นักรบจันทรา ตอนที่ 9

กระทู้สนทนา
ณ กระโจมพักทหารชายแดนนครหลวงของเพียร์ซ เงาดำเงาหนึ่งมุ่งหน้าไปสู่กระโจมนอนของผู้กล้าแสงตะวันโดยปราศจากสายตารู้เห็นอย่างน่าประหลาดใจ คนในผ้าคลุมปิดกระโจมอย่างแน่นหนาในขณะที่ ไบรอัน แบล็คสโตนยังนอนนิ่งบนเตียงหนังสำเร็จ

    “ธีโอดอร์...ไม่สิ ต้องเรียกว่าไบรอันสินะ ขอบคุณสำหรับดอกไม้ช่อนั้น มันสวยมาก”

    ผู้กล้าแสงตะวันลืมตาทันควันแต่ไม่มีอาการตกใจแม้แต่น้อย เขารู้อยู่แล้วว่านางสามารถเข้ามาที่นี่ได้ตามใจชอบ แต่ก็ทักไปตามมารยาทที่ดี

    “มาเสียมืดค่ำเชียวอโฟเดล ข้ารู้ อย่างเจ้าต่อให้เป็นกลางวันแสกๆก็ลอบมาหาข้าได้โดยไม่มีใครเห็น”

    “ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน” ร่างในผ้าคลุมถอนใจคุกเข่าลงข้างผู้กล้าแสงตะวัน

    “ถ้าคิดถึงจริงก็เลิกทำสิอโฟเดล เลิกเป็นสายให้ข้าได้แล้ว”

    “เพราะท่านตั้งใจแน่วแน่จะต่อต้านฝ่ายมืด ข้าที่ถูกฝ่ายมืดจับไปจึงทำได้แค่ส่งข่าวให้จากด้านนี้เท่านั้น”

    “แล้วผลมันเป็นอย่างไร เจ้าต้องยกทัพมาต่อกรกับข้า” ไบรอันหมดความหวังจะพูดให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจจากสิ่งที่ทำอยู่ “ทั้งที่เจ้าสามารถเลิกได้ ข้ากับหมอนั่นช่วยเจ้าได้”

    “ข้าอยากทำตัวเป็นประโยชน์กับท่านเท่านั้นไบรอัน” แขกยามดึกเอื้อมมือออกมากุมมือของไบรอันไว้ “ข้ารักท่าน ท่านไม่ได้รักข้าหรือ”

    “เจ้าเป็นครอบครัวคนสุดท้ายของข้า เป็นคนสำคัญที่สุด เหมือนที่บอกทุกครั้ง”

    “ข้าเป็นคนสำคัญที่สุดจริงหรือ” คนในผ้าคลุมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แล้วเหตุใดท่านไม่ขัดขืนเล่า เมื่อยามถูกสตรีสองคนจูบเมื่อวันก่อน”

    ไบรอันชะงักราวกับถูกจับกรอกยาขมถ้วยใหญ่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ขัดขืน แต่ไม่สามารถขัดขืนเซรีน่ากับไซเรน่าได้ต่างหาก ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์ฉุกละหุกที่แสนเลวร้าย

    “หรือท่านต้องการให้การพบกันอีกครั้งของเรามีสีสันขึ้น” นางในผ้าคลุมยืนขึ้น ปล่อยมือของไบรอันลงบนที่นอน “หากท่านต้องการก็ได้ ข้าจะทำตามคำสั่ง นำกองทัพมังกรปิศาจในการควบคุมบุกถล่มนครหลวงนี่จริงๆ เป็นการลงโทษที่ท่านหักหาญน้ำใจข้า”

    ไบรอันสำลักความคิด แค่เรื่องเล็กน้อยไม่น่าเอามาเป็นประเด็นใหญ่โตแบบนี้ได้ การจูบกันเพื่อทักทายเป็นวัฒนธรรมของบางที่อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ควรนำมาคิดมากเลย หรือบางทีมังกรครึ่งมนุษย์อาจดื้อด้านแบบนี้โดยธรรมชาติ

    “มันไม่ใช่เรื่องเลยอโฟเดล เหตุใดเราต้องสู้กันด้วย”

    “เพราะท่านทำร้ายข้าอย่างไรล่ะ! มีข้าอยู่ทั้งคนยังแอบไปมีหญิงอื่น แบบนี้ข้าจะยอมได้อย่างไร” นางกระซิบอย่างฉุนเฉียวแล้วออกจากกระโจมพักโดยไม่รอผู้กล้าแสงตะวันโต้แย้ง...


    ท่านหญิงโรเซลลิน่า ชัพเพิร์ท กำลังครุ่นคิด บางทีนี่อาจเป็นแผนการอย่างหนึ่งของผู้กล้าแสงตะวันก็เป็นได้ แผนดึงพระนางมาช่วยเป็นกำลังเสริมในการรับมือกับฝูงมังกรนับพันที่ปลายฟากฟ้านั่น โดยใช้เจ้าชายมาเวอร์ริคและดาริอุสที่นางแอบชอบเป็นเหยื่อล่อ

    จะว่าชอบโดยแรกเห็นก็ว่าได้สำหรับพระนางกับผู้ติดตามของผู้กล้าแสงตะวัน แม้เจ้าตัวจะจำไม่ได้แต่พระนางเคยพบเขามาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง ตอนเกิดปัญหาสัตว์ปิศาจบุกขบวนเกวียนใหญ่ที่พระนางปลอมตัวเดินทางไปด้วย ดูเขาช่างว่องไวและมีความสามารถเหมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ตั้งแต่ตอนนั้นพระนางก็แอบเขียนนิยายรักระหว่างผู้สำเร็จราชการกับสามัญชนมาตลอด กระทั่งได้รู้ว่าเขาคนนั้นมาเป็นเพื่อนร่วมทางของผู้กล้าแสงตะวันจึงมีโอกาสได้คุยด้วยสักที

    “หมายความว่าอย่างไรที่ว่ามาไม่ได้น่ะ” ท่านหญิงเอ็ดใส่ผู้กล้าแสงตะวันเมื่อไม่เห็นผู้ติดตามเดินมาด้วยอย่างเคย “ข้ากลัวคนไม่พอหรอกนะ อยากศึกษากระบี่เล่มนั้นด้วย ไม่ได้เป็นห่วงหรืออะไรหรอก”

    “ตอนนี้เขากำลังพักฟื้นอยู่ฝ่าบาท ต้องใช้เวลาจึงจะได้สติอีกครั้ง” ผู้กล้าแสงตะวันตอบอย่างนอบน้อม ทั้งที่เคยวางแผนเล่นงานกันแทบตายไปข้างหนึ่ง

    ท่านหญิงสะบัดหน้าอย่างขัดใจ ด้วยฐานะที่ต่างกันทำให้ไม่สามารถแสดงความเป็นห่วงเป็นใยออกมาตรงๆได้ แล้วยังแผนเดิมที่คิดชักจูงเจ้าชายมาเวอร์ริคเพื่อเป็นหลักในการชักใยองค์ฮ่องเต้อีก หากท่านชายรู้พระนางคงเสียหน้าแน่

    “ไม่ต้องห่วงฝ่าบาท เมื่อถึงเวลาเขาจะมาช่วยเราแน่” ผู้กล้าย้ำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

    “ใครรอกัน ข้าไม่ได้อยากให้เขามาช่วยสักหน่อย ข้าไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามสักนิด”

    ท่านหญิงยกมือออกคำสั่งกับธาตุทั้งห้า อากาศธาตุที่อยู่รอบตัวพระนางก่อตัวห่อหุ้มร่างบอบบางไว้แล้วออกบินขึ้นท้องฟ้าในทันที ฝ่ายผู้กล้าก็กระโดดขึ้นหลังนางอัศวินมังกรไซเรน่าตามมาด้วยอีกแรงหนึ่ง จนไปหยุดในระยะสองร้อยหลาก่อนถึงกองทัพมังกร

    “ใกล้พอแล้ว” พระนางหยุดเคลื่อนที่ หากยังคงลอยนิ่งในอากาศราวยืนบนแท่นสูงกลางเวหา

    “อย่าบอกเขานะว่าข้าเป็นคนจัดการ ข้าต้องอ่อนแอในสายตาเขา” ท่านหญิงยกมือเตรียมใช้เวทมนตร์อีกครั้ง

    “รับบัญชาฝ่าบาท” ผู้กล้าแสงตะวันตอบห้วนสั้น

    “เตรียมปิดหูไว้ได้เลย” พระนางแสยะยิ้ม

    ไม่ทันสิ้นเสียงบรรยากาศรอบด้านก็ลดต่ำลงเหมือนถูกบีบ เมฆบนท้องฟ้าก่อตัวฉับพลันหมุนวนเป็นรูปก้นหอยเหนือกองทัพมังกรจนมืดครึ้ม สายฟ้าระหว่างก้อนเมฆแลบแปลบปลาบชวนเสียวไส้

    “ไม่ต้องให้พวกเจ้าออกโรงก็ยังได้ แค่ข้าก็พอแล้ว!”

    เมื่อพระนางโบกมือลงอากาศรอบด้านก็เปลี่ยนในฉับพลัน ความดันสูงจากเบื้องบนถาโถมลงสู่เบื้องล่างดั่งค้อนเหล็ก มังกรบินที่อยู่บนฟ้าต่างถูกกระชากลงพื้นด้วยความแรงของพายุคลั่ง มังกรที่อยู่บนพื้นอยู่แล้วก็โดนแรงอัดขยี้ซ้ำจนร่างแหลกเหลว สายฟ้าและลูกเห็บระดมยิงลงมาจากกลุ่มเมฆอย่างไม่ยั้งดั่งวันโลกาวินาศ

    ขณะเดียวกันก็เกิดเสียงดังสนั่นของลมฝนอื้ออึงจนหูแทบแตก ไบรอันรั้งเชือกล่ามมังกรไว้แน่นทั้งที่เจ้ามังกรสามเขายังต้องพยายามสุดชีวิตยื้อตัวไม่ให้ปลิวตามแรงลมกระชาก ทั้งผู้กล้าแสงตะวันและนางอัศวินมังกรเบิกตาด้วยความตกใจที่พระนางสามารถบังคับอากาศได้คล่องแคล่วถึงขนาดนี้ ส่วนตัวท่านหญิงนั้นยังตั้งมั่นอยู่กับที่ยิ้มอย่างเลือดเย็นมองดูเหล่ามังกรตายตกตามกันนับร้อยนับพันตัวด้วยเวทมนตร์ของพระนาง

    ท่ามกลางเสียงและแสงจากพายุสายฟ้าของท่านหญิงทางฝั่งแม่ทัพมังกรก็ออกโรงบ้าง เมฆรูปก้นหอยถูกดึงดูดลงสู่พื้นด้วยเวทมนตร์ชั้นสูง ทั้งลมฝน สายฟ้า และลูกเห็บค่อยๆหายไปพร้อมกลุ่มเมฆเหล่านั้น จนท้องฟ้าเปิดโล่งเห็นตะวันยามบ่ายได้ชัดเจน หากมันสายเกินแก้สำหรับกองทัพมังกร กว่าสองในสามถูกสังหารหมู่ด้วยการใช้เวทเพียงครั้งเดียว

    แม่ทัพผู้แข็งแกร่งจำต้องแสดงฝีมือด้วยตนเอง!

    เห็นแน่ชัดว่าผู้นำทัพมังกรคืออโฟเดลผู้กล้าแสงตะวันก็ขบกรามแน่น แล้วเขาควรทำอย่างไรเพื่อให้เสียเลือดเนื้อน้อยที่สุด เขาไม่อยากให้นางได้รับอันตรายพอๆกับพรรคพวกรอบข้าง

    “ลงพื้นก่อนไซเรน่า ท่านหญิงด้วย” ผู้กล้าแสงตะวันขอร้องเบาๆ “ข้าอยากคุยกับแม่ทัพคนนี้ก่อน”

    นางอัศวินมังกรกับท่านหญิงมองหน้ากันแล้วพร้อมใจร่อนลงสู่พื้นดิน ในขณะที่แม่ทัพของฝ่ายมืดก้าวผ่านซากศพของมังกรในการควบคุมออกมาเพื่อเจรจาก่อนเปิดศึก ไซเรน่าและท่านหญิงโรเซลฯลดการป้องกันลงเพราะอีกฝ่ายเป็นหญิงในชุดเสื้อคลุมเนื้อบาง

    “ระวังตัว นางเป็นมังกรครึ่งมนุษย์” ผู้กล้าเตือนเบาๆ

    ใช่แล้ว นางงดงามด้วยโครงหน้ารูปหัวใจและเส้นผมสีเขียวสลวย หากใบหูของนางกลับเป็นครีบปลาสีเขียวงดงาม นางใช้ดวงตาสีเขียวมองผู้กล้าแสงตะวันเป็นคนแรก ก่อนจะมองคนยืนเคียงข้างอีกสองคนและหนึ่งตัว

    “ต้องการสู้กับข้าหรือ ผู้กล้าแสงตะวันและผู้ติดตาม” นางแม่ทัพผู้เป็นมังกรครึ่งมนุษย์พูดเรียบๆ

    ท่านหญิงประท้วงทันทีว่าตนไม่ใช่ผู้ติดตาม ในขณะที่ผู้กล้าแสงตะวันก้าวถอยหลัง ให้หญิงสาวต่อสู้กันเอง

    “ข้าไม่อยากทำร้ายผู้หญิง ฝากท่านหญิงกับเจ้าด้วย ไซเรน่า” ไบรอันตอบหน้าตาเฉย หากตัดกำลังเขาออกคนหนึ่งอโฟเดลคงรับมือได้อย่างไม่มีข้อกังขาเรื่องเขา

    มังกรครึ่งมนุษย์แข็งแกร่งกว่ามังกรธรรมดาหลายเท่าตัว มีทั้งความสามารถในการต่อต้านเวทมนตร์และเปลี่ยนร่าง ท่านหญิงคงจัดการไม่ได้ง่ายๆแน่ หากทุกอย่างเลื่อนไหลไปตามที่ควร หญิงสาวทั้งสองคนจะรุกไล่ให้อโฟเดลเปลี่ยนร่างเป็นมังกร พวกเขาจะตกสู่ความสิ้นหวังเพราะไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้ว

    ตอนนั้นล่ะที่นักรบจันทราจะปรากฏตัว! เขาคือผู้ช่วยคนสำคัญของงานครั้งนี้

    “ไม่เป็นไรผู้กล้า กับมังกรครึ่งมนุษย์ไม่ต้องพึ่งท่านหรอก” ท่านหญิงพูดอย่างยโส

    “ข้าบาทจะไปสังเกตการณ์ที่ด้านหลังกับพวกทหาร ขอตัว”

    กรงแสงเวทมนตร์เคลื่อนย้ายครอบคลุมร่างของผู้กล้าแสงตะวันแล้วส่งเขาไปประจำอยู่แนวหลังกับเหล่าทหารและอัศวินนกไฟ ในเวลานี้เขาจะต้องเยือกเย็นที่สุด จะต้องไม่ให้แผนชิงตัวอโฟเดลผิดพลาด เป็นทางเดียวที่จะช่วยนางให้ออกจากฝ่ายมืด

    การต่อสู้ระหว่างหญิงสาวเริ่มขึ้นแทบทันทีที่ไบรอันเคลื่อนย้ายเสร็จ แสงสีและเสียงจากการปะทะดังไปทั่วบริเวณ เขาได้แต่ภาวนาขออย่าให้บาดเจ็บสาหัสไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด เพราะข้างหนึ่งคือครอบครัวอีกข้างคือเพื่อนรัก แม้จะอยู่คนละฝั่งแต่เขาตัดใจลงมือกับอโฟเดลไม่ได้จริงๆ

    ไบรอันกอดอกรอคอยการต่อสู้อย่างอกสั่นขวัญแขวน เขารู้ผลอยู่ก่อนแล้วด้วยการเปิดมิติเวลาดูก็ยังอดหวั่นใจไม่ได้ หวังว่าดาริอุสคงจะออกจากการทดสอบมาทันอโฟเดลเปลี่ยนร่างเป็นมังกรนะ ไม่อย่างนั้นแย่แน่...


(มีต่อ)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่