non shadow บทที่ 3

กระทู้สนทนา
บทที่๓ ศพแรก
    แม้ว่านิคจะพยายามข่มขวัญชิลแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชิลหั่นไหวได้
“อ้อเหรอนายทำได้จริงๆเหรอไอ้หนู ที่นี่มันถิ่นของชั้นโวย
แม้แต่ที่นี่เป็นที่ไหนแกยังไม่รู้แล้วแกจะหนีออกไปได้ยังไงกัน”
ชิลพูดด้วยความมั่นใจ นิคค่อยๆนั่งลงบนเก้าอี้ช้าๆ
“ที่นี่ที่ไหนนะเหรอของกล้วยๆ ตอนที่ฉันถูกจับตัวเป็นเวลาเย็นแล้ว
และตอนที่ฉันฟื้นขึ้นมามันก็ยังไม่มืดด้วยแสดงว่าแกต้องพามาไม่ไกล
จากตัวเมืองแน่ๆ ในเมืองนี้มีเขตตึกร้างอยู่สี่แห่ง เขตตะวันตกสองแห่ง
ทางใต้และทางเหนือจุดละแห่ง ผนังนี่ก็ค่อนค่างบางทำให้เสียงจากข้างนอก
ผ่านเข้ามาได้ง่ายๆ แต่ตั้งแต่ถูกจับตัวมาฉันไม่ได้ยินเสียงของรถเลย
แปลว่าต้องไม่ใช่เขตที่ติดถนนอย่างทางทิศใต้และตะวันตกแห่งที่หนึ่งแน่ๆ
และที่สำคัญฉันได้ยินเสียงน้ำชัดแจ๋วซึ่งรอบเขตทางเหนือไม่มีแหล่งน้ำใกล้ๆเลย
แปลว่าตอนนี้เราอยู่ที่เขตตะวันตกแห่งที่สองยังไงละ”
นิคอธิบายได้อย่างชัดเจน
“ฮ่าฮ่าฮ่าเก่งมากไอ้หนูแกนี่มันฉลาดจริงๆวะถึงแกจะรู้ว่าที่นี่ที่ไหน
แต่แกจะออกจากที่นี่ได้ยังไงละ”
ชิลท้าทายนิค นิคค่อยๆลุกจากเก้าอี้และเดินไปข้างๆหน้าต่าง
นิคเอามือเคาะเบาๆที่แผ่นไม้ที่ปิดหน้าต่างอยู่
“นายคงไม่รู้สินะว่าไม้นะจะมีความชื้นในตัวทำให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง
แต่ถ้าโดนแดดนานๆจะแห้งและทำให้เปราะขึ้น
เมื่อกี้ฉันเคาะเพื่อฟังเสียงและรู้ได้เลยว่ามันเป็นไม้เนื้ออ่อน
และแน่นอนมันเปราะซะด้วย”
นิคหันหน้ามาส่งยิ้มให้ชิล
“หรือว่าแก...ไม่ให้หนีหรอก”
ชิลรู้ตัวว่านิคจะทำอะไรและรีบวิ่งเข้าใส่
แต่นิคก็คว้าเก้าอี้ฟาดไปที่หน้าต่างทันที
อย่างที่นิคบอกมันพังออกอย่างง่ายดายและนิคกระโดดออกทางหน้าต่างทันที
“หนอยไอ้เด็กบ้า”
ชิลตะโกนอย่างหัวเสียและรีบวิ่งลงไปตามหานิค
นิคดำน้ำหนีชิลได้สำเร็จเขาขึ้นฝั่งที่ปลายแม่น้ำ
นิคใช้เวลาเดินกลับบ้านถึงหนึ่งวันเต็ม
หลังจากนิคกลับมาไม่นานตำรวจก็มาที่บ้านเพื่อสอบสวน
นิคเล่าเรื่องทั้งหมดให้ตำรวจ
“ถ้าที่พูดเป็นเรื่องจริงคงต้องไปดูที่เกิดเหตุแล้วละนะ”
เสียงพูดที่คุ้นหูพูดอยู่กับพนักงานสอบปากคำในห้องข้างๆ
ใช่แล้วเสียงเดียวกับชิล
นิครีบลุกเดินไปที่ห้องข้างๆทันทีแต่ในห้องนั้นมีเพียงแม่และพนักงานสอบปากคำ
“เสียเมื่อกี้ใครเป็นคนพูดครับ”
นิคถาม
“อ๋อ ร้อยเวนแม็คนะเขาเพิ่งออกไปรอที่รถเมื้อกี้เอง”
นิคเริ่มสงสัยว่าแม็คและชิลเป็นคนเดียวกันแต่เพราะยังไม่เห็นหน้าจึงยังฟันธงไม่ได้
หลังจากให้ปากคำเสร็จนิคและตำรวจก็พากันไปดูที่เกิดเหตุ
นิคแทบไม่อยากเห็นสภาพของมัมแต่เมื่อไปถึงทุกอย่างกลับว่างเปล่า
“ไหนละศพผู้หญิงไม่มีแม้แต่รอยเลือดเลยนะมันมีอยู่จริงๆแน่เหรอ”
พนักงานสอบสวนพูดในสิ่งที่เขาเห็น
มันหายไปหมดศพอาจเคลื่อนย้ายได้แต่คราบเลือดมันหายไป
นิคไม่สามารถอธิบายเรื่องนี้ได้เลย
“ฉันว่าหัวนายคงจะได้รับความกระทบกระเทือนจนเห็นภาพหลอนมากกว่านะ”
เสียงพูดที่แหบห้าวดังขึ้นมาพร้อมการปรากฏตัวของร้อยเวนแม็คที่เดินขึ้นบันใดมา
ดวงตาของนิคเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของร้อยเวนแม็ค
ใช่แล้วเขาคือคนคนเดียวกับชิลความแค้นของนิคพุ่งพล่าน
จนตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“แกไอ้สาละเลวแกฆ่ามัม”
“เฮ้ ฉันว่านายอาการหนักนะนี่ฉันเป็นตำรวจนะ
แล้วอีกอย่างตอนที่นายบอกว่าถูกจับตัวไปฉันก็อยู่ที่โรงพักตลอดเวลา”
แม็คตอบแก้ข้อกล่าวหา
นิคที่กำลังคลั่งถูกพนักงานสอบสวนจับไว้
“แกโกหก”
“ไม่นะเขาอยู่ที่โรงพักตลอดจริงๆผมเป็นพยานได้”
พนักงานสอบสวนพูดยืนยัน นิคถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก
“แล้วเมื่อวันจันทร์ตอนเย็นละ”
วันนั้นคือวันที่แมร์รี่ถูกลักพาตัวนิคจึงถามเพื่อยืนยันอีกครั้ง
“ใช่วันนั้นร้อยเวนแม็คเขาก็อยู่ที่โรงพักจนถึงสี่ทุ่มเลย”
พนักงานสอบสวนยืนยันอีกครั้ง
“บ้าที่สุดนี่มันเรื่องอะไรกัน แม็คคือชิลไม่ผิดแน่แต่กลับมีพยานยืนยันที่อยู่
และหลักฐานที่นี่ก็หายไปหมด”
นิคได้แต่คิดและสับสนกับสิ่งที่รับรู้
“ยอมรับความจริงเถอะไอ้หนูว่าสิ่งที่นายเห็นมันเป็นแค่ภาพหลอนจากการถูกตีหัวนะ”
แม็คตอกย้ำนิคให้ยอมแพ้พร้อมกับสายตาเยาะเย้ย
นิคพูดอะไรไม่ออกได้แต่ก้มหน้า
จู่ๆนิคก็เอะใจกับบางสิ่งและขณะที่นิคเดินไปขึ้นรถ
นิคได้ถามบางอย่างกับพนักงานสอบสวน
เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถนิคก็ได้เห็นบางอย่างในตัวของแม็ค
ทำให้นิคสามารถเชื่อมต่อเรื่องราวได้
นิคได้แต่อดทนและเก็บซ่อนความแค้นเอาไว้
รอเวลาที่จะปะทุออกมาในอีกไม่ช้า
***
    หนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นที่โรงพักก็มีโทรศัพท์มาหาแม็ค
“สวัสดีแม็คไม่สิเรียกว่าชลิน่าจะถูกกว่า”
เสียงของนิคดังออกมาจากโทรศัพท์ มันทำให้ชิลตกใจเล็กน้อย
แต่ด้วยความมั่นใจว่านิคทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วจึงไม่ยี่หระกับนิค
“หึหึหึ นายจะมากล่าวหาฉันลอยๆไม่ได้เหรอนะนิค”
“แน่นอนว่าฉันรู้วิธีการของนายหมดแล้วยังไงละชิล”
“งั้นเหรองั้นช่วยบอกเรื่องศพที่หายไปกับการยืนยันที่อยู่ของฉันมาสิ”
“ได้สิชิล เรื่องศพที่หายไปในที่เกิดเหตุ
จุดที่ศพหายไปในวันนั้นตรงพื้นมีฝุ่นแค่บางๆ
แต่เลยช่วงเสาด้านหลังไปกลับมีฝุ่นหนาอย่างเห็นได้ชัด
ฉันเดาว่าว่าที่พื้นนายปูผ้าใบเอาไว้ก่อนเพื่อที่จะเตรียมทำลายหลักฐาน
หลังจากฆ่าฉัน นายก็แค่ม้วนผ้าใบแล้วลากออกไปก็ไม่เหลือร่องรอยแล้ว
ส่วนเรื่องการยืนยันที่อยู่ของนายก็แค่อุบายหลอกเด็ก
จากที่พนักงานสอบสวนบอกมานายจะเข้าไปในห้องตั้งแต่ช่วงบ่าย
และอ้างว่าจะทำงานคนเดียวในห้อง
และนายก็ปีนออกมาทางหน้าต่างด้านหลังโรงพักยังไงละ”
“หึหึ แล้วเรื่องที่ฉันสามารถคุยกับคนที่มาถามงานที่หน้าห้องได้ละนายจะว่ายังไง”
“คำตอบนั้นมันติดอยู่ที่เอวของนายยังไงละ”
ชิลเริ่มถูกนิคกดดันจนเกิดความเครียด
“ใช่นายใช้มือถือของนายทั้งสองเครื่องโทรเข้าหากัน
ถึงแม้ว่าจะมีใครมาถามเรื่องงานนายนายก็สามารถโต้ตอบได้
โดยการเปิดสปีคโฟนมือถือเอาไว้ยังไงละ”
ถึงนิคจะมองเห็นทะลุปรุโปร่งแล้วแต่ชิลก็ยังไม่ยอมแพ้
“นายอาจจะรู้ทุกอย่างแต่นายไม่มีหลักฐานมายืนยังก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกน่า”
“ชิลนายไม่มีสินค้าส่งให้คราวที่แล้วเพราะงั้นนายเลยต้องรีบหาสินค้าใหม่ใช่ไหมละ
เมื่อวานเย็นนายเลยต้องลงมืออีกครั้งกับ รูดี้ มิล”  
ชิลตกใจที่นิครู้เรื่องนี้เพราะว่ายังไม่มีข่าวของเหยื่อรายนี้ออกสื่อเลย
“นะ นายรู้ได้ยังไง”
ชิลเริ่มลนลาน
“ก็ฉันคอยจับตาดูนายอยู่ตลอดนะสิและฉันมีภาพของนายเป็นหลักฐานไว้ด้วย”
นิคเป็นต่อ ชิลอย่างเห็นได้ชัด
“ไอ้เด็กเวรนี่ เดี่ยวก่อนสิ ใช่ถ้าเราหลอกให้มันเอารูปมายืนยัน
แล้วเราค่อยจัดการเก็บทั้งรูปและมันไปพร้อมกันไปเลย”
ชิลคิดในใจแล้วจึงพูดหลอกล่อนิค
“ฉันไม่เชื่อนายหรอกไหนละเอามาให้ฉันดูหน่อยสิว่านายมีหลักฐานจริงๆ
ว่าไง หรือว่าจริงๆแล้วนายไม่มี”
นิคเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบกลับมา
“ได้สิชิลเย็นนี้นายไปหาฉันที่ตึกร้างหลังย่านการค้าละกัน”
นิคตอบรับคำท้าของชิลแล้ววางสายไป  
“ไอ้เด็กโง่แกติดกับง่ายจริงๆเลย”
ชิลยิ้มเยาะที่นิคตกหลุมพรางของเขา
เย็นนั้นชิลไปที่จุดนัดพบประตูถูกเปิดอ้าไว้
“ฉันรอนายอยู่เลยชิลเข้ามาข้างในสิ”เสียงของนิคดังมาจากข้างใน
ชิลจึงเดินเข้าไปตามเสียงเรียกนั้น ในห้องมีโซฟาที่หันหลังให้และทีวีเปิดอยู่
“นี่ไงละชิลภาพของนาย”
เสียงของนิคดังมาจากโซฟาและภาพวีดีโอก็ถูกฉายออกมาที่ทีวี
ไม่ว่าจะเป็นตอนปีนออกจากห้องและตอนกำลังลงมือจับเหยื่อ
ทุกอย่างถูกถ่ายเอาไว้หมด
“ไงละชิลครบทุกรายละเอียดเลยใช่ไหม”
ขณะที่นิคพูดชิลก็ค่อยๆเดินมาที่ด้านหลังโซฟา
“ใช่มันครบจริงๆ แล้วทำไมนายไม่เอาไปเป็นหลักฐานแจ้งจับฉันซะละนิค”
“นั่นสิคงเพราะถ้านายถูกจับมันคงไม่สาสมกับความแค้นของชั้นยังไงละ”
“แต่นายพลาดแล้วละนิคที่มาเจอกับฉันที่นี่เพราะฉันแค่ฆ่านายซะเรื่องก็จบแล้ว”
ชิลพู่งตัวมาที่ด้านหน้าโซฟาและเงื้อมีดจะแทงนิค
แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะที่โซฟามีเพียงมือถือวางอยู่
“มือถือเรอะ แล้วมันกดรีโมทวีดีโอได้ยังไง”
ชิลพูดอย่างโมโห
“ก็ฉันเป็นคนกดเองนะสิ”  
นิคกระซิบบอกที่ข้างหูชิลพร้อมกับกดเครื่องช๊อตไฟฟ้าใส่จนสลบไป  
เมื่อชิลตื่นเขาถูกถอดเสื้อผ้าออกและถูกมัดติดกับเก้าอี้
ปากถูกปิดด้วยเทปกาว
“เป็นไงบ้างละชิลความรู้สึกที่ถูกมันไว้แบบเดียวกับฉัน”
นิคเดิน วนไปรอบชิล พร้อมกับมีดคัดเตอร์ในมือ
“โจรลักพาตัวฉายา “ชิล” เพราะการป้องกันตัวที่ยอดเยี่ยม
จนทำให้ไม่สามารถติดตามได้จึงได้ฉายานี้มา
เด็กสาวยี่สิบหกคนถูกลักพาตัวในครึ่งปีด้วยฝีมือนาย
ทั้งหมดถูกขายในตลาดมืดถ้าเดาไม่ผิดนายคงจะข่มขืนพวกเธอทุกคน
ก่อนที่จะส่งไปขาย ใช่ไหมละชิล”
พูดจบนิคก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าชิลและค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
“แค่นี้โทษของแกก็สมควรตายแล้วละชิล”
ชิลกลัวจนตัวสั่นเทา
“แต่ให้ตายเลยมันไม่สาสมกับสิ่งที่แกทำหรอกชิล
โดยเฉพาะกับสิ่งที่แกทำไว้กับฉัน”
สายตาของนิคที่โกรธแค้นปรากฏออกมาต่อหน้าชิล
ราวกับจะต้องการจะฉีกร่างเขาออกเป็นชิ้นๆ
“ไช่แล้วไอ้นี่สินะที่แกใช้”
นิคก้มลงมองที่หว่างขาชิล นิคค่อยๆเลื่อนใบมีดออกมาอย่างช้าๆ
ทันใดนั้นเขาก็ปักมันลงไปตรงกลางสิ่งนั้น
ชิลส่งเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด
“เจ็บเหรอชิลงั้นเดี๋ยวฉันจะเอาออกให้นะ”
นิคหันหน้ามาจ้องตากับชิลพร้อมกับค่อยๆลากใบมีดไปเรื่อยๆ
จนมันถูกผ่าเป็นสองซีก
“ทรมานเหรอชิลนี่มันแค่แปบเดียวเองนะเมื่อเทียบกับที่แกไห้ไว้กับฉัน”
นิคลุกขึ้นเดินไปที่ด้านหลัง
“มือคู่นี้ของแกสินะที่ใช้ทำเรื่องเลวๆ”
พูดจบนิคก็ใช้คัดเตอร์เฉือนเอ็นข้อมือทั้งสองข้างของชิล
“ขาคู่นี้ที่แกใช้เดินทำเรื่องชั่วๆ”
สิ้นเสียงคัดเตอร์ก็ถูกแทงไปที่เอ็นร้อยหวายหลังข้อเท้าและตัดมันทิ้งทั้งสองข้าง
ชิลส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวด
นิคแก้มัดชิลและปล่อยให้ลงไปกองอยู่บนพื้น
“ฉันไม่ให้นายรีบตายหรอกน่าชิลนายต้องทรมานให้มากกว่านี้”
นิคพูดออกมาอย่างเคียดแค้น
และคัดเตอร์ก็ถูกแทงไปที่ข้างท้องของชิล
“ใช่นายต้องทรมานกว่านี้”
สายตาของนิคราวกับสัตว์ป่าที่กระหายเลือด
ใบมีดถูกลากผ่านหน้าท้องไปยังอีกฝั่งจนเครื่องในทะลักออกมา
ชิลดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าสังเวช
นิคค่อยๆลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
“ชิลฉันคิดว่านายคงจะเหงาเลยหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนนายด้วยนะ
เขาอยู่หลังประตูห้องข้างๆนั่นแหละพอฉันปิดประตูนี้เขาก็จะออกมาหานายเอง”
นิคเดินออกไปพร้อมกับใส่กุญแจประตูไว้
ทันใดนั้นกลไกที่นิควางไว้ก็ทำงานประตูห้องด้านข้างก็เปิดออก
ชิลหันไปมองอย่างหวาดผวา
สิ่งที่ออกมาจากห้องคือสุนัขจรจัดพันธุ์ล่าเนื้อสามตัวที่นิคจับมาขังไว้
และไม่ไห้อาหารมาหลายวันจนหิวโซ
พวกมันกระโจนเข้าหาชิลในทันที
ความแค้นในใจของนิคได้ถูกสะสางลงแล้ว
นิคไม่ได้รู้สึกผิดกับการฆ่าคนชั่วของเขาเลยเพราะในความคิดของเขาคือ
“คนชั่วสมควรตาย”
นิคเดินกลับบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
และนิคก็เอาหลักฐานทั้งหมดไปเผาทิ้งที่เตาเผาขยะในเขตชุมชนอื่น
****
    หลายวันผ่านไปมีคนได้กลิ่นศพและแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
“ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบโครงกระดูกที่หลงเหลืออยู่บางส่วน
จากการกินของสุนัขสามตัวภายในห้องเดียวกัน
นอกจากนี้ยังพบหลักฐานภาพวีดีโอบันทึกการลักพาตัว รูดี้ มิล
ของโจรลักพาตัว ชิล พร้อมทั้งข้อมูลและวิธีการตบตาเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่าผู้ตายคือร้อยเวนแม็คที่หายตัวไป
และเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่ในวีดีโอการลักพาตัว คาดว่าจะเป็นการใช้ศาลเตี้ยล้างแค้น”
เสียงนักข่าวรายงานดังออกมาจากทีวีขณะที่นิคนั่งทานข้าวเย็นอยู่ที่บ้าน
“อิ่มแล้วครับ”
นิคพูดขึ้นพร้อมกันเอาจานข้าวไปไว้ที่อ่างก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป
“รอยนิ้วมือก็ลบหมดแล้วหลักฐานก็เอาไปเผาหมด
เรื่องคดีลักพาตัวก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
สุนัขพวกนั้นก็เป็นสุนัขจรจัดไม่มีเจ้าของ
ข้อมูลที่ทิ้งไว้ก็มีแค่ส่วนของคดีลักพาตัว
ดังนั้นไม่มีทางที่จะสาวมาถึงตัวฉันแน่นอน”
นิคพูดออกมาอย่างมันใจก่อนที่จะล้มตัวลงนอน
ผ่านไปหลายวันนิคก็ยังคงมาโรงเรียนตามปรกติและคดีของชิลก็ถูกปิดลง
บทสรุปของคดีคือถูกใช้ศาลเตี้ยโดยไม่สามารถระบุคนลงมือได้
หลังจากชิลตายคดีลักพาตัวเด็กสาวในเมืองก็ไม่เกิดขึ้นอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่