือน แต่มิได้หมายความว่าทหารจะเลิศเลอเป็นได้หมดทุกอย่าง ทุกตำแหน่งนะครับ
เพราะถึงแม้ว่าผมเป็นทหารอาชีพ แต่ผมก็ยังเห็นว่าทหารควรจะรับราชการในกองทัพ ทำงานเพื่อกองทัพ เพื่อประชาชน
ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นนอกกองทัพมากนักครับ ควรปล่อยให้ตำแหน่งระดับ CEO เหล่านั้นเป็นของลูกหม้อ หรือ
คนที่ควรจะได้ จะดีกว่ามากครับ
ที่ คห.18 กล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว คือเมื่อนักเรียนทหารจบการศึกษาจากโรงเรียนทหาร 3 เหล่าแล้ว
ชั่วชีวิตราชการก็จะต้อง เรียน เรียน และ เรียน อีกมากพอสมควร ขอยกตัวอย่างทหารเรือให้นะครับ
1. จบโรงเรียนนายเรือ 5 ปี มาแล้ว ได้ยศเรือตรี รับราชการไปประมาณ 5 ปีได้ยศเรือเอก
ที่ยศเรือเอก นี้ ก็จะต้องเข้าเรียนที่ โรงเรียนชั้นต้นพรรคนาวิน เพื่อเตรียมทำงานในตำแหน่งประจำกรมฝ่ายอำนวยการได้
2. เมื่อเรียนจบตาม ข้อ 1. แล้ว ก็ทำงานในกรมฝ่ายอำนวยการ หรือ ในเรือรบจนถึงยศนาวาตรี ก็ต้องเข้าเรียน โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ
เพื่อเตรียมพร้อมทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกได้ ซึ่งเป็นงานชั้นแรกในระดับ หัวหน้างาน (หากเทียบกับเอกชน)
หรือหากเป็นหน่วยรบก็คือ ผู้บังคับกองพัน
3. ทำงานในตำแหน่งนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงยศ นาวาเอก ก็จะต้องเข้าเรียนที่ วิทยาลัยกองทัพเรือ (วทร.)
ซึ่งที่ วทร. นี้ จะเป็นการเตรียมพร้อมให้ทำงานในตำแหน่ง ผู้บริหาร ได้ โดยจะมีครู อาจารย์จากเอกชน
มาสอนมากมายเลยครับ และวิชาเรียนในระดับนี้ก็เทียบเท่าหลักสูตรผู้บริหารชั้นต้น เมื่อจบจาก วทร. แล้ว
ก็สามารถทำงานในตำแหน่ง ผู้อำนวยการกอง ได้ครับ
4. ต่อไปก็ทำงานจนได้เลี่อยยศเป็น พลเรือตรี .... ในช่วงชั้นยศนายพล นี้ จะมีหลักสูตรย่อยอีกจำนวนหนึ่ง
ที่มีการเรียนรวมกันของทุกเหล่าทัพ เช่น สถาบันพระปกเกล้า วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
ซึ่งเป็นการเปิดกว้างออกจากวิชาการทหารอย่างเต็มที่สุดแล้ว โดยจะมีหัวข้อวิชารัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์
การปกครอง ..... โดยหลักสูตรเหล่านี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมตัวรับตำแหน่งสูง ๆ ที่จะต้องใช้ทั้งความรู้ และ Connections
ในการทำงาน เช่น เสนาธิการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ..... ซึ่ง ณ ตำแหน่งนี้จะเทียบได้กับ CEO ครับ
ที่กล่าวมาทั้งหมดตั้งแต่ เรือตรี จนถึง พลเรือเอก จะเห็นว่าอย่างไรก็จะต้องเรียนครับ และการเรียนนี่เอง
ที่เป็นตัวเสริมสร้างความรู้ความสามารถ ความกว้างขวาง และประสพการณ์ ดังนั้น ในบางกรณีที่นำทหารระดับพลเอก
พลเรือเอก พลอากาศเอก ไปรับตำแหน่งในบ้านเมืองก็เป็นเรื่องที่ทำได้ครับ เพราะพิจารณาแล้วว่าลุง ๆ เหล่านั้น
ได้ผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งหากจะพูดเข้าข้างตัวเองก็อาจพูดได้ว่าทหาร เนี่ย มีโอกาสได้เรียน ได้ทำงาน ได้มีประสพการณ์
แบบพิเศษมากกว่าพลเรือน แต่มิได้หมายความว่าทหารจะเลิศเลอเป็นได้หมดทุกอย่าง ทุกตำแหน่งนะครับ
เพราะถึงแม้ว่าผมเป็นทหารอาชีพ แต่ผมก็ยังเห็นว่าทหารควรจะรับราชการในกองทัพ ทำงานเพื่อกองทัพ เพื่อประชาชน
ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นนอกกองทัพมากนักครับ ควรปล่อยให้ตำแหน่งระดับ CEO เหล่านั้นเป็นของลูกหม้อ หรือ
คนที่ควรจะได้ จะดีกว่ามากครับ
แสดงความคิดเห็น
ในโรงเรียนของทหารไทยเขาสอนวิชาอะไรบ้างหรือครับ ทำไมทหารไทยดูเก่ง เชี่ยวชาญในหลากหลายด้าน สาขาวิชา?
ขอบคุณครับ