วันแม่ของปีนี้ใกล้เข้ามาอีกแล้ว เสียงเพลงจากสถานีวิทยุเริ่มมีเพลงเกี่ยวกับแม่ให้ใด้ยินบ่อยขึ้น ทำให้ความคิดถึงที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพิ่มขึ้นจนบางครั้งเอ่อล้นออกทางตา
ครอบครัวของผมเกิดมา ก็เห็นแม่และน้องสาวเท่านั้น เรามีกันสามคนแม่ลูก ผมไม่มีพ่อ แม่บอกว่าพ่อเสียไปแล้วตั้งแต่ผมหัดเดิน ผมไม่มีญาติ ไม่รู้ว่าถิ่นฐานบ้านเดิมเราอยู่ที่ใหน คำถามที่ผมและน้องสาวไม่อยากใด้ยินเลย คือ ถามว่าเป็นคนที่ใหน ปีใหม่กลับบ้านมั้ย เราสองพี่น้องตอบคำถามนี้ไม่ใด้ครับ
แม่พาย้ายที่อยู่บ่อยจนเป็นเรื่องปรกติ ปีละครั้ง บางปีเรียน 2โรงเรียนด้วยซ้ำ เรียนทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่เราสองพี่น้อง ก็สอบใด้ที่ 1 ทั้งคู่ตลอด และด้วยสุขภาพแม่ไม่ค่อยแข็งแรงทำงานใหวบ้างไม่ใหวบ้าง ผมต้องหยุดโรงเรียนมาทำงาน อาทิตย์นึง บางครั้งเรียนแค่วันเดียว หาของป่า รับจ้าง ทำไร่ ทำหมด เพื่อเอาเงินตรงนั้นจุนเจือครอบครัว ซึ่งขัดสนมาก ถึงขนาดสมุดเรียนยังใช้คนละด้านกับน้องสาว
ผมจบ ป6 ก็เริ่มไม่ใหว ต้องออกมาทำงานเต็มตัว เพื่อส่งให้น้องเรียน ตอนเช้ามืดผมจะออกไปซื้อของที่ตลาดมาทำอาหารขาย เช้าๆน้องสาวจะลุกมาช่วยทำกับข้าว ที่มีคนมาผูกปิ่นโตใว้กับเรา ทำเสร็จก็จะเดินไปส่งตามบ้านต่างๆ อย่าว่าแต่มอเตอร์ไซเก่าๆ รถจักรยานเราก็ไม่เคยมีครับ
น้องไปโรงเรียนแล้ว ผมก็จะหั่นผัก หั่นหมู เตรียมของทำอาหารใว้ เที่ยงๆถึงแม่จะลุกมาปรุงอาหารนั้นๆ แม่ไม่ค่อยแข็งแรง ผมเลยอยากให้แม่พักผ่อนเยอะๆครับ บ่ายๆผมก็จะออกไปจัดร้านที่ตลาดเตรียมขายของ น้องเลิกเรียนมาก็จะช่วยแม่ขายของ ส่วนผมก็จะกวาดเก็บบ้าน ล้างหม้อ ล้างจาน ซักผ้า ทำทุกอย่างในบ้าน ก่อนออกไปช่วยแม่ขายของอีกแรง แต่ถ้าวันใหนแม่ออกมาขายไม่ใหว สองพี่น้องก็ช่วยกันขายสองคน
แต่แม่ก้เริ่มป่วยบ่อยขึ้น ผมต้องพาแม่ไปโรงพยาบาลบ้าง เฝ้าแม่บ้าง การขายของเราก็ต้องหยุดบ้าง ขายบ้าง ลูกค้าก็หนีหาย ถึงตอนนี้น้องก็จบ ป6 พอดี น้องสาวตัดสินใจไม่เรียนต่อเช่นกัน อยากมาดูแลแม่มากกว่า ผมจึงตัดสินใจ เข้ากรุงเทพทำงานก่อสร้างในวัย 15 ปี ค่าจ้างวันละ100 เงินทั้งหมดผมส่งให้น้องกับแม่ทุกเดือน
ผมทำงาน จนค่าแรงขึ้นเรื่อยๆ จาก100 -150-180-200 ในหนึ่งเดือน ทำใด้ 30+แรง ผมใช้เงินต่อเดือน เดือนละ 600 เท่านั้น หรือวันล่ะ20 บาท กินแต่มาม่า กินจนเหมือนร่างกายจะไม่ใหว แต่ใจผมมันใหว คิดเสมอว่า ผมทำเพื่อใครอยู่
กระทู้คิดถึงแม่ ข้อความจากก้อนดินส่งถึงดาว
ครอบครัวของผมเกิดมา ก็เห็นแม่และน้องสาวเท่านั้น เรามีกันสามคนแม่ลูก ผมไม่มีพ่อ แม่บอกว่าพ่อเสียไปแล้วตั้งแต่ผมหัดเดิน ผมไม่มีญาติ ไม่รู้ว่าถิ่นฐานบ้านเดิมเราอยู่ที่ใหน คำถามที่ผมและน้องสาวไม่อยากใด้ยินเลย คือ ถามว่าเป็นคนที่ใหน ปีใหม่กลับบ้านมั้ย เราสองพี่น้องตอบคำถามนี้ไม่ใด้ครับ
แม่พาย้ายที่อยู่บ่อยจนเป็นเรื่องปรกติ ปีละครั้ง บางปีเรียน 2โรงเรียนด้วยซ้ำ เรียนทันบ้างไม่ทันบ้าง แต่เราสองพี่น้อง ก็สอบใด้ที่ 1 ทั้งคู่ตลอด และด้วยสุขภาพแม่ไม่ค่อยแข็งแรงทำงานใหวบ้างไม่ใหวบ้าง ผมต้องหยุดโรงเรียนมาทำงาน อาทิตย์นึง บางครั้งเรียนแค่วันเดียว หาของป่า รับจ้าง ทำไร่ ทำหมด เพื่อเอาเงินตรงนั้นจุนเจือครอบครัว ซึ่งขัดสนมาก ถึงขนาดสมุดเรียนยังใช้คนละด้านกับน้องสาว
ผมจบ ป6 ก็เริ่มไม่ใหว ต้องออกมาทำงานเต็มตัว เพื่อส่งให้น้องเรียน ตอนเช้ามืดผมจะออกไปซื้อของที่ตลาดมาทำอาหารขาย เช้าๆน้องสาวจะลุกมาช่วยทำกับข้าว ที่มีคนมาผูกปิ่นโตใว้กับเรา ทำเสร็จก็จะเดินไปส่งตามบ้านต่างๆ อย่าว่าแต่มอเตอร์ไซเก่าๆ รถจักรยานเราก็ไม่เคยมีครับ
น้องไปโรงเรียนแล้ว ผมก็จะหั่นผัก หั่นหมู เตรียมของทำอาหารใว้ เที่ยงๆถึงแม่จะลุกมาปรุงอาหารนั้นๆ แม่ไม่ค่อยแข็งแรง ผมเลยอยากให้แม่พักผ่อนเยอะๆครับ บ่ายๆผมก็จะออกไปจัดร้านที่ตลาดเตรียมขายของ น้องเลิกเรียนมาก็จะช่วยแม่ขายของ ส่วนผมก็จะกวาดเก็บบ้าน ล้างหม้อ ล้างจาน ซักผ้า ทำทุกอย่างในบ้าน ก่อนออกไปช่วยแม่ขายของอีกแรง แต่ถ้าวันใหนแม่ออกมาขายไม่ใหว สองพี่น้องก็ช่วยกันขายสองคน
แต่แม่ก้เริ่มป่วยบ่อยขึ้น ผมต้องพาแม่ไปโรงพยาบาลบ้าง เฝ้าแม่บ้าง การขายของเราก็ต้องหยุดบ้าง ขายบ้าง ลูกค้าก็หนีหาย ถึงตอนนี้น้องก็จบ ป6 พอดี น้องสาวตัดสินใจไม่เรียนต่อเช่นกัน อยากมาดูแลแม่มากกว่า ผมจึงตัดสินใจ เข้ากรุงเทพทำงานก่อสร้างในวัย 15 ปี ค่าจ้างวันละ100 เงินทั้งหมดผมส่งให้น้องกับแม่ทุกเดือน
ผมทำงาน จนค่าแรงขึ้นเรื่อยๆ จาก100 -150-180-200 ในหนึ่งเดือน ทำใด้ 30+แรง ผมใช้เงินต่อเดือน เดือนละ 600 เท่านั้น หรือวันล่ะ20 บาท กินแต่มาม่า กินจนเหมือนร่างกายจะไม่ใหว แต่ใจผมมันใหว คิดเสมอว่า ผมทำเพื่อใครอยู่