ท่วงทำนองที่ผันแปร (Yaoi !) (นวนิยายชุด "มุมสะท้อนของเงาจันทร์) ตอนที่ 1 : พ่อบุญธรรม

กระทู้สนทนา


แนวเรื่อง : Yaoi / Romance / Comerdy / Drama
ผู้แต่ง : Phakin (ภาคิน) -- https://www.facebook.com/phakin.uttabolyukol



คำนำ "ท่วงทำนองที่ผันแปร"


บนถนนแห่งความอ้างว้าง..             สับสน... และอุปสรรคที่ถ่าโถม
พื้นที่ว่างข้างกาย อาจไม่ได้ถูกลิขิต     ขีดเขียนมาให้มีคนครองคู่กันฉันท์แฟน
แม้แม้คำเรียกขานเรา จะแตกต่างจากความธรรมดาทั่วไป แต่นิยามของความรู้สึกที่เรามีให้
ก็คงไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น พี่น้อง... พ้องเพื่อน... หรือกระทั่งพ่อลูกก็ตาม
หากความรักคือบทเพลงเสนาะหู... ซึ่งมีเนื้อร้องอันสวยงาม เช่นนั้น...
เรื่องราวของเรา.... คงเป็นดั่งท่วงทำนอง.... ที่ผันแปร
แม้จะแตกต่าง..... แต่....... ก็ยังคงไพเราะ
ยิ่งกว่าเพลงใดที่ได้ฟัง ตราบเท่าที่มัน
ไม่ใช่อีกครั้ง...... ที่แว่วเพียง
เสียงกระซิบ..........
ของสายลม
...


คำนำ นวนิยายขนาดสั้น ชุด " มุมสะท้อนของเงาจันทร์"


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


...นี่เป็นเรื่องแรกสำหรับผมที่เขียนนิยายแนวนี้ขึ้น ยินดีรับคำติชม และคำแนะนำทุกประการครับสามารถเข้าไปพูดคุย ติดตามข่าวสารการอัพเดทตอนต่อไป หรือเรื่องใหม่ ๆ ได้ที่แฟนเพจ Phakin เลยครับ
https://www.facebook.com/phakin.uttabolyukol



ตอนที่ 1 : พ่อบุญธรรม


          ผมละสายตาจากโปรแกรมพิมพ์เอกสารที่มีเพียงพื้นหลังสีขาวกับตัวอักษรสีดำ ซึ่งเกิดจากการเรียงร้อยถ้อยอักษร ผูกสร้างเรื่องราวในนิยายที่กำลังเขียนอยู่ ก่อนจะกดปิดหน้าจอ แล้วเอนตัวลงแนบขนานไปกับพื้นห้อง กางแขนกางขาออกจนสุด บิดตัวไล่ความขี้เกียจซึ่งแฝงมากับความง่วงงุนให้มลายหายไป

          อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมรักการเขียนมาก รวมถึงรักตัวละครของตัวเอง รักคนที่คอยตามอ่านงานผมด้วย แต่อย่างว่า การนั่งเขียนหนังสือคนเดียวในห้องที่เงียบสงัด มันสามารถกระตุ้นให้เรารู้สึกถึงความเหงาได้ชัดเจนขึ้น ไม่ว่าใครเข้มแข็งแค่ไหนก็ล้วนแล้วแต่อยากมีใครสักคนไว้ให้หยิบยืมกำลังใจกันทั้งนั้น... ผมเองก็เช่นกัน

          ทว่าเมื่อผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง สิ่งที่เห็นกลับมีแต่เพียงห้องรก ๆ ซึ่งดูมืดมน และโดดเดี่ยว สองมือของผมไขว่ควานไปรอบตัวอย่างโหยหา แต่ก็คว้าได้แค่เพียงความว่างเปล่า ไม่มีร่างของใครสักคนให้โอบกอดไว้อย่างที่ใจปรารถนา โสตประสาทสดับตรับฟังได้เพียงท่วงทำนองเพลงโศกอันไร้เสียง พร้อมกับภาพความทรงจำของความรักครั้งเก่าซึ่งยังคงตามหลอกหลอน คอยย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดจากบาดแผลที่จิตใจอย่างซ้ำ ๆ ว่า ผมเป็นแค่คนที่โดนทิ้งอย่างไร้ค่า ไม่ต่างจากเครื่องมืออันหมดประโยชน์... ให้ต้องอยู่ลำพัง

          ตอนนั้นเองที่ความรู้สึกอุ่นเกิดขึ้นตรงกระบอกตาของผม ไม่ใช่เพราะซาบซึ้งในจินตภาพที่นิยายของตัวเองได้สร้างขึ้น หากแต่เป็นเพราะหยดน้ำใส ๆ อันเป็นหลักฐานของความเจ็บปวดต่างหาก ที่กำลังเอ่อคลอจนล้นปรี่ ตามมาด้วยเสียงสะอื้นแผ่วเบาในลำคออย่างอดไม่อยู่ แต่ละหยดมันกลั่นออกมาจากความรู้สึกรวดร้าวที่ยากเกินจะพร่ำพรรณนาให้ใครได้รับรู้ ผมจึงทำได้เพียงทาบมือบนร่างกาย โอบกอดตัวเองไว้ เพื่อให้เนื้อหนังมังสาได้สัมผัสถึงความอบอุ่นอันจอมปลอมที่เป็นเพียงมโนจิตเท่านั้น

          ไม่รู้ว่า เวลาได้ผันผ่านไปนานเท่าใดที่ผมต้องจมอยู่ในห้วงแห่งความโศกเศร้านั้น รู้แต่เพียง... ดวงตา และบริเวณโดยรอบได้บีบคั้นน้ำตาออกมาจนรู้สึกเจ็บปวด และช่องอกที่ราวกับกลวงโบ๋

          มันคงถึงเวลาแล้วที่ผมต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน ไม่งั้นสภาพจิตใจผมคงยิ่งย่ำแย่ลงกว่านี้ ผมตัดสินใจเริ่มต้นด้วยการอาบน้ำ ปรารถนาจากส่วนลึกให้มันช่วยชะล้างความรู้สึกต่าง ๆ จนละลายหายไป

          แล้วผลของมันก็ออกมาไม่ผิดหวัง แม้จะไม่สามารถลบเรื่องราวเลวร้ายออกไปได้ แต่มันก็ช่วยให้ผ่อนคลายลงบ้างนิดหน่อย

          “ปิ้ด ปิ้ด” แต่จู่ ๆ เสียงแจ้งเตือนว่า มีผู้ต้องการเพิ่มเป็นเพื่อนบนเฟสบุ๊คดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือที่ปรกติเงียบตลอดวันโดยไม่มีใครโทรเข้า ซ้ำร้ายยังไม่มีใครให้ผมโทรหาอีกด้วย ผมจึงนำพาร่างกายไร้อาภรณ์อันเปียกปอนของตนตรงมาที่โทรศัพท์เพื่อเปิดดูทันที แล้วก็ต้องผงะไปกับสิ่งที่ผมได้เห็น ข้อความนั้นแจ้งว่า  “ ‘เป็นเกย์ แล้วจะทำไม’ ต้องการเป็นเพื่อนกับคุณบนเฟสบุ๊ค”

          นั่นทำให้รอยยิ้มผุดขึ้นบนริมฝีปากของผมทันที เพราะคนที่ส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนมา คือคนที่ผมรู้สึกชอบพอตั้งแต่ได้เห็นรูปเป็นครั้งแรกในห้องหาคู่เมื่อสองวันก่อน… โดยไม่ต้องฉุกคิด ผมกดตอบรับทันที รู้สึกร้อนฉ่าที่ใบหน้าด้วยความเขินอาย นี่อาจจะเป็นความรู้สึกซึ่งเรียกขานกันว่า ‘รักแรกพบ’

          มันอาจจะฟังดูตลกที่มันเกิดขึ้นกับคนวัยสามสิบสองอย่างผม แต่ก็นะ... เรื่องอย่างนี้มันไม่เกี่ยวกับอายุสักหน่อย อย่างที่เขาว่ากัน ‘อายุเป็นเพียงตัวเลข เพศเป็นเพียงตัวอักษร’ แต่อย่าถามผมนะว่า ใครเป็นคนพูดคนแรก ผมเองก็ตอบไม่ได้ แต่มั่นใจว่า ไม่ใช่เชคเสปียร์ หรือไอสไตน์แน่นอน

          “ติ๊ง!” จากนั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวเข้าก็ดังขึ้นมาทันที “ขอบคุณที่รับแอ้ดนะครับ” แน่นอน เป็นข้อความของน้องคนนั้นนั่นเอง

          “ครับ ยินดีครับ ผม ‘เป็นหนึ่ง’ นะครับ” ผมพิมพ์ตอบกลับทันที คงไม่มีใครรู้หรอกว่า ผมดีใจมากแค่ไหน เมื่ออยู่ ๆ คนที่ตรงกับเสปคก็ทักมาหาเองโดยที่ไม่เคยคาดหวังมาก่อน

          “ครับ ‘น้ำแข็ง’ นะครับ”

          “อ่า ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมสลับหน้าต่างเข้าไปที่หน้าไทม์ไลน์1 ของน้องทันที ทั้งรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า

          รูปถ่ายแต่ละรูปที่โบกบินผินผ่านสายตาผมไป มันยืนยันได้ถึงรูปลักษณ์อันมีเสน่ห์น่าดึงดูดปานนายแบบของเจ้าของเฟส ผิวพรรณสีเหลืองทอง คิ้วหนา ตาคม แต่มีประกายสดใสร่าเริง รูปร่างสมส่วน พร้อมรอยสักแบบญี่ปุ่นทาบทับอยู่ที่ครึ่งตัวข้างซ้าย ไล่ตั้งแต่หัวไหล่ลงมาจนถึงเอว แน่นอนว่าทุกอย่างเป็นไปตามสเปคในฝันของผม และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นยังดูไม่ต่างไปจากผู้ชายปรกติแบบที่ผมต้องการเสียด้วยซ้ำ แบบที่เรียกกันว่า ‘สเตรนจ์ลุค2

          ผมนั่งดูรูปถ่ายของน้องไล่ไปทีละรูปอย่างเพลิดเพลิน พลางวาดภาพในหัวว่า หากได้ไปเดินเล่นด้วยกัน ผมคงจะมีความสุขดีพิลึก... แต่แล้วก็เอะใจขึ้นได้ในวินาทีต่อมา นับตั้งแต่ครั้งนั้น ก็ไม่มีเสียงข้อความตอบกลับมาอีกเลย

          มันเหมือนความฝันของผมพังทลายลง รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าทันที ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอับอายเมื่อตระหนักถึงตัวเองที่ได้แต่คิดไปเองเพียงฝ่ายเดียว

          ผมมองสำรวจสรรพาร่างกายของตนเองทันที แล้วนึกสังเวช ในใจตระหนักได้ถึงความจริงข้อหนึ่ง... น้องเขาคงแค่ทักไปตามมารยาทเท่านั้น... ในความเป็นจริง ด้วยค่านิยมของสังคมสมัยใหม่ เกย์อ้วนขี้เหล่ แถมไม่รวยอย่างผมคงไม่สามารถดึงดูดใจให้ใครหลงใหลได้แม้แต่น้อย ยิ่งน้องน้ำแข็ง ซึ่งกำลังมียอดจำนวนเพื่อนเพิ่มขึ้นทุกทีอันเป็นหลักฐานของการเป็นที่ถูกนิยมชมชอบด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีทาง

          ผมกดรีเฟรช3 หน้าใหม่อีกครั้ง... ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างโพสต์4 บนหน้าวอลล์5 ของน้องอย่างล้นหลาม เพื่อเสนอตัวขอเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการสานสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้

          น้ำตาของผมเอ่อคลอที่เบ้าตาอีกครั้ง... ไม่ใช่เพราะผิดหวังจากน้องน้ำแข็ง หากแต่มันพาลให้หวนคิดถึงความรักครั้งเก่า ที่อีกฝ่ายตัดสินใจจบความสัมพันธ์ของเรา เพียงเพราะรู้สึกไม่ได้ยินดี หรือภาคภูมิใจมากนักกับการควงเกย์อ้วนคนหนึ่งในฐานะคนรักอย่างเปิดเผยต่างหาก... เราทุกคนย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ของสวยงามย่อมดูมีค่าราคามากกว่าของที่อัปลักษณ์เสมอ ไม่งั้นผลิตภัณฑ์ทุกอย่างตามท้องตลาด คงไม่แข่งกันออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงามโก้เก๋ เรียกความสนใจกันหรอก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่รับผิดชอบต่อต้นทุนเหล่านั้นก็คือผู้บริโภคอย่างเรานั่นเอง

          แต่กระนั้นมือของผมก็ยังคงเลื่อนเมาส์ลงมาเรื่อย ๆ อย่างเลื่อนลอย ไร้ความหวัง ข้อความที่ผ่านตาไปส่วนใหญ่ก็จะพูดถึงความรู้สึกเหงา สลับกับข้อความตัดพ้อเรื่องความจน และอาการปวดฟันของตัวเองอีกสองสามอัน... แต่แล้วผมก็สะดุดเข้ากับข้อความหนึ่งซึ่งน้องเป็นคนแปะไว้เอง

          “ทักมาหน่อยคร้าฟฟฟฟ ๆ” กับ “ใครเหงาเหมือนกันทักมาที” ซึ่งมาพร้อมกับยอดไลค์จำนวนมาก แบบที่งานซึ่งใช้เวลาเขียนกว่าปีของผมคงไม่ทางเทียบได้

          ทันทีที่ได้อ่านโพสต์นี้ ผมนึกในใจขึ้นมาทันที... เวลาที่ผ่านมา คงมีคนมากมายทักน้องเขาไปจนแทบจะคุยได้ทั้งเดือนเสียแล้วกระมัง จึงตั้งใจจะปล่อยผ่าน แล้วกลับไปนั่งงมอยู่กับงานของตัวเองต่อ

          แต่อีกใจก็ดันคิดขึ้นมาว่า ถ้าเป็นอย่างที่น้องโพสต์ไว้จริง สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดอาจจะเป็นกำลังใจต่างหาก ผมจึงตัดสินใจส่งข้อความส่วนตัวไปอีกครั้ง “ถ้าไม่มีคนคุยด้วยจริง ๆ ผมก็ยินดีนะครับ ทักมาได้เลย”

          แน่นอนว่าผมเองก็ทำไปโดยไม่ได้หวังผลให้มีการตอบกลับแม้แต่น้อย แต่ถ้าจะเรียกให้ถูก คือสำเหนียกตัวเองต่างหากว่า ไม่ได้ดีพอให้น้องเขามองด้วยหางตาแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ...อาจจะฟังดูไร้สาระ แต่นั่นก็คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคมสมัยใหม่

          หลังจากนั้นผมก็ตั้งสติอีกครั้ง เปิดหน้าโปรแกรมพิมพ์เอกสารขึ้นเพื่อจะเขียนนิยายของตัวเองต่อให้จบ แม้จะกระท่อนกระแท่นบ้าง เพราะอารมณ์ไม่ได้สุนทรีมากพอจะสร้างภาพอันสวยงามดุจวิมานสวรรค์ได้ในเวลานี้

          ...แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลงมือทำ

          เวลาผ่านไปจนตะวันเดินทางเลยครึ่งฟ้า ผมเอนตัวลงแผ่หลาบนพื้นอีกครั้งด้วยสมองอันอ่อนล้า ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว หลังจากนั้นจึงบิดร่างกายไปมาอีกสองสามทีก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเพื่อเดินเข้าห้องน้ำ หวังจะพรมน้ำลงบนตัวให้พอรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง



1ไทม์ไลน์ = Timeline หมายถึง เรื่องราวที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งในที่นี้หมายถึงส่วนแสดงเนื้อหาและเหตุการณ์ซึ่งผ่านไปในแต่ละวันที่ผู้เป็นเจ้าของหน้าไทม์ไลน์นั้นได้แสดงให้ผู้อื่นได้รับรู้
2สเตรนจ์ลุค = straight หมายถึง ชายจริง หรือหญิงแท้ ซึ่งไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เมื่อรวมกับ look จึงหมายถึงกลุ่มเพศที่สามซึ่งแสดงกิริยาท่าทางแบบคนปรกติที่ไม่เบี่ยงเบน
3รีเฟรช = refresh หมายถึง การเรียกหน้าจอเดิมซ้ำใหม่ เพื่อให้หน้านั้นได้แสดงสิ่งที่เป็นปัจจุบัน
4โพสต์ = post แปลตามตัวว่า แปะ แต่ในที่นี้มายถึงการแสดงข้อความ หรือรูปภาพทิ้งไว้
5วอลล์ = wall แปลตามตัวว่า กำแพง แต่ในที่นี้หมายถึง ส่วนที่แสดงโพสต์ไว้ให้เห็นได้แบบสาธารณะ ซึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบว่า หน้าไทม์ไลน์ของตัวเองคือบ้านหลังหนึ่ง ส่วนแสดงข้อความสาธารณะก็คือกำแพงบ้านนั่นเอง ซึ่งใครที่ผ่านไปผ่ามาก็จะสามารถอ่านข้อความนั้นได้โดยที่ไม่ต้องรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวอย่างตัวบ้านนั่นเอง



----------- ยังไม่จบ อ่านต่อด้านล่างครับ -------------
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่