แชร์ประสบการณ์ฝึกงานในบริษัท Mobile Application ระดับโลก

สวัสดีค่ะ
นี่เป็นกระทู้แรกของเราค่ะ มาเล่าประสบการณ์
ถ้าอ่านยากไปบอกนะคะ จะพยายามจัดหน้าให้ เพราะยาวมาก

ฤดูร้อนปีที่แล้ว เราได้มีโอกาสเข้าฝึกงานในบริษัทกึ่ง start-up กึ่ง corporate ที่มีชื่อเสียงในระดับนึงของโลก
ถ้าเอ่ยชื่อไปทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง หรืออาจจะเคยได้ใช้บริการ (หรืออาจจะไม่ เพราะยังไม่เข้าไทย เสียใจ T_T)

ประสบการณ์และสิ่งที่ได้รับจากการฝึกงานครั้งนี้มีเยอะมากเหลือเกิน จนเราคิดว่าเล่ายังไงก็คงเล่าไม่หมด

เพื่อไม่ให้เป็นการยืดเยื้อเกินไป เราเลยพยายามสรุปประสบการณ์ดีๆ สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราเรียนรู้มาไว้ในเอนทรี่ต่อๆไปนี้

เราไม่เคยทำงานอย่างจริงจังที่ประเทศไทย เคยแต่จับจ๊อบฟรีแลนซ์เล็กๆน้อยๆ แต่ก็ได้เคยฝึกงานมาบ้างตอนเรียนป.ตรี
และเคยเห็นสภาพแวดล้อมในบริษัทมาบ้าง ดังนั้นเราจะพยายามเล่าในสิ่งที่เราเห็น และเราเข้าใจนะคะ 😀



--------------------------

เริ่มต้น

ทุกอย่างมันเริ่มต้นที่ว่าเราเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่ประเทศสวีเดนค่ะ ตอนนั้นเราอยู่ปีหนึ่ง และกำลังจะมีปิดเทอมหน้าร้อน ซึ่งเพื่อไม่ให้ปิดเทอมเสียเปล่า เราเลยลองหว่านใบสมัครขอฝึกงานที่บริษัท IT ทั่วๆสวีเดนค่ะ และผ่านสัมภาษณ์มาได้จนถึงรับเข้าฝึกงานกับบริษัทนี้

บริษัทนี้เป็นบริษัทใหญ่พอตัวเลยล่ะ มีสาขาอยู่ทั่วโลก โดยมี HQ อยู่ที่ Stockholm เมืองหลวงของประเทศสวีเดน และมีสาขาใหญ่ๆที่นิวยอร์ก และแคลิฟอร์เนีย เราได้ทำงานที่สาขารองเมือง Gothenburg ประเทศสวีเดนค่ะ

สาขาที่เราทำนั้นเน้นด้าน Front-End ของ 3 platform ใหญ่ Web Service, Android และ iOS ทั้งออฟฟิศมีแค่ 30 กว่าคนเท่านั้น บรรยากาศเลยเหมือนบริษัทเล็กๆ แล้วยิ่งช่วงที่เราทำงาน คนในออฟฟิศลาพักร้อนซะส่วนใหญ่ ภาพที่เราเห็นคือการที่ออฟฟิศมีคนไม่ถึงสิบคน ทุกคนอยู่เหมือนเป็นครอบครัวเลยค่ะ :3

--------------------------

หน้าที่

ราถูกว่าจ้างในตำแหน่ง iOS Developer ค่ะ

โดยปกติแล้วการทำงานใน Spotify พนักงานแบ่งแผนกตามฟีเจอร์ค่ะ ไม่ได้แบ่งตามหน้าที่รับผิดชอบตามแบบบริษัททั่วไป ที่อย่างที่ดีไซน์เนอร์ ก็อยู่แผนกดีไซน์ โปรแกรมเมอร์ก็อยู่อีกแผนก การตลาดอยู่การตลาด

ที่นี่ทุกๆคนก็ถูกกวนรวมกันแล้วแยกออกเป็นฟีเจอร์ในแอพค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ทีมเราก็ประกอบไปด้วย Developer เขียนโค้ด Designer ออกแบบหน้าตา Marketing ทำแผนสำรวจตลาด Product Owner(manager) ดูแลทุกข์สุขชาวประชา และทำให้งานไหลลื่น

ด้วยการแยกเป็นทีม และแต่ละทีมรับผิดชอบ 1 ฟีเจอร์ ทำให้มีทีมเล็กๆแตกออกมามากมาย ที่ซึ่งค่อนข้างเป็นอิสระต่อกัน เพราะไม่ต้องมานั่งคอย developer แผนกนู้นเอางานมาส่ง ดีไซน์เนอร์แผนกนี้เอาไปทำต่อ ทุกคนนั่งรวมกัน จมอยู่กับลูกน้อย (ตัวฟีเจอร์) บรรยากาศในแต่ละทีมก็เลยเหมือนเป็น start-up เล็กๆบริษัทนึงเลยค่ะ บวกกับการใช้ Agile และการให้อิสระของตัว CEO ทำให้ทุกคนทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใครคิดอะไรได้ก็ใส่ไป ทุกคนมีอำนาจและความรับผิดชอบเต็มในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัว Product/Service แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในร่องในรอยด้วยนะ

แต่ละทีม แต่ละฟีเจอร์ก็มีห้องทำงานแยกค่ะ ทำให้การสนทนาสะดวก งานลื่นไหล

ฟีเจอร์ที่เรารับผิดชอบนั้น เราได้บรีฟมาว่าเป็นฟีเจอร์ที่เกิดขึ้นจากไอเดียที่อยู่ดีๆก็วาบเข้าหัวของหัวหน้า เป็นฟีเจอร์ที่จะดักจับว่าเราอยู่ที่ไหนบนโลก และเรากำลังทำอะไรอยู่ จากนั้นตัวแอพก็จะจัดการ Playlist ที่เหมือนกับกิจกรรมที่เราทำและสถานที่เราอยู่มาให้

ยกตัวอย่างเช่น เราก็กำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่งในยิม แอพก็จะแนะนำเพลงมาให้ซึ่งเป็นเพลงเร็วเหมาะกับการออกกำลังกาย หรือสมมติว่าเรากำลังทำงาน แอพก็จะจัด Playlist เพลงชิวๆสบายๆเหมาะกับการทำงาน

ซึ่งปีที่แล้วฟีเจอร์นี้ยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรมซักเท่าไหร่ แต่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมา โดยการพัฒนาต่อของทีมทำให้มันออกมาเป็นของจริงแล้ว เฮฮฮฮฮ​ ดีไตมากค่ะ น้ำตาจะไหล 5555

ตามลิงค์นีเลย : http://techcrunch.com/2015/05/20/spotify-introduces-video-clips-podcasts-and-activity-based-playlists/

นี่คือสิ่งที่เราทำประมาณ 2 เดือนครึ่งค่ะ เรารับผิดชอบสร้างฟีเจอร์นี้จากตอนที่มันเป็นแค่ไอเดีย ขึ้นมาเป็น Mock จนมี Front-End และสามารถดักจับ สถานที่และกิจกรรมที่ผู้ใช้ทำอยู่ได้จนถึงจุดนึง แล้วก็ส่งมอบให้คนที่เหลือทำต่อค่ะ

ซึ่งเริ่มแรก จุดที่ศูนย์เนี่ย มีคนที่ขับเคลื่อนฟีเจอร์นี้อยู่ 6 คนถ้วน 555

มีเรา รับผิดชอบ iOS เด็กฝึกงานชาวสวีอีกคน รับผิดชอบ Android และทีมออฟฟิศที่ Boston ผู้ดูแล Database เพลงอีก 4 คน

ตอนนั้นทุกคนคิดว่ามันเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆทำเอาสนุกตอนหน้าร้อน ไม่มีใครคิดว่ามันจะได้เป็นของจริงในทุกวันนี้หรอกค่ะ แต่เพราะยังงี้ก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน จนเอามาเขียนเป็นเอนทรี่ได้นี่แหละค่ะ

อ่านต่อไปเรื่อยๆนะคะ แล้วเราจะบอกว่าเราได้อะไรมาบ้าง ยิ้ม

--------------------------



วันๆนึงในออฟฟิศ

ที่นี่ เราไม่มีเวลาทำงานที่แน่นอนค่ะ ตามสไตล์บริษัท IT เนอะ 55

โดยปกติแล้วเราจะไปออฟฟิศตอน 9 โมงเช้าค่ะ เพื่อให้ทันกินข้าวและ Scrum Meeting ตอน 10 โมง

ตอนเช้าที่ออฟฟิศจะมีข้าวเช้าให้กินค่ะ จะมีคนดูแลออฟฟิศเตรียมข้าวเช้าไว้ให้ ตั้งโต๊ะเสร็จตอน 9 โมง ทุกคนก็มาเจอกันแล้วก็คุย อัพเดทข่าวสารบ้านเมือง ข่าว IT เสร็จซัก 9 โมงครึ่งก็หิ้วกาแฟ หิ้วชา โกโก้ กลับโต๊ะไปทำงานกัน

ตอน 10 โมงก็จะเป็น Scrum Meeting ค่ะ อัพเดทว่าเมื่อวานใครทำอะไรบ้าง ติดขัดตรงไหน วันนี้จะทำอะไร สั้นๆ 10 นาทีไม่เกินค่ะ

หลังจากนั้นก็จะทำงานค่ะ ยาวไปยันเที่ยง กินข้าวพร้อมหน้ากับทุกคน กินเสร็จก็ไปเล่นเกม มีตู้พินบอล คาราโอเกะ บอร์ดเกม แล้วก็ห้อง xBox ค่ะ (บรรดาพี่ๆเค้าไว้เล่น Fifa กัน 555 )

บ่ายโมงก็เปิดตู้เย็นบริษัทหิ้วขนม น้ำ ชา กาแฟทำงานต่อ ช่วงบ่ายที่ใครทำงานตัวเองเสร็จก็ออกค่ะ หรือไม่งั้นก็ครบ 8 ชม.ก็ออกได้ เพราะฉะนั้นก็จะมีพี่ๆที่เค้าฟิตมาทำงานตั้งแต่ 6.00-7.30 กลับตั้งแต่บ่าย 3 – 4 สายมาเลทๆอย่างเราก็ทำไปจน 5 – 6 โมงตอนทำงานเสร็จน่ะค่ะ บางทีทำไปเรื่อยๆก็อยู่ได้ 2 – 3 ทุ่มเหมือนกัน เพราะขนมมีกินตลอดเลยไม่เดือดร้อนอะไร อีกอย่างช่วงที่ทำนั้นพระอาทิตย์ตกตอน 5 ทุ่มค่ะ (2 ทุ่มที่ทำตอนนั้นนี่ฟ้ายังสว่างจ้าอยู่เลย 555)

จะมีที่แปลกๆคือ

ทุกวันจันทร์ 11 โมงจะมีประชุมฟีเจอร์ ว่าใครจะทำอะไร ยังไงต่อ แผนเป็นยังไง จะ Launch/Release product ใหม่ตอนไหน ตอนนี้อยู่ Sprint ไหนแล้ว

วันอังคารตอนเที่ยง อาทิตย์เว้นอาทิตย์จะเป็น Lunch and Learn คือเราจะมานั่งกินข้าวด้วยกัน (คือที่จริงก็กินด้วยกันทุกวันอยู่แล้วแต่คราวนี้ลาภปาก บริษัทออกให้) หัวหน้าจะวิ่งไปซื้อข้าวมาให้เราค่ะ ตามแต่เลือก แล้วก็จะมีคนมาผลัดกันพูดสิ่งที่ตัวเองถนัด ที่เราได้เรียนมาก็มีตั้งแต่ Legal, Marketing, Database Management, Hives, Hadoop มากมายหลายสิ่งค่ะ อร่อยและเพลิน ชอบมาก

ทุกวันพุธจะเป็นเวลาน้ำชาค่ะ เรียกว่า Fika จะมีคนผลัดกันอบเค้กมา เราก็นั่งจกกินพร้อมฟังที่เค้าคุยกันอย่างมีความสุข 55

วันพฤหัส 3 อาทิตย์ครั้ง จะมีสิ่งที่เรียกว่าประชุมเผ่า (Tribe Meeting) ค่ะ คือมันเป็นประชุมฟีเจอร์แต่ใหญ่กว่า คืออย่างที่เราอธิบายไปว่าฟีเจอร์เรามันแตกออกมาอีกที เพราะฉะนั้นอันนี้คือการประชุมรวมทีมที่แตกๆออกไปทั้งหมด เป็น tele conference กับทุกออฟฟิศที่เกี่ยวข้องค่ะ ของเรามีเอี่ยวแต่กับที่ HQ Stockholm ก็เลยประชุมกันสองออฟฟิศค่ะ ใครมีอะไรก็รายงานไป แล้วก็มี Demo สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ด้วยค่ะ ยิ่งใหญ่กว่าประชุมทีมเล็กๆมาก เพราะฉะนั้นอาทิตย์ไหนมีเดโม ไฟก็จะลุกท่วมทุกโต๊ะค่ะ ปั่นงานกัน 555

วันศุกร์ 3 อาทิตย์ครั้งเช่นกัน ช่วงเย็นๆก่อนเลิกงาน ประมาณ 4- 5 โมงเย็น จะเป้น Town Hall ค่ะ ช่วงเวลาอัพเดทข่าวสารเรื่องราวในบริษัท โดยมี CEO, CTO และ Executive Director ของฝ่ายต่างๆมาพูด จัดขึ้นที่ห้องอาหารที่สาขา HQ Stockholm ค่ะ แต่ยิงถ่ายทอดสดไปทุกสาขาทั่วโลก ปกติแล้วก็จะอัพเดทผลประกอบการ หุ้น ทิศทางการบริหาร service/product ใหม่ๆ กิจกรรมสำหรับพนักงาน ผลตอบรับผู้ใข้ ฯลฯ มีช่วงตอบคำถามที่ให้พนักงานทุกคนมาถามคำถามได้ คือทุกสาขามีสิทธิ์ถามหมด สามารถส่งเข้าไปใน Pool คำถามแล้วจะมีคนอื่นให้ แต่จะมีสาขาใหญ่ๆอย่างนิวยอร์ก หรือแคลิฟอร์เนียที่มียิงวิดีโอเข้าที่ HQ Stockholm แล้วถามตอบแบบเห็นหน้ากัน ตัวอย่างคำถามก็จะเป็นแบบ ตอนนี้เรามีคู่แข่ง คุณมีความเห็นว่าไง กูเกิ้ลทำยังงี้ จะมีผลกระทบต่อเรามั้ย อะไรประมาณนี้ค่ะ เพื่อเป็นการกระชับคามสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและพนักงาน แล้วก็เป็นเวลาสังสรรค์ด้วย

เราชอบช่วง Town Hall นี่มาก สนุก แล้วก็ได้ฟังอะไรดีๆตลอด

อีกอย่างคือเพราะเป็นวันศุกร์เย็น เวลาเข้า Town Hall ทุกคนก็จะหิ้วเบียร์ หิ้วกับแกล้มมาด้วย ในตู้เย็นบริษัทจะมีเบียร์ กับไวน์หลายแบบอยู่เสมอค่ะ เป็นสวัสดิการ 555 วันไหนเครียดๆก็มาหิ้วไปซัดในห้องทำงานได้ แต่ส่วนใหญ่จะกินกันตอน Town Hall ฟังเสร็จแล้วก็ไปต่อกันข้างนอก รึไม่ก็นั่งทำงานต่อ

เราเคยขึ้นไปพูด Town Hall เองด้วยค่ะ ตื่นเต้นมาก ตอนนั้นพูดเกี่ยวกับ  Feature ที่เรารับผิดชอบ ครั้งแรกที่ได้พูดอะไรเชิงเทคนิคให้หลายพันคนทั่วโลกฟัง สั่นไปหมด พูดอยู่ประมาณเกือบครึ่งชม. ลงมานี่เหมือนยกภูเขาออกจากอก มีวีดีโอด้วย แต่เอามาแปะไม่ได้ เพราะเป็นความลับบริษัท เม่าเศร้า

-----

เดี๋ยวจะมาเล่าสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 2 - 3 เดือนที่ผ่านมานะคะ เม่าบัลเล่ต์
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่