เปิดประสบการณ์งานpart timeสารพัดนึก

กระทู้สนทนา
เปิดประสบการณ์งานpart timeสารพัดนึก

วันนี้ลลิตาขอเปิดประสบการณ์การทำงานpart timeเอาเริ่มตั้งแต่งานแรกในชีวิตของลลิตาเลยนะคะ เพื่อเป็นการเล่าสู่กันฟังสำหรับน้องๆพี่ๆหนูๆทั้งหลายที่กำลังมองหางานpart timeทำกันอยู่ไว้เป็นแนวทางคะ

1. เริ่มจากงานที่แรกตอนอายุ17ย่าง18
"พนักงานร้านพิซซ่า" ย้อนไปประมาณ10ปีที่แล้วตอนนั้นลลิตาอยู่ ม.6คะ ปิดภาคเรียนเทอมกลาง ว่างคะนั่งๆนอนๆไม่รู้จะทำอะไร ตอนนั้นติดเล่นเกมโยวกังกับปังย่า รู้จักกันกันมั้ยคะ เล่นทีเป็นวันๆนัดเพื่อนๆในชั้นเรียนมาเจอกันในเซิฟเกมบอกพิกัดเจอกันจุดนั้นจุดนี้ เล่นไปแบบคนไร้จุดหมายมากคะหนังสือเรียนไม่เคยอ่าน ทั้งๆที่ม.6เป็นช่วงที่เตรียมรอสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เล่นไปเล่นมารู้สึกเบื่อคะเลยขอออกจากวงการเกม มานั่งอ่านการ์ตูนไปเช่ามาอ่านวันละ3บาท พอดี้พอดีเพื่อนแถวบ้าน มันทำงานpart timeอยู่ที่ร้านพิซซ่านี้มาได้เกือบ1ปีแล้วเป็นเด็กส่งพิซซ่านะคะ มันเดินผ่านบ้านเราเห็นเรานั่งอ่านการ์ตูน เลยเดินเข้ามาคุยเล่น "เห้ยยิ้มว่างมากหรอวะ ไปทำงานร้านตูป้าว คนขาดหว่ะ" สิ้นเสียงเพื่อนหูผึ่ง ถามกลับไปว่า "ตูทำได้หรือ อายุยังไม่ถึง18เต็มเลย" ปล.เพื่อนอายุมากกว่าลลิตา1ปี ณ ตอนนั้นอีกแค่2เดือนลลิตาจะอายุครบ18ปีพอดี
"ได้มาเลยๆพรุ่งนี้มาเลยนะ เดี๋ยวเย็นนี้ตูไปทำงานจะบอกผจก.ไว้ให้ว่ายิ้มสนใจ"

เช้าวันรุ่ง ลลิตานั่งรถเมล์ไปลงหน้าร้านพิซซ่าตอน10.00โมงเช้า พร้อมบรรดาเอกสารที่ใช้สมัครงาน วันนั้นเพื่อนเข้ากะเปิดร้านพอดี มันเลยอยู่ตั้งแต่เช้า มาถึงผจก.ยังไม่มาอยู่แต่ผู้ช่วย เอาใบสมัครมาให้เขียน เรากรอกๆเสร็จนั่งรอผจก.มาเกือบเที่ยง แต่ตอนนั้นเพลินนั่งรอไปเพื่อนก็มาชวนคุยไป เด็กที่ทำงานในร้านคนอื่นๆเดินผ่านก็ทักทาย"มาสมัครงานหรอๆๆ" ถามกันทุกคนเหมือนเราเป็นของแปลกใหม่หลุดมาในร้าน5555 แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดอะไรที่รอนานหรือมีแต่คนถาม นั่งมองเค้าทำงานกันไปดูวุ่นวายดี
(มีตอนกรอกใบสมัครเพื่อนบอกว่าให้เขียนปีพ.ศ.เกิดต่ำกว่าปีจริง1ปี มันเอาสำเนาบัตรปชช.ลลิตาไปแล้วบอกว่าเดี๋ยวมาละมันก็ออกไปส่งพิซซ่า กลับมาแล้วมันก็ไม่ได้พูดอะไร มารู้ตอนหลังมันเอาไปแก้เลขปีเกิดตัวท้ายนิดเดียวแทบจับผิดไม่ได้เลย แล้วถ่ายเอกสารซ้ำ อย่าทำตามนะคะ อาจผิดกฎหมายได้ ตอนนั้นเด็กมากไม่รู้เรื่องอะไรเลย แค่อยากลองทำงานตื่นเต้น5555)

หลังผจก.ร้านสัมภาษณ์เสร็จ วันรุ่งขึ้นพี่เขาก็ให้มาเริ่มงานเลย (ตอนนั้นค่าชุดยังได้ฟรีอยู่แต่รู้สึกปัจจุบันจะเสียเงินค่าชุดก่อนเริ่มงาน) เอาชุดกลับมาบ้าน มาลองชุด โอ้โห!!!กระโปรงยาวอย่างกับคุณครู5555 เด๋อด๋ามากคะ เอาให้แม่ดู แม่บอกใส่ไปก่อนเดี๋ยวค่อยเอาไปตัดวันหยุด

เริ่มงานวันแรก เป็นโฮสต์อยู่หน้าประตูคะ ยืนๆๆๆเปิดประตู-ปิดประตูอยู่อย่างนั้น7วันเต็มๆ ร้านที่ลลิตาทำอยู่ริมถนนนะคะ ไม่ได้อยู่ในห้าง ประตูมันเลยไม่ได้เปิดไว้ตลอดเวลาเหมือนในห้าง ขอบอกว่าเมื่อยมากคะ แต่ไม่บ่นเลยสักคำ ไม่รู้ตอนนั้นเป็นไปได้ไงที่ทนยืนได้นานขนาดนั้น พอมาสัปดาห์ที่สองเริ่มได้ถือเมนูอาหารเอาไปให้ลูกค้าที่โต๊ะ พร้อมกับเดินนำลูกค้าไปส่งที่โต๊ะ แต่ยังไม่ได้รับออเดอร์ ถามว่าเมื่อยมั้ยทำงานยืน8ชม./วัน เมื่อยคะก็มีอู้ไปนั่งบ้าง ไปฉี่ไปอึบ้างนานๆ แต่ทำไปนานๆแล้วชินไปเอง กลับมาหลับเป็นตาย

มารู้ตอนหลังนะคะที่ผจก.ให้ลลิตายืนโฮสต์หน้าประตูตั้งเป็นอาทิตย์เพราะฝึกความอดทนคะ บางคนทนยืนแค่2-3วันก็ไม่มาทำงานอีกเลย เพราะช่วงแรกๆมันค่อนข้างน่าเบื่อคะ ยืนๆๆพูดๆๆ สวัสดีคะ พิซซ่ายินดีต้อนรับคะ ขอบคุณคะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ บลาๆๆๆ
ตอนยืนโฮสต์ ผจก.ก็สั่งว่าอย่ายืนว่างๆหล่ะเปิดดูเมนูอาหารท่องจำไปด้วย ลูกค้ามาก็ค่อยกล่าวต้อนรับ ไอเราตอนนั้นเด็ก ซื่อ อายุ17-18เองใครสั่งไรทำหมดคะ ก็ทำมาเรื่อยจนจบม.6ก็ยังทำอยู่

ตอนเริ่มเปิดเทอมปลายแล้วทำงานไปด้วยยอมรับว่าเหนื่อยมาก เลิกเรียน5โมง เข้ากะ6โมง เลิกงานตี1 ตื่น 7.30ไปเรียน โรงเรียนเข้า8โมง ไปเกิน8โมงทุกวัน5555 แต่เป็นงานpart timeแรกที่สนุกมาก มีเพื่อนๆรุ่นๆเดียวกันในร้านเยอะมาก มันเลยพลอยสนุกสนาน กินส้มตำหัวชนกัน มีประชุมร้านขัดร้านเลิกตี2-3ก็ทำกันไปสนุกสนานโปกฮา พอวันไหนเงินเดือนออกเพื่อนในร้านชวนไปเที่ยวกลางคืน (10ปีก่อนที่เที่ยวยังไม่เข้มงวดมากนะคะเรื่องอายุไม่ถึง20แอบหลงๆเข้าไปหลายหนอยู่ แต่ไม่ชอบเสียงดังเลยไปรวมวงเที่ยวกับพวกๆแค่ไม่กี่ครั้ง)ก็แกล้งบอกแม่ว่ามีประชุม มาคิดถึงตอนนั้นแม่คงรู้ทันแหล่ะแต่แม่ไม่พูด5555
พอร้านมีเด็กใหม่เข้ามาทีก็จะตื่นเต้นกันใหญ่อยากทำความรู้จักเค้า อยากสอนงานเค้า ถ้าสวยๆหน่อยไอพวกผู้ชายก็อยากจะจีบ5555 เป็นอะไรที่เปิดประสบการณ์ในวัยเด็กมากๆคะ
ทำมาสักพักได้เลื่อนมาอยู่แคชเชียร์ เก็บเงินนับเงิน สบายขึ้นมาหน่อย ในร้านเขาจะมีตารางเวรระบุเลยว่า ในแต่ละวีคใครทำอะไร ใครยืนพื้นตำแหน่งไหนก็ดูแลหน้าที่ตัวเองกันไป ใครเรียนอยู่อยากทำงานแค่วันไหน ทำกี่ชม.ก็แจ้งหัวหน้าไป เขาจัดตารางเวรให้ ดีมากคะสำหรับเด็กๆที่หารายได้พิเศษ และส่วนใหญ่ก็จะมีแต่part timeในร้านเยอะ มีfull timeไม่กี่คนหรอกคะ
ทำอยู่2ปีกว่า ในร้านเปลี่ยนผจก.ไป 3 คน สุดท้ายลาออกมาเรียน มหาวิทยาลัยรัฐฯแต่เรียนไม่จบ ดรอปกลางคัน และคือจุดเริ่มต้นของงานพาททามที่สอง

2.งานที่สองหลังดรอปเรียน "พนักงานpart timeในโรงหนัง" หลังดรอปเรียนและชีวิตว้าวุ่นมาก ไร้จุดหมายอีกครั้ง ไปเดินเที่ยวห้างคนเดียว ขึ้นไปชั้นโรงหนังกะเดินเล่นดูไรเรื่อยเปื่อย ไปเจอกับป้ายรับสมัครงานที่หน้าโรงหนัง สนใจแห่ะ ว่างๆอยู่ด้วย วันรุ่งขึ้นขนเอกสารไปสมัครเลยคะ ได้คุยกับผจก.สาขานิดหน่อยแล้วเค้าก็รับเลยให้มาเริ่มงานอีก2วัน ให้ชุดกลับมาลอง ให้ไปหาซื้อกางเกงสีดำ รองเท้าดำ บรีฟหน้างานที่ต้องทำเป็นอันเข้าใจ สองวันถัดมาเริ่มงานปรากฎว่า ผจก.ที่สัมภาษณ์ลลิตาวันก่อน ได้ย้ายไปอยู่สาขาอื่นแล้ว วันนั้นคือวันทำงานวันสุดท้ายของพี่เค้าพอดี โชคดีมากๆที่เขารับทำงาน5555

ลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ อยู่หน้าเคาเตอร์คะที่เป็นกระจกกั้นระหว่างลูกค้าที่มาซื้อตั๋วหนังกับพนง. ลลิตาทำหน้าที่เก็บเงิน  ออกตั๋วหนัง แล้วส่งให้ลูกค้า ถ้าเงินช็อตตอนส่งเงินหลังเลิกงานจ่ายเองนะคะขอบอก ลลิตาเคยเข้าเนื้อ120บาทกับ240บาท สองครั้งคะ ซวยฉิบเป๋ง5555 ทำงานโรงหนังสบายคะได้นั่ง ไม่ต้องยืน เฉพาะตำแหน่งที่ลลิตาทำนะคะ แต่การเมืองในที่ทำงานแรงมากคะ มีทั้งคนอิจฉากัน คนไม่ชอบหน้ากัน แกล้งกันก็มี ลลิตาเคยโดยเอารองเท้าไปซ่อนคะ แต่เข้าใจว่าเขาคงแกล้งผิดคน เพราะรองเท้ามันเหมือนๆกัน อีกอย่างห้ามพกโทรศัพท์มือถือเข้าในบ็อกออฟฟิตเลยนะคะ (ที่ซื้อตั๋วเขาจะเรียกกันสั้นๆว่าบ็อกคะ) เก็บไว้ในกระเป๋าอย่างเดียว เงินด้วยห้ามเอาเข้าในบ็อก เก็บทุกอย่างในกระเป๋าเก็บไว้โซนผจก.คะเขาจะนั่งทั้งวันไม่ไปไหน มีกล้องวงจรปิดไม่ต้องห่วงกลัวหาย แต่ที่รองเท้าหายนี่อยู่อีกที่นะคะ จะเป็นด้านหลังที่ฉายหนังจะมีโซนเล็กๆให้พนง.นั่งคะ มีที่เปลี่ยนรองเท้าเพราะบางคนใส่แตะมาแล้วมาเปลี่ยนรองเท้าทำงานที่หลัง

ลลิตาทำงานที่นี่ไม่นานคะ ประมาณ2เดือนก็ออก เนื่องจากการเมืองในที่ทำงานแรงอย่างที่กล่าว แล้วตอนนั้นลลิตาโดนเพื่อนในที่ทำงานที่เป็นกระเทยแกล้งคะ นางบังคับให้ลลิตาไปกินข้าวตอนพักเบรกกับนางทุกวัน ซึ่งบางทีเราไม่อยากไป นางก็จะพูดว่า "ทำมะๆไปเป็นเพื่อนหน่อยไม่ได้รึงายยย" นางให้ไปด้วยทุกวัน แต่นางไม่ได้เป็นมิตรนะคะ นางออกแนวข่มๆเรา พอนึกภาพออกมั้ยคะ 5555 ตอนนั้นก็เด็กคะ20ต้นๆ20-21แล้วนิสัยเป็นคนโอนอ่อนยอมคน "ไม่อยากจะขัดใจกระเทย ที่มันชอบเธอ ไม่ให้ชอบเธอก็คงเป็นไปไม่ได้5555" ขอโทษคะที่ร้องเพลง อิอิขำๆนะ
สุดท้ายก็ออกก่อนออกไม่ได้แจ้งลาออกด้วยคะ ออกมาเลยกลางวันๆขณะทำงานนี่แหล่ะคะ โดนกระเทยแกล้ง เก็บของกลับบ้านเลย ในใจคิดว่าไม่องไม่เอาละวะเงินเดือนช่างมัน ปรากฎว่าถึงวันเงินเดือนออก เงินเข้าซะงั้น3พันกว่าบาทดีใจ5555 งานpart timeที่สองก็จบลงด้วยประการละฉะนี้ และเริ่มด้วยมาเรียนมหาวิทยาลัยใหม่เป็น ม.เอกชน ต่อไปจะขอเล่างานpart timeที่3นะคะ

3."งานร้านสะดวกซื้อคะ" ลลิตามาทำงานร้านสะดวกซื้อสิริเวลารวมประมาณ 8 เดือนคะ ทำตอนได้เรียนเริ่มเรียนม.เอกชนแล้วอยู่เฉยๆไม่มีเงินซื้อของที่อยากได้ไม่กล้าขอแม่ด้วย ประจวบกับพอดีมีร้านสะดวกซื้อมาเปิดใหม่แค่ข้ามถนนจากบ้านตัวเองไปฝั่งตรงข้ามคะ ตอนไปสมัครไปสมัครแถวสะพานควายนะคะ ก็เขียนใบสมัครตามขั้นตอนทั่วไป มีคนไปสมัครเยอะนะคะขอบอก เขาไม่รู้คัดเลือกจากอะไรแต่คิดว่าคงรับทุกคน ลลิตาเอาวุฒิม.6ไปสมัครคะ HRเขาก็จะสัมภาษณ์เรื่องทั่วไป เคยทำงานที่ไหน เรียนอยู่มั้ย และสุดท้ายบ้านอยู่โซนไหน บริษัทเขาก็จะให้ไปลงสาขาใกล้บ้านคะ แบบไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปทำงานยิ่งดี เดินมาทำงานได้ยิ่งดี เขาจะหาที่สะดวกที่สุดให้เราคะ แต่ในกรณีถ้าเป็นแฟรนไชน์ลลิตาไม่ทราบนะคะว่าเขาหาพนง.ยังไง อาจติดป้ายรับสมัครหน้าร้านเอานะคิดว่า สัมภาษณ์เสร็จไม่กี่วันก็ได้เริ่มงานคะ

ลักษณะงานลลิตาคิดว่าหนักที่สุดในบรรดาpart timeที่เคยทำมาเลยคะ แต่ขอบอกก่อนคะในความหนักในความลำบาก ทำให้เราเป็นคนอึดคะ อึดและทน ไปทำงานที่ไหนก็สู้ไม่ถอยคะ เพราะคิดว่าลำบากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ที่ไหนก็สู้ที่นี่ไม่ได้555
ลลิตาเป็นคนตัวเล็กนะคะ สูงแค่153หนัก42กก.ตอนที่ทำร้านสะดวก กิจวัตรประจำวันคือถ้าวันไหนมีเรียนบ่ายลลิตาจะไม่ทำงานในวันนั้นคะ จะทำเฉพาะวันที่เลิกเรียน12.00 และขอเข้างานบ่าย3 เลิกงานก็ตามเวลาคือ5ทุ่ม แต่ได้เลิกเกินกว่า5ทุ่มทุกทีเลยคะ เพราะของจะมาส่งประมาณ5ทุ่มคะแล้วเราต้องช่วยกันนับของว่าตรงมั้ยแล้วเติมเข้าชั้น เก็บเข้าสโตร์ก่อนถึงกลับบ้านได้คะ ทั้งยกลังหนักๆ ยกขึ้นชั้น2 ยกลงมาเติมชั้นล่าง ทำทุกวันคะจนกลายเป็นหญิงอึดไปเลย555 ร้านที่ลลิตาอยู่มีผู้ชายแค่คนเดียวคะ เป็นรองผจก.ร้าน มีทอม1คน นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมดคะ เหนื่อยนะคะแต่ใครผ่านงานร้านสะดวกซื้อมาเป็นปีๆแล้วไปสมัครงานที่อื่นยอมรับเลยคะว่าใจสู้จริงๆ รับเขาเหล่านั้นเข้าทำงานเถอะคะ รับรองสู้งานไม่มีถอย

ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ลลิตาจะขอผจก.เข้าเช้า เช้านี่คือ6โมงเช้าเลยนะคะ เพราะคนที่อยู่กะดึกเขาจะกลับประมาณ6-7โมง ก่อนกลับเขาก็จะเติมของให้เราก่อนเหมือนเวลาที่เราก่อนกลับตอน5ทุ่ม ระหว่างวันก็เติมของไปเรื่อย ตรงไหนหมดก็หยิบมาเติม ยืนคิดเงิน ทำเงินช็อตจ่ายเองเหมือนโรงหนัง ของโดนขโมยถ้าจับขโมยไม่ได้ก็จ่ายเองอีกเช่นกัน เคยมีกรณีน้องpart timeคนนึงขโมยช็อกโกแลตกินในห้องน้ำด้วยคะ กินทุกวันจะโดนจับได้ก็ไล่ออกตามระเบียบ ข้อดีของงานร้านสะดวกซื้อนะคะ น้ำอัดลมกดกินฟรีตลอดคะ น้ำทุกอย่างกาแฟ โอวันตินกดกินได้ตามสะดวกคะ แต่เวลาพักไม่แน่นอนนะคะ ผลัดกันรีบกินข้าว แล้วก็มายืนเครื่องต่อเพราะคนเข้าร้านสะดวกซื้อกันทั้งวัน เหนื่อยคะแต่ผ่านมาได้แล้วก็ภูมิใจด้วยที่เคยทำงานร้านสะดวกซื้อ(บอกทริคนิดนึงอยากทำร้านสะดวกซื้อได้ร้านยิ่งเล็กงานยิ่งไม่หนักคะ555) ถึงแม้จะไม่ครบปีแต่ก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่จะจดจำไปตลอดเลยคะ มันทำให้เราไปทำงานที่ไหนก็เป็นคนอดทนคะ เพราะอย่างว่ายืนทั้งวันเหมือนพิซซ่าว่าหนักแล้วเมื่อยแล้ว แต่ไม่ต้องยกของเหมือนร้านสะดวกซื้อ ร้านพิซซ่าถือว่าจิ๊บจ้อยมากคะ

ตอนนี้ลลิตาสบายแล้วคะเรียนจบ ทำงานประจำมาได้3ปีแล้ว อายุก็ใกล้จะเลข3แล้วถือว่าที่ผ่านมาตั้งแต่อายุ17-18ที่ได้ทำงานพวกนั้นถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่ามากๆคะ น้องๆหนูๆที่คิดว่าทำไมเราลำบากจัง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ท้อแท้จัง อย่าคิดว่ามันลำบากเลยนะคะ ให้คิดว่าทำแล้วสนุกได้เงินคะ ถึงวันนึงถ้าเรามีพร้อมทุกอย่างแล้ว มองย้อนกลับไปในอดีตตอนนั้นของเรา เราจะภูมิใจคะที่ผ่านจุดๆนั้นมาได้ เป็นกำลังใจให้น้องๆpart timeที่สู้ชีวิตอยู่ตอนนี้ทุกท่านนะคะ สู้ๆคะ

เพิ่มเติม เพื่อนๆในที่ทำงานเก่าหลายคนนับเฉพาะแค่ที่ร้านพิซซ่า กับร้านสะดวกซื้อนะคะ ตอนนี้หลายๆคนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผจก.ร้าน กับ ผจก.ร้านกันหลายคนแล้ว ถือเป็นรางวัลสำหรับคนสู้ชีวิตรางวัลหนึ่งเลยคะ  แม้งานจะเหนื่อยจะหนักแต่สุดท้ายก็ได้รับสิ่งดีๆกลับมาในชีวิต  บางคนมีบ้าน มีรถเพราะทำงานพวกนี้มาเป็นสิบๆปีนี่แหล่ะคะ พูดจริงๆไม้ได้โม้ๆๆๆน้า

ลลิตารักทุกคน  หากลายตาขออภัย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่