จัดงานแต่งงานยังไง ไม่ให้เจ้าสาวกลายเป็น Bridezilla? มาทางนี้จ้ะ... จะเล่าให้ฟัง

สวัสดีทุกคนค่ะ ..
เชื่อว่าหลายคนที่คลิกเข้ามาอ่าน คงมีความเกี่ยวข้องกับ "การแต่งงาน" ไม่มากก็น้อย
บางคนแต่งแล้ว บางคนกำลังจะแต่ง บางคนก็อยากแต่งแต่ยังหาคนแต่งด้วยไม่ได้
แต่เอาเป็นว่ากระทู้นี้จะเล่าถึงประสบการณ์จัดงานแต่งงานของเราเอง
เป็นการจัดงานที่บ่าวสาวและครอบครัว เพื่อนฝูง จัดการเองแทบทุกอย่าง
ผลออกมาแฮปปี้มากกกกก โดยที่เราไม่ต้องกลายเป็น Bridezilla หรือ เจ้าสาวอาละวาดขี้เหวี่ยงวีนนอยด์ระเบิด สักนิดเลย




รีวิวมีทั้งงานเช้าและงานกลางคืนนะคะ ยาวหน่อย แต่หวังว่าจะมีประโยชน์เนอะ
จะแบ่งเป็นข้อๆ ให้ง่ายต่อความเข้าใจ ดังนี้ค่ะ


1. ฤกษ์แต่งงาน
- เราและเจ้าบ่าวคิดตรงกันว่าวันแต่งงานของเราจะต้องเป็นวันที่ทุกคนสะดวกให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น ตัดความคิดที่จะเอาวันเกิด เวลาตกฟาก ฯลฯ ไปให้พระหรือซินแสดูค่ะ เพราะถ้าบังเอิญฤกษ์ตรงกับวันทำงาน ก็จะไม่ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้
ต่อมา.. คุณพ่อคุณแม่เราเป็นครู ดังนั้นถ้าจะให้ท่านสบายใจ ไม่เหนื่อยมาก ก็ควรจัดช่วงปิดเทอม โจทย์จึงเหลือแค่เดือนตุลาฯ เท่านั้น
ว่าแล้วก็เซิร์ชเน็ตเลยค่ะว่าวันไหนน่าจะเป็นวันดีบ้าง (ไม่ระบุสำนักหมอใดๆทั้งสิ้นค่ะ 555) ลงเอยที่วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม (ปีที่แล้ว) พอดีเป๊ะ!
จากนั้นก็มาคิดกันว่า งานหมั้นกับงานแต่งจะคนละสัปดาห์กันดีมั้ย? .. คำตอบสำหรับคู่เราคือไม่ดีค่ะ เพราะญาติเราหลายคนอยู่ต่างจังหวัด
ส่วนญาติเจ้าบ่าวบางส่วนมาจากฮ่องกง ความท้าทายจึงเกิดขึ้นว่า "จะหมั้นเช้า แต่งเย็น ที่ไหน? และยังไงดี?"


2. สถานที่
- บ้านและญาติฝั่งเราอยู่ที่ราชบุรี, ชุมพร, โคราช, กทม. ค่ะ ส่วนผู้ใหญ่ทางเจ้าบ่าวเป็นคนกทม.ทั้งหมด รวมถึงเพื่อนฝูงเราทั้งคู่ด้วย
ดังนั้นงานหมั้นเช้าจึงต้องจัดที่ราชบุรี และงานกลางคืนจัดที่กทม.ค่ะ
พอเกริ่นแบบนี้กับคนอื่นปุ๊บ ก็ได้ฟีดแบ็คมาว่า "ตายๆๆๆ เจ้าสาวเหนื่อยตายเลยย หน้าโทรมแน่เลยแกรรรร ระวังนะๆๆ"  
แต่ถามว่าแคร์มั้ย? .. ไม่แคร์ค่ะ ตราบใดที่มีการแต่งหน้าและเราแฮปปี้ เรา "เชื่อ" ว่าทุกอย่างจะออกมาดี
วิธีหาสถานที่ก็ง่ายๆ ค่ะ เปิดดูในเน็ตนี่แหละ เปรียบเทียบหลายๆ ที่ จนมาลงเอยที่...
- งานเช้า : คุ้มเรือนแก้ว (เรือนแก้ว ริเวอร์ไซด์) ริมแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี
(เลือกเพราะเป็นเรือนไทย อยู่ริมน้ำ ใกล้บ้านที่ราชบุรี และรู้มาว่าอาหารอร่อย)
- งานกลางคืน : ห้องอรุโณทัย ตึกช้าง  
(เลือกเพราะใกล้บ้านที่กทม. มีที่จอดรถเยอะ เพดานห้องสวย มีไฟระยิบระยับ และรู้มาว่าอาหารอร่อยอีกแล้วค่ะ 555)
ความดีเลิศประเสริฐศรีของทั้งสองที่ก็คือ "คิวว่าง" (เราจองล่วงหน้าประมาณ 5 เดือน) แพลนทุกอย่างจึงวางต่อได้รัวๆ เลยค่ะ


3.ชุดแต่งงาน
- เรากับเจ้าบ่าวความสูงและขนาดตัวไล่เลี่ยกัน  ดังนั้น... ชุดเจ้าหญิงสุ่มฟูฟ่อง ตัดออก!
- เจ้าสาวกลัวนมหกในงานและเคลื่อนไหวตัวลำบาก ดังนั้น... ชุดเกาะอกทุกชนิด ตัดออก!
- เกลียดการกระเตงๆๆ กันไปลองชุดแต่งงานตามร้านต่างๆ เพราะรู้สึกว่าควรเอาเวลาไปทำอย่างอื่น
และเจ้าบ่าวคงไม่ได้เอ็นจอยอะไรนักถ้าทำแบบนี้ ดังนั้น... ชุดงานกลางคืนของเรา ไม่มีการลองใดๆทั้งสิ้นค่ะ
- แล้วชุดเจ้าสาวมาจากไหน? ตัดหรือเช่าใช่มั้ย? ... ไม่ใช่ค่ะ
เราตัดสินใจนึกสนุก วัดดวงด้วยตัวเอง ด้วยการเซิร์ชหาชุดแต่งงานแบบพรีออเดอร์
(แบบที่ชอบมีคนโวยว่าได้ชุดมาไม่ตรงแบบนั่นแหละค่ะ)
ในใจคิดว่าถ้าหุ่นเราไม่ได้ผิดปกติอะไรมาก ก็น่าจะใส่ชุดไซส์มาตรฐานมนุษย์ได้ ส่วนจะต้องแก้รึเปล่าเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที
เลือกแบบอยู่สักพักแล้วตัดสินใจสั่ง ได้ชุดเจ้าสาวในราคาไม่ถึง 4,000 บาทค่ะ (เดี๋ยวรอดูรูปนะ ว่าพอไปวัดไปวาได้มั้ย)
- ชุดเจ้าบ่าวงานกลางคืน .. สั่งตัด เลือกร้านคุณป้าแก่ๆแถวดอนเมืองค่ะ เพราะคิวไม่เยอะ ฝีมือช่ำชอง และแกจะเอ็นดูเราเหมือนลูกเหมือนหลาน
แถมราคาก็น่ารักด้วย เพราะการแข่งขันไม่สูงเหมือนช่างหนุ่มสาวทั่วไป
- ชุดไทยบ่าวสาว เลือกที่ราชบุรีค่ะ เพราะจะได้ไม่ต้องหอบชุดไปมา และราคาน่ารัก
(จะบอกให้ว่าชุดสวยๆ แบบเดียวกับในกทม.เยอะมากกก แต่ราคานี่คนละเรื่องเลยค่ะ)
เสร็จสรรพเรียบร้อยเรื่องชุดค่ะ สบายใจไปอีกอย่าง
แปลกใจมากว่าทำไมเจ้าสาวหลายคนถึงชอบนอยด์เรื่องชุด
แต่ก็เข้าใจว่าความสบายใจและพอใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเนอะ


4.แหวนแต่งงาน
ใช้วิธีเหมือนเดิมค่ะ คือการไม่ตะลอนหาตามร้าน แต่ใช้ดูแบบในเน็ตแล้วจ้างรุ่นน้องที่ทำจิวเวลรี่ให้ดูแลให้
เราเลือกเป็นแหวนเกลี้ยงทองคำขาวทั้งคู่ มีดีเทลเป็นเพชรนิดหน่อย เพราะอยากให้ใส่ติดนิ้วได้สะดวกๆ ไม่รำคาญค่ะ


5.ธีมงาน
- งานเช้าเราและเจ้าบ่าวชอบสีโอลด์โรสทั้งคู่ค่ะ ชุดไทยเลยเลือกไม่ยาก
ส่วนชุดของคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย ก็กระซิบท่านให้เลือกโทนเดียวกันไปเลย
บรรยากาศงานก็เป็นไทยสไตล์ จัดดอกไม้สีขาว-เขียว เพื่อความเป็นธรรมชาติกลมกลืนกับเรือนไทย และป้องกันการตบตีกับสีชุด
- งานกลางคืน เราชอบสีพีช เจ้าบ่าวชอบสีเขียวมิ้นท์ และทั้งคู่ชอบสิงสาราสัตว์เหมือนกันค่ะ
เลยอยากให้ทุกอย่างออกมาแนวฟาร์มนิดๆ แต่จะตกแต่งเว่อร์วังไม่ได้เพราะโทนของห้องจัดงานออกแนวยุโรปวินเทจ
(ดีใจมากที่ไม่ต้องทะเลาะกันเรื่องธีมค่ะ จบไปอีกหนึ่งเรื่อง เฮ่!)

6. ช่างแต่งหน้า
- งานเช้า เลือกช่างที่มีผลงานการแต่งหน้าแบบไม่แฟนซี ไม่เข้ม ไม่เปรี้ยว ไว้ก่อนค่ะ เพราะเราใส่ชุดไทย
จะมาคิ้วหนาปากแดง เฉดดิ้ง คอนทัวร์แน่นๆ ก็แลดูจะไม่จูนกับชุด
เราหาในเน็ต ได้ช่างที่สามารถเดินทางไปราชบุรีได้ และทำผมได้ด้วย
ส่งรูปเรา รูปชุด สภาพผิว และทรงผมที่อยากได้ไปให้พี่เค้าดูในไลน์ ค่อยเจอตัวจริงวันงานค่ะ ไม่เทสต์ก่อน (ชิลอีกแล้ว)
- งานกลางคืน ช่างหน้าและช่างผมสนิทกันอยู่แล้ว และรู้จักเราทั้งคู่ จึงไม่มีการเทสต์ก่อนอีกเหมือนกันค่ะ
เราขอช่างสำหรับทำผมให้เพื่อนเจ้าสาวเพิ่มมาด้วย เพื่อนๆจะได้สวยและพร้อมช่วยงานเรา 555

7.ของชำร่วย (เดี๋ยวมีรูปทีหลัง)
- งานเช้า เป็นกระดาษโน๊ตรูปแอปเปิ้ลและลูกแพร์  สั่งทางเน็ตแล้วเอามาแพ็คเองค่ะ
เลือกเพราะเวลาถือแล้วน่ารักดี อีกอย่างคือได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ
- ของรับไหว้ เลือกเป็นกระเป๋าหนัง ให้คนโตๆ พกพาไปไหนมาไหนเก๋ๆ
(เบื่อผ้าขนหนูค่ะ ได้จากงานคนโน้นคนนี้มาเต็มบ้าน)
- งานกลางคืน เป็นต้นกุหลาบหิน บรรจุแพ็คเกจน่ารักๆ สั่งล่วงหน้า 3 เดือน เพราะต้องรอปลูกให้ออกมาสวยพอดี
เลือกเพราะความหมายดี และอยากให้เป็นต้นไม้ เข้ากับธีมฟาร์มค่ะ  


8. วงดนตรี
-เจ้าบ่าวเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ ดีลวงดนตรีมาเอง เราสองคนเลือกเพลงทุกเพลงสำหรับทุกขั้นตอนในงานเองทั้งหมดค่ะ
(เคยไปงานแต่งที่นึง เปิดเพลง "ถ่านไฟเก่า" ของพี่เบิร์ด ...อกอีแป้นจะแตก)
มีอัฟเตอร์ปาร์ตี้เล็กๆ ด้วย เลือกเพลงเองเหมือนกันค่ะ (เดี๋ยวรายละเอียดค่อยพูดต่อเนอะ)

9. ต่อไปนี้คือสิ่งที่บ่าวสาว, พ่อแม่, ญาติ, เพื่อน ออกแบบเอง-ทำเอง-หาเอง ไม่มีการจ้าง organizer ใดๆทั้งสิ้นค่ะ
- การ์ดแต่งงาน
- ถ่ายพรีเวดดิ้ง
- vdo presentation
- ติดต่อทีมตากล้องภาพนิ่ง
- อุปกรณ์ประกอบฉากทุกอย่างในงานกลางคืน
- อาหารและสิ่งของในขบวนขันหมาก
- ฯลฯ

เมื่อวางทุกอย่างครบสิบข้อแล้วววว.....
ไปดูกันเลยค่ะ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แท้แด๊ !!

.........
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งงาน พิธีแต่งงาน ครอบครัว สถานที่จัดเลี้ยง พิธีหมั้น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่