ท่านที่เคารพรักครับ การสึกของเทือกนั้น ความจริงไม่ได้เหนือความคาดหมายแต่อย่างใดเลย
ไม่ต้องให้นักวิเคราะห์การเมืองทางสื่อสิ่งพิมพ์ ทางสื่อทีวี ไปจนถึงฝ่ายยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคไหน
สำนักไหนออกมาโอ่ประโคมใหญ่โตเลย เพราะ " ทางเดิน " ของหมากนี้ มันมีอยู่แล้วคือ
ยังไงก็ต้องสึก
คำถามต่อคอการเมืองคนไหนบ้างที่คิดว่า เทือกจะบวชไม่สึก ข้อนี้รับรองว่า ไม่มีใครตอบว่า คิดแน่
หากถือตามคำพูดแบบชาวบ้าน ชาวช่อง ที่ว่า
ฝนจะตก แดดจะออก ฟ้าจะร้อง อึจะแตก คนจะสึก ยังไงก็ห้ามไม่ได้ เรื่องเทือกสึกจึงคือเรื่องธรรมดา ธรรมดา
ยิ่งลักษณะการบวชของเทือกนั้น ลุกลี้ลุกลนบวช ไม่ใช่บวชให้บิดา มารดา ไม่ใช่บวชเพราะลูกโตหมดห่วงแล้ว
และยิ่งไม่มีใครคิดว่า ที่ผ่านมานั้น เทือกบวชอุทิศส่วนกุศลให้เมีย
การบวชของเทือกที่ผ่านมา จึงเป็นการบวชแบบมีเป้าหมายทางโลก ไม่ใช่มีเป้าหมายทางธรรม
หากถามว่า ทำไมรู้ว่าเทือกต้องสึก
เพราะรูปหมากนี้ เป็นหมากบังคับครับ ที่เทือกไม่มีทางเลือกอื่นได้เลย หากสึกแล้วกลับเข้าพรรค
นี่ก็เป็นหมากบังคับอีก ว่าไม่มีทางที่จะเดินไปวางตนเองลง ที่จุดนั้น
สังเกตจากคนที่เป็นอดีตเลขาพรรค ที่กุมอำนาจในพรรคแบบใหญ่คับพรรค กุมถุงเงิน รู้ตื้นลึกหนาบางในพรรคเป็นอย่างดี
ต่างก็เลือกที่จะออกจากพรรค หนึ่งคือเสธ หนั่น สองคือ เทือก
แสดงว่า ในพรรคมันต้องมีอะไร มีอะไร
ที่ผ่านมา คนที่คิดจะต่อกร เดินหมากสู้กับพรรคนี้ จะศึกษาวิธีคิดแบบ ปชป วิธีเล่นการเมืองแบบเทือก จนละเอียด
ชนิดรีเพลย์แล้ว รีเพลย์อีก จนรู้ว่ามักจะบุกทางด้านฝั่งเลขา ส่วนหัวหน้าพรรคนั้น เอาไว้เป็นหน้าล่อเป้า
สุดท้ายสไตล์พรรคนี้ จะเป็นวิธีการเล่นที่มีคนรู้ทัน และจับทางถูก
นอกเสียจากเทือกจะมีวิธีคิดที่พิสดาร แปลกไปกว่านี้ หรือ ล้ำหน้าไปกว่าวิทยาการ อุดมการณ์ความคิด ในยุคพุทธศักราชนี้
ซึ่งยังเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือ " ขนบ " วิธีคิดของนักการเมืองยุคเก่า ที่พลาดโอกาสดีๆไปบนเส้นทางของเวลาหลายต่อหลายครั้ง
ที่สำคัญ มันทำให้กระบวนการบ้านเมืองบิดเบี้ยวไป
โอกาสที่พลาดไปเพราะระบบวิธีคิดแบบเก่าพอยกตัวอย่างได้คือ
เมื่อวันที่พรรคเพื่อไทยตกเป็นรอง ต้องยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นี่คือโอกาสทอง ที่พรรคนี้จะพลิกกลับมาได้ชัยชนะ
เพราะกระแสความนิยมขึ้นสู่จุดสูงกว่าพรรคเพื่อไทย พรรค ปชป จะกลับเข้าสู่เส้นทางการเลือกตั้ง ที่ศรัทธาในระบบประชาธิปไตย
นี่คือการฉวยโอกาส แบบดีที่สุด หาโอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว ที่พรรค ปชป จะมีโอกาสชนะคว่ำพรรคเพื่อไทย ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
มาร์คมีสิทธิ์ เป็นนายกฯรอบสอง รวบรวมพรรคอื่นจัดตั้งรัฐบาล
แต่กลับเป็นว่า เดินหมากเกมส์นี้พลาด ที่ไม่ยอมลงเลือกตั้งในห้วงเวลานั้น นี่คือข้อผิดพลาด
เรื่องนี้ ใครๆก็รู้ว่า มาร์คไปเดินตามแนวทางเทือก ซึ่งเป็นระบบการเมืองแบบความคิดเก่า และเทือกก็ก้าวออกมาจากพรรคแล้ว
ด้วยการจับมือกับอีกกลุ่ม ที่ต้องการอำนาจ โดยมาร์คได้แต่มองตาปริบๆ ทำตามการเมืองข้างถนน
และความคิดต่อการเมืองแบบเก่าๆ นี่แหละ ที่เทือกสึกออกมา และกำลังจะพลาดอีกครั้ง
แต่ก่อนอื่น ที่ผ่านมา มีความผิดพลาดของการเดินหมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่โดนเรื่องเทือกสึกกลบไปแบบน่าเสียดาย
นั่นคือ ข่าวการเสนอตัว ให้คำปรึกษา หรือเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือ ของคนที่อยู่แดนไกล แต่ได้รับการย้อนกลับแบบ ไม่ให้ความสำคัญ
หากเปลี่ยนวิธีเดินหมากนี้ ย้อนเวลากลับไป แล้ววางหมากใหม่ ด้วยการยินดี ให้ท่านเข้ามาร่วมแก้ปัญหาประเทศ
ด้วยการออกข่าวยิ้มรับข้อเสนออย่างหน้าชื่น
ผลบวกด้านการข่าว จะตกอยู่กับผู้นำเวลานี้ทันที และผลลบ จะกลับไปตกอยู่กับท่านทักษิณ
เพราะด้านหน้าออกข่าวว่า ให้ท่านทักษิณ เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาทางด้านปัญหาปากท้อง เพื่อปรองดอง
แต่ด้านลึก ใครจะรู้ว่า รับการให้คำปรึกษาจริงหรือไม่ หรือท่านเสนออะไรมา แต่ไม่ทำก็ได้
แต่ที่แน่ๆ ก็คือการดึง " ชื่อเสียง " ท่านทักษิณให้เข้ามารับผิดชอบปัญหาบ้านเมืองเวลานี้ไปโดยปริยาย
โดยมีแนวโน้มที่ว่า มีแต่เสียชื่อ กับเสียชื่อ
เพราะปัญหามันลงลึก ยากที่จะแก้ไขได้ในเวลาใกล้ๆ ยิ่งในระบบอย่างนี้ที่โดนบีบ กับบีบ หากทำอย่างนี้
ก็เหมือนดึงท่านทักษิณมาให้ต่างชาติเชือด
ซึ่งหากอีกฝ่ายเดินหมากอย่างนี้ ท่านทักษิณ มีคำพูดจริงใจที่เสนอตัวมา มัดตัวให้ดิ้นไม่หลุด
สุดท้าย ย่อมโดนดึงมาคลุกฝุ่น ระหว่างจีน กับอเมริกา
นับก็โชคดี ที่กลุ่มนี้ ยังไม่มีรูปแบบการเดินหมากอะไรที่แปลกใหม่ ในระบบความคิดการเดินหมาก
ถามว่าทำไมจึงพอทราบ ในแง่มุมความคิด ว่า ไม่มีอะไรใหม่ๆ
ตอบด้วยหลักฐานชัดเจนเลยครับว่า คนที่คิดจะเป็นใหญ่ แบบฝากชื่อเสียงอุโฆษไปในวันข้างหน้านั้น
ย่อมจะต้องศึกษาประวัติศาสตร์ อย่างจดจำขึ้นใจ และอะไรที่พลาด ในประวัติศาสตร์ ย่อมจะไม่มีวันทำซ้ำ
ท่านที่เคารพรักครับ หากท่านเคยดูหนังเรื่อง The Matrix เดอะ เมทริกซ์ ท่านจะพอทราบว่า
ในหนังเรื่องนี้ มีช่วงหนึ่ง ที่เกิดภาพ " ซ้ำซ้อน " ซึ่งในหนังแฝงปรัชญาเรื่องนี้ บอกเหตุผลการเกิดภาพซ้ำซ้อน
ไว้อย่างชัดเจน ว่า ภาพซ้ำซ้อน เกิดมาจากอะไร
และเวลานี้ เรื่องของ อุ๋ยออก สมคิดเข้า ก็คือ " ภาพซ้ำซ้อน " ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำไป
ในเวลาที่ต่างกันจะเป็นสิบปีครับ
หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 40 พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง
หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 50 พรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้ง
เวลานี้ กำลังเกิดภาพซ้ำซ้อนครับ
จากเหมยถึงกาสะลอง จากโกวเล้งถึงคุณยิ่งลักษณ์ ( บุรุษทางการเมือง บุรุษในบอร์ดการเมือง )
ไม่ต้องให้นักวิเคราะห์การเมืองทางสื่อสิ่งพิมพ์ ทางสื่อทีวี ไปจนถึงฝ่ายยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคไหน
สำนักไหนออกมาโอ่ประโคมใหญ่โตเลย เพราะ " ทางเดิน " ของหมากนี้ มันมีอยู่แล้วคือ
ยังไงก็ต้องสึก
คำถามต่อคอการเมืองคนไหนบ้างที่คิดว่า เทือกจะบวชไม่สึก ข้อนี้รับรองว่า ไม่มีใครตอบว่า คิดแน่
หากถือตามคำพูดแบบชาวบ้าน ชาวช่อง ที่ว่า
ฝนจะตก แดดจะออก ฟ้าจะร้อง อึจะแตก คนจะสึก ยังไงก็ห้ามไม่ได้ เรื่องเทือกสึกจึงคือเรื่องธรรมดา ธรรมดา
ยิ่งลักษณะการบวชของเทือกนั้น ลุกลี้ลุกลนบวช ไม่ใช่บวชให้บิดา มารดา ไม่ใช่บวชเพราะลูกโตหมดห่วงแล้ว
และยิ่งไม่มีใครคิดว่า ที่ผ่านมานั้น เทือกบวชอุทิศส่วนกุศลให้เมีย
การบวชของเทือกที่ผ่านมา จึงเป็นการบวชแบบมีเป้าหมายทางโลก ไม่ใช่มีเป้าหมายทางธรรม
หากถามว่า ทำไมรู้ว่าเทือกต้องสึก
เพราะรูปหมากนี้ เป็นหมากบังคับครับ ที่เทือกไม่มีทางเลือกอื่นได้เลย หากสึกแล้วกลับเข้าพรรค
นี่ก็เป็นหมากบังคับอีก ว่าไม่มีทางที่จะเดินไปวางตนเองลง ที่จุดนั้น
สังเกตจากคนที่เป็นอดีตเลขาพรรค ที่กุมอำนาจในพรรคแบบใหญ่คับพรรค กุมถุงเงิน รู้ตื้นลึกหนาบางในพรรคเป็นอย่างดี
ต่างก็เลือกที่จะออกจากพรรค หนึ่งคือเสธ หนั่น สองคือ เทือก
แสดงว่า ในพรรคมันต้องมีอะไร มีอะไร
ที่ผ่านมา คนที่คิดจะต่อกร เดินหมากสู้กับพรรคนี้ จะศึกษาวิธีคิดแบบ ปชป วิธีเล่นการเมืองแบบเทือก จนละเอียด
ชนิดรีเพลย์แล้ว รีเพลย์อีก จนรู้ว่ามักจะบุกทางด้านฝั่งเลขา ส่วนหัวหน้าพรรคนั้น เอาไว้เป็นหน้าล่อเป้า
สุดท้ายสไตล์พรรคนี้ จะเป็นวิธีการเล่นที่มีคนรู้ทัน และจับทางถูก
นอกเสียจากเทือกจะมีวิธีคิดที่พิสดาร แปลกไปกว่านี้ หรือ ล้ำหน้าไปกว่าวิทยาการ อุดมการณ์ความคิด ในยุคพุทธศักราชนี้
ซึ่งยังเป็นไปไม่ได้ เพราะนี่คือ " ขนบ " วิธีคิดของนักการเมืองยุคเก่า ที่พลาดโอกาสดีๆไปบนเส้นทางของเวลาหลายต่อหลายครั้ง
ที่สำคัญ มันทำให้กระบวนการบ้านเมืองบิดเบี้ยวไป
โอกาสที่พลาดไปเพราะระบบวิธีคิดแบบเก่าพอยกตัวอย่างได้คือ
เมื่อวันที่พรรคเพื่อไทยตกเป็นรอง ต้องยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ นี่คือโอกาสทอง ที่พรรคนี้จะพลิกกลับมาได้ชัยชนะ
เพราะกระแสความนิยมขึ้นสู่จุดสูงกว่าพรรคเพื่อไทย พรรค ปชป จะกลับเข้าสู่เส้นทางการเลือกตั้ง ที่ศรัทธาในระบบประชาธิปไตย
นี่คือการฉวยโอกาส แบบดีที่สุด หาโอกาสแบบนี้ไม่มีอีกแล้ว ที่พรรค ปชป จะมีโอกาสชนะคว่ำพรรคเพื่อไทย ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
มาร์คมีสิทธิ์ เป็นนายกฯรอบสอง รวบรวมพรรคอื่นจัดตั้งรัฐบาล
แต่กลับเป็นว่า เดินหมากเกมส์นี้พลาด ที่ไม่ยอมลงเลือกตั้งในห้วงเวลานั้น นี่คือข้อผิดพลาด
เรื่องนี้ ใครๆก็รู้ว่า มาร์คไปเดินตามแนวทางเทือก ซึ่งเป็นระบบการเมืองแบบความคิดเก่า และเทือกก็ก้าวออกมาจากพรรคแล้ว
ด้วยการจับมือกับอีกกลุ่ม ที่ต้องการอำนาจ โดยมาร์คได้แต่มองตาปริบๆ ทำตามการเมืองข้างถนน
และความคิดต่อการเมืองแบบเก่าๆ นี่แหละ ที่เทือกสึกออกมา และกำลังจะพลาดอีกครั้ง
แต่ก่อนอื่น ที่ผ่านมา มีความผิดพลาดของการเดินหมากอีกเรื่องหนึ่ง ที่โดนเรื่องเทือกสึกกลบไปแบบน่าเสียดาย
นั่นคือ ข่าวการเสนอตัว ให้คำปรึกษา หรือเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือ ของคนที่อยู่แดนไกล แต่ได้รับการย้อนกลับแบบ ไม่ให้ความสำคัญ
หากเปลี่ยนวิธีเดินหมากนี้ ย้อนเวลากลับไป แล้ววางหมากใหม่ ด้วยการยินดี ให้ท่านเข้ามาร่วมแก้ปัญหาประเทศ
ด้วยการออกข่าวยิ้มรับข้อเสนออย่างหน้าชื่น
ผลบวกด้านการข่าว จะตกอยู่กับผู้นำเวลานี้ทันที และผลลบ จะกลับไปตกอยู่กับท่านทักษิณ
เพราะด้านหน้าออกข่าวว่า ให้ท่านทักษิณ เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาทางด้านปัญหาปากท้อง เพื่อปรองดอง
แต่ด้านลึก ใครจะรู้ว่า รับการให้คำปรึกษาจริงหรือไม่ หรือท่านเสนออะไรมา แต่ไม่ทำก็ได้
แต่ที่แน่ๆ ก็คือการดึง " ชื่อเสียง " ท่านทักษิณให้เข้ามารับผิดชอบปัญหาบ้านเมืองเวลานี้ไปโดยปริยาย
โดยมีแนวโน้มที่ว่า มีแต่เสียชื่อ กับเสียชื่อ
เพราะปัญหามันลงลึก ยากที่จะแก้ไขได้ในเวลาใกล้ๆ ยิ่งในระบบอย่างนี้ที่โดนบีบ กับบีบ หากทำอย่างนี้
ก็เหมือนดึงท่านทักษิณมาให้ต่างชาติเชือด
ซึ่งหากอีกฝ่ายเดินหมากอย่างนี้ ท่านทักษิณ มีคำพูดจริงใจที่เสนอตัวมา มัดตัวให้ดิ้นไม่หลุด
สุดท้าย ย่อมโดนดึงมาคลุกฝุ่น ระหว่างจีน กับอเมริกา
นับก็โชคดี ที่กลุ่มนี้ ยังไม่มีรูปแบบการเดินหมากอะไรที่แปลกใหม่ ในระบบความคิดการเดินหมาก
ถามว่าทำไมจึงพอทราบ ในแง่มุมความคิด ว่า ไม่มีอะไรใหม่ๆ
ตอบด้วยหลักฐานชัดเจนเลยครับว่า คนที่คิดจะเป็นใหญ่ แบบฝากชื่อเสียงอุโฆษไปในวันข้างหน้านั้น
ย่อมจะต้องศึกษาประวัติศาสตร์ อย่างจดจำขึ้นใจ และอะไรที่พลาด ในประวัติศาสตร์ ย่อมจะไม่มีวันทำซ้ำ
ท่านที่เคารพรักครับ หากท่านเคยดูหนังเรื่อง The Matrix เดอะ เมทริกซ์ ท่านจะพอทราบว่า
ในหนังเรื่องนี้ มีช่วงหนึ่ง ที่เกิดภาพ " ซ้ำซ้อน " ซึ่งในหนังแฝงปรัชญาเรื่องนี้ บอกเหตุผลการเกิดภาพซ้ำซ้อน
ไว้อย่างชัดเจน ว่า ภาพซ้ำซ้อน เกิดมาจากอะไร
และเวลานี้ เรื่องของ อุ๋ยออก สมคิดเข้า ก็คือ " ภาพซ้ำซ้อน " ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยซ้ำไป
ในเวลาที่ต่างกันจะเป็นสิบปีครับ
หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 40 พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้ง
หลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่ ปี 50 พรรคพลังประชาชน ชนะการเลือกตั้ง
เวลานี้ กำลังเกิดภาพซ้ำซ้อนครับ