หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
๛ ให้ความไม่มีภัย ไม่มีเวร ย่อมได้รับความไม่มีภัย ไม่มีเวร เช่นกัน ๛
กระทู้สนทนา
พระไตรปิฎก
ศาสนาพุทธ
ศีล ๕
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้
ละปาณาติบาต
งดเว้นจากปาณาติบาต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต
ชื่อว่าให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียน แก่สัตว์หาประมาณมิได้
ครั้นให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้แล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียน หาประมาณมิได้
อริยสาวก
ละอทินนาทาน
งดเว้นจากอทินนาทาน ฯลฯ
อริยสาวก
ละกาเมสุมิจฉาจาร
งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร ฯลฯ
อริยสาวก
ละมุสาวาท
งดเว้นจากมุสาวาท ฯลฯ
อริยสาวก
ละการดื่มน้ำเมา
คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทแล้ว
ชื่อว่าให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้
ครั้นให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้แล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนหาประมาณมิได้
บางส่วนจาก ปุญญาภิสันทสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=5079&Z=5126&pagebreak=0
ผู้มีศีล
ผู้ใดสำรวมในโลกนี้ สำรวมทางกาย วาจาและใจ
ไม่ทำบาปอะไรๆ และไม่พูดพล่อย เพราะเหตุแห่งตน
ท่านย่อมเรียกคนเช่นนั้นว่า ผู้มีศีล
บางส่วนจาก สรภังคชาดก
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=27&A=10186&Z=10323&pagebreak=0
☆ ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ ☆
หลักสัจธรรมคือ “
ผลเกิดแต่เหตุ
”
ความเชื่อที่ว่า ปัญหาต่างๆ เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรบันดาลให้เป็นไป จึงไม่ตรงกับหลักสัจธรรม
หากแต่ “เจ้ากรรมนายเวร” (ผู้ที่ก่อทุกข์โทษเวรภัยให้แก่กัน ผู้มีเวร ข้าศึก เป็นต้น) ดังกล่าว เป็นโทษที่เกิดจากการละเมิดศีล
ดังนั้น วิธีที่จะไม่ให้เกิดเจ้ากรรมนายเวร ก็คืออย่าละเมิดศีล
ศีลมีความหมายหลายอย่าง แต่โดยทั่วไปมักแปลกันว่า ปกติ คือปกติของกาย ของวาจา
ซึ่งโดยปกติจะสงบ ไม่รุกราน ไม่เบียดเบียนทำร้ายใคร
เครดิตภาพจาก
https://www.facebook.com/profile.php?id=100009388890134&pnref=story
วันนี้ วันพระ
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2558
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
จะบรรลุอรหัตตผล เริ่มต้นที่ศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า
"นอบน้อม พุทธธรรมสงฆ์ อันเป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า" ************ การตั้งอยู่ในอรหัตตผล ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวการตั้งอยู่ในอรหัตตผล ด้วยการไปครั้งแรก เท่านั้นหามิได้ แต่การตั้งอยู่ในอ
สมาชิกหมายเลข 1772882
พระสูตร อวิชาไม่ปรากฏเบื้องต้นที่ตถาคตตรัส
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๘ สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ๕. นครสูตร สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภ
เป็นปลาเค็ม
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะ เป็นที่สุด
อาศัยศีลเจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใดอย่าง หนึ่ง อันบุคคลทำอยู่ ทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้ การ งานท
สมาชิกหมายเลข 2748147
หิริ-โอตตัปปะ ในฐานะกุศลฝ่ายอริยมรรค -- การวิเคราะห์และสังเคราะห์จากคัมภีร์ (สร้างกับ เอไอ)
บทนำ หิริ และ โอตตัปปะ เป็นธรรมคู่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในพระพุทธศาสนา จนได้รับสมญาว่าเป็น "โลกบาลธรรม" (ธรรมารักษาโลก) ซึ่งเป็นรากฐานของความประพฤติชอบทั้งปวง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่
สมาชิกหมายเลข 8933017
ทานูปปัตติสูตร : ว่าด้วย ได้รับผลที่เกิดจากการให้ทานตามความปรารถนา
ทานูปปัตติสูตร : ว่าด้วย ผลที่เกิดจากการให้ทาน . ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเกิดขึ้นแห่งทาน ๘ ประการนี้ ๘ ประการ เป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่
สมาชิกหมายเลข 3051058
เวลามสูตร ทานที่บุคคลเชื้อเชิญให้ท่านผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิผู้เดียวบริโภค มีผลมากกว่ามหาทานที่เวลามพราหมณ์ให้แล้ว
เวลามสูตร สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ
สมาชิกหมายเลข 3051058
พระโสดาบันยังมีความกลัว
มหานามสูตรที่ ๒ ว่าด้วยกาลกิริยาอันไม่เลวทราม ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :- . สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธาราม ใกล้พระนครกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ครั้งนั้น พระเจ้ามหานามศากยราช เสด็จเข
สมาชิกหมายเลข 3051058
การทำตนและสิ่งอื่นให้เป็นที่รัก หรือทำให้เป็นทุกข์ จาก มุมมองของพระพุทธศาสนาในยุคต้น (สร้างกับ เอไอ)
บทนำ คำถามที่ว่า "บุคคลกระทำตนและผู้อื่นให้เป็นที่รักได้อย่างไร หรือนำพาตนและผู้อื่นให้ประสบทุกข์ได้อย่างไร" เป็นแก่นแท้ของจริยศาสตร์สากล และเป็นประเด็นสำคัญที่พระพุทธศาสนาในยุคต้นได้ให้คำตอ
สมาชิกหมายเลข 8933017
*****"บรรลุกระแสนิพพาน"เราเป็นพระโสดาบัน มีอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดาl ย่อมพิจารณาเห็นดังนี้ว่า เมื่อ สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี.
. ดูกรคฤหบดี เพราะเหตุที่ อริยสาวกเข้าไประงับภัยเวร ๕ ประการเสียได้แล้ว เป็นผู้ประกอบด้วยองค์เครื่อง บรรลุกระแสนิพพาน ๔ ประการ และเป็นผู้เห็นแจ้งแทงตลอดญายธรรมอันเป
วงกลม
(นักธรรม)อ่านพระสูตรนี้เเล้วเข้าใจว่ายังไง
เมตตาสูตรที่ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ มีใจประกอบด้วย เมตตาแผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่สอง ที่สาม ที่สี่ก็เหมือนกัน ต
สมาชิกหมายเลข 903026
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
พระไตรปิฎก
ศาสนาพุทธ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
๛ ให้ความไม่มีภัย ไม่มีเวร ย่อมได้รับความไม่มีภัย ไม่มีเวร เช่นกัน ๛
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ละปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้งดเว้นจากปาณาติบาต
ชื่อว่าให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียน แก่สัตว์หาประมาณมิได้
ครั้นให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้แล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียน หาประมาณมิได้
อริยสาวกละอทินนาทาน งดเว้นจากอทินนาทาน ฯลฯ
อริยสาวกละกาเมสุมิจฉาจาร งดเว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร ฯลฯ
อริยสาวกละมุสาวาท งดเว้นจากมุสาวาท ฯลฯ
อริยสาวกละการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้งดเว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย
อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาทแล้ว
ชื่อว่าให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้
ครั้นให้ความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนแก่สัตว์หาประมาณมิได้แล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนหาประมาณมิได้
บางส่วนจาก ปุญญาภิสันทสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=23&A=5079&Z=5126&pagebreak=0
ผู้มีศีล
ผู้ใดสำรวมในโลกนี้ สำรวมทางกาย วาจาและใจ
ไม่ทำบาปอะไรๆ และไม่พูดพล่อย เพราะเหตุแห่งตน
ท่านย่อมเรียกคนเช่นนั้นว่า ผู้มีศีล
บางส่วนจาก สรภังคชาดก
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=27&A=10186&Z=10323&pagebreak=0
หลักสัจธรรมคือ “ผลเกิดแต่เหตุ”
ความเชื่อที่ว่า ปัญหาต่างๆ เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรบันดาลให้เป็นไป จึงไม่ตรงกับหลักสัจธรรม
หากแต่ “เจ้ากรรมนายเวร” (ผู้ที่ก่อทุกข์โทษเวรภัยให้แก่กัน ผู้มีเวร ข้าศึก เป็นต้น) ดังกล่าว เป็นโทษที่เกิดจากการละเมิดศีล
ดังนั้น วิธีที่จะไม่ให้เกิดเจ้ากรรมนายเวร ก็คืออย่าละเมิดศีล
ศีลมีความหมายหลายอย่าง แต่โดยทั่วไปมักแปลกันว่า ปกติ คือปกติของกาย ของวาจา
ซึ่งโดยปกติจะสงบ ไม่รุกราน ไม่เบียดเบียนทำร้ายใคร
เครดิตภาพจาก
https://www.facebook.com/profile.php?id=100009388890134&pnref=story
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2558