สวัสดีคะ ไม่อยากจะโม้เลยว่าครั้งนี้เป็นการไปเที่ยว ตปท ครั้งแรกของ จขกท เลย
เรื่องมันก็เริ่มมาจากคุณเพื่อนอยากไปช๊อปที่ฮ่องกง(ช่วงฤดูฝนเห็นเขาว่าลดทั้งเกาะ)เลยมาชวน จขกท ไปด้วยไอเราก็เอาวะไปกับนางนี่อยู่รอดแน่นอนเพราะชีพูดภาษาอังกฤษได้(จขกท พูดได้แบบงูๆปลาๆ)
พอตกลงวันที่จะไปและกลับกันได้ จขกท ก็เริ่มหาตั๋วบินที่ราคาเบาๆเลยคะ(จะได้มีตังช๊อปเยอะๆ)แล้วก็ตกลงกันว่าจะพักโฮสเทลแถว Tsim Sha Tsui ชื่อ Mira Inn คะ ไปเที่ยวกัน4สาวเลยคะ
ก่อนไป1วัน จขกท เจอกระทู้พันทิพอยู่กระทู้หนึ่ง ที่บอกว่าโดนผู้ชายเปิดหนอนใส่อะคะ จขกท ก็ไม่ได้อ่านละเอียดนักก็เลยแชร์ให้เพื่อนดูก่อนขำๆ แล้วเรื่องมันก็เกิดคะ เพราะมันเป็นแถวๆที่จขกทจะไปพักแล้วก็เป็นตึกเดียวกันด้วย แถมมีรูปตึกในกระทู้อีกดูจากสภาพแล้วน่ากลัวมาก แล้วไปดูเวลาที่โพสคือ 19ชม ที่แล้วคะ เฮือก เหมือนมีหอกแหลมๆมาแทงสมอง
เลยระดมพลกัน คิดว่าเอาไงดีวะแกจะพักอยู่ไหมบลาๆ สรุปคือพักคะ ลองไปพักก่อน1คืน ถ้าไม่โอค่อยย้ายไปฝั่งฮ่องกง
แล้วก็มีเพื่อนคนนึงชีจะเอาที่ช๊อตไฟฟ้าไปด้วยคะ นางก็บอกว่าใส่กระเป๋าแล้วโหลดใต้เครื่องคงไม่เป็นไรเนอะ
เนื่องด้วย จขกท อยู่เชียงใหม่หาตั๋วบินตรงไปฮ่องกงเจอแต่ราคาค่อนข้างแพง เลยลองหาตั๋วจาก กทม ดีกว่า สรุปก็ได้ตั๋วของฮ่องกงแอร์ไลน์รอบตี2คะ ขาไป กทม ก็บินของนกแอร์ รอบ21:45คะ แล้วก็ขากลับ กทม-ชม ก็นั่งของไลอ้อนคะ รวมๆค่าเดินทางไปกลับก็8000นิดๆคะ
พอถึงวันเดินทาง จขกท ก็ไปรอสนามบินตั้งแต่2ทุ่มเลยคะ เพราะมีเพื่อนอีกคนบอกว่า "แกเอากระเป๋ามาให้เราไปที่สนามบินสุววณภูมิก่อนไหมจะได้ไม่ช้า" เราก็เลยเคๆ ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ลงดอนเมืองแล้วซิ่งไปตัวเปล่าเลย
พอไปเช็คอินเท่านั้นแหละคะ ทางพนักงานนกแอร์ได้แจ้งว่าไฟท์จะดีเลย์เป็น4ทุ่มกว่าเพราะฝนตก แล้วก็ได้แจ้งไว้ในข้อความแล้วด้วย (แจ้งตรงไหนกันยะไม่เห็นมีเลย!!

) เรานี่นึกขอบคุณเพื่อนเลยคะ ที่รอบคอบเอากระเป๋าของเราไปโหลดให้ก่อน
ระหว่างนั่งบนเครื่องนี่ยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นอีกคะ เพราะว่าอากาศแปรปรวนมาก เพื่อนอีกคนข้างๆนี่ก็นั่งพะอืดพะอมตลอดเวลา แต่ชีก็เม้าได้ตลอดเวลาเช่นกัน บางทีก็ตกหลุมอากาศจนขาลอยเลยคะ แต่ก็ถึงสนามบินอย่างปลอดภัย พอถึงดอนเมืองแล้วเรากับเพื่อนก็รีบเรียกพี่แท๊กแว๊นไปสนามบินสุรรณภูมิ เพื่อไปหาเพื่อนอีกคนแล้วก็เช็คอินกันคะ (เรานั่งของฮ่องกงแอร์ไลน์ไปกัน3คนคะส่วนอีกคนชีนั่งการบินไทยไป) พอเช็คอินกันแล้วก็ตามประสาสาวๆคะ เข้าไปเดินเล่นกันในดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ แล้วก็ไปขึ้นเครื่องคะ
เครื่องของฮ่องกงแอร์ไลน์ที่พวกเรานั่งไปกันนี่ก็ค่อนข้างสบายเลยคะ ที่นั่งเป็นแบบ 2-4-2 มีผ้าชุบแอลกอฮอล์แจก หูฟัง ผ้าห่ม แล้วก็ หมอน(ที่สภาพเหมือนถุงนุ่น) ของกินบนเครื่องตอนนั้นก็แจกขนมปังยัดไส้หมูสับคะ ก็พอกินได้นะ แต่สำหรับ จขกท ไม่โอทั้งขนมปังและไส้ ส่วนเพื่อนทั้ง2คนของ จขกท นี่ซัดเรียบคะ นั่งเครื่องกัน 2 ชมกว่า ก็มาถึงสนามบินฮ่องกงคะ ประมาณ ตี5หรือ6โมงนี่แหละคะ (วายฟายสนามบินเลิศที่สุด)
ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองคะ จขกท เขียนใบอะไรครบหมด แล้วก็ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ จนท ก็ถามประมาณว่า มาทำไม มากับใคร มากี่วัน พักที่ไหน ขอดูใบจองที่พักหน่อย จขกท โป๊ะแตกตรงนี้แหละคะที่เอาแผนที่ไปที่พักให้เขาซะงั้น เสร็จแล้วเขาก็เขียนในกระดาษสีขาวแล้วก็เรียก จนท อีกคนมา โอ้โฮ จขกท ซีดเลยคะ แล้วก็มี จนท อีกคนมาพา จขกท ไปนั่งรอสอบสวน5555 (พาสปอร์ดขาวทั้งเล่มขนาดนั้น) แต่เพื่อน จขกท ก็มานั่งด้วยคะ อ่อดีตรงที่เพื่อนคนนึง พูดได้ทั้งภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ
จนท เขาก็ซักเหมือนเดิมคะ มาทำไม มากี่วัน บลาๆๆๆๆ นี่เรียนอยู่ป่าว ขอดูบัตร นศ หน่อยถ้ามีบัตร นศ ค่อยน่าเชื่อถือหน่อยแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้น จขกท ต้องขอบคุณ "สันดาล" ของ จขกทเลยคะ ที่ไม่ค่อยเอาบัตรอะไรออกจากกระเป๋า หลังจากนั้นเขาก็ยังไม่ค่อยเชื่อเลยถามว่า เอากล้องมาป่าวไลงี้ ขอดูหหน่อย นั่งไปสักพัก 15-20 นาทีเขาก็ให้ จขกท ผ่านได้คะ เพื่อน จขกท บอกว่า "สงสัยเขาคงไม่เชื่อว่าแกมาเที่ยวแต่งตัวก็ไม่เหมือนนักท่องเที่ยว" (จขกท เน้นสบายไว้ก่อนคะ เสื้อยืดเกงยีนส์ แถมหน้าก็ไม่ได้แต่ง555) แล้วอีกคนก็บอกว่า "เขาอาจจะคิดว่ามึ

มาขายก็ได้เพราะสีผมกะ

มากกกก" (ฮากันลั่นเลยคะ555 อ่อพวก จขกท คุยกันแบบนี้เป็นปกติคะ)
หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดน่าเบื่อเพราะต้องรอเพื่อนอีกคนมาถึงตอนเที่ยง มีเวลาว่างก็เข้าห้องน้ำไปนั่งแต่งหน้าคะ สนามบินที่นี่ดี๊ดีมีโซนแต่งหน้าให้ด้วย อิอิ
ตั้งแต่ จขกท มาถึงสนามบินฝนก็ตกตลอด ตกทั้งวันเลยคะ จนเพื่อนอีกคนมาถึงฝนก็ยังไม่หยุดตกเลย ก็เลยเดินหาซื้อซิมกันแต่....ได้ซิมฟรีมาแทนคะชื่อ i-Sim เลิศศศศศศศศศศศ มากกกกกกกก พูดเลย เป็นซิมฟรีที่มีระยะเวลาใช้งาน7วันคะ(มีเพื่อนพูดภาษาจีนได้นี่ดีจริงๆ)
พอได้ซิมมาเราก็ต้องโหลดแอพ i-Sim คะเพื่อที่เราจะได้ใช้กดโฆษณาเพื่อแลกกับเน็ตฟรี ฟังดูยุ่งยากแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยคะ
วิธีใช้ก็แค่ กดเข้าแอพเวลาเน็ตจะหมด(ห้ามใช้เน็ตจนหมดนะคะ!!)
แล้วก็จิ้มลงไปที่โฆษณาคะ
รอสักพักก็กดปุ่มกากบาทด้านขวามือออกได้เลยที่นี้เราก็จะได้เน็ตมาเล่นฟรีๆ น่าจะ1ครั้งต่อ15นาทีมั้งคะ
หรือจะกดจนครบ100%ก็ได้คะ
แล้วซื้อบัตรครอบจักรวาลด้วยไว้ขึ้นรถกับMRT ค่ามัดจำใบละ50HDK
หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถกันไปหาที่พักคะ จากข้างล่างที่พักก็ดูคนพลุกพล่านดี แต่พอขึ้นลิฟไปชั้น8เพื่อที่จะไปที่โฮสเทลพอประตูลิฟเปิดเท่านั้นแหละคะ แทบจะเป็นลมกลิ่นเหม็นสาบรุนแรงมากแถมสภาพแบบน่ากลัวสุดๆ เรานี่คิดในหัวไว้แล้วว่าวันนี้วันเดียวเท่านั้นๆๆๆๆ
พอได้เข้าไปในที่พักแล้วเรานี่ลุ้นเลยคะ ว่าจะเป็นยังไง จะโอเคไหม ทางเดินค่อนข้างแคบคะ 2คนสวนกันนี่ลำบากเบาๆ ในที่พักมีน้ำร้อนน้ำเย็น ตู้เย็นและไมโครเวฟไว้ให้คะ มีค่ามัดจำคีย์การ์ด100HDKคะ พอเข้าห้องไปแล้วสภาพห้องนี่โอเคเลยคะสะอาด มีเตียงใหญ่สำหรับนอน2คน1เตียงแล้วก็เตียง2ชั้น1เตียง1ห้องน้ำในตัว(จขกท ลืมถ่ายรูปห้องคะ ขออภัยอย่างแรง)
มองจากห้องขวามือก็เป็นโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์คะ ข้างล่างก็เป็นสตาบัคแล้วก็7-11(แต่ จขกท ไม่ได้เข้า7-11สานั้นเลย) เราก็ได้มติจากเพื่อนๆว่าจะไม่ย้ายละ เพราะจากสภาพห้องพักแล้วโอเคดี แถมยังปลอดภัยเพราะก่อนจะเข้ามาในโฮเทลได้ต้องผ่านประตูใหญ่ประตูแรกก่อนซึ่งต้องใช้คีย์การ์แล้วก็มีผู้ดูแลเป็นผู้หญิงด้วยคะ
วันนั้นกว่าฝนจะหยุดตกก็6โมงเย็นแล้วก็เลยไปเดินเล่นกันแถวนั้นคะหาของกินตาางไปเรื่อยแล้วเพื่อนสาก็แวะsasaทุกร้านที่นางเจอเลยคะ
วันที่2ตื่นมาฝนก็ตกจนถึง10โมง ก็เลยตกลงกันว่าไม่ไปดิสนี่แลนด์ละเอาไว้ไปพรุ่งนี้แล้วกันวันนี้ไปมาเก๊าแทน ก่อนไปก็ไปกินบะหมี่ร้านสีเหลืองๆแถวนั้นคะ เป็นบะหมี่เหลืองที่เส้นเล็กๆกินแล้วรู้สึกหนุบหนับทิ้งแช่น้ำไว้ก็ไม่อืด แถมยังมีเกี๊ยวกุ้งที่กัดไปแล้วโดนกุ้งเป็นตัวเลยคะ (เราจำชื่อร้านไม่ได้แต่จำได้ว่าร้านมันตั้งอยู่ตรงข้ามร้าน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ของเล่นผู้ใหญ่ ที่แรกเราก็ชี้ๆให้เพื่อนดูแบบเฮ้ยแกร้านคอสเพลย์แหละพอเพื่อนบอกอ่านป้าร้านซิ๊จ้าาาาชัดเลย)ของเราเป็นข้าวเนื้อตุ๋นคือข้าวเยอะจัง
พออิ่มกันแล้วก็ซอยเท้าไปขึ้นเรื่อเฟอรี่กันคะเดินไปที่ 33 Canton Road, Tsim Sha Tsui หาตึกชื่อ china hong kong city เดินเข้าไปขึ้นลิฟไปชั้น1จ้า ไปซื้อตั๊วโลด
พอไปถึงก็มีคนมายืนตะโกนขายตั๋วบอกว่าเรือจะออกเที่ยงตรงซึ่งก็อีกไม่กี่นาที พวกเราเลยซื้อก็ซื้อก็ตกกันคนละ 330HKD คะ แล้วก็ผ่าน ตม บลาๆ ที่นั่งในเรือก็เป็น 2-3-3-2 ซึ่ง เราโดนแยกแจ้

ไม่มีใครให้เม้าก็เลยนั่งหลับตลอดทาง
พอถึงที่นู้นก็ผ่าน ตม ปกติ เดินออกมาหารถโรงแรมชื่อ venetian แล้วก็กระโดดขึ้นไปเลยคะ โรงแรมนี้จะอยู่ฝั่งเกาลูนนะก๊ะ ยังไม่เข้ามาเก๊า
สถานที่เด่นๆในโรงแรมนี้ที่เด็ก19แบบพวก จขกท สามารเข้าไปได้ก็มี แค่เวนิสคะ จะอยู่ชั้น2ของโรงแรม ที่แรกไอเราก็คิดว่ามันต้องอยู่ข้างนอกแน่ๆ ที่ไหนได้อยู่ในตึกแจ้(ไม่ได้ถ่ายรูปอีกละ)
เสร็จแล้วก็เดินไปที่ห้างมั้ง?(จำชื่อไม่ได้)เพื่อนั่งรถเข้าไปฝั่งมาเก๊า พอไปถึงฝั่งมาเก๊าไปดูโชว์มังกรทองแล้วก็เดินไปที่จัตุรัส แล้วก็เดินเลยไปถ่ายรูปที่โบสถ์ ของกินแถวนั้นที่ถูกใจก้มีเนื้อตุ้นกับลูกชิ้นจุ่มๆ อะไรสักอย่างรสชาติเหมือนแกงกะหรี่เบาๆ
แล้วก็ต่อด้วยของหวานเป็นเครปเย็นที่พ่อค้าแซ่บไม่ค่อยมาก(เพราะมีเมียแล้ว)ว่าไปนั่น กินคู่กับชาพีชที่ร้านตัดเลี่ยนอร่อยมากคะ ของเราเป็นทีรามิสุ
เดินผ่านหูเจียวปิง คืออยากลองกินจังเลยแวะซักหน่อย แป้งเหนี่ยวเชียว
เดินไปนิดเดียวก็ถึงโบสถ์แล้วคะ แชะรูปสักกะหน่อย
จากนั้นก็เดินคะ เดินกลับ เดินเท่านั้นเดินไปขึ้นรถฟรีเพื่อกลับไปขึ้นเรือเฟอรี่คะ พอไปถึงนู้นผ่าน ตม มาแล้ว งง เลยจ้า เฮ้ยแก ตึกเราทำไมมันเปลี่ยนไปหรือเรามาผิดตึก เดินไปเดินมาขึ้นลิฟลงลิฟ มโนกันไปมโนกันมา เพื่อนอีกคนเลยเปิดอากู๊ ถามกู๊ว่าตอนนี้หนูอยู่ไหน กู๊เลยตอบมาว่าหนูอยู่ฝั่งฮ่องกงง จ้าาาาาา อีเพื่อนบ้า ดันบอกคนออกตั๊วว่ากลับฮ่องกง ก็ว่าทำไมสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม ก็ต้องนั่งMRTจากฮ่องกงกลับฝั่งtsim sha tsui ถึงห้องปุ๊บก็ไม่อยากลุกเลยคะ ก็เลยกะว่าสักตี1ค่อยลงไป7-11พอจะลง เอ้าแกลิฟลงไม่ได้สักตัว สรุปหลังเที่ยงคืนขึ้นไปขึ้นได้แต่ลงไม่ได้ จ้าาาาาา สงสัยคงเพราะช่วงนั้นมีม๊อปด้วยมั้งคะ อยู่โฮสเทลมีเสียงหวอให้เผือกทุกวัน
เข้าวันที่3ก็ไปดิสนี่แลนด์
ได้เล่นเครื่องเล่นแค่3อย่างคะ นอกนั้นก็ตะลอนๆถ่ายรูป คงเพราะไม่ใช่แบบที่เราชอบด้วยแหละ แบบเราชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวอะคะเลยไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่วางแผนกันไว้ว่าวันที่4เรากับเพื่อนอีกคนจะไปโอเชี่ยนเวิลแล้วก็อีก2คนไปเดินช๊อปแถวๆนั้น
พอตกตึกก็ไปเดินลากแข้งลากขากันต่อคะ

ปล.แก้ไขคำผิด
[CR] การไปเที่ยวฮ่องกงครั้งแรกและการโดนชาจตัวกลางสนามบิน
เรื่องมันก็เริ่มมาจากคุณเพื่อนอยากไปช๊อปที่ฮ่องกง(ช่วงฤดูฝนเห็นเขาว่าลดทั้งเกาะ)เลยมาชวน จขกท ไปด้วยไอเราก็เอาวะไปกับนางนี่อยู่รอดแน่นอนเพราะชีพูดภาษาอังกฤษได้(จขกท พูดได้แบบงูๆปลาๆ)
พอตกลงวันที่จะไปและกลับกันได้ จขกท ก็เริ่มหาตั๋วบินที่ราคาเบาๆเลยคะ(จะได้มีตังช๊อปเยอะๆ)แล้วก็ตกลงกันว่าจะพักโฮสเทลแถว Tsim Sha Tsui ชื่อ Mira Inn คะ ไปเที่ยวกัน4สาวเลยคะ
ก่อนไป1วัน จขกท เจอกระทู้พันทิพอยู่กระทู้หนึ่ง ที่บอกว่าโดนผู้ชายเปิดหนอนใส่อะคะ จขกท ก็ไม่ได้อ่านละเอียดนักก็เลยแชร์ให้เพื่อนดูก่อนขำๆ แล้วเรื่องมันก็เกิดคะ เพราะมันเป็นแถวๆที่จขกทจะไปพักแล้วก็เป็นตึกเดียวกันด้วย แถมมีรูปตึกในกระทู้อีกดูจากสภาพแล้วน่ากลัวมาก แล้วไปดูเวลาที่โพสคือ 19ชม ที่แล้วคะ เฮือก เหมือนมีหอกแหลมๆมาแทงสมอง
เลยระดมพลกัน คิดว่าเอาไงดีวะแกจะพักอยู่ไหมบลาๆ สรุปคือพักคะ ลองไปพักก่อน1คืน ถ้าไม่โอค่อยย้ายไปฝั่งฮ่องกง
แล้วก็มีเพื่อนคนนึงชีจะเอาที่ช๊อตไฟฟ้าไปด้วยคะ นางก็บอกว่าใส่กระเป๋าแล้วโหลดใต้เครื่องคงไม่เป็นไรเนอะ
เนื่องด้วย จขกท อยู่เชียงใหม่หาตั๋วบินตรงไปฮ่องกงเจอแต่ราคาค่อนข้างแพง เลยลองหาตั๋วจาก กทม ดีกว่า สรุปก็ได้ตั๋วของฮ่องกงแอร์ไลน์รอบตี2คะ ขาไป กทม ก็บินของนกแอร์ รอบ21:45คะ แล้วก็ขากลับ กทม-ชม ก็นั่งของไลอ้อนคะ รวมๆค่าเดินทางไปกลับก็8000นิดๆคะ
พอถึงวันเดินทาง จขกท ก็ไปรอสนามบินตั้งแต่2ทุ่มเลยคะ เพราะมีเพื่อนอีกคนบอกว่า "แกเอากระเป๋ามาให้เราไปที่สนามบินสุววณภูมิก่อนไหมจะได้ไม่ช้า" เราก็เลยเคๆ ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ลงดอนเมืองแล้วซิ่งไปตัวเปล่าเลย
พอไปเช็คอินเท่านั้นแหละคะ ทางพนักงานนกแอร์ได้แจ้งว่าไฟท์จะดีเลย์เป็น4ทุ่มกว่าเพราะฝนตก แล้วก็ได้แจ้งไว้ในข้อความแล้วด้วย (แจ้งตรงไหนกันยะไม่เห็นมีเลย!!
ระหว่างนั่งบนเครื่องนี่ยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นอีกคะ เพราะว่าอากาศแปรปรวนมาก เพื่อนอีกคนข้างๆนี่ก็นั่งพะอืดพะอมตลอดเวลา แต่ชีก็เม้าได้ตลอดเวลาเช่นกัน บางทีก็ตกหลุมอากาศจนขาลอยเลยคะ แต่ก็ถึงสนามบินอย่างปลอดภัย พอถึงดอนเมืองแล้วเรากับเพื่อนก็รีบเรียกพี่แท๊กแว๊นไปสนามบินสุรรณภูมิ เพื่อไปหาเพื่อนอีกคนแล้วก็เช็คอินกันคะ (เรานั่งของฮ่องกงแอร์ไลน์ไปกัน3คนคะส่วนอีกคนชีนั่งการบินไทยไป) พอเช็คอินกันแล้วก็ตามประสาสาวๆคะ เข้าไปเดินเล่นกันในดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ แล้วก็ไปขึ้นเครื่องคะ
เครื่องของฮ่องกงแอร์ไลน์ที่พวกเรานั่งไปกันนี่ก็ค่อนข้างสบายเลยคะ ที่นั่งเป็นแบบ 2-4-2 มีผ้าชุบแอลกอฮอล์แจก หูฟัง ผ้าห่ม แล้วก็ หมอน(ที่สภาพเหมือนถุงนุ่น) ของกินบนเครื่องตอนนั้นก็แจกขนมปังยัดไส้หมูสับคะ ก็พอกินได้นะ แต่สำหรับ จขกท ไม่โอทั้งขนมปังและไส้ ส่วนเพื่อนทั้ง2คนของ จขกท นี่ซัดเรียบคะ นั่งเครื่องกัน 2 ชมกว่า ก็มาถึงสนามบินฮ่องกงคะ ประมาณ ตี5หรือ6โมงนี่แหละคะ (วายฟายสนามบินเลิศที่สุด)
ตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองคะ จขกท เขียนใบอะไรครบหมด แล้วก็ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ จนท ก็ถามประมาณว่า มาทำไม มากับใคร มากี่วัน พักที่ไหน ขอดูใบจองที่พักหน่อย จขกท โป๊ะแตกตรงนี้แหละคะที่เอาแผนที่ไปที่พักให้เขาซะงั้น เสร็จแล้วเขาก็เขียนในกระดาษสีขาวแล้วก็เรียก จนท อีกคนมา โอ้โฮ จขกท ซีดเลยคะ แล้วก็มี จนท อีกคนมาพา จขกท ไปนั่งรอสอบสวน5555 (พาสปอร์ดขาวทั้งเล่มขนาดนั้น) แต่เพื่อน จขกท ก็มานั่งด้วยคะ อ่อดีตรงที่เพื่อนคนนึง พูดได้ทั้งภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ
จนท เขาก็ซักเหมือนเดิมคะ มาทำไม มากี่วัน บลาๆๆๆๆ นี่เรียนอยู่ป่าว ขอดูบัตร นศ หน่อยถ้ามีบัตร นศ ค่อยน่าเชื่อถือหน่อยแล้วอะไรก็จะง่ายขึ้น จขกท ต้องขอบคุณ "สันดาล" ของ จขกทเลยคะ ที่ไม่ค่อยเอาบัตรอะไรออกจากกระเป๋า หลังจากนั้นเขาก็ยังไม่ค่อยเชื่อเลยถามว่า เอากล้องมาป่าวไลงี้ ขอดูหหน่อย นั่งไปสักพัก 15-20 นาทีเขาก็ให้ จขกท ผ่านได้คะ เพื่อน จขกท บอกว่า "สงสัยเขาคงไม่เชื่อว่าแกมาเที่ยวแต่งตัวก็ไม่เหมือนนักท่องเที่ยว" (จขกท เน้นสบายไว้ก่อนคะ เสื้อยืดเกงยีนส์ แถมหน้าก็ไม่ได้แต่ง555) แล้วอีกคนก็บอกว่า "เขาอาจจะคิดว่ามึ
หลังจากนั้นก็เข้าสู่โหมดน่าเบื่อเพราะต้องรอเพื่อนอีกคนมาถึงตอนเที่ยง มีเวลาว่างก็เข้าห้องน้ำไปนั่งแต่งหน้าคะ สนามบินที่นี่ดี๊ดีมีโซนแต่งหน้าให้ด้วย อิอิ
ตั้งแต่ จขกท มาถึงสนามบินฝนก็ตกตลอด ตกทั้งวันเลยคะ จนเพื่อนอีกคนมาถึงฝนก็ยังไม่หยุดตกเลย ก็เลยเดินหาซื้อซิมกันแต่....ได้ซิมฟรีมาแทนคะชื่อ i-Sim เลิศศศศศศศศศศศ มากกกกกกกก พูดเลย เป็นซิมฟรีที่มีระยะเวลาใช้งาน7วันคะ(มีเพื่อนพูดภาษาจีนได้นี่ดีจริงๆ)
พอได้ซิมมาเราก็ต้องโหลดแอพ i-Sim คะเพื่อที่เราจะได้ใช้กดโฆษณาเพื่อแลกกับเน็ตฟรี ฟังดูยุ่งยากแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากเลยคะ
วิธีใช้ก็แค่ กดเข้าแอพเวลาเน็ตจะหมด(ห้ามใช้เน็ตจนหมดนะคะ!!)
แล้วก็จิ้มลงไปที่โฆษณาคะ
รอสักพักก็กดปุ่มกากบาทด้านขวามือออกได้เลยที่นี้เราก็จะได้เน็ตมาเล่นฟรีๆ น่าจะ1ครั้งต่อ15นาทีมั้งคะ
หรือจะกดจนครบ100%ก็ได้คะ
แล้วซื้อบัตรครอบจักรวาลด้วยไว้ขึ้นรถกับMRT ค่ามัดจำใบละ50HDK
หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถกันไปหาที่พักคะ จากข้างล่างที่พักก็ดูคนพลุกพล่านดี แต่พอขึ้นลิฟไปชั้น8เพื่อที่จะไปที่โฮสเทลพอประตูลิฟเปิดเท่านั้นแหละคะ แทบจะเป็นลมกลิ่นเหม็นสาบรุนแรงมากแถมสภาพแบบน่ากลัวสุดๆ เรานี่คิดในหัวไว้แล้วว่าวันนี้วันเดียวเท่านั้นๆๆๆๆ
พอได้เข้าไปในที่พักแล้วเรานี่ลุ้นเลยคะ ว่าจะเป็นยังไง จะโอเคไหม ทางเดินค่อนข้างแคบคะ 2คนสวนกันนี่ลำบากเบาๆ ในที่พักมีน้ำร้อนน้ำเย็น ตู้เย็นและไมโครเวฟไว้ให้คะ มีค่ามัดจำคีย์การ์ด100HDKคะ พอเข้าห้องไปแล้วสภาพห้องนี่โอเคเลยคะสะอาด มีเตียงใหญ่สำหรับนอน2คน1เตียงแล้วก็เตียง2ชั้น1เตียง1ห้องน้ำในตัว(จขกท ลืมถ่ายรูปห้องคะ ขออภัยอย่างแรง)
มองจากห้องขวามือก็เป็นโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์คะ ข้างล่างก็เป็นสตาบัคแล้วก็7-11(แต่ จขกท ไม่ได้เข้า7-11สานั้นเลย) เราก็ได้มติจากเพื่อนๆว่าจะไม่ย้ายละ เพราะจากสภาพห้องพักแล้วโอเคดี แถมยังปลอดภัยเพราะก่อนจะเข้ามาในโฮเทลได้ต้องผ่านประตูใหญ่ประตูแรกก่อนซึ่งต้องใช้คีย์การ์แล้วก็มีผู้ดูแลเป็นผู้หญิงด้วยคะ
วันนั้นกว่าฝนจะหยุดตกก็6โมงเย็นแล้วก็เลยไปเดินเล่นกันแถวนั้นคะหาของกินตาางไปเรื่อยแล้วเพื่อนสาก็แวะsasaทุกร้านที่นางเจอเลยคะ
วันที่2ตื่นมาฝนก็ตกจนถึง10โมง ก็เลยตกลงกันว่าไม่ไปดิสนี่แลนด์ละเอาไว้ไปพรุ่งนี้แล้วกันวันนี้ไปมาเก๊าแทน ก่อนไปก็ไปกินบะหมี่ร้านสีเหลืองๆแถวนั้นคะ เป็นบะหมี่เหลืองที่เส้นเล็กๆกินแล้วรู้สึกหนุบหนับทิ้งแช่น้ำไว้ก็ไม่อืด แถมยังมีเกี๊ยวกุ้งที่กัดไปแล้วโดนกุ้งเป็นตัวเลยคะ (เราจำชื่อร้านไม่ได้แต่จำได้ว่าร้านมันตั้งอยู่ตรงข้ามร้าน[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้)ของเราเป็นข้าวเนื้อตุ๋นคือข้าวเยอะจัง
พออิ่มกันแล้วก็ซอยเท้าไปขึ้นเรื่อเฟอรี่กันคะเดินไปที่ 33 Canton Road, Tsim Sha Tsui หาตึกชื่อ china hong kong city เดินเข้าไปขึ้นลิฟไปชั้น1จ้า ไปซื้อตั๊วโลด
พอไปถึงก็มีคนมายืนตะโกนขายตั๋วบอกว่าเรือจะออกเที่ยงตรงซึ่งก็อีกไม่กี่นาที พวกเราเลยซื้อก็ซื้อก็ตกกันคนละ 330HKD คะ แล้วก็ผ่าน ตม บลาๆ ที่นั่งในเรือก็เป็น 2-3-3-2 ซึ่ง เราโดนแยกแจ้
พอถึงที่นู้นก็ผ่าน ตม ปกติ เดินออกมาหารถโรงแรมชื่อ venetian แล้วก็กระโดดขึ้นไปเลยคะ โรงแรมนี้จะอยู่ฝั่งเกาลูนนะก๊ะ ยังไม่เข้ามาเก๊า
สถานที่เด่นๆในโรงแรมนี้ที่เด็ก19แบบพวก จขกท สามารเข้าไปได้ก็มี แค่เวนิสคะ จะอยู่ชั้น2ของโรงแรม ที่แรกไอเราก็คิดว่ามันต้องอยู่ข้างนอกแน่ๆ ที่ไหนได้อยู่ในตึกแจ้(ไม่ได้ถ่ายรูปอีกละ)
เสร็จแล้วก็เดินไปที่ห้างมั้ง?(จำชื่อไม่ได้)เพื่อนั่งรถเข้าไปฝั่งมาเก๊า พอไปถึงฝั่งมาเก๊าไปดูโชว์มังกรทองแล้วก็เดินไปที่จัตุรัส แล้วก็เดินเลยไปถ่ายรูปที่โบสถ์ ของกินแถวนั้นที่ถูกใจก้มีเนื้อตุ้นกับลูกชิ้นจุ่มๆ อะไรสักอย่างรสชาติเหมือนแกงกะหรี่เบาๆ
แล้วก็ต่อด้วยของหวานเป็นเครปเย็นที่พ่อค้าแซ่บไม่ค่อยมาก(เพราะมีเมียแล้ว)ว่าไปนั่น กินคู่กับชาพีชที่ร้านตัดเลี่ยนอร่อยมากคะ ของเราเป็นทีรามิสุ
เดินผ่านหูเจียวปิง คืออยากลองกินจังเลยแวะซักหน่อย แป้งเหนี่ยวเชียว
เดินไปนิดเดียวก็ถึงโบสถ์แล้วคะ แชะรูปสักกะหน่อย
จากนั้นก็เดินคะ เดินกลับ เดินเท่านั้นเดินไปขึ้นรถฟรีเพื่อกลับไปขึ้นเรือเฟอรี่คะ พอไปถึงนู้นผ่าน ตม มาแล้ว งง เลยจ้า เฮ้ยแก ตึกเราทำไมมันเปลี่ยนไปหรือเรามาผิดตึก เดินไปเดินมาขึ้นลิฟลงลิฟ มโนกันไปมโนกันมา เพื่อนอีกคนเลยเปิดอากู๊ ถามกู๊ว่าตอนนี้หนูอยู่ไหน กู๊เลยตอบมาว่าหนูอยู่ฝั่งฮ่องกงง จ้าาาาาา อีเพื่อนบ้า ดันบอกคนออกตั๊วว่ากลับฮ่องกง ก็ว่าทำไมสภาพแวดล้อมไม่เหมือนเดิม ก็ต้องนั่งMRTจากฮ่องกงกลับฝั่งtsim sha tsui ถึงห้องปุ๊บก็ไม่อยากลุกเลยคะ ก็เลยกะว่าสักตี1ค่อยลงไป7-11พอจะลง เอ้าแกลิฟลงไม่ได้สักตัว สรุปหลังเที่ยงคืนขึ้นไปขึ้นได้แต่ลงไม่ได้ จ้าาาาาา สงสัยคงเพราะช่วงนั้นมีม๊อปด้วยมั้งคะ อยู่โฮสเทลมีเสียงหวอให้เผือกทุกวัน
เข้าวันที่3ก็ไปดิสนี่แลนด์
ได้เล่นเครื่องเล่นแค่3อย่างคะ นอกนั้นก็ตะลอนๆถ่ายรูป คงเพราะไม่ใช่แบบที่เราชอบด้วยแหละ แบบเราชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวอะคะเลยไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่วางแผนกันไว้ว่าวันที่4เรากับเพื่อนอีกคนจะไปโอเชี่ยนเวิลแล้วก็อีก2คนไปเดินช๊อปแถวๆนั้น
พอตกตึกก็ไปเดินลากแข้งลากขากันต่อคะ
ปล.แก้ไขคำผิด