19
“ตื่นๆๆ”
“ฮึ!” ฉันสะดุ้งผงกหัวขึ้นมานิดหน่อย แล้วหันซ้ายหันขวาเงยหน้าหาว่าใครเป็นคนทำลายความสุขของฉันกัน และแล้วก็พบสามหนุ่มที่ยืนล้อมรอบไปหมดด้วยสีหน้าดุดัน? ฉันเบ้หน้าอ้าปากหาวหวอดก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนอนลงกับโซฟาอย่างเก่าแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคอ
“เฮ้ย! ตื่นได้แล้วววว~นิกิม นี่มันตี่สี่กว่าแล้วนะ” เสียงพี่โฮมโวยวายดังอยู่เหนือตัวฉัน แต่..ลุกไม่ไหวง่ะ =-= ขอนอนต่ออีกสักห้านาทีนะ ง่วง คร่อกกก ZzZ
“นิกิม” เสียงดุๆ จากพี่บริงค์ไม่ทำให้ฉันสะกสะท้านแต่อย่างใด =^=
“...”
“ZzZ” ถึงฉันจะหลับตาอยู่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้สนใจนะ เสียงเงียบไปแล้ว...
หึๆ สงสัยขี้เกียจปลุกแล้วล่ะมั้ง อือ จะไปดูก็ไปกันเถอะพระอาทิตย์ขึ้นน่ะ นี่เพิ่งจะตีสี่กว่าๆ เองไม่ใช่เหรอ รีบตื่นไปทำไมกัน นอนเถอะ อือ~ ฉันซุกหน้ากับหมอนพลางคลี่ยิ้มอย่างสุขใจ
วืดดดด~
“กรี๊ดดดด O[]O!” เฮ้ย อะ...อะไรเนี่ย? ฉันเบิกตากว้างหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองลอยขึ้นได้ ฉันก้มไปมองพื้นที่ว่างเปล่าบนโซฟาแล้วหันกลับมาอีกด้านก็พบเข้ากับหน้าอกกว้างของใครบางคนที่พอเงยหน้าขึ้นไปแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ
“จะต้องให้อุ้มไปส่งถึงหน้าห้องน้ำเลยมั้ยครับ?” พี่บริงค์บอกเสียงเรียบ ฉันอ้าปากค้างพะงาบๆ พูดไม่ออก เพราะกำลังตกใจไปชั่วขณะระยะยาว O_Olll
“เอ่อ...มะ...ไม่ต้อง” เสียงที่พูดออกไปคล้ายละเมอมากกว่าเพราะฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าพูดอะไรออกไป นี่ยังพอมีสติอยู่ถึงได้รู้ว่าฉันปฏิเสธเขาไปแล้ว ฉันหลับตาปี๋แล้วสะบัดหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติกลับมาให้ครบถ้วน
“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาซะ เดี๋ยวก็อดดูพระอาทิตย์ขึ้นหรอก” พูดจบก็ปล่อยฉันลง ฉันที่ตาสว่างบ้างแล้วก็ทรงตัวยืนให้ตรงแล้วเดินตัวเซไปยังห้องน้ำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย โห่ย~ ทั้งที่จะได้นอนต่ออีกสักหน่อย กลับต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาจนได้ ฮ้าววว~ -O- แจ๊บๆ
หลังจากที่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นจนตาสว่างและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นเป็นกอง หากอากาศเย็นๆ ช่วงตีสี่กว่านี้ ทำให้นึกเสียดายเวลาอันมีค่าในการนอนเสียจริง เฮ้อ ช่างมันเถอะ ว่าแต่...พวกพี่ๆ หายไปไหนกันหมดเนี่ย?
ฉันเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำพลางชะเง้อคอยาวไปรอบตัวเผื่อจะเห็นเงาของใครสักคนก็ยังดี แต่ว่าเท่าที่ฉันมองไป ทั้งในห้องครัวและห้องนั่งเล่น ก็ไม่เห็นมีใครอยู่เลยนะ รึว่าจะออกกันไปแล้ว? แหงเลย ไม่คิดจะรออ่ะ -*-
ฉันใส่รองเท้าแตะที่หน้าบ้านแล้วเดินเหยียบย่ำไปตามผืนทรายเพื่อตามหาสามหนุ่มมุมแหลมที่คาดว่าน่าจะไปนั่งรออยู่ที่ชายหาดแล้วแหละ และก็เป็นดังคาดเมื่อฉันเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับเงาของใครสามคน นั่งเรียงกันอยู่ที่ชายหาดท่ามกลางความมืดในช่วงตีสี่กว่า (คงมีแต่พวกเขานี่แหละ ที่แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เร็วขนาดนี้ = =;;)
ฉันเดินเข้าไปหาสามเงานั้นจนภาพเริ่มชัดขึ้นและเห็นเป็นสามหนุ่มจริงๆ พวกเขาหันมามองแล้วยิ้มให้ ก่อนที่พี่บริงค์จะเขยิบที่ให้แล้วตีเบาๆ ที่พื้นที่ว่างข้างตัว
“มานั่งตรงนี้สิ” เขาสั่ง ฉันพยักหน้าหงึกๆ แล้วทำตามคำสั่งนั้นอย่างว่าง่าย พอนั่งลงปุ๊บพี่แกก็ถอดเสื้อคลุมมาคลุมทับร่างฉันไว้ทันที ฉันหันไปมองเขาแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“ห่มไว้ก่อน อากาศมันเย็น” เขายิ้มน้อยๆ แล้วเก็บไม้เก็บมือมากอดเข่าทั้งสองข้างแทน พลางโยกตัวไปมาราวกับว่าตัวเองเป็นม้าโยกอย่างนั้น
“ไม่เย็นหรอก อากาศอย่างนี้แหละเราชอบ ^^” ฉันบอกไปตามความจริง พลางทำท่าจะถอดเสื้อคลุมออกคืนให้เขา แต่พี่แกก็ไวกว่ารีบตะปบมือฉันไว้แล้วส่งสายตาดุมาให้กรายๆ
“อย่าดื้อสิ ลมทะเลมันทำให้ไม่สบายได้นะ”
“อ่า...” ฉันทำได้แค่ยิ้มแหยๆ เท่านั้น เพราะพี่แกคงไม่ปล่อยให้ฉันทำตามใจตัวเองหรอก
“เชื่อฟังเขาหน่อยเถอะนิกิม เพราะถ้าเกิดนิกิมเป็นอะไรไปนะ พี่ชายของนิกิมก็คงอยู่ไม่ได้หรอก T^T” ฉันหันไปมองพี่โฮมอย่างตกใจระคนเขินจนหน้าแดง ส่วนพี่บริงค์นี่โวยลั่นเลย
“อะไรๆ พี่โฮม เวอร์ไปป่ะ”
“ไม่ได้เวอร์นะ เค้าพูดความจริง ;)” พี่โฮมกัดปากยิ้มๆ คงรู้สึกสนุกสนานมากที่ได้แกล้งน้องตัวเอง = =;; ซึ่งหนึ่งในความสนุกของเขามันก็พลอยกระทบฉันไปด้วยอีกคนนะคะ =0=//
“เฮ้อ เบื่อ ขี้เกียจจะเถียงกับพี่และ” พี่บริงค์ตัดบทเสียดื้อๆ เขาทำหน้ามุ่ยตามองไปยังผืนทะเลข้างหน้าไม่หันไปคุยกับใครจริงๆ ฉันเองที่ลอบมองเขาก็อดยิ้มไม่ได้ ตอนนี้อะไรๆ ที่พี่เขาทำ มันก็ทำให้ฉันยิ้มได้หมดแหละ ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยจะบ้าแฮะ ฮ่าๆ ^^
“อ๊ะ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว!” พี่แชลที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครตะโกนขึ้นพลางชี้ไปข้างหน้า แสงสีส้มเรืองรองที่ค่อยๆ แผดขึ้นมาจากเบื้องล่างของขอบฟ้าทำให้บรรยากาศแห่งความมืดของท้องทะเลเปลี่ยนไป พวกเราสี่คนในท่านั่งสบายๆ ดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างมีความสุข เสียงคลื่นน้อยๆ ที่ซัดซ่ากระทบฝั่งบวกกับอากาศหนาวเย็นที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับแสงสีทองเรืองรองทำให้นึกอยากจะเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ให้มากที่สุด
“ไฮ ยู!” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆ พี่แชลก็ตะโกนลั่นขึ้น ฉันและพี่ๆ อีกสองคนหันไปมองพี่แชลที่โบกมือให้ใครบางคนที่เดินใกล้เข้ามา ฉันเพ่งตามองเงารางๆ นั้นจนเริ่มเห็นชัดว่าสองคนที่กำลังเดินมาเป็นใคร...ชาวต่างชาติผิวขาวตาน้ำข้าวสองคนเดินเข้ามาหาพวกเราที่นั่งมองสองคนนั้นเป็นตาเดียว ฉันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นฝรั่งสองคนนี้(สงสัยความทรงจำที่เคยต้องสัมภาษณ์ฝรั่งตอนไปทัศนศึกษาจะตามมาหลอกหลอนทุกครั้งที่ได้เจอล่ะมั้ง บรื้อ~! อดประหม่าไม่ได้เลยแฮะ)
“เอ่อ...ยู...โฟโต้ๆ แหะๆ” พี่แชลทำท่าประกอบพร้อมยื่นกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอไว้ตั้งแต่แรกให้ผู้ชายตาน้ำข้าวไป ชายคนนั้นพยักหน้ายิ้มๆ เป็นอันเข้าใจ เขาตั้งท่าจะถ่ายรูป พร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว พวกเราจึงรีบหันไปมองกล้องพร้อมเต๊ะท่าที่คิดว่างามที่สุด
แชะ!
“OK ^^” ฝรั่งคนนั้นละหน้าจากกล้องพร้อมกับทำมือเหมือนสั่งให้พวกเราเปลี่ยนท่า และเปลี่ยนมุมบ้าง ซึ่งพวกเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“OK” เป็นอีกครั้งที่ฝรั่งคนนั้นบอกว่าโอเคๆ เขากำลังจะส่งกล้องคืนให้พี่แชล แต่ทว่าพี่บริงค์ก็ห้ามไว้ซะก่อน พร้อมกับทำท่าชี้มือมาที่ฉันและเขาสลับไปสลับมาแล้วชี้ไปที่กล้องพลางยิ้มๆ ฝรั่งคนนั้นเลิกคิ้ว ก่อนคลี่ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า
พี่โฮมพี่แชลต่างมองหน้ากันยิ้มๆ ส่งเสียงวี้ดวิ่วล้อเลียนกันก่อนจะยอมลุกขึ้นปล่อยให้ฝรั่งถ่ายรูปฉันกับพี่บริงค์สองคน
ชื้บ!
ฉันเบิกตากว้าง มองไปที่มือขาวๆ ของพี่แกที่อยู่ดีๆ ก็พาดโอบไหล่ฉันไว้พร้อมชูสองนิ้ว ยิ้มกว้าง เออะ...
แชะ!
“อ่าว เฮ้ย!” ยังไม่ได้เต๊ะท่ายิ้มเล้ยยยย
“again please” เหมือนพี่บริงค์จะเดาใจฉันออกถึงได้บอกให้ฝรั่งคนนั้นถ่ายอีกแชะ คราวนี้ฉันจึงมีเวลาเตรียมตัวทัน ปล่อยให้พี่แกโอบไหล่ฉันไปด้วยสีหน้าระรื่นยิ้มกว้างสุดๆ ส่วนฉัน...ก็ตัดสินใจยิ้มกว้างไม่แพ้เขา เราสองคนแข่งกันยิ้มกว้างพร้อมชูสองนิ้วท่าเดียวกัน
แชะ!
“OK ^^”
“OK, thank you very much ^_^” พี่บริงค์ยื่นมือรับกล้องมาถือไว้ พร้อมกับกดย้อนดูภาพสุดท้ายที่ฉันกับเขาแข่งกันยิ้มกว้าง และทันทีที่ฉันเห็นรูปตัวเองในนั้น รอยยิ้มที่ฉันมีก็พลันหุบลงจนเป็นเหวอแทน มีแต่พี่บริงค์เท่านั้นแหละที่ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น และไหนยังจะมีหน้าเรียกให้พี่อีกสองคนเข้ามาดูอีก เออ ดี เป็นกรรมของแกแท้ๆ เลยยัยนิกิมเอ๊ย
“ฮ่าๆๆ ดูหน้านายกับนิกิมสิ น่าเกลียดชะมัดเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ!!!!!!”
เฮ้อ =_=lll
ปลงงงง~
นับตั้งแต่วันที่ฉันรักเธอ [ตอนที่ 19]
“ตื่นๆๆ”
“ฮึ!” ฉันสะดุ้งผงกหัวขึ้นมานิดหน่อย แล้วหันซ้ายหันขวาเงยหน้าหาว่าใครเป็นคนทำลายความสุขของฉันกัน และแล้วก็พบสามหนุ่มที่ยืนล้อมรอบไปหมดด้วยสีหน้าดุดัน? ฉันเบ้หน้าอ้าปากหาวหวอดก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวนอนลงกับโซฟาอย่างเก่าแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงคอ
“เฮ้ย! ตื่นได้แล้วววว~นิกิม นี่มันตี่สี่กว่าแล้วนะ” เสียงพี่โฮมโวยวายดังอยู่เหนือตัวฉัน แต่..ลุกไม่ไหวง่ะ =-= ขอนอนต่ออีกสักห้านาทีนะ ง่วง คร่อกกก ZzZ
“นิกิม” เสียงดุๆ จากพี่บริงค์ไม่ทำให้ฉันสะกสะท้านแต่อย่างใด =^=
“...”
“ZzZ” ถึงฉันจะหลับตาอยู่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้สนใจนะ เสียงเงียบไปแล้ว...
หึๆ สงสัยขี้เกียจปลุกแล้วล่ะมั้ง อือ จะไปดูก็ไปกันเถอะพระอาทิตย์ขึ้นน่ะ นี่เพิ่งจะตีสี่กว่าๆ เองไม่ใช่เหรอ รีบตื่นไปทำไมกัน นอนเถอะ อือ~ ฉันซุกหน้ากับหมอนพลางคลี่ยิ้มอย่างสุขใจ
วืดดดด~
“กรี๊ดดดด O[]O!” เฮ้ย อะ...อะไรเนี่ย? ฉันเบิกตากว้างหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองลอยขึ้นได้ ฉันก้มไปมองพื้นที่ว่างเปล่าบนโซฟาแล้วหันกลับมาอีกด้านก็พบเข้ากับหน้าอกกว้างของใครบางคนที่พอเงยหน้าขึ้นไปแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ
“จะต้องให้อุ้มไปส่งถึงหน้าห้องน้ำเลยมั้ยครับ?” พี่บริงค์บอกเสียงเรียบ ฉันอ้าปากค้างพะงาบๆ พูดไม่ออก เพราะกำลังตกใจไปชั่วขณะระยะยาว O_Olll
“เอ่อ...มะ...ไม่ต้อง” เสียงที่พูดออกไปคล้ายละเมอมากกว่าเพราะฉันแทบไม่รู้ตัวเลยว่าพูดอะไรออกไป นี่ยังพอมีสติอยู่ถึงได้รู้ว่าฉันปฏิเสธเขาไปแล้ว ฉันหลับตาปี๋แล้วสะบัดหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติกลับมาให้ครบถ้วน
“งั้นก็ไปล้างหน้าล้างตาซะ เดี๋ยวก็อดดูพระอาทิตย์ขึ้นหรอก” พูดจบก็ปล่อยฉันลง ฉันที่ตาสว่างบ้างแล้วก็ทรงตัวยืนให้ตรงแล้วเดินตัวเซไปยังห้องน้ำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย โห่ย~ ทั้งที่จะได้นอนต่ออีกสักหน่อย กลับต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาจนได้ ฮ้าววว~ -O- แจ๊บๆ
หลังจากที่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ทำให้ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นจนตาสว่างและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นเป็นกอง หากอากาศเย็นๆ ช่วงตีสี่กว่านี้ ทำให้นึกเสียดายเวลาอันมีค่าในการนอนเสียจริง เฮ้อ ช่างมันเถอะ ว่าแต่...พวกพี่ๆ หายไปไหนกันหมดเนี่ย?
ฉันเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำพลางชะเง้อคอยาวไปรอบตัวเผื่อจะเห็นเงาของใครสักคนก็ยังดี แต่ว่าเท่าที่ฉันมองไป ทั้งในห้องครัวและห้องนั่งเล่น ก็ไม่เห็นมีใครอยู่เลยนะ รึว่าจะออกกันไปแล้ว? แหงเลย ไม่คิดจะรออ่ะ -*-
ฉันใส่รองเท้าแตะที่หน้าบ้านแล้วเดินเหยียบย่ำไปตามผืนทรายเพื่อตามหาสามหนุ่มมุมแหลมที่คาดว่าน่าจะไปนั่งรออยู่ที่ชายหาดแล้วแหละ และก็เป็นดังคาดเมื่อฉันเดินไปเรื่อยๆ ก็พบกับเงาของใครสามคน นั่งเรียงกันอยู่ที่ชายหาดท่ามกลางความมืดในช่วงตีสี่กว่า (คงมีแต่พวกเขานี่แหละ ที่แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เร็วขนาดนี้ = =;;)
ฉันเดินเข้าไปหาสามเงานั้นจนภาพเริ่มชัดขึ้นและเห็นเป็นสามหนุ่มจริงๆ พวกเขาหันมามองแล้วยิ้มให้ ก่อนที่พี่บริงค์จะเขยิบที่ให้แล้วตีเบาๆ ที่พื้นที่ว่างข้างตัว
“มานั่งตรงนี้สิ” เขาสั่ง ฉันพยักหน้าหงึกๆ แล้วทำตามคำสั่งนั้นอย่างว่าง่าย พอนั่งลงปุ๊บพี่แกก็ถอดเสื้อคลุมมาคลุมทับร่างฉันไว้ทันที ฉันหันไปมองเขาแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“ห่มไว้ก่อน อากาศมันเย็น” เขายิ้มน้อยๆ แล้วเก็บไม้เก็บมือมากอดเข่าทั้งสองข้างแทน พลางโยกตัวไปมาราวกับว่าตัวเองเป็นม้าโยกอย่างนั้น
“ไม่เย็นหรอก อากาศอย่างนี้แหละเราชอบ ^^” ฉันบอกไปตามความจริง พลางทำท่าจะถอดเสื้อคลุมออกคืนให้เขา แต่พี่แกก็ไวกว่ารีบตะปบมือฉันไว้แล้วส่งสายตาดุมาให้กรายๆ
“อย่าดื้อสิ ลมทะเลมันทำให้ไม่สบายได้นะ”
“อ่า...” ฉันทำได้แค่ยิ้มแหยๆ เท่านั้น เพราะพี่แกคงไม่ปล่อยให้ฉันทำตามใจตัวเองหรอก
“เชื่อฟังเขาหน่อยเถอะนิกิม เพราะถ้าเกิดนิกิมเป็นอะไรไปนะ พี่ชายของนิกิมก็คงอยู่ไม่ได้หรอก T^T” ฉันหันไปมองพี่โฮมอย่างตกใจระคนเขินจนหน้าแดง ส่วนพี่บริงค์นี่โวยลั่นเลย
“อะไรๆ พี่โฮม เวอร์ไปป่ะ”
“ไม่ได้เวอร์นะ เค้าพูดความจริง ;)” พี่โฮมกัดปากยิ้มๆ คงรู้สึกสนุกสนานมากที่ได้แกล้งน้องตัวเอง = =;; ซึ่งหนึ่งในความสนุกของเขามันก็พลอยกระทบฉันไปด้วยอีกคนนะคะ =0=//
“เฮ้อ เบื่อ ขี้เกียจจะเถียงกับพี่และ” พี่บริงค์ตัดบทเสียดื้อๆ เขาทำหน้ามุ่ยตามองไปยังผืนทะเลข้างหน้าไม่หันไปคุยกับใครจริงๆ ฉันเองที่ลอบมองเขาก็อดยิ้มไม่ได้ ตอนนี้อะไรๆ ที่พี่เขาทำ มันก็ทำให้ฉันยิ้มได้หมดแหละ ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยจะบ้าแฮะ ฮ่าๆ ^^
“อ๊ะ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว!” พี่แชลที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครตะโกนขึ้นพลางชี้ไปข้างหน้า แสงสีส้มเรืองรองที่ค่อยๆ แผดขึ้นมาจากเบื้องล่างของขอบฟ้าทำให้บรรยากาศแห่งความมืดของท้องทะเลเปลี่ยนไป พวกเราสี่คนในท่านั่งสบายๆ ดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างมีความสุข เสียงคลื่นน้อยๆ ที่ซัดซ่ากระทบฝั่งบวกกับอากาศหนาวเย็นที่ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับแสงสีทองเรืองรองทำให้นึกอยากจะเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ให้มากที่สุด
“ไฮ ยู!” ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆ พี่แชลก็ตะโกนลั่นขึ้น ฉันและพี่ๆ อีกสองคนหันไปมองพี่แชลที่โบกมือให้ใครบางคนที่เดินใกล้เข้ามา ฉันเพ่งตามองเงารางๆ นั้นจนเริ่มเห็นชัดว่าสองคนที่กำลังเดินมาเป็นใคร...ชาวต่างชาติผิวขาวตาน้ำข้าวสองคนเดินเข้ามาหาพวกเราที่นั่งมองสองคนนั้นเป็นตาเดียว ฉันตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เห็นฝรั่งสองคนนี้(สงสัยความทรงจำที่เคยต้องสัมภาษณ์ฝรั่งตอนไปทัศนศึกษาจะตามมาหลอกหลอนทุกครั้งที่ได้เจอล่ะมั้ง บรื้อ~! อดประหม่าไม่ได้เลยแฮะ)
“เอ่อ...ยู...โฟโต้ๆ แหะๆ” พี่แชลทำท่าประกอบพร้อมยื่นกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอไว้ตั้งแต่แรกให้ผู้ชายตาน้ำข้าวไป ชายคนนั้นพยักหน้ายิ้มๆ เป็นอันเข้าใจ เขาตั้งท่าจะถ่ายรูป พร้อมชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว พวกเราจึงรีบหันไปมองกล้องพร้อมเต๊ะท่าที่คิดว่างามที่สุด
แชะ!
“OK ^^” ฝรั่งคนนั้นละหน้าจากกล้องพร้อมกับทำมือเหมือนสั่งให้พวกเราเปลี่ยนท่า และเปลี่ยนมุมบ้าง ซึ่งพวกเราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“OK” เป็นอีกครั้งที่ฝรั่งคนนั้นบอกว่าโอเคๆ เขากำลังจะส่งกล้องคืนให้พี่แชล แต่ทว่าพี่บริงค์ก็ห้ามไว้ซะก่อน พร้อมกับทำท่าชี้มือมาที่ฉันและเขาสลับไปสลับมาแล้วชี้ไปที่กล้องพลางยิ้มๆ ฝรั่งคนนั้นเลิกคิ้ว ก่อนคลี่ยิ้มกว้างแล้วพยักหน้า
พี่โฮมพี่แชลต่างมองหน้ากันยิ้มๆ ส่งเสียงวี้ดวิ่วล้อเลียนกันก่อนจะยอมลุกขึ้นปล่อยให้ฝรั่งถ่ายรูปฉันกับพี่บริงค์สองคน
ชื้บ!
ฉันเบิกตากว้าง มองไปที่มือขาวๆ ของพี่แกที่อยู่ดีๆ ก็พาดโอบไหล่ฉันไว้พร้อมชูสองนิ้ว ยิ้มกว้าง เออะ...
แชะ!
“อ่าว เฮ้ย!” ยังไม่ได้เต๊ะท่ายิ้มเล้ยยยย
“again please” เหมือนพี่บริงค์จะเดาใจฉันออกถึงได้บอกให้ฝรั่งคนนั้นถ่ายอีกแชะ คราวนี้ฉันจึงมีเวลาเตรียมตัวทัน ปล่อยให้พี่แกโอบไหล่ฉันไปด้วยสีหน้าระรื่นยิ้มกว้างสุดๆ ส่วนฉัน...ก็ตัดสินใจยิ้มกว้างไม่แพ้เขา เราสองคนแข่งกันยิ้มกว้างพร้อมชูสองนิ้วท่าเดียวกัน
แชะ!
“OK ^^”
“OK, thank you very much ^_^” พี่บริงค์ยื่นมือรับกล้องมาถือไว้ พร้อมกับกดย้อนดูภาพสุดท้ายที่ฉันกับเขาแข่งกันยิ้มกว้าง และทันทีที่ฉันเห็นรูปตัวเองในนั้น รอยยิ้มที่ฉันมีก็พลันหุบลงจนเป็นเหวอแทน มีแต่พี่บริงค์เท่านั้นแหละที่ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น และไหนยังจะมีหน้าเรียกให้พี่อีกสองคนเข้ามาดูอีก เออ ดี เป็นกรรมของแกแท้ๆ เลยยัยนิกิมเอ๊ย
“ฮ่าๆๆ ดูหน้านายกับนิกิมสิ น่าเกลียดชะมัดเลยว่ะ ฮ่าๆๆๆ!!!!!!”
เฮ้อ =_=lll
ปลงงงง~