เขื่อนป่าสัก เวอร์ชั่น แห้งๆ (PASAK DAM : DRY VERSION)
สวัสดีครับ ผมเป็นคนลพบุรีครับ
เอาจริงๆ ผมเป็นคนลพบุรีที่ช่วงนี้ไม่ได้เที่ยวในลพบุรีเลย ไม่รุ้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน เพราะเที่ยวไปหมดแล้ว (...)
ปกติเวลานักท่องเที่ยวมาลพบุรี ก็จะมาดูลิง , เขาวงพระจันทร์ ไม่ก็เขื่อนป่าสัก อะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ
แต่สำหรับคนลพบุรีแล้ว
-
ลิง เราเห็นกันอยู่ทุกวัน เมื่อเจอกัน จึงไม่เหลือความตื่นเต้นอีกต่อไป (คนลพบุรี จะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ)
-
เขาวงพระจันทร์ พออายุมากขึ้น ความอยากในการขั้นบันไดกว่า 3,790 ก้าว ก็ยิ่งน้อยลง
-
เขื่อนป่าสัก ไปทุกครั้งเราจะเจอแต่น้ำ น้ำและก็น้ำ (ไปกันเกือบทุกปีจนจะวาดพิมพ์เขียวเขื่อนได้ล่ะจ้า)
จนบางทีเราก็คิดว่า เห้ย ! เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงนะ จุดที่เราเบื่อสถานที่เที่ยวในลพบุรีหมดแล้ว
พอไปเจอสถานที่แปลกๆใหม่ๆในจังหวัดลพบุรี ก็จะตื่นเต้นมาก อยากจะบอกต่อคนอื่นเป็นที่สุด
วันนี้ผมเลยจะมา รีวิว
เขื่อนป่าสัก ครับ (ที่เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าเบื่อ)
แต่เป็นใน
เวอร์ชั่น แห้งๆ = ไม่ค่อยมีน้ำ = แห้งแล้ง นั่นเองครับ
ฟังดูไม่น่าไปเที่ยวและน่าเบื่อใช่ไหมครับ แต่ช้าก่อนครับ ลองอ่านกระทู้ของผมก่อน
ผมรับประกันว่า คุณจะไม่เคยเห็นเขื่อนป่าสักในรูปแบบนี้มาก่อนเลย และมันน่าไปเที่ยวมาก
ปล.วันที่ได้ไปเที่ยวนั้น เมฆค่อนข้างครึ้มครับ และผมเดินไปถ่ายไป
รูปอาจจะมืดบ้าง อาจจะเบลอบ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
อ้างไปงั้นแหละครับ เอาจริงๆคือผมถ่ายรูปไม่เก่งครับ แหะๆ

เริ่มการรีวิว ณ บัดนี้ครับ

บ่ายแก่ๆของวันหนึ่ง ผมได้มาถึงที่นี่ ดูจากรอบๆแล้วเหมือนไม่ใช่เขื่อนป่าสักที่เคยเห็นมาก่อนเลยใช่ไหมครับ
น้ำจะแห้งอะไรขนาดนี้ มองไกลๆนึกว่า ทะเลสาปอะไรซักอย่างเลย

อากาศที่นี่ดีกว่าในตัวเมืองพอสมควรเลยครับ
ขณะเดินชมวิว พร้อมไอเย็นๆจากทะเลสาป ลมพัดอ่อนๆจากธรรมชาติ สีเชียวๆจากต้นไม้
ในใจผม ตอนนี้คิดได้แต่ว่า มันมีสถานที่แบบนี้อยู่ในลพบุรีด้วยหรอ ? (ดูโอเว่อร์มาก)

ขับรถเข้ามาเรื่อยๆ วิวแถวนี้มันดึงดูดผม จนผมต้องหยุดรถ ลงมาเดินเล่นทันทีเลยครับ
บรรยากาศดีเหลือเชื่อเลย เป็นที่ที่เห็นแล้ว อยากจะชวนทุกคนมาเดินชมวิวด้วยกันจริงๆครับ
เห็นคนที่อยู่ในรูปด้านบนนี่ไหมครับ ? เขามาหาปลาครับ ไม่ได้มาเดินชมวิวแต่อย่างใด

มองไปอีกด้าน เราจะเห็นตัวเขื่อนครับ ปกติเราจะอยู่ฝั่งนั้น แล้วมองมาดูน้ำ ตรงด้านนี้
ทันใดนั้น ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ที่ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ จริงๆแล้วมันคือก้นเขื่อนนิหน่า !

พอหันหลังกลับไป พร้อมกับความตะลึงและตื่นเต้นที่ยังไม่หายไป ผมก็ได้เจอกับวิวสวยๆแบบนี้
ณ จุดๆนี้ ผมรู้สึกพักผ่อนมากเลยครับ (คนอ่านคงคิดในใจว่า อะไรของมัน)

ใกล้ๆนี้เราจะเจอกับ วัดหนองบัว
จริงๆแล้ววัดนี้จมอยู่ใต้เขื่อนมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนะครับ
ตลอด 20 ปีที่ผ่านไม่มีใครได้เห็นวัดนี่หรอกครับ (ยกเว้น นักประดาน้ำ)
พอน้ำลดนี่แหละ ถึงได้เห็นกัน

ถึงแม้วัดจะหายไป แต่บาตรยังคงอยู่ (อะไรของแกห้ะ จขกท.)

นอกจากวัดเก่าแล้ว รอบๆนี้ยังมีหมู่บ้านเก่าอีกด้วย
จากที่เราเห็นซากสิ่งก่อสร้างทางขวามือ นั่นคือบ้านคนนะครับ ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำมาแล้วกว่า 20 ปีเช่นกัน

เดินเล่นมาซักพัก ก็รู้สึกได้ว่ามีคนมาตกปลากันที่นี้
หลายคนเหมือนกัน ตกปลาไป ชมวิวไป ชิลชะมัด

รอบๆก้นเขื่อนนี้ เราจะเห็นคนมาใช้ชีวิต มาหาปู ปลา กันเยอะเลย
และคนที่นี่น่ารักมาก ยิ้มทักทายนักท่องเที่ยวกันทุกคนเลยครับ

มโนไปเองว่าตอนนี้ผมยืนอยุ่บนชายหาดขาว
และมีคลื่นลม คลื่นทะเลด้วย (ดูพร่ำเพ้อ)

ได้มาเห็นผู้คนใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ ออแกนิค และมีสไตล์
รู้สึกได้ว่าผู้คนที่นี้ มีวิถีชีวิต Slow Life ชะมัด

ลมก็ยังคงพัดอยู่ตลอด อากาศก็กำลังดี
บรรยากาศน่ามา Picnic มากครับ

เวลาก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ บรรยากาศและทัศนียภาพก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
นับประสาอะไร กับใจคน (ดูพร่ำเพ้อ)

ไม่ว่าบรรยากาศและทัศนียภาพ จะเปลี่ยนไปแค่ไหน
ผมก็ยังคงเดินเล่น ถ่ายรูปต่อไป

เดินต่อมาอีกนิส(s) เราก็จะเจอกับ วิวทางรถไฟแบบนี้
ถือเป็นมุม Signature เลยก็ได้นะครับ เห็นทุกคนที่มา ต้องหยุดถ่ายรูปที่จุดนี้กันทุกราย

ขณะกำลังเดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกได้ว่า มีอะไรกำลังเคลื่อนที่มาทางผม และสิ่งนั้นมันทำให้ผมต้องทึ่ง !!!
" รถไฟ " ผมแทบจะหยิบกล้องมาถ่ายไว้ไม่ทัน ไม่คิดว่าจะเย็นๆแบบนี้ จะยังมีรถไฟวิ่งอยู่
รู้สึกโชคดีอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ

ปิดทริปนี้ ด้วยการแวะมาดูพระอาทิตย์ตก
จบแล้วครับกับ "
เขื่อนป่าสัก เวอร์ชั่น แห้งๆ เพราะความแล้งจึงเกิดที่แห่งนี้ "
และมันเกิดขึ้นไม่บ่อยเลย ลองคิดดูครับ ว่าจะมีซักกี่ครั้งกัน ที่คุณจะมีโอกาสไปเดินเล่นอยู่ก้นเขื่อน !
ได้ไปดูวัดและหมู่บ้านเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำมา กว่า 20 ปี และได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ลงท้ายด้วย ก้นเขื่อน

ซึ่งปกติแล้วเราจะไม่มีโอกาสไปทำอะไรแบบนี้เลยครับ (ถ้าน้ำไม่แห้งพอ !)
ขณะที่ผมพิมพ์อยู่นี่ ความตื่นเต้นและตะลึงที่ได้ไปเดินเล่นที่ก้นเขื่อนยังไม่หายไปเลยครับ( เอ็งจะเว่อร์ไปไหน )
เอาเป็นว่า
อย่าพลาดมาเที่ยวที่ เขื่อนป่าสัก เวอร์ชั่นแห้งๆ นี้นะครับ สถานที่จริง สวยกว่าในรูปมาก
ขอบคุณมากผู้อ่านที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบนะครับ แล้วเจอกันกระทู้หน้าครับ
[CR] [ PASAK DAM : DRY VERSION ]เขื่อนป่าสัก ลพบุรี เวอร์ชั่น แห้งๆ เพราะความแล้งจึงเกิดที่แห่งนี้
สวัสดีครับ ผมเป็นคนลพบุรีครับ
เอาจริงๆ ผมเป็นคนลพบุรีที่ช่วงนี้ไม่ได้เที่ยวในลพบุรีเลย ไม่รุ้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน เพราะเที่ยวไปหมดแล้ว (...)
ปกติเวลานักท่องเที่ยวมาลพบุรี ก็จะมาดูลิง , เขาวงพระจันทร์ ไม่ก็เขื่อนป่าสัก อะไรประมาณนี้ใช่ไหมครับ
แต่สำหรับคนลพบุรีแล้ว
-ลิง เราเห็นกันอยู่ทุกวัน เมื่อเจอกัน จึงไม่เหลือความตื่นเต้นอีกต่อไป (คนลพบุรี จะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ)
-เขาวงพระจันทร์ พออายุมากขึ้น ความอยากในการขั้นบันไดกว่า 3,790 ก้าว ก็ยิ่งน้อยลง
-เขื่อนป่าสัก ไปทุกครั้งเราจะเจอแต่น้ำ น้ำและก็น้ำ (ไปกันเกือบทุกปีจนจะวาดพิมพ์เขียวเขื่อนได้ล่ะจ้า)
จนบางทีเราก็คิดว่า เห้ย ! เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงนะ จุดที่เราเบื่อสถานที่เที่ยวในลพบุรีหมดแล้ว
พอไปเจอสถานที่แปลกๆใหม่ๆในจังหวัดลพบุรี ก็จะตื่นเต้นมาก อยากจะบอกต่อคนอื่นเป็นที่สุด
วันนี้ผมเลยจะมา รีวิว เขื่อนป่าสัก ครับ (ที่เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าเบื่อ)
แต่เป็นใน เวอร์ชั่น แห้งๆ = ไม่ค่อยมีน้ำ = แห้งแล้ง นั่นเองครับ
ฟังดูไม่น่าไปเที่ยวและน่าเบื่อใช่ไหมครับ แต่ช้าก่อนครับ ลองอ่านกระทู้ของผมก่อน
ผมรับประกันว่า คุณจะไม่เคยเห็นเขื่อนป่าสักในรูปแบบนี้มาก่อนเลย และมันน่าไปเที่ยวมาก
ปล.วันที่ได้ไปเที่ยวนั้น เมฆค่อนข้างครึ้มครับ และผมเดินไปถ่ายไป
รูปอาจจะมืดบ้าง อาจจะเบลอบ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
อ้างไปงั้นแหละครับ เอาจริงๆคือผมถ่ายรูปไม่เก่งครับ แหะๆ
เริ่มการรีวิว ณ บัดนี้ครับ
บ่ายแก่ๆของวันหนึ่ง ผมได้มาถึงที่นี่ ดูจากรอบๆแล้วเหมือนไม่ใช่เขื่อนป่าสักที่เคยเห็นมาก่อนเลยใช่ไหมครับ
น้ำจะแห้งอะไรขนาดนี้ มองไกลๆนึกว่า ทะเลสาปอะไรซักอย่างเลย
อากาศที่นี่ดีกว่าในตัวเมืองพอสมควรเลยครับ
ขณะเดินชมวิว พร้อมไอเย็นๆจากทะเลสาป ลมพัดอ่อนๆจากธรรมชาติ สีเชียวๆจากต้นไม้
ในใจผม ตอนนี้คิดได้แต่ว่า มันมีสถานที่แบบนี้อยู่ในลพบุรีด้วยหรอ ? (ดูโอเว่อร์มาก)
ขับรถเข้ามาเรื่อยๆ วิวแถวนี้มันดึงดูดผม จนผมต้องหยุดรถ ลงมาเดินเล่นทันทีเลยครับ
บรรยากาศดีเหลือเชื่อเลย เป็นที่ที่เห็นแล้ว อยากจะชวนทุกคนมาเดินชมวิวด้วยกันจริงๆครับ
เห็นคนที่อยู่ในรูปด้านบนนี่ไหมครับ ? เขามาหาปลาครับ ไม่ได้มาเดินชมวิวแต่อย่างใด
มองไปอีกด้าน เราจะเห็นตัวเขื่อนครับ ปกติเราจะอยู่ฝั่งนั้น แล้วมองมาดูน้ำ ตรงด้านนี้
ทันใดนั้น ผมก็นึกขึ้นได้ว่า ที่ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ จริงๆแล้วมันคือก้นเขื่อนนิหน่า !
พอหันหลังกลับไป พร้อมกับความตะลึงและตื่นเต้นที่ยังไม่หายไป ผมก็ได้เจอกับวิวสวยๆแบบนี้
ณ จุดๆนี้ ผมรู้สึกพักผ่อนมากเลยครับ (คนอ่านคงคิดในใจว่า อะไรของมัน)
ใกล้ๆนี้เราจะเจอกับ วัดหนองบัว
จริงๆแล้ววัดนี้จมอยู่ใต้เขื่อนมาเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนะครับ
ตลอด 20 ปีที่ผ่านไม่มีใครได้เห็นวัดนี่หรอกครับ (ยกเว้น นักประดาน้ำ)
พอน้ำลดนี่แหละ ถึงได้เห็นกัน
ถึงแม้วัดจะหายไป แต่บาตรยังคงอยู่ (อะไรของแกห้ะ จขกท.)
นอกจากวัดเก่าแล้ว รอบๆนี้ยังมีหมู่บ้านเก่าอีกด้วย
จากที่เราเห็นซากสิ่งก่อสร้างทางขวามือ นั่นคือบ้านคนนะครับ ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำมาแล้วกว่า 20 ปีเช่นกัน
เดินเล่นมาซักพัก ก็รู้สึกได้ว่ามีคนมาตกปลากันที่นี้
หลายคนเหมือนกัน ตกปลาไป ชมวิวไป ชิลชะมัด
รอบๆก้นเขื่อนนี้ เราจะเห็นคนมาใช้ชีวิต มาหาปู ปลา กันเยอะเลย
และคนที่นี่น่ารักมาก ยิ้มทักทายนักท่องเที่ยวกันทุกคนเลยครับ
มโนไปเองว่าตอนนี้ผมยืนอยุ่บนชายหาดขาว
และมีคลื่นลม คลื่นทะเลด้วย (ดูพร่ำเพ้อ)
ได้มาเห็นผู้คนใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ ออแกนิค และมีสไตล์
รู้สึกได้ว่าผู้คนที่นี้ มีวิถีชีวิต Slow Life ชะมัด
ลมก็ยังคงพัดอยู่ตลอด อากาศก็กำลังดี
บรรยากาศน่ามา Picnic มากครับ
เวลาก็ยังเดินต่อไปเรื่อยๆ บรรยากาศและทัศนียภาพก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
นับประสาอะไร กับใจคน (ดูพร่ำเพ้อ)
ไม่ว่าบรรยากาศและทัศนียภาพ จะเปลี่ยนไปแค่ไหน
ผมก็ยังคงเดินเล่น ถ่ายรูปต่อไป
เดินต่อมาอีกนิส(s) เราก็จะเจอกับ วิวทางรถไฟแบบนี้
ถือเป็นมุม Signature เลยก็ได้นะครับ เห็นทุกคนที่มา ต้องหยุดถ่ายรูปที่จุดนี้กันทุกราย
ขณะกำลังเดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกได้ว่า มีอะไรกำลังเคลื่อนที่มาทางผม และสิ่งนั้นมันทำให้ผมต้องทึ่ง !!!
" รถไฟ " ผมแทบจะหยิบกล้องมาถ่ายไว้ไม่ทัน ไม่คิดว่าจะเย็นๆแบบนี้ จะยังมีรถไฟวิ่งอยู่
รู้สึกโชคดีอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ
ปิดทริปนี้ ด้วยการแวะมาดูพระอาทิตย์ตก
จบแล้วครับกับ " เขื่อนป่าสัก เวอร์ชั่น แห้งๆ เพราะความแล้งจึงเกิดที่แห่งนี้ "
และมันเกิดขึ้นไม่บ่อยเลย ลองคิดดูครับ ว่าจะมีซักกี่ครั้งกัน ที่คุณจะมีโอกาสไปเดินเล่นอยู่ก้นเขื่อน !
ได้ไปดูวัดและหมู่บ้านเก่าที่จมอยู่ใต้น้ำมา กว่า 20 ปี และได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ลงท้ายด้วย ก้นเขื่อน
ซึ่งปกติแล้วเราจะไม่มีโอกาสไปทำอะไรแบบนี้เลยครับ (ถ้าน้ำไม่แห้งพอ !)
ขณะที่ผมพิมพ์อยู่นี่ ความตื่นเต้นและตะลึงที่ได้ไปเดินเล่นที่ก้นเขื่อนยังไม่หายไปเลยครับ( เอ็งจะเว่อร์ไปไหน )
เอาเป็นว่า อย่าพลาดมาเที่ยวที่ เขื่อนป่าสัก เวอร์ชั่นแห้งๆ นี้นะครับ สถานที่จริง สวยกว่าในรูปมาก
ขอบคุณมากผู้อ่านที่อุตส่าห์อ่านมาจนจบนะครับ แล้วเจอกันกระทู้หน้าครับ