ขออนุญาตตั้งกระทู้ถึงเพลงนี้หน่อยนะครับ ในฐานะที่เป็นเพลงโปรดเพลงหนึ่งของผม
มาดูต้นฉบับ ADELE ร้องกันครับ
ในวิดิโอมีเนื้อเพลงกับคำแปลให้ด้วย....มีตกหล่นนิดๆแต่ก็โอเค(ขอขอบคุณผู้ทำวิดิโอด้วยครับ)
เพลงนี้คำศัพท์ไม่ได้ยากเลย....แต่การตีความค่อนข้างยาก....
เพราะเพลงมีเวลาจำกัด ไม่สามารถใส่ประโยคอธิบายลงไปได้หมด (เรื่องธรรมดาของเพลง)
การตีความเพลงนี้จึงต้องใช้เนื้อเพลงประกอบกับจินตนาการจากอารมณ์เพลงที่ADELEส่งออกมา....
Set fire to the rain. (จุดไฟกลางสายฝน)
ความหมายของเพลงนี้.......
ฉัน....กำลังหมดอาลัยและสิ้นหวังในชีวิต...แล้วเธอก็ก้าวเข้ามาฉุดฉันขึ้นจากความสิ้นหวัง
มันดูเหมือนจะดี....แต่กลับมีอีกด้านนึงของเธอที่ฉันไม่เคยรู้....เธอหลอกลวงฉัน
เธอเห็นความรักเป็นเพียงเกม....และเธอคือผู้ชนะในเกมเสมอ...
ฉันจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นไปได้ยากและเสี่ยงที่สุด (Set fire to the rain)
เพราะฉันรู้ว่าครั้งนี้คือฉากสุดท้ายของชีวิตฉันแล้ว (เจ็บช้ำจนเกินกว่าจะลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว)
ฉันจะลากเธอเข้าไปในกองไฟนั้นพร้อมๆกัน (กลับไปเล่นเกมความรักกับเธอ).....ให้เปลวเพลิงเผาเราสองคน (Let it burn)....
ให้มันรู้ไปเลยว่าผลที่ได้จากการเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงนั้นจะเป็นความรักที่แท้จริงหรือเถ้าถ่านที่เราถูกเผาจนมอดไหม้เป็นจุล
เพลงนี้....อารมณ์ที่ส่งออกมา....ต้องเป็นอารมณ์มุ่งมั่นเดิมพันสุดท้ายด้วยชีวิตของคนที่เจ็บปวดพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า....
คนละอารมณ์กับเพลงอยู่บำรุงแบบกลับหัวกลับหางเลย....
ต้นฉบับ ADELE แสดงอารมณ์แบบ "น้อยแต่มาก"......คือไม่ได้มีการแสดงออกที่มากมาย...
แต่โทนเสียง การเน้นคำ สีหน้า สายตา และกิริยาท่าทางสื่อให้เห็นได้ถึงความมุ่งมั่นและการตัดสินใจของคนที่กำลังเจ็บปวด...
เพลงนี้ไม่ใช่ทางของมาริวเลย.... ต่อให้มาริวชอบฟังเพลงสากล...เพลงของADELEก็ไม่น่าจะใช่แนวของมารริว
แต่ยังไงก็ตาม....เสียงร้องเพลงนี้ของทั้งมาริวและเบนซ์ชาย....ผ่านครับ...ผ่านมากๆ..ติดปัญหาอยู่ที่อารมณ์เพลงเท่านั้น....
ซึ่งถ้าสำหรับเราๆ...อารมณ์เพลงไม่เคลียร์ก็ไม่มีปัญหา....ร้องคาราโอเกะแบบไม่รู้อารมณ์เพลงก็ยังได้
แต่สำหรับคนดนตรีอย่างมาริว....การให้ร้องโดยไม่เคลียร์เรื่องอารมณ์เพลงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดอย่างมาก
ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่สัปดาห์นี้มาริวเครียดอย่างเห็นได้ชัด.....มันมาจากสัญชาตญาณของคนดนตรีที่ต้องการร้องเพลงออกมาให้ดีที่สุด
AFมันสนุกตรงนี้ล่ะครับ.... มาริวกับเบนซ์ชายจะตีความและส่งอารมณ์เพลงนี้ออกมาอย่างไร
เมื่อคนสองคนต้องแสดงอารมณ์เพลงที่ต้นฉบับแสดงออกโดยคนๆเดียว....แถมยังอยู่ในสถานะการณ์ที่แตกต่างกัน
ถ้าผมไปคอนเสิร์ตวันเสาร์นี้...จะลุกยืนร้องไปกับสองคนนี้เลย....
Set fire to the rain ของมาริวและเบนช์ชาย
มาดูต้นฉบับ ADELE ร้องกันครับ
ในวิดิโอมีเนื้อเพลงกับคำแปลให้ด้วย....มีตกหล่นนิดๆแต่ก็โอเค(ขอขอบคุณผู้ทำวิดิโอด้วยครับ)
เพลงนี้คำศัพท์ไม่ได้ยากเลย....แต่การตีความค่อนข้างยาก....
เพราะเพลงมีเวลาจำกัด ไม่สามารถใส่ประโยคอธิบายลงไปได้หมด (เรื่องธรรมดาของเพลง)
การตีความเพลงนี้จึงต้องใช้เนื้อเพลงประกอบกับจินตนาการจากอารมณ์เพลงที่ADELEส่งออกมา....
Set fire to the rain. (จุดไฟกลางสายฝน)
ความหมายของเพลงนี้.......
ฉัน....กำลังหมดอาลัยและสิ้นหวังในชีวิต...แล้วเธอก็ก้าวเข้ามาฉุดฉันขึ้นจากความสิ้นหวัง
มันดูเหมือนจะดี....แต่กลับมีอีกด้านนึงของเธอที่ฉันไม่เคยรู้....เธอหลอกลวงฉัน
เธอเห็นความรักเป็นเพียงเกม....และเธอคือผู้ชนะในเกมเสมอ...
ฉันจึงตัดสินใจทำสิ่งที่เป็นไปได้ยากและเสี่ยงที่สุด (Set fire to the rain)
เพราะฉันรู้ว่าครั้งนี้คือฉากสุดท้ายของชีวิตฉันแล้ว (เจ็บช้ำจนเกินกว่าจะลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกแล้ว)
ฉันจะลากเธอเข้าไปในกองไฟนั้นพร้อมๆกัน (กลับไปเล่นเกมความรักกับเธอ).....ให้เปลวเพลิงเผาเราสองคน (Let it burn)....
ให้มันรู้ไปเลยว่าผลที่ได้จากการเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงนั้นจะเป็นความรักที่แท้จริงหรือเถ้าถ่านที่เราถูกเผาจนมอดไหม้เป็นจุล
เพลงนี้....อารมณ์ที่ส่งออกมา....ต้องเป็นอารมณ์มุ่งมั่นเดิมพันสุดท้ายด้วยชีวิตของคนที่เจ็บปวดพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า....
คนละอารมณ์กับเพลงอยู่บำรุงแบบกลับหัวกลับหางเลย....
ต้นฉบับ ADELE แสดงอารมณ์แบบ "น้อยแต่มาก"......คือไม่ได้มีการแสดงออกที่มากมาย...
แต่โทนเสียง การเน้นคำ สีหน้า สายตา และกิริยาท่าทางสื่อให้เห็นได้ถึงความมุ่งมั่นและการตัดสินใจของคนที่กำลังเจ็บปวด...
เพลงนี้ไม่ใช่ทางของมาริวเลย.... ต่อให้มาริวชอบฟังเพลงสากล...เพลงของADELEก็ไม่น่าจะใช่แนวของมารริว
แต่ยังไงก็ตาม....เสียงร้องเพลงนี้ของทั้งมาริวและเบนซ์ชาย....ผ่านครับ...ผ่านมากๆ..ติดปัญหาอยู่ที่อารมณ์เพลงเท่านั้น....
ซึ่งถ้าสำหรับเราๆ...อารมณ์เพลงไม่เคลียร์ก็ไม่มีปัญหา....ร้องคาราโอเกะแบบไม่รู้อารมณ์เพลงก็ยังได้
แต่สำหรับคนดนตรีอย่างมาริว....การให้ร้องโดยไม่เคลียร์เรื่องอารมณ์เพลงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดอย่างมาก
ผมจึงไม่แปลกใจเลยที่สัปดาห์นี้มาริวเครียดอย่างเห็นได้ชัด.....มันมาจากสัญชาตญาณของคนดนตรีที่ต้องการร้องเพลงออกมาให้ดีที่สุด
AFมันสนุกตรงนี้ล่ะครับ.... มาริวกับเบนซ์ชายจะตีความและส่งอารมณ์เพลงนี้ออกมาอย่างไร
เมื่อคนสองคนต้องแสดงอารมณ์เพลงที่ต้นฉบับแสดงออกโดยคนๆเดียว....แถมยังอยู่ในสถานะการณ์ที่แตกต่างกัน
ถ้าผมไปคอนเสิร์ตวันเสาร์นี้...จะลุกยืนร้องไปกับสองคนนี้เลย....