ได้ยินมาว่า "เชียงคาน" เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบ ที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปมากมาย
อ่านกระทู้รีวิวไว้เยอะ ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกันช่วงหน้าหนาว อากาศเย็นสบาย มีหมอกให้เห็น
นี่เป็นการเที่ยวจังหวัดเลย ครั้งที่ 3 ของเรา (เคยไปภูเรือ ภูกระดึง) ตกหลุมรัก"เลย"ซะแล้วมั้ง
ประจวบเหมาะกับวันที่ 4-6 เมษายน เป็นวันหยุด ชวนเพื่อนๆไปเที่ยวท้าแดดกัน รวบรวมสมาชิกได้ทั้งหมด 7 คน
ตั้งใจจะให้เป็นทริปสบายๆ ไม่เร่งรีบ Slow life เหนื่อยก็พัก ไม่ไหวก็พอ
วางแผนการเดินทางและสถานที่เที่ยวไว้คร่าวๆ จองตั๋วรถบขส.ผ่านเว็บ busticket.in.th
ม.4ก กรุงเทพฯ-เชียงคาน รอบ 4 ทุ่ม ราคา 722 บาท ถึงเชียงคานตอน 8 โมงเช้า
และจองที่พัก "ไทยกันเอง เกสเฮาส์" อยู่ถ.ศรีเชียงคาน ซ.19
ราคาห้องเล็กเฉลี่ยคนละ 500 บาท เสริมเตียงได้ แอร์ทุกห้อง ฟรี Wifi (ราคาผกผันตามเทศกาล แต่ต่อรองได้)
DAY 1 ::
ลงจากรถปั๊บ จะมีรถรับจ้างคอยต้อนรับอยู่ -.- ท่ารถอยู่หน้าตลาด
อากาศยามเช้าแสนสบาย พวกเราเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงที่พัก ดูแผนที่แล้วไม่ได้ไกลมาก
เดินเลียบแม่น้ำโขง เห็นควันปกคลุมมากมาย มั่นใจได้ว่าไม่ใช่หมอก
ถึงแล้วที่พักแล้ว เข้าจากทางด้านหลังนี่แหละ
ระเบียงเห็นวิวแม่น้ำโขง ยังเห็นผู้คนผ่านไปมาประปราย ทำเลดี๊ดี ไม่ผิดหวัง
มีจักรยานให้ปั่นฟรีด้วยล่ะ จำนวนจำกัดนิดนึง ซ้อนกันไปเนอะ
ฝั่งตรงข้ามเป็นเกสเฮ้าส์ ขายกาแฟสดด้วย ร้านน่านั่งดีนะ
ระหว่างที่รอสมาชิกอีกกลุ่มที่ขับรถมา พวกเราก็ปั่นจักรยานสำรวจรอบๆ กะจะปั่นไปแก่งคุดคู้ด้วย
แต่พอเจอสภาพอากาศแล้วถอยกลับไปตั้งหลักก่อนดีกว่า ร้อนมาก
บ้านหลังนี้น่าจะอายุร้อยกว่าปี ไม่มีคนอยู่อาศัย กลายเป็นจุดแลนมาร์คที่คนชอบมาถ่ายรูป (ตอนเย็นๆจะดีกว่าค่ะ)
ตอนกลางวัน ร้านค้ายังไม่ค่อยเปิด มาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ริมฝั่งโขง จัดซะหน่อย
พอเพื่อนมากันครบ ก็ไปกินอีกร้านต่อแถว ซ.10 จุ่มนัว(คล้ายสุกี้) หมี่กะทิ(คล้ายขนมจีน)
ต่อของหวานที่ "สุวรรณรามา" โรงหนังเก่าที่มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ๆ ตั้งกล้องถ่ายกันเองสนุกสนาน
"แก่งคุดคู้" ฤดูร้อน น้ำค่อนข้างน้อยจนเดินลงไปด้านล่างได้ แต่เราขออยู่ชมวิวมุมนี้ดีกว่า สวยมาก
ที่นี่มีของที่ระลึกมากมายให้ซื้อหา ราคาถูกกว่าถนนคนเดิน
แผนการขี่จักรยานเที่ยววัดของเราเป็นอันต้องพักไป ช่วงบ่ายแดดร้อนจนจะไม่ไหว ขอกลับไปพักแปบ
วางแผนใหม่ว่าจะรอไปนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกที่แม่น้ำโขง ป้าเป๊ะ ช่วยจัดหาเรือเหมาให้เราจนได้
เด็กๆฝั่งลาวกระโดดน้ำเล่นกันน่าสนุก
ลุงคนขับพาเรานั่งเรือชิวๆ 1.30 ชั่วโมง ไปไกลมากจนกลัวน้ำมันลุงจะหมดซะก่อน
ฟ้าเริ่มมืดลงยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นไข่แดงพระอาทิตย์เลย เมฆบังตลอด
ลุงจอดเรือพัก จนกระทั่งได้เราได้เห็นสิ่งนี้ ฟินสุดๆ ชมพระอาทิตย์ตกกลางแม่น้ำโขง
อุปกรณ์เสริมนี้มันเจ๋งจริงๆ มาโครได้ใกล้มากๆ
ถนนคนเดินเชียงคาน ยามเย็นคนเริ่มคึกคัก ต่างจากตอนกลางวันที่เรามามาก
ของกิน เสื้อผ้า ของที่ระลึก เรียงรายตามสองข้างทาง อยากซื้ออะไรแวะเลย
ร้านเสื้อผ้านี้ เรียกลูกค้าได้ดีทีเดียว
ไม่ว่าจะธนาคาร หรือ 7-11 ดูกลมกลืนไปหมด
4 เมษายน 2558 พอดีกับจันทรุปราคาเต็มดวง ชวนสมาชิกมานั่งดูพระจันทร์ ดูดาวกันที่นี่ หลับฝันดีแน่ๆ
DAY 2 :: ตื่นตี 5 ไปภูทอกกัน ขับรถไปถึงต้องนั่งรถสองแถวต่อขึ้นไปนะ อากาศเย็นๆดี
แม้จะไม่ได้เห็นทะเลหมอก แต่ได้เห็นหมอกบางๆก็ถือว่าไม่เสียเที่ยว
กลับไปเปลี่ยนเสื้อทีม ถ่ายรูปที่สวนเฉลิมพระเกียรติ
มีการเปลี่ยนแผนจากไปฟูจิเมืองเลย เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง (ห้วยน้ำหมานตอนบน)
ขับรถไปตาม GPS ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.
เจอแบบนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
สั่งอาหารก่อนลงแพ เลือกขนาดแพให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยนะ
ลากแพเราไปจนเกือบสุดทางอีกฝั่ง แล้วก็ลากแพกลับมาผูกไว้กลางๆ อ่างเก็บน้ำ
ลงเล่นน้ำต้องใส่เสื้อชูชีพก่อนเพื่อความปลอดภัย ฝ่าฝืนเค้าจะมาลากแพเรากลับฝั่งทันที
บรรยากาศดีมากๆๆๆๆ ลมเย็นสบาย แต่แดดจะแรงไปซักหน่อยนะ เล่นน้ำนานๆไข้จะกินเอา
ถึงอยากเล่นน้ำให้นานกว่านี้ แต่เราต้องเผื่อเวลานั่งพักให้เสื้อแห้งด้วย
เนื่องจากว่าไม่ได้วางแผนมาก่อน ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเผื่อ
กลับมากินหมูกะทะ ซ.21 Slow มากจริงๆ ทั้งร้านมีลูกค้า 2 โต๊ะ รออาหารนานเป็นชั่วโมง
เป็นร้านอาหารที่น่าจะทำกันเองในครอบครัว ทำใจละกัน
ราคาคุ้มค่า ชุดผักได้เยอะมาก อร่อย แต่ไม่รู้เพราะหิวด้วยรึป่าว
เกิดอยากจะกินไอติมกัน เดินไปจนสุดถึงร้าน "สองผัวเมีย"
ไอศกรีมยี่ห้อเอเต้ Ete น่าลองหลายรส และมีโปสการ์ดสวยๆขายด้วยแหละ
วัดศรีคุณเมือง
ถูกใจเสื้อผ้าร้านนี้ แวะเข้าไปต่อปากต่อคำกับพ่อค้าซะหน่อย คารมคมคายน่าดู มีของแฮนด์เมดด้วย ต้องอุดหนุนอะ
ขอร่วมแจมกับพี่ศิลปิน ส่วนแบ่งคนละครึ่งเนอะ
คนกลางนี่หละค่ะ "ป้าเป๊ะ" ผู้น่ารักของเรา พูดเก่ง ยิ้มเก่ง อยากได้อะไรบอกป้าจัดให้ได้ทั้งนั้น
DAY 3 :: ตักบาตรข้าวเหนียว ยามเช้าด้วยกันค่ะ
เมื่อคืนบอกป้าเป๊ะไว้ เตรียมให้เรียบร้อยหน้าบ้านเลยค่ะ
พระบิณฑบาตร ตั้งแต่เกือบๆ 6 โมงเช้า จนถึง 7 โมง
อิ่มอกอิ่มใจกันไปแล้ว ได้เวลาอิ่มท้องบ้างนะ
ไข่กะทะ กับข้าวเปียกเส้นเพิ่มไข่ลวก กินร้อนๆอร่อยนักแล ร้านอยู่เยื้องๆที่พักค่ะ
เก็บกระเป๋าเตรียมกลับกรุงเทพฯ ต้องไปให้ทัน 7.30 น. นั่งรถ Skylab ไปท่ารถ
ปรากฏว่ารถพาออกนอกเส้นทางไปถนนใหญ่เลย ดีนะที่ทักพี่เค้าไว้ทัน ไม่งั้นได้ตกรถแน่ๆ
ได้ป้าเป๊ะนี่แหละช่วยไปบอกรถบขส.ให้รอพวกเราก่อน โอ๊ย ประทับใจที่สุด
ขึ้นรถไปซักพัก ป้าโทรมาบอกว่าน้องรหัสลืมบัตรทรูการ์ดไว้ที่ร้านกาแฟ
ทางร้านก็เอาไปคืนป้าเป๊ะ โชคดีที่ร้านนั้นถามว่าพักที่ไหน และส่งไปรษณีย์กลับมาให้ด้วย
หลังจบทริปก็ยังคุยกันทางไลน์ วีดิโอคอลมาหาเราและเพื่อนบ้าง
ถ้ามีโอกาสได้กลับไปเที่ยวเชียงคานอีก จะไม่ลืมป้าเป๊ะ ไทยกันเอง เลยค่ะ

เชียงคาน หน้าร้อน เที่ยวแบบ Slow Life
อ่านกระทู้รีวิวไว้เยอะ ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกันช่วงหน้าหนาว อากาศเย็นสบาย มีหมอกให้เห็น
นี่เป็นการเที่ยวจังหวัดเลย ครั้งที่ 3 ของเรา (เคยไปภูเรือ ภูกระดึง) ตกหลุมรัก"เลย"ซะแล้วมั้ง
ประจวบเหมาะกับวันที่ 4-6 เมษายน เป็นวันหยุด ชวนเพื่อนๆไปเที่ยวท้าแดดกัน รวบรวมสมาชิกได้ทั้งหมด 7 คน
ตั้งใจจะให้เป็นทริปสบายๆ ไม่เร่งรีบ Slow life เหนื่อยก็พัก ไม่ไหวก็พอ
วางแผนการเดินทางและสถานที่เที่ยวไว้คร่าวๆ จองตั๋วรถบขส.ผ่านเว็บ busticket.in.th
ม.4ก กรุงเทพฯ-เชียงคาน รอบ 4 ทุ่ม ราคา 722 บาท ถึงเชียงคานตอน 8 โมงเช้า
และจองที่พัก "ไทยกันเอง เกสเฮาส์" อยู่ถ.ศรีเชียงคาน ซ.19
ราคาห้องเล็กเฉลี่ยคนละ 500 บาท เสริมเตียงได้ แอร์ทุกห้อง ฟรี Wifi (ราคาผกผันตามเทศกาล แต่ต่อรองได้)
DAY 1 ::
ลงจากรถปั๊บ จะมีรถรับจ้างคอยต้อนรับอยู่ -.- ท่ารถอยู่หน้าตลาด
อากาศยามเช้าแสนสบาย พวกเราเลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงที่พัก ดูแผนที่แล้วไม่ได้ไกลมาก
เดินเลียบแม่น้ำโขง เห็นควันปกคลุมมากมาย มั่นใจได้ว่าไม่ใช่หมอก
ถึงแล้วที่พักแล้ว เข้าจากทางด้านหลังนี่แหละ
ระเบียงเห็นวิวแม่น้ำโขง ยังเห็นผู้คนผ่านไปมาประปราย ทำเลดี๊ดี ไม่ผิดหวัง
มีจักรยานให้ปั่นฟรีด้วยล่ะ จำนวนจำกัดนิดนึง ซ้อนกันไปเนอะ
ฝั่งตรงข้ามเป็นเกสเฮ้าส์ ขายกาแฟสดด้วย ร้านน่านั่งดีนะ
ระหว่างที่รอสมาชิกอีกกลุ่มที่ขับรถมา พวกเราก็ปั่นจักรยานสำรวจรอบๆ กะจะปั่นไปแก่งคุดคู้ด้วย
แต่พอเจอสภาพอากาศแล้วถอยกลับไปตั้งหลักก่อนดีกว่า ร้อนมาก
บ้านหลังนี้น่าจะอายุร้อยกว่าปี ไม่มีคนอยู่อาศัย กลายเป็นจุดแลนมาร์คที่คนชอบมาถ่ายรูป (ตอนเย็นๆจะดีกว่าค่ะ)
ตอนกลางวัน ร้านค้ายังไม่ค่อยเปิด มาเจอร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ ริมฝั่งโขง จัดซะหน่อย
พอเพื่อนมากันครบ ก็ไปกินอีกร้านต่อแถว ซ.10 จุ่มนัว(คล้ายสุกี้) หมี่กะทิ(คล้ายขนมจีน)
ต่อของหวานที่ "สุวรรณรามา" โรงหนังเก่าที่มีมุมให้ถ่ายรูปเก๋ๆ ตั้งกล้องถ่ายกันเองสนุกสนาน
"แก่งคุดคู้" ฤดูร้อน น้ำค่อนข้างน้อยจนเดินลงไปด้านล่างได้ แต่เราขออยู่ชมวิวมุมนี้ดีกว่า สวยมาก
ที่นี่มีของที่ระลึกมากมายให้ซื้อหา ราคาถูกกว่าถนนคนเดิน
แผนการขี่จักรยานเที่ยววัดของเราเป็นอันต้องพักไป ช่วงบ่ายแดดร้อนจนจะไม่ไหว ขอกลับไปพักแปบ
วางแผนใหม่ว่าจะรอไปนั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกที่แม่น้ำโขง ป้าเป๊ะ ช่วยจัดหาเรือเหมาให้เราจนได้
เด็กๆฝั่งลาวกระโดดน้ำเล่นกันน่าสนุก
ลุงคนขับพาเรานั่งเรือชิวๆ 1.30 ชั่วโมง ไปไกลมากจนกลัวน้ำมันลุงจะหมดซะก่อน
ฟ้าเริ่มมืดลงยังไม่มีวี่แววว่าจะเห็นไข่แดงพระอาทิตย์เลย เมฆบังตลอด
ลุงจอดเรือพัก จนกระทั่งได้เราได้เห็นสิ่งนี้ ฟินสุดๆ ชมพระอาทิตย์ตกกลางแม่น้ำโขง
อุปกรณ์เสริมนี้มันเจ๋งจริงๆ มาโครได้ใกล้มากๆ
ถนนคนเดินเชียงคาน ยามเย็นคนเริ่มคึกคัก ต่างจากตอนกลางวันที่เรามามาก
ของกิน เสื้อผ้า ของที่ระลึก เรียงรายตามสองข้างทาง อยากซื้ออะไรแวะเลย
ร้านเสื้อผ้านี้ เรียกลูกค้าได้ดีทีเดียว
ไม่ว่าจะธนาคาร หรือ 7-11 ดูกลมกลืนไปหมด
4 เมษายน 2558 พอดีกับจันทรุปราคาเต็มดวง ชวนสมาชิกมานั่งดูพระจันทร์ ดูดาวกันที่นี่ หลับฝันดีแน่ๆ
DAY 2 :: ตื่นตี 5 ไปภูทอกกัน ขับรถไปถึงต้องนั่งรถสองแถวต่อขึ้นไปนะ อากาศเย็นๆดี
แม้จะไม่ได้เห็นทะเลหมอก แต่ได้เห็นหมอกบางๆก็ถือว่าไม่เสียเที่ยว
กลับไปเปลี่ยนเสื้อทีม ถ่ายรูปที่สวนเฉลิมพระเกียรติ
มีการเปลี่ยนแผนจากไปฟูจิเมืองเลย เป็นอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง (ห้วยน้ำหมานตอนบน)
ขับรถไปตาม GPS ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.
เจอแบบนี้ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ
สั่งอาหารก่อนลงแพ เลือกขนาดแพให้เหมาะกับจำนวนสมาชิก เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยนะ
ลากแพเราไปจนเกือบสุดทางอีกฝั่ง แล้วก็ลากแพกลับมาผูกไว้กลางๆ อ่างเก็บน้ำ
ลงเล่นน้ำต้องใส่เสื้อชูชีพก่อนเพื่อความปลอดภัย ฝ่าฝืนเค้าจะมาลากแพเรากลับฝั่งทันที
บรรยากาศดีมากๆๆๆๆ ลมเย็นสบาย แต่แดดจะแรงไปซักหน่อยนะ เล่นน้ำนานๆไข้จะกินเอา
ถึงอยากเล่นน้ำให้นานกว่านี้ แต่เราต้องเผื่อเวลานั่งพักให้เสื้อแห้งด้วย
เนื่องจากว่าไม่ได้วางแผนมาก่อน ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาเผื่อ
กลับมากินหมูกะทะ ซ.21 Slow มากจริงๆ ทั้งร้านมีลูกค้า 2 โต๊ะ รออาหารนานเป็นชั่วโมง
เป็นร้านอาหารที่น่าจะทำกันเองในครอบครัว ทำใจละกัน
ราคาคุ้มค่า ชุดผักได้เยอะมาก อร่อย แต่ไม่รู้เพราะหิวด้วยรึป่าว
เกิดอยากจะกินไอติมกัน เดินไปจนสุดถึงร้าน "สองผัวเมีย"
ไอศกรีมยี่ห้อเอเต้ Ete น่าลองหลายรส และมีโปสการ์ดสวยๆขายด้วยแหละ
วัดศรีคุณเมือง
ถูกใจเสื้อผ้าร้านนี้ แวะเข้าไปต่อปากต่อคำกับพ่อค้าซะหน่อย คารมคมคายน่าดู มีของแฮนด์เมดด้วย ต้องอุดหนุนอะ
ขอร่วมแจมกับพี่ศิลปิน ส่วนแบ่งคนละครึ่งเนอะ
คนกลางนี่หละค่ะ "ป้าเป๊ะ" ผู้น่ารักของเรา พูดเก่ง ยิ้มเก่ง อยากได้อะไรบอกป้าจัดให้ได้ทั้งนั้น
DAY 3 :: ตักบาตรข้าวเหนียว ยามเช้าด้วยกันค่ะ
เมื่อคืนบอกป้าเป๊ะไว้ เตรียมให้เรียบร้อยหน้าบ้านเลยค่ะ
พระบิณฑบาตร ตั้งแต่เกือบๆ 6 โมงเช้า จนถึง 7 โมง
อิ่มอกอิ่มใจกันไปแล้ว ได้เวลาอิ่มท้องบ้างนะ
ไข่กะทะ กับข้าวเปียกเส้นเพิ่มไข่ลวก กินร้อนๆอร่อยนักแล ร้านอยู่เยื้องๆที่พักค่ะ
เก็บกระเป๋าเตรียมกลับกรุงเทพฯ ต้องไปให้ทัน 7.30 น. นั่งรถ Skylab ไปท่ารถ
ปรากฏว่ารถพาออกนอกเส้นทางไปถนนใหญ่เลย ดีนะที่ทักพี่เค้าไว้ทัน ไม่งั้นได้ตกรถแน่ๆ
ได้ป้าเป๊ะนี่แหละช่วยไปบอกรถบขส.ให้รอพวกเราก่อน โอ๊ย ประทับใจที่สุด
ขึ้นรถไปซักพัก ป้าโทรมาบอกว่าน้องรหัสลืมบัตรทรูการ์ดไว้ที่ร้านกาแฟ
ทางร้านก็เอาไปคืนป้าเป๊ะ โชคดีที่ร้านนั้นถามว่าพักที่ไหน และส่งไปรษณีย์กลับมาให้ด้วย
หลังจบทริปก็ยังคุยกันทางไลน์ วีดิโอคอลมาหาเราและเพื่อนบ้าง
ถ้ามีโอกาสได้กลับไปเที่ยวเชียงคานอีก จะไม่ลืมป้าเป๊ะ ไทยกันเอง เลยค่ะ